พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นใส่ใจด้านความยั่งยืน พา 6 โครงการที่อยู่อาศัยคว้ารางวัล ‘Green Residence’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารโครงการที่พักอาศัยที่ยั่งยืน ล่าสุด 6 โครงการได้รับการรับรอง Green Residence ประจำปี 2567 จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยโดยมุ่งเน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโครงการที่บริหารจัดการได้รับการรับรองให้เป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Residence) ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ้น 6 โครงการ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัล Green Residence มอบให้แก่หน่วยงานและที่อยู่อาศัย ที่มีการจัดการและใช้ทรัพยากรรวมถึงพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กับการจัดการของเสีย (waste) และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย พลัสฯ ส่งรายชื่อโครงการเข้าร่วมคัดเลือกทั้งสิ้น 6 โครงการ และสามารถคว้ารางวัลมาได้ทั้งหมดทุกโครงการ ใน 2 หมวดรางวัล ได้แก่ รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 3 รางวัล เนีย บาย แสนสิริ (NIA by Sansiri) เดอะ มูฟ เกษตร (THE MUVE Kaset) เอ็กซ์ที เอกมัย (XT Ekkamai) รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) 3 รางวัล ไฟคัส เลน (Ficus Lane) เดอะ โมนูเม้นต์ สนามเป้า (The Monument Sanampao) เดอะ ไลน์ ราชเทวี (THE LINE Ratchathewi) ความสำเร็จนี้เกิดจากการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่สนับสนุนด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดย พลัสฯ ได้มุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลัก ในการบริหารจัดการโครงการ ตลอดจนสร้างชุมชนของผู้อยู่อาศัยที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการขยะ ผ่านการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และอบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะครอบคลุมทุกโครงการ 2) การจัดการพลังงาน โดยโครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ และ 3) การจัดกิจกรรม Green Activity ที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และพื้นที่สีเขียวในโครงการ นฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับนี้เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งและเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้…
รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยในบ้าน อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์

รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพกับ Plus Property ชวนคุณสำรวจเคล็ดลับการดูแลพื้นที่อยู่อาศัยและอาคารให้ปลอดฝุ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ค้นพบวิธีดูแลพื้นที่ของคุณให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ได้จากบทความนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 ในหลายพื้นที่ทะลุเกณฑ์มาตรฐานสู่ระดับ “สีส้ม” ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ประชากรถึง 38 ล้านคน กำลังอาศัยในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 เกินมาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) โดยในจำนวนนี้มีถึง 15 ล้านคน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจนค่าเฉลี่ยอายุขัยของคนไทยลดลงถึง 1.78 ปี เพื่อรับมือกับฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ขอแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลพื้นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยลดผลกระทบจาก PM 2.5 และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานดังต่อไปนี้ แนวทางดูแลรับมือฝุ่น PM 2.5 ในอาคารที่พักอาศัย 1. ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ที่อาจมีฝุ่นละอองเข้าถึงได้ง่าย โดยทำการปิดช่องลม หน้าต่างที่ไม่มีความจำเป็น ทำความสะอาดเน้นจุดเฉพาะที่สะสมฝุ่น เช่น พรมเช็ดเท้าและพรมปูพื้น ทำความสะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ และพ่นละอองน้ำสู่อากาศ ฉีดล้างถนนส่วนกลาง และรดน้ำต้นไม้บริเวณโครงการ 2. ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยมีการเลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบคล้ายใบสน เพื่อลดการสะสมฝุ่น ดูแลพื้นที่สวนปลูกหญ้าคลุมพื้นดินแทนการเทปูน นอกจากช่วยในการดักจับฝุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ รวมทั้งมีการดูแลจุดพิเศษอย่างสระว่ายน้ำที่มักจะอยู่กลางแจ้ง และเป็นจุดที่ฝุ่นมักจะมีโอกาสเจือปนได้ง่าย 3. ตรวจสอบคุณภาพน้ำในสระอย่างสม่ำเสมอ วัดค่าคลอรีน และค่า pH ให้ได้มาตรฐาน ทำความสะอาดรางน้ำล้น และ บริเวณโดยรอบเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ ช้อนใบไม้และสิ่งสกปรก ดูดตะกอนสิ่งสกปรก หรือ เศษต่างๆ ที่อยู่ก้นสระ เพื่อให้สระว่ายน้ำสะอาด สวยงาม และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4. ลดการปล่อยมลพิษออกสู่ชุมชน ผ่านการการดูแลเครื่องจักรต่าง ๆ ในอาคารให้ทำงานได้ตามปกติ 5. ทีมนิติบุคคลแนะนำวิธีดูแลสุขภาพท่ามกลางฝุ่น PM 2.5 แก่ลูกบ้าน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงลูกบ้านอย่างทั่วถึง โดยสำหรับพลัสฯ เอง มีการแจ้งข้อมูลการดูแลตนเองจาก PM 2.5 และเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Home App แนวทางดูแลรับมือฝุ่น…
ส่องบ้านหรู 50 ล้าน ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต พร้อม 5 โครงการน่าสนใจ
บ้านหรู 50 ล้านเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม เนื่องจากเป็นบ้านที่มอบทั้งพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ความหรูหรา และความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว บทความนี้พลัสฯ จะชวนมาดูเหตุผลว่าทำไมบ้านหรู 50 ล้านบาทถึงน่าสนใจ พร้อมแนะนำ 5 โครงการบ้านหรู 50 ล้าน ทำไมต้องเลือกบ้านหรู 50 ล้าน? บ้านหรูระดับนี้มีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุน ดังนี้ 1. คุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้าง บ้านราคา 50 ล้าน มีการใช้วัสดุคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันจากสถาปนิกและมัณฑนากรมืออาชีพ ทำให้บ้านมีความแข็งแรง ทนทาน และสวยงาม นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนเป็นของพรีเมียม และมักมีเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ร่วมโดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย 2. ทำเลที่ตั้งสะดวก บ้านราคา 50 ล้าน มักอยู่ในย่านที่มีศักยภาพสูง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน ถนนสายหลัก รถไฟฟ้า และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ 3. สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม บ้านหรู 50 ล้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางคุณภาพสูงที่ครบครัน เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่พร้อมให้ลูกบ้านใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 4. พื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง บ้าน 50 ล้าน มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ทั้งพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในบ้านที่สามารถต้อนรับแขกได้สะดวก และมีบริเวณพื้นที่รอบบ้าน เช่น สวนหรือลานหน้าบ้านสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว เช่น ปาร์ตี้ เล่นกีฬา หรือนั่งพักผ่อน บ้านหรู 50 ล้านเหมาะกับใคร บ้านหรู 50 ล้าน เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อาทิ นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการต้อนรับแขก ครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราและความเป็นส่วนตัว ซื้อบ้านราคา 50 ล้าน ต้องเตรียมความพร้อมด้านใดบ้าง 1. ความพร้อมทางการเงิน การเป็นเจ้าของบ้านระดับนี้ต้องมีความพร้อมทางการเงินสูง เริ่มจากเงินดาวน์ที่อาจสูงถึง 20-30% ของราคาบ้าน และความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน นอกจากนี้ควรมีประวัติทางการเงินที่ดี มีเครดิตน่าเชื่อถือ และมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าตกแต่งบ้าน และค่าส่วนกลาง 2. ความพร้อมสำหรับการยื่นกู้ ในกรณีที่ต้องการสินเชื่อจากธนาคาร ควรเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน ทั้งหลักฐานรายได้ เอกสารการเงิน และเอกสารทางธุรกิจ หากเป็นเจ้าของกิจการ นอกจากนี้อาจพิจารณาหาผู้ร่วมกู้เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และควรศึกษาเงื่อนไขการกู้จากหลายธนาคารเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุด แนะนำ 5…
เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียคอนโดห้องมุม พร้อมแนะนำใครที่เหมาะจะซื้อ

คอนโดห้องมุมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน ด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ อาทิ ด้านพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และการรับแสงธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดห้องมุมควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง บทความนี้พลัสฯ ชวนมาเจาะข้อดีและข้อควรพิจารณาของคอนโดห้องมุม ตอบคำถามที่ใครหลายคนสงสัยว่า “คอนโดห้องมุม ดีไหม” ข้อดีของคอนโดห้องมุม 1. รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าห้องทั่วไป ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากการเปิดไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้ดี ลดกลิ่นอับและความชื้นสะสม อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกห้องมุมคอนโดแนะนำให้สำรวจห้องจริงและดูทิศที่ตั้งของห้องเพื่อพิจารณาเรื่องแสงธรรมชาติที่ได้รับระหว่างวัน เช่น หากเป็นคนที่ต้องตื่นเช้า แนะนำเลือกห้องที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเพื่อรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องทั่วไป ด้วยการออกแบบที่มีพื้นที่มุมเพิ่มขึ้น ทำให้คอนโดห้องมุมมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องแบบปกติ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด 3. ความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากมีเพื่อนบ้านติดกันเพียงด้านเดียวและอยู่ลึกกว่าห้องอื่นๆ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องทั่วไป ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น 4. วิวพาโนรามา คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้ชมวิวในมุมกว้าง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรู้สึกโปร่งโล่ง โดยเฉพาะในคอนโดที่อยู่ชั้นสูง จะได้ชมวิวเมืองได้อย่างสวยงาม 5. มูลค่าการลงทุนที่ดี คอนโดห้องมุมมักมีราคาขายต่อและค่าเช่าที่สูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีความต้องการสูงในตลาด ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ข้อเสียของคอนโดห้องมุม 1. อุณหภูมิภายในห้องสูง การมีหน้าต่างหลายด้านทำให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าห้องทั่วไป รวมถึงสามารถส่งผลให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศนานขึ้น จนทำให้เสียค่าไฟฟ้าสูงขึ้นได้ 2. ราคาสูงกว่าห้องทั่วไป คอนโดห้องมุมมักมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า และเป็นที่ต้องการสูงในตลาด 3. ระยะทางจากลิฟต์ ส่วนใหญ่คอนโดห้องมุมจะอยู่ไกลจากลิฟต์โดยสาร ทำให้ต้องเดินไกลขึ้น โดยเฉพาะเวลาขนของหรือซื้อของกลับมาจำนวนมาก 4. ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง คอนโดห้องมุมมักอยู่ติดกับบันไดหนีไฟ ลิฟต์ขนของ หรือห้องทิ้งขยะ ซึ่งอาจมีผลกระทบเรื่องกลิ่น แมลง หรือเสียงรบกวนต่างๆ ได้ แนะนำเลือกห้องจากโครงการที่มีผนังค่อนข้างหนา กันเสียงได้ดี 5. ความเสี่ยงน้ำรั่วซึม เนื่องจากมีผนังด้านนอกหลายด้าน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้มากกว่าห้องทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน คอนโดห้องมุม เหมาะกับใคร คอนโดห้องมุมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับหลายกลุ่ม อาทิ ครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย คนที่ทำงานที่บ้าน เพราะมีแสงธรรมชาติดี และมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการมีเพื่อนบ้านติดกันหลายด้าน นักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพราะมีมูลค่าการลงทุนที่ดี แนะนำ 5 คอนโดห้องมุม น่าสนใจ 1. ไฮฟ์ ตากสิน คอนโด High-rise จากแสนสิริ ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น จำนวน 365 ยูนิต 28 ชั้น มีประเภทห้องให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ Studio,…
คู่มือตรวจรับคอนโด Checklist จุดสำคัญที่ห้ามพลาด

การตรวจรับคอนโดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะคอนโดใหม่หรือตรวจคอนโดมือสอง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าได้รับห้องที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและสามารถแจ้งแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้ ไม่สร้างปัญหาให้ภายหลัง ในบทความนี้ พลัสฯ จะชวนมาเจาะลึกการตรวจรับคอนโดว่า ตรวจอะไรบ้าง และต้องตรวจคอนโดตอนไหน ผู้ที่กำลังซื้อคอนโดใหม่และต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองห้ามพลาด ตรวจรับคอนโดตอนไหน การตรวจคอนโดควรทำก่อนการโอนกรรมสิทธิ์หรือรับมอบห้อง โดยทั่วไปโครงการจะนัดตรวจห้องล่วงหน้าสักระยะ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่พบระหว่างการตรวจรับ ดังนั้นตรวจคอนโดก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ได้ห้องที่สมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ที่สุด โดยจำนวนที่แก้ไขได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการ การตรวจห้องคอนโดทั่วไปจะแก้ไขได้ประมาณ 2-3 ครั้ง อุปกรณ์สำหรับการตรวจรับคอนโด สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบไว้ดังนี้ 1. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ สำหรับบันทึกภาพจุดต่างๆ ที่ต้องแก้ไข ถ่ายภาพให้ครบทุกมุม ทั้งภาพรวมและภาพระยะใกล้ของจุดที่พบปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อมแซม 2. กระดาษ Post-it และปากกา สำหรับทำเครื่องหมายและจดบันทึกจุดที่พบปัญหา ระบุรายละเอียดของปัญหาที่พบให้ครบถ้วน แปะในจุดที่ต้องการให้แก้ไข 3. ลูกแก้วหรือลูกบอล สำหรับทดสอบความลาดเอียงของพื้น โดยวางลูกแก้วหรือลูกบอลบนพื้นในจุดต่างๆ หากลูกบอลกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แสดงว่าพื้นเอียง 4. เหรียญ สำหรับเคาะตรวจสอบพื้นและกระเบื้อง เพื่อหาจุดที่อาจมีการเทปูนไม่เต็มกระเบื้อง โดยสังเกตจากเสียงเคาะที่แตกต่างไปจากบริเวณอื่น 5. สายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟ สำหรับทดสอบปลั๊กไฟและระบบไฟฟ้า ควรทดสอบทุกจุดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัย 6. น้ำ ขวดน้ำ หรือถังน้ำ สำหรับทดสอบการระบายน้ำในห้องน้ำและระเบียง ควรทดสอบการระบายน้ำในปริมาณมากพอสมควรเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้มีน้ำขังหรือรั่วซึม เช็คลิสต์ตรวจรับคอนโด มีอะไรบ้าง 1. ตรวจสอบพื้นห้อง สังเกตความเรียบของพื้นผิว ตรวจดูว่าไม่มีรอยแยก รอยแตกร้าว หรือความเสียหายใดๆ จากนั้นควรตรวจสอบการยึดเกาะของกระเบื้อง โดยใช้เหรียญเคาะเพื่อฟังเสียงและสังเกตว่าไม่มีการโป่งพองหรือหลุดล่อน นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความลาดเอียงของพื้นในห้องน้ำและระเบียง เพื่อให้แน่ใจว่ามีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำที่ดี 2. ตรวจสอบผนังและบัวเชิงผนัง สังเกตความเรียบของผนังโดยรอบห้อง ตรวจดูว่าไม่มีรอยร้าว รู การหลุดลอกของสี การฉีกขาดของวอลเปเปอร์ หรือคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออก ซึ่งบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างความชื้น หรือการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อยของช่างได้ นอกจากนี้ตรวจสอบการติดตั้งบัวเชิงผนังว่ามีความเรียบร้อย แนบกับผนังสนิทดี ไม่มีช่องว่างหรือการหลุดลอกออก 3. ตรวจสอบเพดานและฝ้า สำรวจความเรียบของฝ้าเพดานทั้งหมด ตรวจดูว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความผิดปกติใดๆ บนพื้นผิว และตรวจสอบการติดตั้งดวงไฟและช่องแอร์ว่ามีความแน่นหนา นอกจากนี้ ควรสังเกตว่าไม่มีคราบน้ำหรือร่องรอยความชื้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึมจากชั้นบนหรือระบบท่อน้ำที่มีปัญหา 4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ทดสอบการทำงานของสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ และหลอดไฟด้วยสายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟทุกจุดว่าใช้งานได้ตามปกติ พร้อมสังเกตตำแหน่งการติดตั้งว่าเหมาะสมและปลอดภัยไหม ไม่อยู่ใกล้จุดที่อาจโดนน้ำ นอกจากนี้ควรตรวจสอบระบบไฟฉุกเฉินและสัญญาณเตือนภัยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสอบระบบน้ำ ตรวจสอบระบบน้ำทุกจุด เช่น ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ ฝักบัว อ่างล้างมือ และซิงก์ล้างจาน โดยทดสอบแรงดันน้ำว่าแรงอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงตรวจการระบายน้ำในอ่างล้างหน้าและพื้นห้องน้ำว่าไหลได้สะดวก ไม่มีน้ำขัง ที่สำคัญต้องตรวจดูการรั่วซึมตามท่อและข้อต่อต่างๆ โดยสังเกตความชื้นหรือคราบน้ำที่ปรากฏ 6. ตรวจสอบประตูและหน้าต่าง ทดสอบการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง ลูกบิดและกลอนว่าทำได้อย่างราบรื่น…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก้าวทันเทรนด์ “Pet Parent” พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักสัตว์ ทั้งด้านพื้นที่ ความปลอดภัย สุขอนามัย และการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย “Pet Parent” เทรนด์ใหม่ที่ขับเคลื่อนตลาดที่อยู่อาศัย เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นลูก หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization หรือ Pet Parent) ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของ ttb analytics พบว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2567 นั้นขยายตัวขึ้นจากปีก่อนสูงถึง 12.4% ด้วยมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท และมีมูลค่าเฉลี่ยการเติบโตของมูลค่าตลาดย้อนหลัง 5 ปี (CAGR) ที่ 17.5% นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์ในแบบ Pet Humanization หรือ Pet Parent ด้วยการใส่ใจและตามใจในฉบับทาสหมา – ทาสแมว ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ใช้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสัตว์สูงถึงปีละ 41,100 บาทต่อตัว สัตว์เลี้ยงบางตัวที่มีความน่ารัก หรือมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ยังสามารถกลายเป็น Pet Celebrity หรือสัตว์เลี้ยงชื่อดังที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในสังคม และมีผู้ติดตามผ่านทางช่องทาง Social Media จึงนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ดังนั้น การเลี้ยงสัตว์ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ความชอบหรืองานอดิเรก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของคนยุคใหม่ที่เริ่มมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวมากยิ่งขึ้น นฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของคนไทยมีขนาดเล็กลง และคนหันมาเลี้ยงสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยมองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pet-friendly เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ใช้ในการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง ไม่เพียงแค่พื้นที่กว้างขวาง แต่ยังต้องการโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบจัดการที่คำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ 28 ปีในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และการศึกษา Insight ของผู้อยู่อาศัยเพื่อนำมาออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลงตัว พลัสฯ ได้พัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบรับเทรนด์ Pet Humanization ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุสำหรับการอยู่อาศัย เช่น พื้นผิวที่ทนทานต่อน้ำและกลิ่น ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนหรือสนามหญ้า โซนฝึกฝนและออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่ร่มรื่นสำหรับพักผ่อน รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยมีการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพ มีจุดทิ้งขยะเฉพาะ การทำความสะอาดที่สม่ำเสมอ และการแจกอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น ถุงเก็บสิ่งปฏิกูลในพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงผ่านการจัดกิจกรรม เช่น การเทรนนิ่งการดูแลสัตว์เลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือการจัดอบรมเล็ก…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกตลาดภูเก็ต บริหารงานขายโครงการเซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเดินหน้ารุกตลาดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้รับความไว้วางใจจาก วาเคชั่น ไอซ์แลนด์ ในเครือ Sala Hospitality Group ให้บริหารงานขายและการตลาดให้กับ โครงการ เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา (SURFHOUSE Residences Phuket Bangtao) บูทิคคอนโดมิเนียม เพียง 34 ยูนิต มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรูที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ในทำเลคุณภาพอย่างภูเก็ต 14-15 ธันวาคม นี้ เปิดให้ชมห้องตัวอย่าง ที่ Porto De Phuket! นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “การเข้าบริหารงานขายโครงการเซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ภูเก็ต บางเทา ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของพลัสฯ ในการขยายตลาดภูเก็ต โครงการนี้มีความโดดเด่นและศักยภาพสูงในการตอบสนองทั้งตลาดนักลงทุนและผู้มองหาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี ด้วยบรรยากาศของโครงการที่เป็นรูปแบบ Resort Residence ซึ่งมีเพียง 34 ยูนิต ทำให้ได้รับความเป็นส่วนตัว พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหราและธรรมชาติได้อย่างลงตัว” เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “ISLAND STATE OF MIND” ในรูปแบบ Vacation Home โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ดึงเอาธรรมชาติของท้องทะเลและหาดทรายมารังสรรให้เข้ากับความหรูหราได้อย่างกลมกลืน ผ่านความงดงามบนเส้นโค้งของเกลียวคลื่น สีครีมของเม็ดทราย มาพร้อมกับพื้นที่ระเบียงที่กว้างเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม ประกอบกับแรงบันดาลใจที่ได้จากการเคลื่อนไหวของคลื่นเวลาที่เล่นเซิร์ฟมาถ่ายทอดผ่านเส้น Facade และ Oversize Balcony ที่มีความโค้งมน เป็น Organic Form ซึ่งแตกต่างจากโครงการคอนโดแนวราบทั่วไป เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้เปิดรับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ พร้อมคัดสรรวัสดุสำหรับโครงการที่มีคุณภาพสูง เพื่อความสวยคลาสสิกแบบไร้กาลเวลา นอกจากนี้ ยังมีบริการที่เติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้พักอาศัย รับสิทธิพิเศษมากมายจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Sala Hospitality Group โดยสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกฟรีที่ โรงแรม ศาลา ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่โหยหาวิถีธรรมชาติ แต่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว เซิร์ฟเฮาส์ เรสซิเดนท์ โดดเด่นด้วยการออกแบบอาคารสูง 7 ชั้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย มีที่จอดรถรองรับถึง 41 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องเก็บของส่วนตัว (Private Storage) อีกทั้งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ใกล้แหล่งอำนวยความสะดวก อาทิ Porto De…
How to ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ ให้ปลอดภัย อุ่นใจได้เมื่อใช้พลัสฯ

ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในอุดมคติของคุณคืออะไร? บ้าน ที่มีพื้นที่ส่วนตัวที่ให้คุณได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ บ้าน ที่มีสังคม สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดี โดยไม่ต้องกังวลใจ เมื่อเรื่อง ‘บ้าน’ ไม่ใช่เป็นแค่ ‘เรื่องบ้านๆ’ การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้ออสังหาฯ ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย การเลือกให้ดี จึงต้องใช้เวลา และอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ช่วยตัดสินใจ เสมือนการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการเรื่องอื่นๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายทรัพย์สิน หรือได้ทรัพย์สินที่ดีในราคาที่เหมาะสมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด ในบทความนี้ จะพาคุณทำความรู้จัก ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ ผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘เอเจนต์’ ตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ที่คุณไว้ใจได้ให้มากขึ้น ตัวแทนอสังหาฯ สำคัญยังไง ในการช่วยเหลือผู้ซื้อและผู้ขายให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การมีตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพเข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ พลัสฯ ตัวแทนการ ซื้อ-ขาย-เช่า ที่มากกว่าคำว่า ‘เชี่ยวชาญ’ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ซับซ้อน กอปรกับมูลค่ามหาศาลและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมากมายทำให้การตัดสินใจด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสูง หากคุณต้องการซื้อโครงการระดับ Luxury คุณมั่นใจในเอเจนต์อิสระได้มากแค่ไหน? โครงการ ณริณสิริ กรุงเทพกรีฑา การเลือกตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือเปรียบเสมือนการลดความเสี่ยงที่จะตามมาหลังจากตัดสินใจเช่า-ซื้ออสังหาฯ ตั้งแต่เริ่ม พลัสฯ ที่พร้อมจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเลือกทำเล ไปจนถึงวันที่คุณรับมอบ One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์ พร้อมด้วยข้อมูลการตลาดเชิงลึกที่เข้าใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรืออยู่เอง ก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย ผ่านฐานข้อมูลคุณภาพกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทุกทำเล ทุกราคา มีการบริหารจัดการและระบบหมุนเวียน stock ที่ช่วยส่งมอบยูนิตหรือห้องที่มีคุณภาพ ตรงต่อความต้องการมากยิ่งขึ้น นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากที่สุด บริการตัวแทนขาย-ปล่อยเช่า เพื่อเจ้าของบ้าน และนักลงทุน อุ่นใจได้ในทุกขั้นตอน ด้วยทีมค้นคว้าและวิจัยตลาด ช่วยวิเคราห์วางแผนการลงทุน พร้อมช่วยให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูบริการ “Plus Luxury Management” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งมอบบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้อยู่อาศัยในโครงการลักซ์ชัวรี่ ผ่าน “Plus Luxury Management” ชูกลยุทธ์ Customer Centric บริการที่ Customise ได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกบ้านที่แตกต่าง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ที่อยู่อาศัย ชี้โครงการลักซ์ชัวรี่ที่ใช้บริการมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ย 7-10% ต่อปี และ ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 7-9% ต่อปี* บริการตอบสนอง 3 สุดยอดองค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัย: THE BEST COMMUNITY สังคมการอยู่อาศัยคุณภาพ อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างอุ่นใจ THE BEST SECURE PLACE TO LIVE ผนึก LIV-24 ผู้นำเทคโนโลยีความปลอดภัย นำ AI มาใช้งาน ช่วยลด Human Error ผู้อาศัยมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น THE BEST IN TIMELESS QUALITY คุณภาพเหนือกาลเวลา ผ่านการดูแลการอยู่อาศัยครบวงจร ชูจุดเด่นของทีมงานมืออาชีพ มากประสบการณ์ ผ่านการฝึกอบรมจาก Luxury Management Academy โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเปิดขึ้นเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย พร้อมทั้งอบรมหลักสูตรอื่น ๆ จากในและต่างประเทศ พร้อมดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูงและความเป็นอยู่ของลูกบ้าน ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานใหม่ให้วงการที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ ตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย S-Class ทั้งคุณภาพบ้าน-คุณภาพชีวิต-การลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อความสุขในการอยู่อาศัยที่เหนือระดับไปอีกขั้น นฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งยกระดับบริการ Luxury Management เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยอย่างครบวงจรให้กับลูกบ้านในโครงการลักซ์ชัวรี่ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมจากหลักสูตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งานเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ชูกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ (Customer Centric) จึงทำให้บริการปรับเปลี่ยนหรือออกแบบได้ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ครบครัน และมูลค่าโครงการที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เทรนด์การมองหาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ของลูกค้าในปัจจุบัน นอกเหนือจากปัจจัยด้านการลงทุนที่คุ้มค่า ทำเล คุณภาพบ้าน ความสวยงามของโครงการ ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายที่จะได้รับ รวมถึงความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว สังคมการอยู่อาศัย และคุณภาพการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยลำดับตั้น ๆ ที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยเช่นกัน พลัสฯ จึงต่อยอดความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ด้านบริการ ส่ง Plus Luxury Management ให้บริการลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการลักซ์ชัวรี่ ด้วยประสบการณ์กว่า 28 ปีในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร จึงทำให้สามารถออกแบบบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่า ไม่เพียงแค่ซื้อบ้านแล้วจบไป แต่ยังมีบริการหลังการขายที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้วย จากข้อมูลการซื้อขาย ปล่อยเช่า ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลตอบแทนการลงทุน ในโครงการทำเลกรุงเทพกรีฑา เช่น โครงการเศรษฐสิริ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโผ TOP 11 บิ๊กอสังหาฯ เผยรายได้-กำไร 9 เดือน

เดินทางมาถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการแม้จะมีการฟื้นตัวในบางกลุ่ม ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังปรับลงไม่มากเท่าที่ควร เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรีและโครงการพัฒนาในทำเลที่มีศักยภาพยังคงเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมในการลงทุนและกลยุทธ์การพัฒนาที่เหมาะสม ทำให้สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ยังคงทำรายได้ 9 เดือนที่ผ่านมาได้เป็นไปตามเป้า โดย แสนสิริ รั้งอันดับ 1 กวาดรายได้สูงสุด ตามด้วย เอพี ไทยแลนด์ และ ศุภาลัย รวบรายชื่อ 11 ผู้ประกอบการอสังหาฯ ท็อปฟอร์ม 9 เดือนที่ผ่านมา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมผลประกอบการ 9 เดือน ในปี 2567 ของ 11 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเทียบให้เห็นว่า แต่ละบริษัท มีตัวเลขกำไร รายได้ และอัตราการเติบโตมากน้อยเพียงใด สะท้อนกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกัน และสิ่งนี้ส่งสัญญาณให้ต้องจับตาอะไรต่อไปในตลาดอสังหาฯ ช่วงท้ายปีไปจนถึงต้นปี 2568 อันดับ 1 แสนสิริ รายได้รวม 28,877 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวม อยู่ที่ 28,877 ล้านบาท โตขึ้น 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และกำไรสุทธิ 4,009 ล้านบาท ลดลง 15.8% เนื่องจากปีที่แล้วมีการบันทึกกำไรพิเศษ ทั้งนี้ รายได้จากการขายโครงการในไตรมาส 3 สัดส่วน 2 ใน 3 ยังคงมาจากโครงการแนวราบ โดยมีรายได้หลักมาจากโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่แสนสิริเป็นเจ้าตลาด อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 28,049 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,727 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 28,049 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,727 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 3% จาก 28,921 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 21 % จาก 4,719 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์ อันดับ 3 ศุภาลัย รายได้รวม 22,792 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,201…