แชร์คอนเทนต์นี้
ไม่ว่าใครก็ใฝ่ฝันถึงการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบพร้อมกับความสะดวกสบายรอบด้าน บวกกับการมีพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นให้ได้สดชื่นในทุกเช้าหลังตื่นนอน เชื่อว่าหากได้ที่อยู่ที่เพียบพร้อมตามคุณสมบัติที่ว่ามานี้ คงจะเป็นชีวิตสุดเพอร์เฟคที่แทบจะไม่ต้องการสิ่งอื่นใดมาเติมเต็มอีกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะค้นหาพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้ และที่ยากยิ่งกว่าคือการได้มาไว้ในครอบครอง หากพูดถึงพื้นที่ที่มีความลงตัวในทุกด้านอย่างที่หลายคนใฝ่ฝัน สำหรับในบ้านเราย่านหนึ่งที่มีพร้อมทุกสิ่งของชีวิตในฝัน ก็คือย่านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงนั่นคือ “ถนนวิทยุ” พื้นเล็กๆ อันล้ำค่า โดดเด่นในตัวเอง และเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองมั่งคั่ง และยังคงเป็นย่านที่รอการไขว่คว้าการสัมผัสกับความสมบูรณ์แบบที่หาจากย่านอื่นไม่ได้ มารู้จักกับย่านนี้ไปพร้อมกับ พลัสฯ ที่จะพามาเปิดโลกแห่งความเป็นจริงในจินตนาการของใครหลายๆ คนกับคอนโดหรูที่น่าอยู่ที่สุดย่านถนนวิทยุ “อัญมณีแห่งมหานคร” แห่งนี้ “ถนนวิทยุ” ทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ถนนวิทยุ ถนนสายที่แม้จะไม่ยาวมากนักใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ก็เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะเป็นถนนที่รายล้อมไปด้วย แหล่งศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารมีระดับ โรงแรม สำนักงานและคอนโดหรู และยังมีอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ บ่งบอกถึงการเป็นถนนสายเก่าแก่ที่ยังคงตั้งตระหง่านไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของการเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ความพิเศษอีกประการของถนนสายนี้ยังรวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของหลายๆ ประเทศเอาไว้อีกด้วย จึงทำให้บางคนมองว่าถนนวิทยุมีส่วนผสมที่ลงตัว จนเทียบได้กับย่านฟิฟท์ อเวนิว (Fifth Avenu) ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งไม่เกินจริงนัก เพราะถนนวิทยุสายนี้มีส่วนผสมของสิ่งที่ครบครันที่หาได้ยาก จึงไม่แปลกที่ทำให้ถนนสายนี้ ก้าวขึ้นเป็นทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง เบื้องหลังของการก้าวขึ้นเป็นย่านที่มีทำเลประดุจเพชรน้ำหนึ่งคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) เป็นผู้ที่ทำการพัฒนาพื้นที่ในย่านวิทยุและเพลินจิต นับตั้งแต่ได้รับที่ดินผืนนี้มาในพ.ศ. 2458 ด้วยการริเริ่มการจัดสรรที่ดินและทำการแบ่งขาย ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ทำการซื้อที่ดินที่สำคัญคือ รัฐบาลอังกฤษในการใช้สร้างสถานเอกอัครราชทูตเมื่อพ.ศ. 2465 นอกจากนั้นยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายครอบครัวเข้ามาซื้อที่ดินในย่านนี้และได้รับการพัฒนามาจนถึงรุ่นปัจจุบัน โดยถนนได้ถูกสร้างตัดผ่านในย่านวิทยุ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อกับถนนพระราม 4 เข้ากับถนนเพชรบุรีและถนนเพลินจิต ที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือยังเป็นย่านที่มีการสร้างสวนสาธารณะแห่งแรกของไทยอย่างสวนลุมพินีที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งที่มาของชื่อถนนวิทยุ ก็ได้มาจากการพระราชทานนามตามสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุแห่งแรกในไทย ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนลุมพินีในย่านนี้นั่นเอง สวนลุมพินี ด้วยการเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่สำคัญในระดับชั้นนำต่างๆ ของประเทศมากมายนับตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นที่พักของชนชั้นนำที่โดดเด่นคือ วังคันธวาส ที่ปัจจุบันถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของย่าน รวมทั้งสถานีวิทยุแห่งแรก สมาคมกีฬาชั้นสูงอย่างสมาคมราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับ และยังเป็นย่านที่มีสถานที่สำคัญระดับนานาชาติอย่างสถานเอกอัครราชทูต ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 22 ประเทศด้วยกัน ซึ่งเป็นประเทศสำคัญทั้งสิ้น เช่น สถานทูตสหรัฐอเมริกา สถานทูตอังกฤษ สถานทูตญี่ปุ่น เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ถนนวิทยุ เป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่แห่งความสงบ ร่มรื่น มีความเป็นส่วนตัวสูง ที่ซุกตัวอยู่อย่างกลมกลืนใจกลางมหานคร ที่เมื่อรวมไปถึงย่านราชดำริบริเวณข้างเคียงแล้ว นับเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของราคาประเมินเฉลี่ยมากถึงปีละประมาณ 70% ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ใจกลางเมืองบริเวณอื่นๆ เลยทีเดียว แนะนำคอนโดหรูใจกลางเมืองย่านถนนวิทยุ “เหนือล้านยังมีร้อยล้าน” 98 Wireless 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) หนึ่งในโครงการคอนโดหรูที่สุดของแสนสิรินับตั้งแต่ที่เคยทำมา บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครติดถนนวิทยุ เป็นโครงการ Flagship ที่ใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบ เพื่อให้ได้องค์ประกอบต่างๆ ที่มีความประณีตสวยงาม…
ในยุคที่อาคารสูงและอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดติดรถไฟฟ้า และคอนโดมือสองที่มีอยู่มากมายในย่านต่างๆ ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่าคอนโดสุขุมวิท หรือแม้แต่พื้นที่บ้านกรุงเทพกรีฑา และบ้านบางนาต่างก็มีอาคารจำนวนมากที่ต้องการการดูแลและตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งอาคารและผู้อยู่อาศัย เพราะการละเลยการตรวจสอบอาคารอย่างเป็นระบบอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรง เช่น โครงสร้างอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม อาคารถล่ม อัคคีภัย หรือระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย ใช้งานไม่ได้ และทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากการซ่อมแซมที่ทันท่วงทีก่อนปัญหาจะลุกลามใหญ่โต แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลได้รับบทลงโทษทางกฎหมาย ในบทความนี้ พลัสฯ จึงอยากพาทุกท่านมาทำความเข้าใจ ว่าทำไมจึงต้องตรวจสอบอาคารของตนเอง การตรวจสอบอาคารมีข้อกำหนดอย่างไรที่ควรทราบ และวิธีการเลือกบริษัทตรวจสอบที่เหมาะสม กฎหมายและข้อกำหนดการตรวจสอบอาคาร เจ้าของอาคารจะต้องตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2543) มาตรา 32 ทวิ ที่กำหนดให้เจ้าของอาคารสูง อาคารชุมนุมคน และอาคารอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องมีการตรวจสภาพอาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ระบบปรับอากาศ และระบบอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการป้องกันภัยอันตรายและความปลอดภัยที่สามารถส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเจ้าของอาคารจะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารในด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรม มาทำการตรวจสอบอาคารตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด และรายงานผลการตรวจต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ โดยมีข้อกำหนดคร่าวๆ ดังนี้ ข้อกำหนดการตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย ตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร กำหนดให้มีการตรวจอาคารทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ การตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกๆ 5 ปี เป็นการตรวจสอบโครงสร้างและระบบทุกระบบภายในอาคารอย่างครอบคลุม ผู้ตรวจสอบจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมคู่มือให้กับเจ้าของอาคาร รวมถึงแผนการตรวจสอบอาคารประจำปีและแนวทางการตรวจสอบต่างๆ การตรวจสอบอาคารประจำปี: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกปี ตามแผนที่ผู้ตรวจสอบได้จัดทำไว้ในการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ใช้งานหรือก่อสร้างอาคารโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จะต้องระวางโทษดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรับเงินอีก วันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายและรับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร การเลือกใช้บริการบริษัทตรวจสอบอาคารที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจได้ว่าอาคารของตนมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยต่อการใช้งาน และเป็นไปตามกฎหมายตรวจสอบอาคารทุกประการ อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้อาคาร 9 ประเภทนี้ ได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1. อาคารสูง ตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป 2. อาคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีพื้นที่ใช้สอย 10,000 ตร.ม.ขึ้นไป เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า 3. อาคารที่เป็นชุมนุมคน มีพื้นที่ใช้สอย…
หากพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว นอกจาก BTS และ MRT ที่เป็นรถไฟฟ้าสายหลักของเมือง ยังมีรถไฟฟ้าสายชานเมืองอีกเส้นทางที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link หรือ ARL) หรือแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) ที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองเข้ากับสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักเดินทางจากสนามบินหลักเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ของกรุงเทพฯ และยังพาดผ่านพื้นที่เศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยที่สำคัญในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมากมาย ทำให้คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำงานในสนามบิน หรือในย่านแหล่งงานต่างๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงบอกเหตุผลว่า ทำไมคอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ถึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ 1. เดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ริมถนนรามคำแหง-พระราม 9 เชื่อมต่อพื้นที่ CBD ใจกลางเมืองได้ทั้งทางรถยนต์และขนส่งมวลชน อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ARL รามคำแหงเพียง 800 เมตร โดยเดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 เป็นคอนโดรูปแบบ High Rise สูง 36 ชั้น เห็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ระบบรักษาความปลอดภัย และยังมีบริการรถรับส่งระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอีกด้วย ถือว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดงในย่านรามคำแหงที่น่าสนใจไม่น้อย ระยะห่างจากเส้นทางสำคัญ: ARL สถานีรามคำแหง (800 เมตร) ทางพิเศษศรีรัช (1 กม.) และทางพิเศษฉลองรัช (1.5 กม.) รูปแบบห้อง: 1 ห้องนอน (26.5-34.75 ตร.ม.) และ 2 ห้องนอน (49-55 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน: สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนหย่อม, รถรับ-ส่งสถานีรถไฟฟ้าและการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สถานที่ใกล้เคียง: เดอะมอลล์ รามคำแหง, โฮมโปร พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์…
ระบบปรับอากาศภายในอาคารถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกประเภทอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่อาคารที่พักอาศัยอย่างคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดอ่อนนุช คอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑาที่กำลังได้รับความนิยมก็ตาม เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้ว การปรับอากาศหมายถึงการทำให้เกิดความเย็นสบายเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความหมายของระบบปรับอากาศได้ขยายขอบเขตกว้างขึ้น ครอบคลุมถึงการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น คุณภาพอากาศ และการระบายอากาศที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ห้องปรับอากาศที่ออกแบบมาอย่างดียังช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การเจริญเติบโตของเชื้อรา การสะสมของฝุ่นละออง และสารปนเปื้อนในอากาศที่อาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบปรับอากาศภายในอาคารทุกรูปแบบ ตั้งแต่หลักการทำงานพื้นฐาน ประเภทของระบบต่างๆ รวมถึงมาตรฐานการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ วสท. ที่ควรทราบ เทคโนโลยีและแนวโน้มในอนาคตของระบบปรับอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและออกแบบระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการของตนเอง ระบบปรับอากาศในอาคารคืออะไร หลายคนอาจเข้าใจว่าระบบปรับอากาศในอาคารนั้นไม่ต่างจากเครื่องแอร์ธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้วระบบปรับอากาศในอาคาร (Building Air Conditioning System) คือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมและปรับปรุงสภาพอากาศภายในอาคารให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยครอบคลุม 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุณหภูมิ ที่ทำให้รู้สึกสบายตัวไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความชื้น ที่ช่วยป้องกันอากาศแห้งหรือชื้นจนเกินไป คุณภาพอากาศ ที่กรองฝุ่น ควัน และสารปนเปื้อนต่างๆ และการไหลเวียนของอากาศ ที่ทำให้อากาศสดชื่น ปลอดโปร่งตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ระบบในอาคารแตกต่างจากแอร์บ้านธรรมดาคือขนาดและความซับซ้อน ระบบปรับอากาศมีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา เพราะระบบปรับอากาศภายในอาคารจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งและวางระบบต่างๆ ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความสบายและความคุ้มค่าของเจ้าของสถานที่ วัตถุประสงค์หลักของระบบปรับอากาศภายในอาคารจึงไม่ได้มีแค่ความเย็นสบายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน หรือการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสินค้าและผู้ใช้งาน รวมถึงการป้องกันปัญหาสุขภาพจากมลพิษต่างๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบปรับอากาศในอาคารจึงต้องการการออกแบบ การติดตั้ง และการดูแลรักษาอย่างละเอียด และซับซ้อนกว่าระบบแอร์ทั่วไป องค์ประกอบหลักที่ทำให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารทำงาน แอร์ประกอบด้วยอะไรบ้างในระบบอาคารขนาดใหญ่ อุปกรณ์ทำความเย็นมีอะไรบ้างที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ จะมี 4 ชิ้นหลักในระบบปรับอากาศภายในอาคาร ได้แก่ คอมเพรสเซอร์ (Compressor): ถือเป็นหัวใจหลักของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่บีบอัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น เพื่อส่งต่อไปยังส่วนอื่นของระบบ และหากไม่มีคอมเพรสเซอร์ ระบบปรับอากาศภายในอาคารของเราก็จะไม่มีอากาศเย็นไหลเวียนได้ และคอมเพรสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพก็จะช่วยลดการใช้พลังงานในการทำงานได้ไม่น้อย ช่วยให้อาคารลดต้นทุนในการใช้งานระบบปรับอากาศภายในอาคารได้ไม่น้อย คอนเดนเซอร์ (Condenser): ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นที่ถูกบีบอัดมาจากคอมเพรสเซอร์ โดยเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ระบบปรับอากาศภายในอาคารปล่อยความร้อนออกสู่บรรยากาศภายนอกอาคาร อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนจากอากาศภายในอาคาร สารทำความเย็นจะระเหยและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ กระบวนการระเหยนี้จะดูดความร้อนจากอากาศไปด้วย ทำให้อากาศที่ผ่านเย็นลงและถูกเป่าเข้ามาในแต่ละห้อง วาล์วขยายตัว (Expansion Valve) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลและลดความดันของสารทำความเย็นอย่างแม่นยำ เพื่อให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากอุปกรณ์หลักทั้ง 4 ชิ้นแล้ว ระบบปรับอากาศภายในอาคารขนาดใหญ่ยังมีระบบสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ระบบท่อน้ำเย็นที่ใช้ในการขนส่งความเย็น ระบบท่อลมที่กระจายอากาศเย็นไปยังแต่ละพื้นที่ และระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Management System – BMS) ที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์และควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบปรับอากาศในอาคาร มีกี่แบบ หากถามว่าระบบแอร์มีกี่ประเภทในระบบปรับอากาศในอาคาร จะสามารถจำแนกตามประเภทได้ 2…
ตลาดคอนโดมือสองในปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาที่คุ้มค่ากว่าโครงการใหม่ๆ ในทำเลเดียวกัน อีกทั้งการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ทำให้คอนโดมือสองใกล้รถไฟฟ้ามีความต้องการสูงขึ้น และกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนอสังหาฯ หลายๆ คน และสำหรับใครที่สนใจคอนโดมือสองติดรถไฟฟ้า แต่ยังไม่มีตัวเลือกในใจละก็ ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแนะนำ 10 คอนโดมือสองติดรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น BTS, MRT หรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link, ARL) จะเลือกอยู่ก็สบาย หรือซื้อเก็บไว้ลงทุนก็คุ้มค่า คอนโดมือสองน่าสนใจอย่างไร ทำเลดี: คอนโดมือสองส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ใกล้แหล่งงาน สถานศึกษา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ราคาที่คุ้มค่า: เมื่อเทียบกับโครงการใหม่ในทำเลเดียวกันแล้ว โดยทั่วไปราคาคอนโดมือสองจะถูกกว่า 15-30% ขึ้นอยู่กับอายุโครงการและการดูแลรักษา เข้าอยู่ได้ทันที: คอนโดมือสองสามารถเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องรอการก่อสร้างเหมือนคอนโดโครงการใหม่ๆ มีห้องจริงให้ดู: ผู้ซื้อสามารถเห็นสภาพห้องจริงของคอนโดมือสอง ทำให้เห็นภาพรวมของห้องได้ชัดเจนกว่าห้องตัวอย่างของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่จำเป็นต้องต่อเติมเพิ่ม: ห้องคอนโดมือสองส่วนใหญ่ มักมีการตกแต่งห้องไว้อยู่แล้ว ช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าใหม่ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในการตกแต่ง 10 คอนโดมือสองติดรถไฟฟ้าที่น่าสนใจ 1. ไอดีโอ คิว พญาไท คอนโดมือสองระดับ High Rise 38 ชั้นใจกลางพญาไท ห่างจากรถไฟฟ้า BTS และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link, ARL) สถานีพญาไทเพียง 200 เมตร โดดเด่นด้วยจำนวนเพียง 76 ยูนิต มอบความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมห้องขนาดใหญ่และพื้นที่ส่วนกลางครบครัน ทั้งโซนเด็กเล่น ฟิตเนส ซาวน่า และสระว่ายน้ำ แวดล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และแหล่งชอปปิงชั้นนำมากมาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง ยูนิตแนะนำ: 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 115.88 ตารางเมตร คลิก 2. ไลฟ์ แอท สุขุมวิท 65 คอนโดติดรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงเพียง 250 เมตร ตอบโจทย์การเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนสที่ได้มาตรฐาน โดยรอบโครงการเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สำนักงาน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้าชั้นนำในย่านเอกมัย-พระโขนง มอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจรในคอนโดอ่อนนุชแห่งนี้ ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 42.0 ตารางเมตร คลิก 3. วันไนน์ไฟว์…
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสชีวิตในใจกลางกรุงเทพฯ ในทำเลที่เชื่อมต่อไปยังย่านธุรกิจสำคัญได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้การเช่าคอนโดสุขุมวิท กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิตแล้ว ในปัจจุบัน การเช่าคอนโดสุขุมวิทมีตัวเลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสุขุมวิทตอนต้น ตอนกลาง และตอนปลายที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และงบประมาณที่มีความแตกต่างกัน ในบทความนี้ พลัสฯ จะขอแนะนำ 10 คอนโดที่น่าสนใจ สำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท มาครบตั้งแต่คอนโดระดับพรีเมียม ไปจนถึงห้องคอนโดราคาประหยัดสำหรับคนงบจำกัด รับรองว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน ปัจจัยสำคัญในการเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิท การเลือกเช่าคอนโดแถวสุขุมวิทนั้น ควรพิจารณาจากทำเลที่เหมาะสม ตรงกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณเป็นหลัก เนื่องจากถนนสุขุมวิทมีระยะทางที่ค่อนข้างยาว และพาดผ่านพื้นที่สำคัญมากมาย ตั้งแต่โซนใจกลางเมือง ไปจนถึงย่านชานเมืองและปริมณฑล ทำให้แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และความเหมาะสมที่แตกต่างกันออกไป ทั้งในด้านราคา การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และค่าครองชีพ โดยย่านสุขุมวิทสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 โซนหลัก แบ่งเป็น สุขุมวิทตอนต้น (ซอย 1-39): อยู่ในย่านนานา-อโศก ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจระดับ High-end สุขุมวิทตอนกลาง (ซอย 41-71): อยู่ในย่านพร้อมพงศ์-ทองหล่อ-เอกมัย เป็นโซนที่รวมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งการทำงาน และการพักผ่อน สุขุมวิทตอนปลาย (ซอย 77 ขึ้น): อยู่ในย่านพระโขนง อ่อนนุช อุดมสุข บางนา ไปจนถึงทำเลสำโรง มีราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด และนอกจากทำเลแล้ว การเดินทางก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิท โดยสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS เป็นหลักควรเลือกเช่าคอนโดสุขุมวิทที่อยู่กับสถานีรถไฟฟ้าไม่เกิน 500 เมตร – 2 กิโลเมตร หรือควรอยู่ในระยะที่สามารถเดินเท้า หรือโดยสารรถประจำทางหรือรถรับจ้างเข้าไปได้ ประเภทผู้เช่าที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่เหมาะสำหรับการเช่าคอนโดสุขุมวิท สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ วัยทำงาน: เหมาะสำหรับการเช่าคอนโดสุขุมวิทติดรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก เข้าถึงแหล่งงานได้ง่าย เลือกทำเลได้ตามกำลังทรัพย์ นักศึกษา: ควรมองหาคอนโดให้เช่าสุขุมวิท 6,000 บาท ในช่วงสุขุมวิทตอนปลาย เพื่อการเดินทางที่สะดวก และค่าครองชีพที่เข้าถึงง่าย ครอบครัว: เหมาะสำหรับคอนโด 2 ห้องนอน สุขุมวิทตอบโจทย์เดินทางที่สะดวกสบาย มีสถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับสมาชิกครอบครัว ชาวต่างชาติ: ที่กำลังมองหาคอนโดให้เช่าในกรุงเทพ (Condo for Rent Bangkok) หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาพักชั่วคราว และมองหาหรือตอนเช่าคอนโดระยะสั้น 1 เดือน สุขุมวิทตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย เข้าถึงง่าย และเป็นชุมชนนานาชาติกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แนะนำ 10 คอนโดน่าอยู่ สำหรับเช่าคอนโดสุขุมวิท เช่าคอนโดสุขุมวิทตอนต้น 1. เอดจ์ สุขุมวิท 23 (Edge Sukhumvit 23) คอนโดระดับพรีเมียม…