พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ถอดบทเรียน "น้ำท่วมใหญ่" สู่การบริหารจัดการวิกฤตอย่างมืออาชีพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Property Management ได้นำประสบการณ์การบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาเป็น “กรณีศึกษา” ที่ทรงคุณค่า เพื่อพัฒนาแผนรับมือและยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกบ้านให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะมิติของการขาดแคลนไฟฟ้า สภาวะที่ยานพาหนะเข้าถึงไม่ได้จากกระแสน้ำเชี่ยว และข้อจำกัดด้านการสื่อสาร นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ท่ามกลางวิกฤตที่หนักหน่วง ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทีมงานพลัสฯ แสนสิริ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานอย่างสุดกำลังและทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ความร่วมมือและความทุ่มเทนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถประคองสถานการณ์และบรรเทาผลกระทบได้ ซึ่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการต้องรวดเร็ว แม่นยำ และสื่อสารชัดเจน การมีแผนที่รัดกุมและยืดหยุ่นคือหัวใจสำคัญ” กลยุทธ์รับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน  โดยทีมงานได้เริ่มใช้แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan) ทันที โดยมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงและปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งนำไปสู่การจัดการขั้นต้นได้อย่างทันท่วงที โดยมีแกนหลักในการปฏิบัติการ 5 ข้อ ได้แก่ 1. เปิด War Room: ศูนย์กลางบริหารเหตุการณ์  เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานกลางในการติดตามสถานการณ์ และวางแผนงานทั้งหมด การจัดตั้ง War Room ช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็ว และข้อมูลเป็นปัจจุบัน โดยทีมในสถานการณ์น้ำท่วม ประกอบด้วย: (1) ทีมเสบียง จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพ (2) ทีมลำเลียงและช่วยเหลือพื้นที่ ประสานจัดหารถ เรือ เจ็ตสกี และอุปกรณ์กู้ภัยจากภาครัฐและเอกชน (3) ทีมประสานงานภาครัฐและท้องถิ่น ทำงานร่วมกับเทศบาล หน่วยงานทหาร ศูนย์ช่วยเหลือ และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อจัดหาสิ่งช่วยเหลือและทรัพยากรจำเป็น (4) ทีมสื่อสาร อัปเดตสถานการณ์ตลอดวัน ตอบคำถามลูกบ้าน และประสานงานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ (5) ทีมความปลอดภัยด้านวิศวกร และติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบระดับน้ำ จุดเสี่ยง และระบบไฟฟ้าหรือระบบสำคัญของโครงการ 2. ดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง มีการเก็บข้อมูลกลุ่มคนเปราะบาง เช่น ผู้สูงวัย เด็กเล็ก และผู้ป่วยที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ การมีฐานข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การประสานงานเพื่อจัดหาการช่วยเหลือเป็นไปอย่างเป็นระบบและรวดเร็วมากขึ้น สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที 3. การสื่อสารในช่วงที่ระบบมีข้อจำกัด เมื่อไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตไม่พร้อมใช้งาน การสื่อสารอาจต้องอาศัยช่องทางพื้นฐาน เช่น การแจ้งข่าวสารด้วยการเดินประกาศ และเขียนแจ้งข้อมูลบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ โดยอัปเดตข้อมูลต่อเนื่อง วิธีนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถติดตามข้อมูลได้ด้วยตนเอง และยังคงทั่วถึง นอกจากนี้ มีสิ่งเล็กๆ ที่ทีมงานเราทำและได้ผลดี คือ การให้ลูกบ้านวางรองเท้าไว้หน้าห้อง ช่วยให้ทีมงานทราบว่าห้องไหนมีคนอยู่ และสามารถติดต่อแจ้งข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้เวลาเพิ่มในการตรวจเช็ก ทั้งนี้ การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถทำควบคู่ไปพร้อมกันได้ 4. การให้ความช่วยเหลือ  จัดหาอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพเพื่อจัดส่งให้กับลูกบ้าน รวมไปถึงการจัดหารถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกและรถโฟร์วีล หรือรถที่สามารถลุยน้ำท่วมสูงได้…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตลูกบ้าน สานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตลูกบ้าน ปั้นคอมมูนิตี้ใส่ใจสุขภาพสานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช ส่งบริการสุขภาพครบวงจรถึงบ้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต ผ่านแนวคิด “Quality of Life and Well-being” เดินหน้าส่งเสริมการอยู่อาศัยรอบด้าน ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิต ล่าสุด สานต่อความร่วมมือแสนสิริ-สมิติเวช ส่ง “Wellness at Home” บริการสุขภาพครบวงจรถึงบ้าน พร้อมมอบสิทธิพิเศษลูกบ้าน นำร่องโครงการบุราสิริ กรุงเทพกรีฑา มุ่งเน้นดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ให้กับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัย ด้วยบริการสุขภาพที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน รุกต่อเนื่องส่งเสริมด้านสุขภาพ เผยแผนระยะยาวปั้นคอมมูนิตี้ใส่ใจสุขภาพทั้งลูกบ้านและชุมชน ตอบรับเทรนด์ Wellness Lifestyle ที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและการใช้ชีวิตแบบองค์รวมมากขึ้น นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองเรื่องสุขภาพเป็นส่วนสำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นที่ผ่านมา พลัสฯ จึงได้เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดนี้ผ่านการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพที่หลากหลายให้กับลูกบ้าน อาทิ บริการฉีดวัคซีนประจำปี และกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ “Plus Run for You” การให้ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เพื่อทำให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของลูกบ้าน ล่าสุด ได้ร่วมมือกับแสนสิริ และ โรงพยาบาลสมิติเวช เปิดตัว “Wellness at Home” นำบริการทางการแพทย์ครบวงจรส่งตรงถึงโครงการ ช่วยให้ลูกบ้านได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกสบาย พร้อมรับสิทธิพิเศษ ทั้งบริการฟรีและส่วนลดเฉพาะสำหรับลูกบ้านแสนสิริ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ทั้งภายในโครงการและโรงพยาบาลสมิติเวชสาขาที่ร่วมรายการ นำร่องโครงการแรกที่ บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา โดยบริการครอบคลุมการดูแลสุขภาพที่ทันสมัยและหลากหลาย อาทิ การประเมินพัฒนาการเด็ก การคำนวณความสูงสุดท้ายและภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย การตรวจความเสี่ยงสุขภาพด้วยเทคโนโลยี AI จากภาพถ่ายจอประสาทตา การฟื้นฟูร่างกายด้วยวิตามินทางหลอดเลือด (IV Drip) การตรวจวิเคราะห์การลงน้ำหนักเท้าและการทรงตัว รวมถึงการตรวจประเมินความเสี่ยงภาวะหลงลืมและสมองเสื่อม พร้อมบริการฉีดวัคซีน เช่น ไข้หวัดใหญ่และโรคปอดบวมชนิดรุนแรง ทั้งนี้ มีแผนขยายความร่วมมือส่ง Wellness at Home ไปยังคอมมูนิตี้อื่นๆ ของแสนสิริที่พลัสฯ ดูแล นอกจากนี้ พลัสฯ ยังมีภารกิจต่อเนื่องในการส่งเสริมด้านสุขภาพให้แก่ลูกบ้านและชุมชนโดยรอบ โดยมีแผนระยะยาวในการสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพ เพื่อมอบบริการหลากหลาย อาทิ การปรึกษานักโภชนาการในการวางแผนมื้ออาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนและสุขภาพจิต การจัดส่งอาหารเหลวพร้อมทานถึงบ้าน รวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่หน้างานให้มีความรู้ด้านปฐมพยาบาลและช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น เพื่อให้ลูกบ้านและผู้คนในชุมชนโดยรอบสามารถได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีในกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ พลัสฯ มุ่งส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของลูกบ้าน ด้วยบริการสุขภาพที่เข้าถึงง่าย สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ภายใต้แนวคิด “Quality of Life…

พาส่องโครงการคอนโดหรูย่านถนนวิทยุ “อัญมณีแห่งมหานคร”

ไม่ว่าใครก็ใฝ่ฝันถึงการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบพร้อมกับความสะดวกสบายรอบด้าน บวกกับการมีพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นให้ได้สดชื่นในทุกเช้าหลังตื่นนอน เชื่อว่าหากได้ที่อยู่ที่เพียบพร้อมตามคุณสมบัติที่ว่ามานี้ คงจะเป็นชีวิตสุดเพอร์เฟคที่แทบจะไม่ต้องการสิ่งอื่นใดมาเติมเต็มอีกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะค้นหาพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้ และที่ยากยิ่งกว่าคือการได้มาไว้ในครอบครอง หากพูดถึงพื้นที่ที่มีความลงตัวในทุกด้านอย่างที่หลายคนใฝ่ฝัน สำหรับในบ้านเราย่านหนึ่งที่มีพร้อมทุกสิ่งของชีวิตในฝัน ก็คือย่านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงนั่นคือ “ถนนวิทยุ” พื้นเล็กๆ อันล้ำค่า โดดเด่นในตัวเอง และเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองมั่งคั่ง และยังคงเป็นย่านที่รอการไขว่คว้าการสัมผัสกับความสมบูรณ์แบบที่หาจากย่านอื่นไม่ได้ มารู้จักกับย่านนี้ไปพร้อมกับ พลัสฯ ที่จะพามาเปิดโลกแห่งความเป็นจริงในจินตนาการของใครหลายๆ คนกับคอนโดหรูที่น่าอยู่ที่สุดย่านถนนวิทยุ “อัญมณีแห่งมหานคร” แห่งนี้    “ถนนวิทยุ” ทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ถนนวิทยุ ถนนสายที่แม้จะไม่ยาวมากนักใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ก็เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งปัจจุบัน เพราะเป็นถนนที่รายล้อมไปด้วย แหล่งศูนย์การค้าชั้นนำ ร้านอาหารมีระดับ โรงแรม สำนักงานและคอนโดหรู และยังมีอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ บ่งบอกถึงการเป็นถนนสายเก่าแก่ที่ยังคงตั้งตระหง่านไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของการเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ความพิเศษอีกประการของถนนสายนี้ยังรวมไปถึงการเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของหลายๆ ประเทศเอาไว้อีกด้วย จึงทำให้บางคนมองว่าถนนวิทยุมีส่วนผสมที่ลงตัว จนเทียบได้กับย่านฟิฟท์ อเวนิว (Fifth Avenu) ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งไม่เกินจริงนัก เพราะถนนวิทยุสายนี้มีส่วนผสมของสิ่งที่ครบครันที่หาได้ยาก จึงไม่แปลกที่ทำให้ถนนสายนี้ ก้าวขึ้นเป็นทำเลหลักร้อยล้าน ใจกลางมหานคร ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง เบื้องหลังของการก้าวขึ้นเป็นย่านที่มีทำเลประดุจเพชรน้ำหนึ่งคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) เป็นผู้ที่ทำการพัฒนาพื้นที่ในย่านวิทยุและเพลินจิต นับตั้งแต่ได้รับที่ดินผืนนี้มาในพ.ศ. 2458 ด้วยการริเริ่มการจัดสรรที่ดินและทำการแบ่งขาย ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ทำการซื้อที่ดินที่สำคัญคือ รัฐบาลอังกฤษในการใช้สร้างสถานเอกอัครราชทูตเมื่อพ.ศ. 2465 นอกจากนั้นยังมีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายครอบครัวเข้ามาซื้อที่ดินในย่านนี้และได้รับการพัฒนามาจนถึงรุ่นปัจจุบัน โดยถนนได้ถูกสร้างตัดผ่านในย่านวิทยุ เพื่อเป็นการเชื่อมต่อกับถนนพระราม 4 เข้ากับถนนเพชรบุรีและถนนเพลินจิต ที่โดดเด่นไปกว่านั้นคือยังเป็นย่านที่มีการสร้างสวนสาธารณะแห่งแรกของไทยอย่างสวนลุมพินีที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งที่มาของชื่อถนนวิทยุ ก็ได้มาจากการพระราชทานนามตามสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุแห่งแรกในไทย ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนลุมพินีในย่านนี้นั่นเอง สวนลุมพินี ด้วยการเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่สำคัญในระดับชั้นนำต่างๆ ของประเทศมากมายนับตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นที่พักของชนชั้นนำที่โดดเด่นคือ วังคันธวาส ที่ปัจจุบันถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน หนึ่งในโรงแรมชั้นนำของย่าน รวมทั้งสถานีวิทยุแห่งแรก สมาคมกีฬาชั้นสูงอย่างสมาคมราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับ และยังเป็นย่านที่มีสถานที่สำคัญระดับนานาชาติอย่างสถานเอกอัครราชทูต ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 22 ประเทศด้วยกัน ซึ่งเป็นประเทศสำคัญทั้งสิ้น เช่น สถานทูตสหรัฐอเมริกา สถานทูตอังกฤษ สถานทูตญี่ปุ่น เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ถนนวิทยุ เป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่แห่งความสงบ ร่มรื่น มีความเป็นส่วนตัวสูง ที่ซุกตัวอยู่อย่างกลมกลืนใจกลางมหานคร ที่เมื่อรวมไปถึงย่านราชดำริบริเวณข้างเคียงแล้ว นับเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของราคาประเมินเฉลี่ยมากถึงปีละประมาณ 70% ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ใจกลางเมืองบริเวณอื่นๆ เลยทีเดียว   แนะนำคอนโดหรูใจกลางเมืองย่านถนนวิทยุ “เหนือล้านยังมีร้อยล้าน” 98 Wireless 98 Wireless (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) หนึ่งในโครงการคอนโดหรูที่สุดของแสนสิรินับตั้งแต่ที่เคยทำมา  บนทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานครติดถนนวิทยุ เป็นโครงการ Flagship ที่ใส่ใจในรายละเอียดในการออกแบบ เพื่อให้ได้องค์ประกอบต่างๆ ที่มีความประณีตสวยงาม…

ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร ทำความรู้จักข้อกฎหมายและวิธีการเลือกบริษัทตรวจสอบ

ในยุคที่อาคารสูงและอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดติดรถไฟฟ้า และคอนโดมือสองที่มีอยู่มากมายในย่านต่างๆ ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่าคอนโดสุขุมวิท หรือแม้แต่พื้นที่บ้านกรุงเทพกรีฑา และบ้านบางนาต่างก็มีอาคารจำนวนมากที่ต้องการการดูแลและตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งอาคารและผู้อยู่อาศัย เพราะการละเลยการตรวจสอบอาคารอย่างเป็นระบบอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรง เช่น โครงสร้างอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม อาคารถล่ม อัคคีภัย หรือระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย ใช้งานไม่ได้ และทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากการซ่อมแซมที่ทันท่วงทีก่อนปัญหาจะลุกลามใหญ่โต แล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลได้รับบทลงโทษทางกฎหมาย ในบทความนี้ พลัสฯ จึงอยากพาทุกท่านมาทำความเข้าใจ ว่าทำไมจึงต้องตรวจสอบอาคารของตนเอง การตรวจสอบอาคารมีข้อกำหนดอย่างไรที่ควรทราบ และวิธีการเลือกบริษัทตรวจสอบที่เหมาะสม กฎหมายและข้อกำหนดการตรวจสอบอาคาร เจ้าของอาคารจะต้องตรวจสอบอาคารตามกฎหมายตรวจสอบอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2543) มาตรา 32 ทวิ ที่กำหนดให้เจ้าของอาคารสูง อาคารชุมนุมคน และอาคารอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องมีการตรวจสภาพอาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ ระบบปรับอากาศ และระบบอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการป้องกันภัยอันตรายและความปลอดภัยที่สามารถส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเจ้าของอาคารจะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารในด้านวิศวกรรมหรือด้านสถาปัตยกรรม มาทำการตรวจสอบอาคารตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด และรายงานผลการตรวจต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ โดยมีข้อกำหนดคร่าวๆ ดังนี้ ข้อกำหนดการตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย ตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร กำหนดให้มีการตรวจอาคารทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ การตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกๆ 5 ปี เป็นการตรวจสอบโครงสร้างและระบบทุกระบบภายในอาคารอย่างครอบคลุม ผู้ตรวจสอบจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมคู่มือให้กับเจ้าของอาคาร รวมถึงแผนการตรวจสอบอาคารประจำปีและแนวทางการตรวจสอบต่างๆ การตรวจสอบอาคารประจำปี: เป็นการตรวจสอบอาคารที่ต้องจัดทำทุกปี ตามแผนที่ผู้ตรวจสอบได้จัดทำไว้ในการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน ใช้งานหรือก่อสร้างอาคารโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายตรวจสอบอาคาร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จะต้องระวางโทษดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปรับเงินอีก วันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายและรับประกันความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร การเลือกใช้บริการบริษัทตรวจสอบอาคารที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจได้ว่าอาคารของตนมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยต่อการใช้งาน และเป็นไปตามกฎหมายตรวจสอบอาคารทุกประการ อาคาร 9 ประเภทที่ต้องตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้อาคาร 9 ประเภทนี้ ได้รับการตรวจสอบอาคารอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1. อาคารสูง ตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป 2. อาคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีพื้นที่ใช้สอย 10,000 ตร.ม.ขึ้นไป เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า 3. อาคารที่เป็นชุมนุมคน มีพื้นที่ใช้สอย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชวนลูกบ้านร่วมกิจกรรม พลัสก่อการดี ร่วมใจทำภูเก็ตบ้านเราให้สะอาดและน่าอยู่ปีที่ 4

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต เดินหน้าสร้างสังคมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “พลัสก่อการดี ร่วมใจทำภูเก็ตบ้านเราให้สะอาดและน่าอยู่ ปีที่ 4” ร่วมสืบสานเทศกาลถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2568 โดยมีทีมผู้บริหาร พนักงาน และลูกบ้านจากหลากหลายโครงการที่พลัสฯ ดูแล ร่วมแรงร่วมใจเก็บขยะตลอดเส้นทางขบวนอิ้วเก้ง หรือขบวนแห่พระ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเทศกาลที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก กิจกรรมดังกล่าวสามารถเก็บขยะได้รวมกว่า 600 กิโลกรัม ประกอบด้วยขวดน้ำ หลอดและแก้วพลาสติก รวมถึงกล่องประทัด ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองภูเก็ตในช่วงเทศกาลสำคัญ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อชุมชน พลัสฯ เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากพลังเล็กๆ ของทุกคน เมื่อร่วมมือกัน บ้านของเราก็จะน่าอยู่ขึ้นในทุกๆ วัน พลัสฯ จึงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความใส่ใจ โดยเปิดโอกาสให้ทั้งพนักงานและลูกบ้านมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้น ที่ผ่านมา พลัสฯ ภูเก็ตได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมหลากหลายรูปแบบ เช่น การเก็บขยะริมหาด และการบริจาคโลหิต ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบ และเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างทุกวันให้ยั่งยืน (Building Better…Everyday) ขององค์กร สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุนความยั่งยืนในระดับท้องถิ่น ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน และการส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของภูเก็ต ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู

คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link น่าอยู่อย่างไร พร้อมแนะนำ 5 คอนโดที่น่าสนใจ

หากพูดถึงรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว นอกจาก BTS และ MRT ที่เป็นรถไฟฟ้าสายหลักของเมือง ยังมีรถไฟฟ้าสายชานเมืองอีกเส้นทางที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link หรือ ARL) หรือแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) ที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองเข้ากับสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักเดินทางจากสนามบินหลักเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ของกรุงเทพฯ และยังพาดผ่านพื้นที่เศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยที่สำคัญในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมากมาย ทำให้คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำงานในสนามบิน หรือในย่านแหล่งงานต่างๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้ พลัสฯ จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ พร้อมรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงบอกเหตุผลว่า ทำไมคอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ถึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ที่น่าสนใจ 1. เดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 คอนโดติดรถไฟฟ้า Airport Link ริมถนนรามคำแหง-พระราม 9 เชื่อมต่อพื้นที่ CBD ใจกลางเมืองได้ทั้งทางรถยนต์และขนส่งมวลชน อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ARL รามคำแหงเพียง 800 เมตร โดยเดอะ เบส การ์เดน-พระราม 9 เป็นคอนโดรูปแบบ High Rise สูง 36 ชั้น เห็นวิวทิวทัศน์รอบด้าน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม ระบบรักษาความปลอดภัย และยังมีบริการรถรับส่งระหว่างสถานีรถไฟฟ้าอีกด้วย ถือว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดงในย่านรามคำแหงที่น่าสนใจไม่น้อย ระยะห่างจากเส้นทางสำคัญ: ARL สถานีรามคำแหง (800 เมตร) ทางพิเศษศรีรัช (1 กม.) และทางพิเศษฉลองรัช (1.5 กม.) รูปแบบห้อง: 1 ห้องนอน (26.5-34.75 ตร.ม.) และ 2 ห้องนอน (49-55 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน: สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนหย่อม, รถรับ-ส่งสถานีรถไฟฟ้าและการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง สถานที่ใกล้เคียง: เดอะมอลล์ รามคำแหง, โฮมโปร พระราม 9, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำตลาด! คว้ารางวัล ‘The Best Agent in Property Management’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Property Management ด้วยการคว้ารางวัล The Best Agent in Property Management จากงาน Dot Property Thailand Real Estate Agent Awards 2025 สะท้อนศักยภาพองค์กรที่ยืนหยัดส่งมอบคุณภาพบริการให้ลูกค้าตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นของทีมงานพลัสฯ ที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานระดับสากล และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ ผ่านบริการครบวงจรทั้งการบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management) บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) บริการให้คำปรึกษาด้านระบบอาคารและวิศวกรรมอาคาร (Engineering Consultancy) และ โซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะ ลิฟ-24 (LIV-24 Smart Tech Solutions) นอกเหนือจากนี้ พลัสฯ ยังต่อยอดบริการและโซลูชันใหม่ ๆ ที่คิดมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ เช่น บริการตรวจสุขภาพบ้าน, บริการที่ปรึกษาแบบเลือกได้เฉพาะส่วน (Plus Consultancy) และบริการ Plus Concierge ที่เชื่อมต่อบริการจากพันธมิตรด้านการอยู่อาศัย สร้างความสะดวกสบายในรูปแบบใหม่ๆ ให้ลูกค้าใช้ชีวิตง่ายดายยิ่งขึ้น พลัสฯ ยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ในทุกมิติของการบริหารจัดการและสามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมทุกโครงการได้ ประกอบด้วยมาตรฐานด้านคุณภาพ การจัดการทรัพยากรกายภาพ และสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้นำตลาดบริหารอสังหาริมทรัพย์ พลัสฯ ยังเดินหน้าพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการบริหารจัดการ การสร้างมาตรฐานใหม่ด้านบริการที่ผสมผสานแนวคิด Lifestyle & Hospitality และการดูแลแบบเชิงรุก เพื่อให้การบริหารอสังหาฯ อย่างมืออาชีพและยั่งยืน “รางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงานพลัสฯ มุ่งมั่นพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพ โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจของการทำงาน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดที่ส่งมอบบริการคุณภาพสูง และยกระดับมาตรฐานวงการ Property Management ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวนฤมล กล่าวปิดท้าย ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 2 รางวัลใหญ่ Livinginsider Agent Awards 2025

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทชั้นนำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง! หลังคว้า 2 รางวัลใหญ่จากงาน Livinginsider Thailand Agent Awards 2025 เวทีที่ยกย่องเอเจนท์ ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ และบริษัทนายหน้าที่มีผลงานโดดเด่นแห่งปี สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่เป็นมืออาชีพ และความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่มีต่อองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง 2 รางวัลที่พลัสฯ ได้รับ ได้แก่ Best Customer Services Excellence Agency  มอบให้เอเจนท์ที่เป็นเลิศในการให้บริการลูกค้า มี Customer-centric Mindset และมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอนของบริการซื้อ–ขาย–เช่า Popular Company Agent of the Year  การันตีความเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ในฐานะผู้ให้บริการด้านซื้อ–ขาย–เช่าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย จากคะแนนโหวตที่ลูกค้าเลือกให้เป็นอันดับ 1 นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เรายินดีอย่างมากที่สามารถคว้าถึง 2 รางวัลในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในแง่การให้บริการที่ใส่ใจทุกขั้นตอน รวมไปถึงการให้บริการที่มีความจริงใจกับลูกค้า ผ่านหลัก Fact-based Selling โดยยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องยาวนาน รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงานของพลัสฯ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโซลูชันการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นส่งมอบบริการที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านบริหารจัดการโครงการ ตัวแทนซื้อ-ขาย–เช่า และบริการ After Sale Service ภายใต้มาตรฐานการดำเนินงานระดับสากล และการออกแบบโซลูชันและบริการเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าอย่างยั่งยืน ข่าวที่เกี่ยวข้อง: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยืน 1 ผู้ให้บริการอสังหาฯ ครบวงจร คว้ารางวัล “Best Property Management” 2 ปีซ้อน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ สถาบัน Plus Eduplex คว้ารางวัลระดับนานาชาติครั้งแรกของไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พลิกโฉมวงการอยู่อาศัยลักชัวรี ชู ‘Lifestyle Luxury Management’

มิติใหม่ของการอยู่อาศัยพรีเมียม! พลัสฯ ปรับทัพ Property Management ชูความเป็นไลฟ์สไตล์และฮอสพิทัลลิตี้ ตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ นักลงทุนต่างชาติ และ High Net Worth Individuals เปิด 5 กลยุทธ์สู่ Lifestyle Luxury Management ได้แก่ Timeless Quality, Smart Security, Premium Community, Elevated Living และ Global Standard เตรียมเปิดตัว MR. & MS. Happening! ไม่ใช่แค่นิติฯดูแลจัดการอาคาร แต่ให้บริการแบบ Personalized Service รู้จักรู้ใจลูกบ้าน ดูแลทั้งการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิต เสมือนรับบริการจากโรงแรม ยกระดับบริการ Property Management ไทย พร้อมต่อยอดบริการรองรับลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศยกระดับการบริหารโครงการอยู่อาศัยในตลาดลักชัวรี เปิดตัวแนวคิด “Lifestyle Luxury Management” พลิกโฉม Property Management ไทยจากการดูแลทรัพย์สิน ไปสู่การมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบครบวงจร ตอบรับแนวโน้มตลาด Branded Residences ที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากกำลังซื้อจริง (real demand) และการกลับมาของนักลงทุนต่างชาติและกลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWI) โดยมุ่งเน้นให้บริการที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์และฮอสพิทัลลิตี้มากขึ้น นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลของ C9 Hotelworks พบว่าปี 2024 ตลาด Branded Residence ในเอเชีย มีจำนวน 68,000 ยูนิต เติบโตเฉลี่ยปีละ 11% และไทยเติบโตแข็งแกร่ง ครองสัดส่วนถึง 23% ของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะ ภูเก็ต ที่มีโครงการมากถึง 26 โครงการ รวมกว่า 4,700 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะ Global Luxury Destination การบริหารโครงการอยู่อาศัยทุกวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการดูแลทรัพย์สินเท่านั้น ลูกค้าระดับบนมองหาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น เป็นการอยู่อาศัยในบ้านแต่ได้รับบริการเสมือนพักโรงแรม พลัสฯ จึงมุ่งพัฒนาบริการและบุคลากรให้ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ โดยเป้าหมายใหญ่ของเราคือยกระดับ Property Management ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก 5 กลยุทธ์หลัก สู่บริการ…

ระบบปรับอากาศภายในอาคารมีกี่แบบ ทำงานอย่างไรบ้าง

ระบบปรับอากาศภายในอาคารถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกประเภทอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่อาคารที่พักอาศัยอย่างคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดอ่อนนุช คอนโดมือสอง หรือบ้านกรุงเทพกรีฑาที่กำลังได้รับความนิยมก็ตาม เพราะสำหรับคนทั่วไปแล้ว การปรับอากาศหมายถึงการทำให้เกิดความเย็นสบายเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความหมายของระบบปรับอากาศได้ขยายขอบเขตกว้างขึ้น ครอบคลุมถึงการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น คุณภาพอากาศ และการระบายอากาศที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ห้องปรับอากาศที่ออกแบบมาอย่างดียังช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การเจริญเติบโตของเชื้อรา การสะสมของฝุ่นละออง และสารปนเปื้อนในอากาศที่อาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานด้วย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับระบบปรับอากาศภายในอาคารทุกรูปแบบ ตั้งแต่หลักการทำงานพื้นฐาน ประเภทของระบบต่างๆ รวมถึงมาตรฐานการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ วสท. ที่ควรทราบ เทคโนโลยีและแนวโน้มในอนาคตของระบบปรับอากาศภายในอาคาร เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและออกแบบระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการของตนเอง ระบบปรับอากาศในอาคารคืออะไร หลายคนอาจเข้าใจว่าระบบปรับอากาศในอาคารนั้นไม่ต่างจากเครื่องแอร์ธรรมดาๆ แต่จริงๆ แล้วระบบปรับอากาศในอาคาร (Building Air Conditioning System) คือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมและปรับปรุงสภาพอากาศภายในอาคารให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยครอบคลุม 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อุณหภูมิ ที่ทำให้รู้สึกสบายตัวไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ความชื้น ที่ช่วยป้องกันอากาศแห้งหรือชื้นจนเกินไป คุณภาพอากาศ ที่กรองฝุ่น ควัน และสารปนเปื้อนต่างๆ และการไหลเวียนของอากาศ ที่ทำให้อากาศสดชื่น ปลอดโปร่งตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ระบบในอาคารแตกต่างจากแอร์บ้านธรรมดาคือขนาดและความซับซ้อน ระบบปรับอากาศมีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา เพราะระบบปรับอากาศภายในอาคารจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งและวางระบบต่างๆ ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งความสบายและความคุ้มค่าของเจ้าของสถานที่ วัตถุประสงค์หลักของระบบปรับอากาศภายในอาคารจึงไม่ได้มีแค่ความเย็นสบายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน หรือการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับสินค้าและผู้ใช้งาน รวมถึงการป้องกันปัญหาสุขภาพจากมลพิษต่างๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมระบบปรับอากาศในอาคารจึงต้องการการออกแบบ การติดตั้ง และการดูแลรักษาอย่างละเอียด และซับซ้อนกว่าระบบแอร์ทั่วไป องค์ประกอบหลักที่ทำให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารทำงาน แอร์ประกอบด้วยอะไรบ้างในระบบอาคารขนาดใหญ่ อุปกรณ์ทำความเย็นมีอะไรบ้างที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ จะมี 4 ชิ้นหลักในระบบปรับอากาศภายในอาคาร ได้แก่ คอมเพรสเซอร์ (Compressor): ถือเป็นหัวใจหลักของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่บีบอัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น เพื่อส่งต่อไปยังส่วนอื่นของระบบ และหากไม่มีคอมเพรสเซอร์ ระบบปรับอากาศภายในอาคารของเราก็จะไม่มีอากาศเย็นไหลเวียนได้ และคอมเพรสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพก็จะช่วยลดการใช้พลังงานในการทำงานได้ไม่น้อย ช่วยให้อาคารลดต้นทุนในการใช้งานระบบปรับอากาศภายในอาคารได้ไม่น้อย คอนเดนเซอร์ (Condenser): ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็นที่ถูกบีบอัดมาจากคอมเพรสเซอร์ โดยเปลี่ยนสถานะจากไอเป็นของเหลว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ระบบปรับอากาศภายในอาคารปล่อยความร้อนออกสู่บรรยากาศภายนอกอาคาร อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนจากอากาศภายในอาคาร สารทำความเย็นจะระเหยและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอ กระบวนการระเหยนี้จะดูดความร้อนจากอากาศไปด้วย ทำให้อากาศที่ผ่านเย็นลงและถูกเป่าเข้ามาในแต่ละห้อง วาล์วขยายตัว (Expansion Valve) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลและลดความดันของสารทำความเย็นอย่างแม่นยำ เพื่อให้ระบบปรับอากาศภายในอาคารสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากอุปกรณ์หลักทั้ง 4 ชิ้นแล้ว ระบบปรับอากาศภายในอาคารขนาดใหญ่ยังมีระบบสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ระบบท่อน้ำเย็นที่ใช้ในการขนส่งความเย็น ระบบท่อลมที่กระจายอากาศเย็นไปยังแต่ละพื้นที่ และระบบควบคุมอัตโนมัติ (Building Management System – BMS) ที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์และควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบปรับอากาศในอาคาร มีกี่แบบ หากถามว่าระบบแอร์มีกี่ประเภทในระบบปรับอากาศในอาคาร จะสามารถจำแนกตามประเภทได้ 2…