รวม 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า BTS

‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลของกรุงเทพฯ ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายตัวของรถไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งสถานศึกษา โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้คอนโดอ่อนนุชได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน และนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคต แล้วคอนโดอ่อนนุชมีจุดเด่นอะไรบ้าง? จุดเด่นของคอนโดอ่อนนุช เอกลักษณ์อันโดดเด่นของย่านอ่อนนุชทำให้คอนโดแถวอ่อนนุชมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ อาทิ 1. ทำเลใกล้ BTS อ่อนนุช อ่อนนุชเป็นโลเคชั่นมาแรงสำหรับการอยู่อาศัย เพราะยังไม่แออัดจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้าเมืองโซนทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวก เพราะมีทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และถนนสุขุมวิทตัดผ่าน 2. แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก คอนโดอ่อนนุชรายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่แพ้คอนโดใจกลางเมือง ทั้งร้านค้า ตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ 3. ราคาสามารถเข้าถึงได้ หากเทียบราคาคอนโดอ่อนนุชกับคอนโดในย่านใกล้เคียงอย่างทองหล่อและอโศก คอนโดอ่อนนุชถือว่า มีราคาที่ย่อมเยา และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ 4. มีศักยภาพในการเติบโต เหมาะแก่การลงทุน แนวโน้มการขยายตัวของกรุงเทพฯ ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในย่านอุดมสุขมีแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้คอนโดอ่อนนุชเป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ นอกจากนี้ คอนโดย่านอ่อนนุชยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งความมีชีวิตชีวาสไตล์คนเมือง และความเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน แนะนำ 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า ยอดนิยม คอนโดอ่อนนุชเหมาะกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน นักศึกษาจบใหม่ หรือนักลงทุน โดย 5 คอนโดอ่อนนุช ติดรถไฟฟ้า ยอดนิยม ได้แก่ 1. เดอะ เบส พาร์ค เวสต์ สุขุมวิท 77 โครงการคอนโดที่สะท้อนความเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของคนเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารสูง 39 ชั้น 1 อาคาร และอาคารสูง 8 ชั้น 1 อาคาร รวมทั้งหมด 711 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 25.00 – 51.00 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือก 2 แบบ คือ ห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนพักผ่อน ฟรีอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ส่วนกลาง ร้านค้า และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับ BTS อ่อนนุช และแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย…

ฮวงจุ้ยห้องนอน ที่ดีเป็นยังไง? แนะ 10 วิธีจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย

ความสำคัญของการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านอยู่ที่การสร้างสมดุลและความกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมพลังงานบวกและความเป็นอยู่ที่ดี การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข สุขภาพ และความมั่งคั่งให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะการจัดฮวงจุ้ยห้องนอน เพราะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดของบ้าน วิธีจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย คนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอนประมาณ 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการจัดห้องนอนให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความเป็นสิริมงคลมีวิธีการ ดังนี้ 1. ลักษณะและทิศของห้องนอน อ้างอิงจากภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ห้องนอนที่ดีควรตั้งอยู่ทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศทางลม ซึ่งจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่วนห้องนอนที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออกจะตรงกับตำแหน่งรับแสงแดด โดยจะได้รับแสงแดดในยามเช้า และไม่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องร้อนจนเกินไป 2. ตำแหน่งห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านควรตั้งอยู่ด้านหลังสุด เพราะตามหลักฮวงจุ้ยที่เป็นตำแหน่งประธาน ในขณะที่ห้องนอนด้านเป็นตำแหน่งบริวาร 3. ตำแหน่งหัวเตียง ตำแหน่งหัวเตียงแต่ละทิศมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทิศใต้ส่งเสริมชื่อเสียงและเกียรติยศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือส่งเสริมหน้าที่การงาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือส่งเสริมด้านบริวาร 4. ใต้เตียงต้องสะอาด หากใต้เตียงไม่สะอาดหรือมีสิ่งของอยู่ ตามหลักฮวงจุ้ยจะถือว่า พลังงานของผู้อยู่อาศัยไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก และทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เต็มที่ โดยใต้เตียงที่สะอาดเรียบร้อยจะช่วยลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก 5. ไม่ควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอนที่ดีควรมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยที่สุด เพราะจะช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า เมื่อเทียบกับห้องนอนที่มีโทรทัศน์ ตู้เย็น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ 6. เลือกใช้โทนสีที่สบายตา สีกับลวดลายของผนังห้อง และเฟอร์นิเจอร์ที่สบายตาจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และทำให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ สีขาว สีครีม และสีเทาอ่อน 7. ตั้งโต๊ะข้างเตียง 2 ตัวดีกว่าตัวเดียว การมีโต๊ะข้างเตียง 2 ตัว จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับภาพรวมของห้องนอน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมพลังงานความรักให้กับคนมีคู่ด้วย 8. เอาหนังสือออกจากห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า หนังสือมีพลังงานกระตุ้นจิตใจ ซึ่งอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น และพักผ่อนได้ไม่เพียงพอ โดยแนะนำให้เก็บไว้ในห้องนอนเฉพาะหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ 9. เก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายออกจากห้องนอน ห้องนอนเป็นสถานที่ที่ต้องการพลังงานแห่งความสงบ ในขณะที่อุปกรณ์ออกกำลังกายมีพลังงานแห่งความกระตือรือร้น โดยเชื่อว่า การเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้ในห้องนอนจะทำให้นอนหลับยาก 10. ห้ามเอางานมาทำในห้องนอน การนำงานหรืออุปกรณ์ทำงานมาไว้ในห้องนอนจะทำให้พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ เพราะจะทำให้คิดถึงแต่งานตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจัดฮวงจุ้ยห้องนอนที่เหมาะสมควรคำนึงถึงความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัยด้วย เพราะบ้านที่ดี คือ บ้านที่ผู้อยู่อาศัยมีความสุข ข้อห้ามทำสำหรับการจัดห้องนอนตามฮวงจุ้ย การจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยมีข้อห้ามที่ควรคำนึงถึง 4 ประการหลัก คือ 1. ไม่ควรวางเตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งการดับสูญหรือทิศของผู้เสียชีวิต โดยการหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอ่อนเพลีย และไม่เป็นมงคลต่อชีวิต 2. การมีหัวเตียงแสดงถึงความมั่นคง ควรเลือกใช้เตียงนอนที่มีหัวเตียง โดยเฉพาะหัวเตียงที่มีลักษณะทึบและแข็งแรง เพราะหัวเตียงเปรียบเสมือนภูเขา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยอันตราย และทำให้ชีวิตมีความมั่นคง 3. ไม่ตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้อง หากตั้งโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับประตูห้องนอน เมื่อมีคนในบ้านเดินเข้า-ออกอาจทำให้เสียสมาธิระหว่างแต่งหน้าได้ 4. ไม่วางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตู การวางเตียงนอนไว้ตรงกับกระจก หรือตรงกับประตูจะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกไม่สงบ…

รวม 8 คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า ตกแต่งมาให้แล้ว!

คอนโดพร้อมอยู่เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในเมือง ด้วยข้อดีหลายประการ เช่น สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องรอการก่อสร้างหรือตกแต่งเพิ่มเติม อีกทั้งยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และทำเลที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทาง โดยเฉพาะคอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตในเมืองเป็นเรื่องง่ายขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาดู 8 คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้าที่ตกแต่งมาให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ชีวิตของชาวคอนโดสะดวกมากยิ่งขึ้น แนะนำ 8 คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางและการใช้ชีวิต โดย 8 คอนโดพร้อมอยู่ ติดรถไฟฟ้า ได้แก่ 1. วิสซ์ดอม เอสเซ้นส์ สุขุมวิท 101 โครงการคอนโดพร้อมอยู่ อ่อนนุชที่เน้นผสานฟังก์ชันการอยู่อาศัยยุคใหม่เข้ากับธรรมชาติ รวมห้องทั้งหมด 664 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 33.7 – 195.9 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่ ห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน ห้อง 3 ห้องนอน ห้องเพนเฮาส์ ยกระดับการอยู่อาศัยด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน อาทิ ลู่วิ่งในสวน สระว่ายน้ำในสวนความยาว 50 เมตร สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ฟิตเนส ห้องพักผ่อนและสวนลอยฟ้า ห้องเด็กเล่น ห้องสมุด และระบบรักาาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยเลโคชั่นที่อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณวิถี และสถานีอุดมสุข รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท2 ทรูดิจิทัลพาร์ค โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ และอื่น ยูนิตแนะนำ: 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33.7 ตารางเมตร คลิก 2. น็อตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 โครงการคอนโด Low Rise ที่ประกอบด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 6 อาคาร รวมห้องทั้งหมด 1,113 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 25.50 – 43.50 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือก 3 แบบ คือ ห้อง…

เปิด 10 วิธีเลือกทำเลบ้าน ดูอย่างไร?

นอกจากการออกแบบ ขนาด และปัจจัยอื่นๆ ของตัวบ้าน ทำเลบ้านยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการอยู่อาศัย และมูลค่าของบ้านในระยะยาว ดังนั้นจึงควรพิจารณาเลือกทำเลบ้านอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาเปิด 10 วิธีเลือกทำเลบ้าน เพื่อเพิ่มคุณภาพการอยู่อาศัย และสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เปิด 10 วิธีเลือกทำเลบ้าน ดูอย่างไร? การเลือกทำเลบ้านที่ดีต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยมี 10 วิธีเลือกทำเลบ้าน ดังนี้ 1. ความสะดวกในการเดินทาง ทำเลบ้านที่ดีควรอยู่ติดกับถนนสายหลัก และมีรถประจำทางผ่าน เพราะสะดวกต่อการเดินทางด้วยรถส่วนตัว และขนส่งสาธารณะ อีกทั้งยังปลอดภัยมากกว่าทำเลบ้านที่อยู่ในซอยลึก ซึ่งเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมในยามวิกาล 2. ทำเลบ้านไม่ห่างจากที่ทำงาน หากทำเลบ้านอยู่ห่างไกลจากที่ทำงาน ต้นทุนการเดินทางของเจ้าของบ้านหรือผู้หารายได้หลักของครอบครัวจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งต้นทุนด้านงบประมาณ เวลา และสุขภาพ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่คุ้มค่าในระยะยาว 3. ทำเลบ้านไม่เสี่ยงต่อน้ำท่วมหรือเป็นพื้นที่รองรับน้ำ พื้นที่สีเขียวทแยงบนแผนผังเมือง คือ พื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม โดยมีระดับต่ำกว่าพื้นที่รอบๆ ส่งผลให้ทำเลบ้านบนพื้นที่นี้มีโอกาสเป็นพื้นที่รองรับน้ำ และเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ 4. ทำเลบ้านไม่อยู่ใกล้เคียงโรงงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ทิ้งขยะ ทำเลบ้านที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ทิ้งขยะมักไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย เพราะมีความเสี่ยงต่อมลภาวะทางน้ำและอากาศสูง 5. ทำเลบ้านไม่อยู่ใกล้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ทำเลบ้านที่อยู่ใกล้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์มักได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น และมลภาวะทางเสียง โดยเฉพาะฟาร์มหมู วัว และไก่ 6. ทำเลบ้านไม่อยู่ในทิศทางขึ้น-ลงของเครื่องบิน แม้ทำเลบ้านที่อยู่ใกล้กับสนามบินจะสะดวกต่อการเดินทางไปยังสนามบิน แต่มักได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางเสียง โดยเฉพาะทำเลบ้านที่อยู่ในทิศทางขึ้น-ลงของเครื่องบิน 7. ทำเลบ้านไม่อยู่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาไฟฟ้าแรงสูงมีขนาดใหญ่กว่าเสาไฟฟ้าทั่วไป และมักติดตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งห่างไกลจากครัวเรือน เพื่อเลี่ยงโอกาสเกิดอุบัติเหตุ และการบดบังทัศนียภาพของผู้คน 8. ทำเลบ้านอยู่ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ทำเลบ้านที่ดีควรอยู่ใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า หรือตลาด โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล และโรงเรียน หรือสถานศึกษา 9. ทำเลบ้านไม่อยู่ใกล้กับศาสนสถาน ศาสนสถานเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน โดยเฉพาะในเทศกาลต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนการอยู่อาศัยได้ 10. แนวโน้มการเติบโตของมูลค่าที่ดิน หากทำเลซื้อบ้านตั้งอยู่บนพื้นที่ที่กำลังเติบโต เช่น อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า อยู่ใกล้ทางด่วน หรืออื่นๆ จะส่งผลให้มูลค่าของตัวบ้าน และที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ทำเลบ้านที่ดีจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีตามไปด้วย และเป็นทรัพย์สินมีค่าที่สามารถตกทอดให้กับลูกหลานได้ แนะนำ 5 โครงการบ้านทำเลดี จากแสนสิริ สำหรับใครที่กำลังมองหาทำเลบ้านเดี่ยวคุณภาพ พลัสฯ ได้รวบรวมโครงการบ้านแสนสิริมาให้ถึง 5 แห่ง ได้แก่ 1. บ้านแสนสิริ สุขุมวิท 67  โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่มีบ้านในโครงการทั้งหมดเพียง 96 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 394 –…

แนะนำ 8 บ้านหรู 3 ชั้น เพื่อพื้นที่ครอบครัวที่มากขึ้น

ด้วยความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่หันมาให้ความสนใจโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มโครงการบ้านหรู 3 ชั้น เพราะไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการขนาดพื้นที่อยู่อาศัยที่เพิ่มมากขึ้น แต่ยังมาพร้อมกับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ ทำเลศักยภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางในระดับพรีเมียม แนะนำ 8 บ้านหรู 3 ชั้น ปัจจุบันมีโครงการบ้านหรู 3 ชั้น ถือกำเนิดขึ้นหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ โดย 8 บ้านหรูบนทำเลศักยภาพที่น่าสนใจ ได้แก่ 1. LAKE LEGEND Bangna-Suvarnabhumi โครงการบ้านคฤหาสน์ 3 ชั้น ที่มาพร้อมกับวิวทะเลสาบ 100 ไร่ และเน้นออกแบบให้มีความเรียบง่าย ทันสมัย และหรูหราสไตล์อิตาลี โดยมีบ้านให้เลือก 2 แบบ รวมทั้งหมด 127 ยูนิต ดังนี้ Lago Lugano ขนาดพื้นที่ใช้สอย 563 ตารางเมตร คฤหาสน์หรูเล่นระดับ 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องน้ำแขก 2 ห้องพักผ่อน 1 ห้องน้ำชา ลิฟต์ส่วนตัว สระว่ายน้ำพร้อมอ่างจากุชชี่ ดาดฟ้า 1 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 4 – 8 คัน Lago Como ขนาดพื้นที่ใช้สอย 656 ตารางเมตร คฤหาสน์หรูเล่นระดับ 3 ชั้น 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องน้ำแขก 2 ห้องพักผ่อน 1 ห้องน้ำชา, ลิฟต์ส่วนตัว สระว่ายน้ำพร้อมอ่างจากุชชี่ ดาดฟ้า 2 ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 4 – 8 คัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการแบบพรีเมียม ทั้งคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ริมทะเลสาบ สระว่ายน้ำความยาว 35 เมตร สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก อ่างจากุชชี่ ฟิตเนสมาตรฐานโลก ห้องเด็กเล่น สนามเด็กเล่น ห้องรับรองแขก และอื่นๆ อีกมากมาย ความน่าสนใจของโครงการ คือ โลเคชันอยู่ห่างกับสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 นาที และติดกับถนนสายสำคัญ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ประสบความสำเร็จคว้ารางวัล Best Property Management ที่มีครั้งแรก จากเวที Living Insider Award 2024 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เจ้าเดียวที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในวงการ รางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในการมอบบริการที่มีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกบ้าน โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ พร้อมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการโครงการอย่างมืออาชีพ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด รับรางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทยจากเวที Living Insider Award 2024 ครั้งแรก จากบริษัท ลิฟวิ่ง อินไซเดอร์ จำกัด รางวัลนี้ได้รับการตัดสินโดยเหล่าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ให้การยอมรับว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทผู้ประกอบการอสังหาฯที่มีผลงานยอดเยี่ยมแห่งปีที่สุดในสาขา Best Property Management ทางผู้จัดงาน Livinginsider.com ได้การันตีความเป็นมืออาชีพในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย กล่าวว่า “รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของการที่เราให้ความสำคัญกับการนำเสียงของลูกค้ามาปรับปรุงและพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้าน และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” หลักเกณฑ์ที่ทำให้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รับรางวัลนี้ ได้แก่ ความพึงพอใจของลูกบ้าน พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกบ้าน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน ทั้งการติดต่อสื่อสาร การบริหารจัดการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพผ่าน Application อีกด้วย พัฒนาบุคลากร พลัสฯ มีสถาบันฝึกอบรม PLUS Eduplex เพื่อพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการดูแลโครงการอย่างต่อเนื่อง และมีการอัพเดทหลักสูตรอยู่เสมอ การดูแลสิ่งแวดล้อม พลัสฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ชุมชนที่อยู่อาศัยที่ดีและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในโอกาสนี้ทางพลัสฯ ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ พลัสฯ ตอกย้ำการเป็นบริษัทฯอันดับหนึ่งในใจของลูกค้า เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด เรามุ่งมั่นเป็นเลิศในการสร้างมาตรฐานและยกระดับการบริการของเรา เพื่อสร้างสรรค์ชุมชนที่อยู่อาศัยที่ดีและยั่งยืนในอนาคต ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ปลื้มคว้า 3 รางวัล อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย “Building Safety Awards 2023” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 13 รางวัล G-Green ตอกย้ำผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กวาดรางวัล 5 อาคารบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน ประจำปี 2566  พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ…

เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน

โดยทั่วไปคอนโดมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า แต่การตกแต่งที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คอนโดดูกว้างขึ้น ตอบโจทย์การใช้งาน และให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่ต่างจากบ้าน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเปิดเทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่เหมือนบ้าน เทคนิคแต่งคอนโด 2 ห้องนอน การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ให้สวยน่าอยู่สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 5 เทคนิค ได้แก่ 1. แบ่งสัดส่วนห้องอย่างชัดเจน โดยปกติคอนโด 2 ห้องนอน มักมีการสร้างกำแพง และติดตั้งประตู เพื่อแบ่งห้องนอนออกเป็น 2 ห้องอยู่แล้ว แต่บางโครงการอาจไม่ได้มีการแบ่งพื้นที่หรือกั้นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารมาให้ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พื้นที่โดยรวมดูคับแคบ ไม่เป็นระเบียบ และไม่ตอบโจทย์การใช้งาน อย่างไรก็ตาม โครงการส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้มีการสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ เพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งานภายในยูนิตห้อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารโดยรวม แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้ด้วยเทคนิค ดังนี้ ใช้ชั้นวางของ/หนังสือที่มีความสูงเหนือศีรษะเป็นตัวแบ่งพื้นที่การใช้งาน ติดตั้งบานกระจกแบบเลื่อนได้ ติดตั้งผ้าม่านที่มีความยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้น 2. เลือกผนังหรือวอลล์เปเปอร์สีอ่อน การทาสีภายในหรือติดตั้งวอลล์เปเปอร์สีอ่อนสามารถช่วยให้ห้องดูกว้าง และโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น เช่น สีขาว สีเบจ สีครีม และสีเทาอ่อน แต่หากต้องการให้ภายในยูนิตห้องมีบรรยากาศอบอุ่นร่วมด้วย แนะนำให้เลือกใช้สีอ่อนโทนอุ่น เช่น สีเหลืองพาสเทล สีเบจ และสีครีม 3. เน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ Multi-function เฟอร์นิเจอร์ Multi-function จะช่วยประหยัดพื้นที่ และทำให้ห้องดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เช่น เตียงนอนเก็บของได้ ชั้นวางทีวีแบบมีลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าพร้อมกระจก และอื่นๆ โดยแนะนำให้เลือกสีเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสีผนัง เช่น หากต้องการคุมโทนห้องสีขาว แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวคู่กับผนังสีขาว ต้องการให้ห้องดูอบอุ่นอาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อน สีครีม และใช้ผนังเป็นสีเบจ 4. เลือกใช้ผ้าม่านและพรมสีอ่อน ผ้าม่าน และพรมสีอ่อนช่วยพรางตาให้ห้องดูโล่งโปร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านแบบบาง เพราะอาจป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะยูนิตห้องที่อยู่ชั้นสูง ซึ่งถูกแสงแดดส่องเกือบตลอดทั้งวัน แต่หากต้องการใช้ผ้าม่านแบบบางเพื่อรับแสงแดดธรรมชาติบ้าง แนะนำให้เลือกผ้าม่าน 2 ชั้น ที่มาพร้อมผ้าม่านโปร่งสำหรับรับแสงแดดและผ้าม่านปกติที่อาจเป็น Dim Out หรือ Black Out สำหรับกันแดดและแสงยูวี เพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศและแสงแดด 5. เลือกใช้พื้นไม้ ด้วยคุณลักษณะของพื้นไม้ที่ช่วยทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น การเลือกพื้นไม้จึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรื้อพื้นเก่าที่โครงการให้มา เพราะสามารถติดตั้งพื้นไม้เทียมหรือกระเบื้องลายไม้แทนได้ อย่างไรก็ตาม การตกแต่งคอนโด 2 ห้องนอน ด้วยตนเองต้องอาศัยทั้งเวลา และงบประมาณค่อนข้างมาก ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยหลายคนเลือกซื้อคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ไม่สะดวกตกแต่งคอนโดด้วยตนเอง แนะนำคอนโด 2 ห้องนอน ตกแต่งสวยพร้อมอยู่ รวม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 13 รางวัล G-Green ตอกย้ำผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย สร้างความภาคภูมิใจอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัล G-Green หรือตราสัญลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระดับประเทศ ประจำปี 2566 ประเภท Green Residence จำนวน 13 โครงการ จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รางวัลนี้จะรับรองถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ยั่งยืน 3 ปี โดยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจและการเป็นผู้นำด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ในการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ประธาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รวมมอบรางวัลให้แก่ตัวแทนของพลัสฯ รางวัล G-Green มอบให้กับโครงการที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ และการส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม (ทอง) จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ โครงการ นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 โครงการ ดีคอนโด ไฮด์อเวย์ รังสิต โครงการ เดอะ เบส เพชรบุรี – ทองหล่อ โครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 50 โครงการ เดอะ ไลน์ พหล – ประดิพัทธ์ โครงการ เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค โครงการ คุณ บาย ยู อาคารนวราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โครงการ เอ็กซ์ที ห้วยขวาง โครงการ ฮาสุ เฮาส์ และระดับดีมาก (เงิน) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนเนอร์ ราชเทวี จรรยวรรธ อพาร์ทเม้นท์ โครงการ เอ็กซ์ที พญาไท ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นแรงผลักดันให้บริษัทฯ สร้างสรรค์โครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นางสาวสาลินี สงสังข์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัล G-Green ที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคนในบริษัทฯ เราให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร เพื่อลดการใช้พลังงาน มีการดูแลบำบัดน้ำเสียจากโครงการ จัดการขยะอย่างถูกวิธี และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประมวลผลประกอบการ ครึ่งปีแรก ปี 67 เปิด TOP 10 อสังหาฯ รายได้รวมกว่าแสนล้าน

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประมวลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2567 พบว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนสูงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น แต่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังคงสามารถขึ้นแท่นทำรายได้รวมได้สูงสุดอันดับ 1 ด้วยรายได้สูงสุดถึง 19,784 ล้านบาท รองลงมาตกเป็นของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ไปถึง 17,845 ล้านบาท และ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ 14,725 ล้านบาท ติดอันดับท็อป 3 ของตลาดเช่นกัน โดยรายได้รวมของ 10 บริษัทพบว่ามีรายได้รวมมากกว่า 103,184 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบ 6 หุ้นอสังหาฯ “SIRI, SPALI, SC, PSH, QH, LPN” เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล นำโดย SIRI ยีลด์สูงสุดที่ 4.4 % และการที่บริษัทเหล่านี้สามารถรักษาผลประกอบการได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น การไม่ผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งสอดคล้องกับทางสมาคมธนาคารไทยที่คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปีนี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 91.4% ต่อ GDP ซึ่งยังคงเป็นปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสัญญาณบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การลดภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้ในบางส่วน ประกอบกับตลาดอสังหาฯยังคงมีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในตลาดระดับลักซูรีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายยังคงสามารถรักษารายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด” PETS OF SANSIRI โครงการที่มีออกแบบพื้นที่พิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะจากแสนสิริ สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง นายอนุกูล มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการยังคงมองหาโอกาสในการแข่งขัน หาจุดแข็งของตัวเองเพื่อตอบสนอความต้องการของลูกค้า โดยบางกลุ่มมีการทำตลาดแบบกระจายหลากหลายเซกเมนต์ หรือมีการทำการตลาด เจาะกลุ่ม Niche Market มากขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัยแบบ Pet Friendly กลุ่มแคมปัส เป็นต้น หรือเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลงทุนด้วยในช่วงนี้ เฉพาะตลาดให้เช่ากลับมาคึกคักด้วยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังคงจับตามองมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เปิด…

คอนโด Precast คืออะไร และทนกว่าคอนโดทั่วไปจริงหรือไม่?

ด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างหันมาใช้ Precast ในการสร้างอาคารและบ้านเรือนมากขึ้น รวมถึงคอนโด Precast ด้วยเช่นกัน ซึ่งเริ่มมีให้เห็นเพิ่มขึ้นแล้วในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม บางส่วนยังมองว่าคอนโด Precast ไม่แข็งแรงเท่ากับคอนโดทั่วไป ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความรู้จักคอนโด Precast พร้อมตอบข้อสงสัยยอดฮิตว่า คอนโด Precast ทนกว่าคอนโดทั่วไปจริงหรือไม่? นิยามของคอนโด Precast คอนโด Precast คือ คอนโดที่ใช้วัสดุพรีแคสหรือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปในการก่อสร้าง โดยพรีแคสได้มาจากการหล่อคอนกรีตเหลวในแม่พิมพ์รูปทรงต่างๆ เพื่อให้ได้คอนกรีตแผ่นสำเร็จรูปที่สามารถนำไปประกอบในไซต์ก่อสร้างได้เลย ข้อดีของคอนโด Precast คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจกับคอนโดพรีแคสมากขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ อาทิ 1. ความรวดเร็วในการก่อสร้าง การก่อสร้างคอนโดผนัง Precast สามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากกว่าคอนโดทั่วไป เพียงนำ Precast มาต่อกันในตำแหน่งที่กำหนดไว้ แล้วทำการเชื่อมแต่ละแผ่นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเชื่อมเหล็ก, การใช้นอต และการเทคอนกรีตเชื่อม 2. คุณภาพและมาตรฐานที่แน่นอน การควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานการก่อสร้างคอนโด Precast สามารถทำได้อย่างแม่นยำมากกว่า เนื่องจาก Precast เป็นส่วนประกอบที่ผลิตในโรงงาน ซึ่งสามารถควบคุมสภาพแวดล้อม เกรดของคอนกรีต และมาตรฐานการผลิตได้ดี เมื่อเทียบกับการก่อโครงสร้างคอนกรีตในไซต์งาน 3. การควบคุมต้นทุนที่แม่นยำ การใช้ Precast จะช่วยให้ประหยัด และควบคุมต้นทุนได้มากกว่า โดยเฉพาะต้นทุนด้านวัสดุ คนงานก่อสร้าง และอุปกรณ์สำหรับก่อโครงสร้างคอนกรีต 4. ความแข็งแรงและทนทาน คอนโด Precast มีความแข็งแรง และทนทานสูง เนื่องจาก Precast เป็นแผ่นคอนกรีตที่มีความแข็งแรง และมีคุณภาพ อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝน หรือความชื้น 5. เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม การก่อสร้างคอนโด Precast เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมมากกว่าการก่อสร้างคอนโดทั่วไป เนื่องจากสร้างฝุ่นน้อย มลภาวะทางเสียงต่ำ และสามารถถอดไปใช้ซ้ำได้หากยังมีสภาพดีอยู่ ด้วยข้อดีเหล่านี้ทำให้คอนโด Precast มีราคาขายที่สามารถจับต้องได้ง่าย ส่งผลให้เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ข้อจำกัดและความท้าทายของคอนโด Precast อย่างไรก็ตาม คอนโด Precast ยังมีข้อจำกัด และความท้าทายในด้านการก่อสร้างอยู่บ้างเช่นกัน อาทิ 1. ข้อจำกัดด้านการออกแบบ วัสดุ Precast ไม่เหมาะสำหรับการก่อสร้างบ้าน อาหาร หรือคอนโดที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์สูง เนื่องจาก Precast มาพร้อมรูปร่างแบบตายตัว เช่น สี่เหลี่ยมด้านเท่า สี่เหลี่ยมคางหมู และวงกลม นอกจากนี้ วัสดุ Precast ยังไม่เหมาะสำหรับการต่อเติม…

casibom