เจาะลึก การตรวจสอบอาคารคืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบอาคารเป็นการสร้างความมั่นใจว่าอาคารที่สร้างนั้นมีความแข็งแรง มั่นคง ตรวจว่ามีจุดชำรุดและเสียหายหรือไม่ เพื่อให้อาคารพร้อมใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า อาคารประเภทใดที่ต้องมีการตรวจสอบ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ใครเป็นผู้ตรวจสอบ และโทษหากมีการฝ่าฝืนการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร คือ การตรวจสอบสภาพอาคารด้านความมั่นคงแข็งแรงและระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยผู้ตรวจสอบอาคาร ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้ประโยชน์อาคาร การตรวจสอบอาคารเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างและระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร โดยครอบคลุมการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่: โครงสร้างอาคาร – ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง รอยร้าว และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างหลัก ระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ระบบป้องกันอัคคีภัย – ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ และระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบระบายอากาศ – ประเมินคุณภาพอากาศและประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล – ตรวจสอบระบบน้ำดี น้ำเสีย และสุขาภิบาลทั่วไป ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน – ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานและการบำรุงรักษา   กฎหมายไทยกำหนดให้อาคารประเภทควบคุมการใช้ โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง และอาคารสาธารณะ ต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ และต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท อาคารที่ต้องผ่านการตรวจสอบมี 9 ประเภท ดังนี้ 1. อาคารสูง การตรวจสอบอาคารสูง คือ การตรวจสอบอาคารที่มีบุคคลเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยพื้นที่ ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นดินถึงชั้นดาดฟ้า 23 เมตรขึ้นไป หากเป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินไปจนถึงยอดของผนังชั้นบนสุด 2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นมากกว่า 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรือใช้ประกอบกิจการไม่ว่าจะประเภทเดียวหรือหลายประเภทก็ตาม 3. อาคารชุมนุมคน อาคารหรือส่วนของอาคารที่ให้บุคคลเข้าไปใช้ในการชุมนุม โดยมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือใช้ชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4. โรงมหรสพ อาคารที่ใช้ประโยชน์สำหรับงานรื่นเริง ฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรืออื่นๆ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม 5. โรงแรม อาคารที่มีห้องพักมากกว่า 80 ห้องขึ้นไป ซึ่งอ้างอิงตามกฎหมายอาคารประเภทโรงแรม 6. อาคารชุด อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นพื้นที่การอาศัยอยู่รวมกันสำหรับหลายครอบครัว โดยมีการแบ่งพื้นที่แยกสำหรับแต่ละครอบครัว ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 7. อาคารโรงงาน อาคารหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นโรงงาน…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งบริษัทลูก ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานอาคาร

บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจร ในเครือ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ปรับโฉมบริการใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคาร ผู้บริหาร และ ผู้ประกอบการ ขยายบริการสู่รูปแบบ Total Solution พัฒนาบริการให้ครอบคลุม ทั้งงานบำรุงรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนทดแทน ฟื้นฟูสภาพ และพัฒนาอาคาร รวมถึงระบบวิศวกรรมอาคาร ด้วยทีมงานที่มีศักยภาพ ประสบการณ์ และระบบการทำงานอย่างมืออาชีพ ผ่านขั้นตอน แผนงาน วิธีการตามมาตรฐานสากล ชูแนวคิด “ทุกอาคารปลอดภัย มั่นใจในคุณภาพ” สร้างมูลค่าเพิ่มให้อาคารในระยะยาว ทัช พร็อพเพอร์ตี้ ขยายบริการให้ครอบคลุมในทุกด้านของอาคาร จากความเชี่ยวชาญในงานตรวจสอบสภาพอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร ขยายสู่งานปรับปรุง ฟื้นฟู เพิ่มระดับประสิทธิภาพและสมรรถณะของระบบวิศวกรรมอาคาร ให้สอดคล้องกับคุณลักษณะเฉพาะของอาคาร ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของอาคารและผู้ใช้งานในปัจจุบันที่มองความคุ้มค่า ความเสี่ยง และผลกระทบของอาคารที่มีต่อองค์กร สังคม สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตลอดจน การเพิ่มบริการด้านการเป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับงานอาคาร งานวิศวกรรมอาคาร งานด้านความเสี่ยง และงานจัดการพลังงานในอาคาร นายชาญ ศิริรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “การขยายบริการของทัชฯ ในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของทีมงานมาต่อยอดความสำเร็จ และยังตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจที่ให้บริการด้านอาคารอย่างครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีของเรา ประกอบกับการมุ่งเน้นรูปแบบการปฏิบัติงานด้วยมาตรฐานสากล และความเชี่ยวชาญที่รู้ลึก รู้จริง ของทีมงานในอาคารทุกรูปแบบ จึงสามารถเสนอบริการที่เกี่ยวข้องในทุกด้านของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในโครงการที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารของลูกค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน และเสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานอาคารในระยะยาว” บริการของทัช พร็อพเพอร์ตี้ ครอบคลุมการตรวจสอบและให้คำปรึกษาด้านคุณภาพอาคารอย่างครบวงจร แก่อาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคาร mix-used ห้างสรรพสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ โดยประกอบไปด้วยบริการ 4 รูปแบบ ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถเลือกสรรได้เองตามความต้องการและความเหมาะสมกับรูปแบบโครงสร้างและระบบภายในอาคาร Engineering Maintenance & Improvement งานบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคาร เพื่อรักษาสภาพของระบบ เครื่องจักร อุปกรณ์ในอาคารให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ประกอบไปด้วย งานบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคาร งานซ่อมแซม ปรับปรุงอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร Energy Consultancy งานบริการด้านวิศวกรรมอาคาร สำรวจ ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ประกอบไปด้วย บริการที่ปรึกษาการจัดทำระบบจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และนอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามานำเสนอในบริการที่ปรึกษาการจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศภายในอาคาร (AIoT Platform) โดยใช้ IoT เข้ามาช่วยในการจัดการได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ หรือ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลง เพื่อเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…

รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน เลือกอยู่อย่างไรให้เป็นสุข?

บ้านเป็นมากกว่าสถานที่พักอาศัย เพราะเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอบอุ่นของครอบครัว  การเลือกประเภทของบ้านที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยบ้านแต่ละประเภทมีข้อดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาดูว่าบ้านมีกี่ประเภท พร้อมแนะนำบ้านหรูจาก 5 โครงการที่น่าสนใจ รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน 1. บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวเป็นประเภทของบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด  ทั้งภายในบ้านและพื้นที่รอบบ้าน และได้รับความนิยมสูง โดยลักษณะตามกฎหมายของบ้านเดี่ยวต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา และต้องมีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงทุกด้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และไม่มีผนังส่วนใดติดกับบ้านหลังอื่น ประเภทของบ้านรูปแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และมีอิสระในการตกแต่งหรือต่อเติมบ้าน อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมักมีราคาสูงและต้องดูแลรักษามากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น 2. บ้านแฝด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว แต่มีผนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งติดกับบ้านอีกหลัง รวมถึงต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ทำให้ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่มีงบประมาณจำกัด 3. ทาวน์เฮ้าส์ ประเภทบ้านที่มีลักษณะเป็นอาคารติดกัน คล้ายอาคารพาณิชย์ โดยตั้งอยู่บนที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 ตารางวา มักมีความสูง 2 ชั้น ซึ่งบางบ้านมีผนังร่วมกับบ้านด้านข้างทั้งสองด้าน ไม่มีรั้วแบ่งเขตชัดเจน มีเพียงกำแพงกั้นบ้านแต่ละหลังเท่านั้น โดยประเภทของบ้านรูปแบบนี้มักมีการออกแบบที่เหมือนกัน เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นมีบ้านหลังแรก 4. ทาวน์โฮม ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์ทันสมัยกว่าทาวน์เฮ้าส์ มีรั้วแบ่งเขตที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังมีการใช้ผนังที่ติดกับบ้านด้านข้างอยู่ และมีพื้นที่ใช้สอยที่คล้ายบ้านเดี่ยว ความสูงมักอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั้น ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ และมีการตกแต่งที่ครบครันกว่า สามารถตั้งอยู่ในโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างได้ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สามารถปรับพื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศได้ 5. คอนโดมิเนียม คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและแหล่งอำนวยความสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนทำงานหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แนะนำ 5 บ้านหรู บนทำเลศักยภาพ 1. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียมบนถนนสุขุมวิท ที่ผสานความสง่างามของการออกแบบเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ตกแต่งด้วยสไตล์หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมจากดีไซเนอร์ระดับโลก เพดานสูงสร้างความรู้สึกที่โล่งโปร่งสบาย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากมาย เช่น พื้นที่อเนกประสงค์ สวนหย่อม ลานจอดรถ และระบบรักษาความปลอด 24 ชม. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย มี 2 รูปแบบบ้านให้เลือก ได้แก่ Type A ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type…

พลัส พร้อพเพอร์ตี้ รับบริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

พลัส พร้อพเพอร์ตี้ รับบริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ชูจุดเด่นด้านการออกแบบที่ผสมผสานความงดงามเข้ากับฟังก์ชัน ในสังคมส่วนตัวเพียง 26 ครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่บนทำเลศักยภาพพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการกว่า 505 ล้านบาท โอเพนเฮ้าส์ เปิดตัวโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ แลนด์มาร์คใหม่ในย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านเดี่ยวหรูระดับลักซ์ชัวรี่ บนที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. เตรียมเปิดชมบ้านตัวอย่าง ครั้งแรก! ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน นี้ ราคาเริ่มต้น 16.9 -26 ล้านบาท* นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท โอเพนเฮ้าส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการพอร์ทเทรท พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (PORTRAITR Rama 9 – New Krungthep Kreetha) โครงการบ้านเดี่ยวหรูระดับลักซ์ชัวรี่ มูลค่าโครงการกว่า 505 ล้านบาท เป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นและการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ โดยโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในสังคมส่วนตัว เพียง 26 ยูนิต มี 2 แบบบ้าน ได้แก่ แบบบ้าน PENN ที่ดินเริ่มต้น 63 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ และ แบบบ้าน PORTIA ที่ดินเริ่มต้น 80 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Leadership Agent จากเวที Living Insider Awards 2024

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ขึ้นรับรางวัล Best Leadership Agent จาก Living Insider Award 2024 เวทีมอบรางวัลเกียรติยศหนึ่งเดียวแห่งวงการอสังหาฯ ตัดสินโดยคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวง เพื่อเป็นการเชิดชูผลงานนายหน้าด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในการคว้ารางวัลจากเวที Living Insider Awards เป็นปีที่สอง โดยในปีนี้ สามารถคว้ารางวัล Best Leadership Agent ซึ่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการที่บริหารจัดการทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนทีมและองค์กรให้ประสบความสำเร็จผ่านกลยุทธ์การบริหารงานที่มีศักยภาพ ตลอดจนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จากประสบการณ์กว่า 28 ปี ที่พลัสฯ บริหารงานขาย การตลาดและให้คำปรึกษาในการโครงการมากกว่า 140 โครงการ มูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาททั้งกรุงเทพฯและหัวเมืองต่างจังหวัด รวมถึงให้คำปรึกษาการซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์แก่นักลงทุนและผู้อยู่อาศัย  เราให้ความใส่ใจความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 28 ปี การได้รับรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงจุดยืนที่แข็งแกร่งของพลัสฯ ที่เป็นเบอร์หนึ่งในด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ในประเทศไทย โดยพลัสฯ มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบริการ และส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการผลักดันและยกระดับบริการในวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้ารางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้า 13 รางวัล G-Green ตอกย้ำผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กวาดรางวัล 5 อาคารบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน ประจำปี 2566 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

ที่จอดรถคอนโด มีกี่แบบ? ก่อนซื้อคอนโดต้องรู้!

นอกจากความสวยงาม โลเคชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดที่หลายคนมักมองข้าม คือ ที่จอดรถคอนโด เพราะมีบทบาทต่อการจราจรรอบคอนโด ความสะดวก ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย กฎหมายที่จอดรถคอนโด ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 และพรบ. ควบคุมอาคาร 2544 ได้กำหนดจำนวนที่จอดรถคอนโดไว้ 2 กรณี ดังนี้ 1. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามพื้นที่ใช้สอย การกำหนดที่จอดรถตามขนาดพื้นที่ใช้สอยของยูนิตห้อง โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อห้อง คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อ 2 ห้อง 2. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามขนาดอาคาร การกำหนดที่จอดรถตามขนาดของอาคาร โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 240 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน โดยปกติ หากคอนโดไม่มีจำนวนที่จอดรถตามกฎหมายจะไม่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ซื้อคอนโดจึงควรตรวจสอบเอกสารการอนุญาตก่อสร้าง และจำนวนที่จอดรถที่ได้รับอนุมัติอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่า คอนโดมีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ประเภทที่จอดรถคอนโด ที่จอดรถคอนโดสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1. คอนโด Fix ที่จอดรถ คอนโด Fix ที่จอดรถ คือ คอนโดที่มีการกำหนดที่จอดรถแบบตายตัว หรือเฉพาะเจาะจงให้กับแต่ละยูนิตห้อง โดยมีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายห้องชุด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน ข้อดี: มีที่จอดรถอยู่เสมอ เป็นเจ้าของพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องแย่งจอดกับผู้อื่น ข้อเสีย: ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และอาจไม่ถูกใช้งานเลยในกรณีที่เจ้าของห้องไม่มีรถยนต์ส่วนตัว 2. คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถ คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถหรือที่เรียกว่า ระบบที่จอดรถแบบ ‘มาก่อน ได้ก่อน’ โดยไม่มีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในสัญญาซื้อขายห้องชุด และถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ข้อดี: ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ และผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานที่จอดรถได้อย่างคุ้มค่า ข้อเสีย: ไม่มีที่จอดรถรองรับเสมอไป และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย 3. คอนโด ที่จอดรถ 100% คอนโด ที่จอดรถ 100% คือ…

ทำความรู้จักย่านอ่อนนุช พร้อมพาส่อง 5 คอนโดอ่อนนุช

‘ย่านอ่อนนุช’ คือ หนึ่งในทำเลทอง (Prime Location) ของกรุงเทพฯ ที่ได้ขึ้นแท่นเป็น New CBD (New Central Business District) หรือพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้มีอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ทำให้ย่านอ่อนนุชในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมคอนโดน่าอยู่ Community คุณภาพอย่าง T77 ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปทำความรู้จักกับย่านอ่อนนุช พร้อมแนะนำ 5 คอนโดที่อยู่ใกล้กับ T77 Community ซึ่งเป็น Shopping Mall ยอดฮิตของชาวอ่อนนุช การเติบโตของคอนโดในย่านอ่อนนุช คอนโดอ่อนนุชถือเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุน เพราะมีอัตราผลตอบแทนจากปล่อยเช่า (Rental Yield) ประมาณ 5-7% ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง อีกทั้งราคาขายคอนโด (Capital Gain) ยังมีการปรับขึ้นราว 7-8% ต่อปี โดยปัจจัยที่ทำให้คอนโดอ่อนนุชมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ 1. การตัดผ่านของรถไฟฟ้า BTS ในปี พ.ศ. 2542 รถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุชได้เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก ซึ่งในขณะนั้น สถานีอ่อนนุชได้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการเดินทางเข้าตัวเมืองกรุงเทพฯ ของผู้ที่อยู่อาศัยในย่านบางนา-สำโรง ทำให้ย่านอ่อนนุชครึกครื้นมากขึ้น ต่อมารถไฟฟ้า BTS ได้เปิดส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ในปี พ.ศ. 2554 ส่งผลให้ราคาที่ดินย่านอ่อนนุชพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย 2. รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวก เมื่อกระแสผู้คนในย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดตัวของสถานีอ่อนนุช ทำให้มีแหล่งอำนวยความสะดวกมากมายเกิดขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้คน อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ 3. แหล่งรวมคอนโดราคาหลากหลาย คอนโดอ่อนนุชมีราคาหลากหลาย ตั้งแต่ล้านต้นๆ ไปจนหลักสิบล้าน ทำให้ราคาเช่าของคอนโดอ่อนนุชมีความหลากหลายตามไปด้วย โดยคอนโดอ่อนนุชที่มีราคาขายไม่สูงมากมักเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2554 ส่วนคอนโดที่สร้างเสร็จใหม่ไม่นานจะมีราคาขายสูงกว่า อันเป็นผลจากต้นทุนราคาที่ดินที่สูงขึ้น แนะนำ 5 คอนโดอ่อนนุชน่าอยู่ สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดให้เช่าในย่านอ่อนนุช พลัสฯ ได้รวบรวม 5 คอนโดน่าอยู่มาให้แล้ว ทั้งคอนโดถูกและคอนโดหรู ซึ่งอยู่ใกล้กับ T77 Community อันเป็นแหล่งอำนวยความสะดวกยอดนิยมของคนย่านอ่อนนุชในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเดินทางสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS 1. Park Court Sukhumvit 77 Park Court Sukhumvit 77 เป็นโครงการคอนโด Low-Rise สูง 7 ชั้น…

พลัสฯ รุกตลาดภูเก็ตต่อเนื่อง ส่งท้ายปีด้วย 3 โครงการสุดหรู มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท

ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต  บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ประกาศความสำเร็จในธุรกิจรุกตลาดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง โดยได้ลงนามสัญญาบริหารโครงการคุณภาพ 3 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ความสำเร็จในการได้รับความไว้วางใจให้บริหารงานขาย 3 โครงการใหม่ในภูเก็ต สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการในศักยภาพของพลัสฯ ที่สั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการเป็นตัวแทนขาย Plus Sole Agent ในตลาดภูเก็ตมายาวนานกว่า 13 ปี ทั้งดูแลโครงการของแสนสิริ และผู้พัฒนาอสังหาอื่นๆ มีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งรัสเซีย ยุโรป อเมริกัน สิงคโปร์ ที่ซื้ออยู่เองเพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 รวมถึงกลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ที่ลงทุนปล่อยเช่าให้กับกลุ่มชาวต่างชาติ และหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดเทรนด์การทำงานระยะไกล (Remote working) ทำให้หลายคนเลือกที่จะมาทำงานและพักอาศัยในภูเก็ตระยะยาว (Long Stay) ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทวิลล่าหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพิ่มขึ้น เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตที่กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง” ภูเก็ตแหล่งรวมโครงการคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 3 โครงการเด่นที่ Plus Sole Agent รับบริหาร Mali Villas: พูลวิลล่าสุดหรู 7 ยูนิต มูลค่าโครงการ 210 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใส่ใจทุกรายละเอียด และใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้แก่ผู้อยู่อาศัย SURFHOUSE Residences: คอนโดมิเนียมบูติกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 34 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมายจากเครือ Sala Hospitality Group ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว Villa Qabalah: พูลวิลล่าหรู 31 ยูนิต มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท โดดเด่นด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน ผสานธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าทำยอดขายไปแล้ว 50% ของโครงการ Plus Sole Agent พร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต “ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดภูเก็ตมายาวนาน Plus Sole Agent พร้อมมอบบริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการตลาด การขาย และการบริหารโครงการ เพื่อให้ทุกโครงการประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายนี้ จะได้รับการตอบรับของตลาดทำให้การขายเร็วขึ้น เพื่อดูดซับความต้องการของกำลังซื้อที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน” นางสาวสมสกุล กล่าว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพให้กับเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับโครงการได้ที่ plus.co.th/sole-agent…

รวม 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เอาใจเหล่า Pet Parent!

ด้วยกระแสการเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก หรือ Pet Parent ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ความต้องการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น แต่กลุ่มคอนโด Pet-friendly ยังมีจำนวนไม่มากนัก หลายคนจึงแก้ปัญหาด้วยการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด  ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาเปิดข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด พร้อมแนะนำ 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เอาใจเหล่า Pet Parent โดยเฉพาะ ข้อเสียของการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด คอนโดหลายแห่งไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างที่ไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง ปัญหารบกวนเพื่อนบ้าน และอื่นๆ ซึ่งการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมีข้อเสียมากมาย ได้แก่ 1. ผิดกฎระเบียบของคอนโด หากเจ้าหน้าที่นิติบุคคลตรวจสอบพบว่า มีการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจถูกคิดค่าปรับเป็นรายวัน หรือถูกเชิญให้ย้ายออกได้ 2. สุ่มเสี่ยงต่อการมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจเสี่ยงต่อการมีปัญหากับเพื่อนบ้าน อาทิ สุนัขหรือแมวร้องเสียงดัง หรือการดูแลสุขอนามัยที่ไม่ดีจนทำให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน 3. กระทบสุขภาพสัตว์เลี้ยง การแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดทำให้เจ้าของไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น หาสัตวแพทย์ หรือรับบริการดูแลสุขภาพได้บ่อยนัก เนื่องจากต้องหลบๆ ซ่อนๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในที่สุด แนวทางที่ดีในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งสัตว์เลี้ยง เจ้าของ และเพื่อนบ้าน คือ การเลือกอยู่อาศัยในคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เพราะมีการออกแบบและบริการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง รวม 7 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ จากแสนสิริ ปัจจุบันมีคอนโดหลายแห่งอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้แล้ว เพื่อตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยของเหล่า Pet Parent อาทิ 1. Downtown 49 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แบบ Low-Rise ที่ประกอบไปด้วยอาคารสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมทั้งหมดเพียง 135 ยูนิต ทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก โดยแต่ละยูนิตมีขนาดพื้นที่อยู่อาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ 33.85-133.75 ตารางเมตร และมีห้องให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ คือ ห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน ห้อง 3 ห้องนอน ห้องเพนเฮาส์ ห้องดูเพล็กซ์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างหลากหลาย อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส ห้องอ่านหนังสือ ห้องอบไอน้ำ สนามพัตต์กอลฟ์กลางแจ้ง และสวนหย่อมรอบโครงการ ซึ่งสามารถพาน้องหมา และน้องแมวออกมาเดินเล่นได้ ตัวโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์และสถานีทองหล่อ รวมถึงแหล่งอำนวยความสะดวกสำคัญอย่างห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม โรงพยาบาลคามิลเลียน และโรงเรียนเซนต์ดอมินิก เป็นต้น ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องจากโมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ บริหารงานขายโครงการ โมติ เฮาส์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องจากโมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ บริหารงานขายโครงการ โมติ เฮาส์ (สุขุมวิท – เเพรกษา) ทาวน์โฮมสไตล์ Modern Art Deco ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เริ่มต้นเพียง 2.19 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารงานขาย-การตลาดอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจากบริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการ โมติ เฮาส์ สุขุมวิท – เเพรกษา (MOTI HAUS Sukhumvit-Praksa)  เป็นโครงการทาวน์โฮม , บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว 1 ชั้น จำนวน 145 หลัง สไตล์ Modern Art Deco ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานได้จริง และแบบบ้านดีไซน์ใหม่ไม่ซ้ำใคร บนพื้นที่ 17 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าโครงการกว่า 389 ล้าน นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ ได้รับความไว้วางใจจากโมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ ให้บริหารงานขายโครงการโมติ เฮาส์ (สุขุมวิท – เเพรกษา) โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ 2 ต่อเนื่อง โดยสามารถทำยอดขายพรีเซล ไปได้กว่า 60% ของเฟสแรกที่เปิดขาย รวมทั้งโครงการแรกโครงการโมติ ทาวน์ ยังคงทำยอดขายต่อเนื่องได้ 70% ของเฟสที่1 โดยโครงการโมติ เฮาส์ มีการออกแบบของบ้านให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ด้วยแบบบ้านสไตล์ Modern Art Deco ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยฟังก์ชันบ้านชั้นเดียวเพดานสูง 3.7 เมตร พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น ครบครันทุกการใช้งาน เหมาะกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ได้ความเป็นส่วนตัวสูง บ้านมีบริเวณโดยรอบ ทั้งพื้นที่สีเขียว ที่จอดรถส่วนตัวอีกด้วย มาพร้อมกับทำเลศักยภาพของโซนสุขุมวิท-แพรกษา ที่มีการขยายตัวทางด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นทำเลที่มีแหล่งงานขนาดใหญ่ อย่าง นิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยหน่วยงานราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ครบครันด้วยสาธารณูปโภค และระบบคมนาคมที่สะดวกต่อการเดินทางทั้งถนนสุขุมวิทและแพรกษา ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนวงแหวนกาญจนา รวมทั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิท –…

casibom