พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบฟอร์ม 10 อสังหาฯ บิ๊กแบรนด์ ปี 67

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลวิจัยผลการดำเนินงาน 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 พบสามอันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุด ได้แก่ แสนสิริ เอพี และ ศุภาลัย แม้ตลาดจะเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง แต่บิ๊กอสังหาฯ หลายรายสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลยุทธ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะการขยายโครงการระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็นแนวทางหลักตั้งแต่ปี 2567 และต่อเนื่องถึงปีนี้ ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นยังเป็นอีกแรงส่งเสริมให้ตลาดอสังหาฯ ขยายตัว โดยเฉพาะทำเลท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น ยังคงคึกคักต่อเนื่อง โครงการ PTY Residence Sai 1 จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ รายได้รวม 39,205 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวม อยู่ที่ 39,205 ล้านบาท โตขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท ลดลง 13.3% จาก 6,060 ล้านบาทในปี 2566 ทั้งนี้ แสนสิริยังคงรักษารายได้เติบโตต่อเนื่อง เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะแข่งขันสูง โดยเติบโตจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม-ลักซ์ชัวรี รวมถึงการรุก Strategic Locations เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยสัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ยอดขายคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 37,460 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 2.4% จาก 38,399 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 17.1% จาก 6,054 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวเครือเอพี ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า อันดับ 3 ศุภาลัย รายได้รวม 31,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท ศุภาลัย สร้างรายได้รวมที่…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขานรับดีมานด์นักท่องเที่ยวภูเก็ตพุ่ง รุกเสิร์ฟบริการอสังหาฯ ครบวงจร

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดที่อยู่อาศัย ในปี 2567 ภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2566 ขณะที่จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (Flight Arrival) จากข้อมูลของท่าอากาศยานไทย (AOT) มีจำนวนทั้งสิ้น 51,836 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 28,645 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 23,193 เที่ยวบิน ซึ่งคิดเป็น 89% ของระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ในปีนี้ จำนวนเที่ยวบินขาเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งแต่เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนทั้งหมด 10,556 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 6,207 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 4,349 เที่ยวบิน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ตสูงสุด 3 อันดับแรกจากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต คือรัสเซีย จีน และ อินเดีย การเติบโตของเที่ยวบินดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อ ตลาดที่อยู่อาศัย ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ตลาดนักลงทุนต่างชาติขยายตัว การเดินทางที่สะดวกขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจาก จีนและรัสเซีย ให้ความสนใจลงทุนในคอนโดมิเนียมมากขึ้น ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าระยะยาว 2. ดีมานด์จากกลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay & Expatriates) นักท่องเที่ยวกลุ่มที่พำนักระยะยาวและกลุ่ม Digital Nomads มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยที่รองรับการใช้ชีวิตระยะยาวได้รับความสนใจมากขึ้น 3. ตลาดเช่าระยะสั้นเติบโต การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นดีมานด์เช่าคอนโดมิเนียมแบบ Short-Term Rental โดยเฉพาะในทำเลที่อยู่ใกล้สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก นางสาวสมสกุล กล่าวว่า เราบุกตลาดภูเก็ตมาแล้วกว่า 18 ปี มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอสังหาฯ และเข้าใจตลาดภูเก็ตเป็นอย่างดี ในขณะนี้ เราบริหารโครงการที่อยู่อาศัยที่ภูเก็ตจำนวนทั้งสิ้น 21 โครงการ ครอบคลุมกว่า 7,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตร.ม. และในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ส่งบริการแบบครบจบที่เดียว ตั้งแต่การบริหารการขายและการตลาดให้กับโครงการ (Sole Agent) การบริการซื้อ-ขาย-เช่า (Brokerage) และบริการหลังการขาย (After-sale…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’เสิร์ฟน้ำดื่มคุณภาพถึงคอนโดฯ ตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จับมือ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมผ่านสินค้าและบริการอัจฉริยะในคอนโดมีเนียม ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้งบริษัท Nasket เดินหน้าปฏิวัติตลาดรีเทลเพื่อผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯ ด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดภาระการจัดการ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทบริหารนิติบุคคลอย่างได้ผล โดยล่าสุดจัดงาน “ตู้น้องแพค พลัสฯ กับคริสตัล” เพื่อเปิดตัวตู้จำหน่ายน้ำดื่มยกแพ็ค Clear Vendink™ ช่องทางบริการสินค้ารูปแบบใหม่ในคอนโดฯ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยร่วมมือกับพันธมิตร และบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในเมืองมากยิ่งขึ้น พร้อมชูกลยุทธ์ Mascot Marketing คาแรกเตอร์ “น้องแพค” เพื่อสร้างภาพจำในฐานะตัวแทนของแบรนด์ในการสื่อสาร แสดงภาพลักษณ์ และสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมต่อแนวคิด คอนโด-รีเทล-เทคโนโลยี อย่างตรงจุด นายผรินทร์ สงฆ์ประชา CEO บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มของนวัตกรรมสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเน้นความประหยัดมากขึ้น แต่ก็ยังต้องการความสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และต้องได้มาตรฐานดังเดิม ซึ่งสำหรับสินค้าบางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีการใช้งานสม่ำเสมอ กลับเป็นจุดที่การซื้อผ่านออนไลน์ ยังไม่ตอบโจทย์ได้ครอบคลุม เพราะจะเสียค่าส่งแพง ดังนั้นนาสเกตจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการที่ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีบริการตัวล่าสุดคือ ‘ตู้น้องแพค’ ตู้ขายน้ำดื่มยี่ห้อดังยกแพค ราคาถูก ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้ลิฟท์ในบริเวณล็อบบี้ ปัจจุบันมีให้บริการแล้วกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ทำรายการด้วยระบบอัจฉริยะที่รองรับ Cashless Payment เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบ AI ที่ช่วยคำนวณการเติมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สินค้าจะพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งลูกบ้านสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้โดยตรง นอกจากนี้เราใช้กลยุทธ์ Mascot Marketing ผ่านคาแรกเตอร์ ‘น้องแพค’ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจ สร้างการจดจำ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของนาสเกตในอนาคต” นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงประโยชน์ที่โซลูชันของนาสเกตที่มอบให้กับลูกบ้านที่พลัสดูแลอยู่ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งมองว่าการมีระบบ Smart Convenience Solutions อย่าง Clear Vendink™ ในโครงการที่พักอาศัยภายใต้การดูแลของพลัสในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน แต่ยังช่วยลดภาระการจัดการของนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบเติมน้ำอัตโนมัติและ AI ช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำจุดยืนในการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม กางแผนความยั่งยืนปี 2025 มุ่งเน้นดำเนินการผ่านสามเสาหลักด้านความยั่งยืน คือการจัดการขยะ (Waste Management) การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับลูกบ้าน (Green Activity) เพื่อหมุดหมายในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2050 นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความเป็นอยู่ (Living Management) ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย และการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholder) ทุกฝ่ายของเรา” 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน (Sustainability Pillar) ของพลัสฯ 1. การจัดการขยะ (Waste Management) ผ่านโครงการคัดแยกขยะ (Waste to Worth) โดยมีการจัดรณรงค์และประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะ พร้อมทั้งจัดอบรมเรื่องการคัดแยกขยะในทุกโครงการที่พลัสฯ ดูแล โดยในปีที่ผ่านมา โมเดลนี้ถูกนำไปใช้ในทุกโครงการที่อยู่อาศัย 100% โดยในปีที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณขยะทั้งหมดในโครงการลงได้ 35% และสามารถเพิ่มปริมาณการรียูสและรีไซเคิลจากขยะที่แยกมาทั้งหมดได้ถึง 33% เมื่อเทียบกับปี 2023 ทั้งนี้ พลัสฯ ตั้งเป้าหมายในปี 2025 ให้มีอัตราส่วนขยะรีไซเคิลในโครงการ เพิ่มขึ้น 30% และค่าเฉลี่ยน้ำหนักขยะลดลง 5% 2. การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) โครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ การแจกแจงแผนการใช้งานและดูแลระบบไฟฟ้า น้ำ และลิฟต์โดยสาร งานบำรุงรักษา การลดการใช้กระดาษ และงานสวน เป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2025 สามารถลดหน่วยการใช้น้ำและไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีลง 5% 3. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Activity) กำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น กิจกรรม ‘คัด แยก แลก สุข’ โดยให้ลูกบ้านสามารถนำขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ มาแลกรับไข่ไก่ได้ กิจกรรม Backyard สวนปลูกผักที่ไม่เพียงสร้างพื้นที่สีเขียว แต่ยังสามารถนำผลผลิตไปแจกจ่ายและแปรรูปส่งมอบให้ลูกบ้านได้ รวมทั้ง กิจกรรมบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปทำหมอนหลอดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น นอกจากนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้…
ส่องบ้านหรู 100 ล้าน พร้อมแนะนำ 5 โครงการบ้านระดับไฮเอนด์

ตลาดบ้านหรูในปัจจุบันมีหลากหลายระดับราคาให้เลือก แต่ที่ถือว่าเป็นระดับท็อปของวงการ คือ บ้านหรู 100 ล้าน ที่นอกจากจะเป็นที่พักอาศัยในฝันของใครหลายคนแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความมั่งคั่ง โดยบ้านราคา 100 ล้าน มักมาพร้อมกับความพิเศษในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงทำเลที่ตั้ง ในบทความนี้พลัสฯ จะชวนทุกท่านไปส่ององค์ประกอบของการเป็นบ้านหรู และแนะนำ 3 ทำเลที่ตั้งของบ้านหรู พร้อมกับ 5 โครงการบ้านหรูที่น่าจับตามอง องค์ประกอบของบ้านหรู 100 ล้าน 1. การออกแบบและการตกแต่งที่พรีเมียม คฤหาสน์หรู 100 ล้าน มักได้รับการออกแบบจากสถาปนิกและมัณฑนากรชั้นนำ เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง เช่น หินอ่อนนำเข้า ไม้เนื้อแข็งชั้นดี และระบบอัจฉริยะที่ควบคุมการทำงานภายในบ้าน การตกแต่งภายในจะเน้นความหรูหรา ทันสมัย และสะท้อนรสนิยมระดับสูงของเจ้าของบ้าน โดยอาจได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของเมืองนอก เช่น ฝรั่งเศสและอิตาลี 2. พื้นที่ที่ดินและพื้นที่ใช้สอย โครงการบ้านหรู 100 ล้าน มักมีพื้นที่ที่ดินขนาดใหญ่ตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไป พร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่กว้างขวาง จัดสรรเป็นห้องต่างๆ อย่างลงตัว มักประกอบไปด้วยห้องจำนวนมากมาย ทั้งห้องนอนมาสเตอร์ขนาดใหญ่ ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องอเนกประสงค์ และมักมีที่จอดรถมากกว่า 1 คันขึ้นไป 3. ทำเลที่ตั้ง บ้าน 100 ล้านนี้มักตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ราคาที่ดินค่อนข้างสูง อยู่ในพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้สะดวก รวมถึงใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ นอกจากนี้ยังต้องเป็นทำเลที่ให้ความเป็นส่วนตัวได้ด้วยเช่นกัน 4. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บ้านหรู 100 ล้าน มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ที่ครบครันซึ่งออกแบบและก่อสร้างด้วยความพรีเมียม เช่น สระว่ายน้ำส่วนตัว สวนขนาดใหญ่ ห้องออกกำลังกาย ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และที่จอดรถหลายคัน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่สวยงามและตอบโจทย์การดำเนินชีวิต 3 ทำเลบ้านหรู 100 ล้าน ที่น่าสนใจ 1. พัฒนาการ หนึ่งในทำเลที่น่าจับตามองสำหรับบ้านหรู 100 ล้าน ด้วยความพร้อมของแหล่งอำนวยความสะดวก ทั้งแหล่งธุรกิจ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล และสวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อน นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้สะดวก มีเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย เช่น ถนนอ่อนนุช ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติฯ และทางพิเศษศรีรัช อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าหลายรูปแบบให้เลือกเดินทาง เช่น Airport Rail Link และรถไฟฟ้า BTS 2.…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจปี 68 รุกตลาด Luxury Segment เดินหน้าธุรกิจใหม่ ให้ตรงใจลูกค้า

คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567ที่ผ่านมา ทิศทางธุรกิจเป็นไปในแง่บวก โดยสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเติบโตได้ดี จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ทำเลศักยภาพในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา ยังคงได้รับความนิยม ส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา จากการบริหารโครงการครอบคลุมทุกประเภท ทั้งโครงการแนวราบ (Low Rise) โครงการแนวสูง (High Rise) และ อาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) จำนวนรวมทั้งสิ้น 442 โครงการ มีขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. สะท้อนถึงดีมานด์ด้านบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอสังหาฯ ยังคงมีสูง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพในการบริหารจัดการของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการ ผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนได้อย่างมืออาชีพ การันตีคุณภาพการบริการด้วยคะแนนความพึงพอใจจากการประเมินของลูกค้า (Customer Satisfaction) ในปีที่ผ่านมา คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 90.7% พร้อมมั่นใจได้ด้วยมาตฐานสากล โดยพลัสฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ที่ครอบคลุมระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ (ISO 41001) และระบบบริหารสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ซึ่งพลัสฯ เป็นรายแรกและรายเดียวที่สามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมทุกโครงการได้ เปิดทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ของพลัสฯ ในปี 68 คุณสุวรรณี เผยว่า ในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตั้งเป้ากวาดรายได้กว่า 2 พันล้านบาท โดยวางรายได้หลักมาจาก 4 ธุรกิจที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลัสฯ คือ ธุรกิจบริหารจัดการที่พักอาศัย (Living Management) ธุรกิจบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ธุรกิจซื้อ ขาย เช่า และบริหารงานขายโครงการ (Brokerage & Sale Management) ธุรกิจ ลิฟ-ทเวนตี้โฟร์ (LIV-24) โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งตั้งต้นมาจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ beyond expectation ให้แก่ลูกค้าด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญของพลัสฯ ในปีนี้ คือ 1. เจาะกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่…
รู้ข้อดี-ข้อเสียคอนโดวิวสวน พร้อมแนะนำ 5 คอนโดน่าสนใจ

ในยุคที่กรุงเทพฯ มีความเป็นเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่สีเขียวกลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้น หลายคนจึงมองหาคอนโดใกล้สวนสาธารณะ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านมารู้จักกับคอนโดวิวสวน ทางเลือกที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความสะดวกสบายของการอยู่ในเมืองเข้ากับความร่มรื่นของธรรมชาติ พร้อมแนะนำโครงการคอนโดวิวสวนที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณได้เลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ข้อดีของคอนโดวิวสวน 1. สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี คอนโดวิวสวนมักมีอากาศบริสุทธิ์กว่าคอนโดทั่วไป เพราะต้นไม้ในสวนช่วยกรองฝุ่นและมลพิษ อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 2. โอกาสในการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง การอยู่ใกล้สวนสาธารณะเป็นแรงจูงใจให้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เดินเล่น หรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ 3. ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและจิตใจ วิวธรรมชาติช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะได้รับอากาศบริสุทธิ์ ข้อเสียของคอนโดวิวสวน 1. ความเป็นส่วนตัว คอนโดที่อยู่ติดสวนสาธารณะอาจมีผู้คนพลุกพล่านในช่วงเวลาที่มีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งอาจมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากกิจกรรมในสวน 2. ราคาสูง คอนโดวิวสวนมักมีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไปในย่านเดียวกัน เพราะวิวและทำเลที่ตั้งที่ดี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด แนะนำสวนสาธารณะที่น่าสนใจในกรุงเทพ 1. สวนจตุจักร สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่นั่งพักผ่อน สวนดอกไม้ และบึงน้ำ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมกลางแจ้ง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS และ MRT เดินทางสะดวก 2. สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีทางวิ่ง ทางจักรยาน และพื้นที่พักผ่อนร่มรื่น รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การออกกำลังกายและพักผ่อน ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT หลายคนจึงให้ความสนใจมองหาคอนโดวิวสวนลุมพินี แนะนำ 5 คอนโดวิวสวนน่าสนใจ 1. เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าจากแสนสิริ ที่ได้วิวสวนจตุจักรแบบพาโนรามา ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารสูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 841 ยูนิต มีห้องให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน ไปจนถึงห้องดูเพล็กซ์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง EV Charging Station และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวกใกล้ BTS สถานีหมอชิต และ MRT สถานีสวนจตุจักร ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2…
ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ ย่านไหนน่าอยู่ น่าลงทุน

การเลือกทำเลที่ตั้งคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการลงทุน เพราะทำเลที่ดีไม่เพียงช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกทำเลคอนโด ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ความปลอดภัย และศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ ในบทความนี้ พลัสฯ ชวนมาส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพที่น่าสนใจ พร้อมตอบคำถามที่ว่า ‘เช่าคอนโด แถวไหนดี’ ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ 1. สุขุมวิท-อโศก-ทองหล่อ ทำเลระดับพรีเมียมใจกลางเมืองที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สำนักงาน สถานบันเทิง โรงพยาบาล และสถานศึกษานานาชาติ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT เหมาะสำหรับคนทำงาน ครอบครัว และชาวต่างชาติ ทำเลนี้มีศักยภาพการเติบโตสูง ราคาคอนโดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้า: Terminal 21 และ The Em District สถานศึกษา: โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, Bangkok Prep International School และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น สุขภาพ: โรงพยาบาลสุขุมวิทและโรงพยาบาลคามิลเลียน สวนสาธารณะ: สวนเบญจกิตติและสวนเบญจสิริ การเดินทาง: BTS อโศก/ทองหล่อ/เอกมัย และ MRT สุขุมวิท คอนโดแนะนำ ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High Rise สูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 338 ยูนิต ภายใต้ คอนเซปต์ “ความแตกต่างที่พอดี” ผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห่างจาก BTS สถานีทองหล่อเพียง 20 เมตร สามารถเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงชั้นนำย่านทองหล่อ-เอกมัย ยูนิตแนะนำ: 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 124.0 ตารางเมตร คลิก 2. พระราม 9 – รัชดา – ห้วยขวาง ย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่กำลังเติบโต มีอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์มากมาย เดินทางสะดวกด้วย MRT และถนนใหญ่หลายสาย เหมาะกับวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง ราคาคอนโดยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก…
รู้จักข้อดี-ข้อเสีย คอนโดหน้ากว้าง พร้อมแนะนำ 5 โครงการน่าสนใจ

ปัจจุบันคนเมืองให้ความสนใจการอยู่อาศัยในคอนโดมากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบาย และการเดินทางที่คล่องตัว โดยรูปแบบคอนโดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ คอนโดหน้ากว้าง ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปรู้จักว่าคอนโดหน้ากว้างคืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร พร้อมแนะนำ 5 คอนโดหน้ากว้างที่น่าสนใจ คอนโดหน้ากว้าง คืออะไร และเหมาะกับใคร คอนโดหน้ากว้าง หรือ คอนโดห้องหน้ากว้าง คือ คอนโดที่ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึก มักมีขนาดตั้งแต่ 30 ตร.ม. ขึ้นไป และมีการแยกพื้นที่ค่อนข้างชัดเจน โดยคอนโดรูปแบบนี้มักตั้งอยู่ในพื้นที่ธุรกิจ ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อาทิ ผู้ที่ชื่นชอบพื้นที่โล่งกว้าง ผู้ที่ชื่นชอบการรับแสงธรรมชาติ ครอบครัวขนาดใหญ่และเล็กที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการแต่งห้อง ข้อดีของคอนโดหน้ากว้าง คอนโดหน้ากว้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้ 1. พื้นที่กว้างขวาง การออกแบบให้ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึกช่วยให้มองเห็นพื้นที่โดยรวมได้ชัดเจน มีพื้นที่สำหรับการใช้งานกว้าง ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่ง และสบายตา 2. แบ่งสัดส่วนเป็นระเบียบ คอนโดหน้ากว้างมักมีการออกแบบพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์และแบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว เช่น โซนห้องนอน โซนนั่งเล่น และโซนห้องครัว สามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ทำกิจกรรมชัดเจน 3. ได้รับแสงธรรมชาติ สร้างสภาพแวดล้อมดี ห้องของคอนโดหน้ากว้างมักได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้นจากหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ เพื่อตอบรับกับความกว้างของห้อง ทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง เห็นวิวชัดเจน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ข้อเสียของคอนโดหน้ากว้าง อย่างไรก็ตาม คอนโดหน้ากว้างมีข้อที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. ราคาเริ่มต้นสูง เนื่องจากการออกแบบห้องให้มีหน้ากว้างต้องใช้พื้นที่มากกว่าห้องแบบปกติ ทำให้ราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรสูงกว่าคอนโดทั่วไป 2. พื้นที่ห้องตื้น เพราะมีความลึกของห้องน้อยกว่าความกว้าง อาจทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์บางประเภทไม่ลงตัว หรือต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ แนะนำ 5 คอนโดห้องหน้ากว้าง 1. HQ Thonglor by Sansiri คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High-rise ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพอย่างทองหล่อ ที่ตกแต่งด้วยคอนเซปต์ Jewel of Thonglor โครงการมีจำนวนทั้งหมด 197 ยูนิต ซึ่งประกอบไปด้วยห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน และ Penthouse มีขนาดพื้นที่เริ่มต้น 40.5-262.5 ตารางเมตร และออกแบบให้เพดานสูง 2.7 เมตร ช่วยให้ห้องดูโปร่ง โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด สวนหย่อมลอยฟ้า รวมถึงมี Shuttle Service จากรถไฟฟ้า BTS ซึ่งโครงการตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีทองหล่อ ราคาเช่าเริ่มต้น 33,000…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ ยกระดับระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารให้ Paso Tower อย่างครบวงจร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้รับความไว้วางใจจาก ปาโซ่ ทาวเวอร์ (Paso Tower) ให้เข้าดูแลและบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานอาคาร ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เช่าพื้นที่และผู้ใช้งานอาคาร อาคาร Paso Tower เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 28 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างถนนสีลม การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีช่องนนทรี มีขนาดพื้นที่รวมทั้งหมด 28,860 ตร.ม. และพื้นที่สำนักงานให้เช่ารวม 11,143 ตร.ม. ทั้งนี้ พลัสฯ เข้ามาบริหารจัดการระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจรให้แก่ Paso Tower ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ควบคุม และปฏิบัติการในการดูแลบำรุงรักษาระบบประกอบอาคาร ให้สามารถทำงานและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำใช้ภายในอาคาร ระบบความปลอดภัยต่างๆ อย่างระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ หรือระบบอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ผ่านการดำเนินงานโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 28 ปี และมีมาตรฐานในการดำเนินงานในระดับสากล พัฒนาทั้งความปลอดภัยและคุณภาพ เพื่อให้ Paso Tower สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายภคิน เอกอธิคม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การจัดการระบบวิศวกรรมอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่มั่นคงให้อาคาร ไม่เพียงแค่การจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย แต่ยังสามารถเพิ่มศักยภาพในการใช้งานอาคาร ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การวางแผนงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาอาคารอย่างถูกต้องและเหมาะสม ยังช่วยให้อาคารมีความพร้อม สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของอาคาร ผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร นับเป็นการลงทุนที่สะท้อนถึงความคุ้มค่า ทั้งในเชิงธุรกิจและมูลค่าของอาคาร” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารจัดการโครงการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคาร mix-used ห้างสรรพสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงอาคารที่มีความซับซ้อนสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าจำนวน 39 แห่ง รวมพื้นที่ 1.96 ล้านตารางเมตร และมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงจำนวน 395 โครงการ รวมพื้นที่ทั้งหมด 18.55 ล้านตารางเมตร พร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-688-7555 หรือเว็บไซต์ www.plus.co.th/service/facility-management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25…