ทำไมถึงต้องเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคาร พร้อมเรื่องที่ควรรู้

การตรวจสอบอาคารเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารต้องดำเนินการตามกฎหมายควบคุมอาคารในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสาธารณะ และการตรวจสอบอาคารนั้น ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น แต่การเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปแนะนำเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบอาคาร ทั้งประโยชน์ ขั้นตอนดำเนินการ และเหตุผลว่าทำไมถึงควรเลือกใช้บริการตรวจสอบอาคารโดยผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบอาคาร คืออะไร? การตรวจสอบอาคาร คือ กระบวนการตรวจสอบสภาพอาคาร ทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ความปลอดภัย และการใช้งานของระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยมีวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบอาคาร ซึ่งการตรวจสอบอาคารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าอาคารมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดประเภทของอาคารที่ต้องได้รับการตรวจสอบไว้ 9 ประเภท ได้แก่ อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่รวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือจุคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้ายที่มีความสูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป การตรวจสอบอาคารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การตรวจสอบอาคารประจำปี ซึ่งต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามที่กฎหมายกำหนด และการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ อาจต้องดำเนินการทุกๆ 5 ปี โดยผู้ตรวจสอบอาคารจะต้องมีการจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการตรวจบำรุงอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงคู่มือปฏิบัติตามแผนดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางและเก็บบันทึกข้อมูลจากการตรวจสอบอาคารทุกครั้ง ตลอดจนแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี ไว้เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารประจำปีต่อไป โดยผู้มีอำนาจในการตรวจสอบอาคาร จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเท่านั้น โดยต้องเป็นวิศวกรหรือสถาปนิกที่ผ่านการอบรมและทดสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้ ทำไมต้องตรวจสอบอาคาร? การตรวจสอบอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เนื่องจากอาคารที่ก่อสร้างและใช้งานมาเป็นเวลานานอาจเกิดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างและระบบต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การตรวจสอบอาคารเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อไม่ให้โดนบทลงโทษ โดยหากเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองที่ไม่ดำเนินการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนดได้ อาจต้องเผชิญกับโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง การตรวจสอบอาคารสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารได้ เมื่อมีการตรวจพบปัญหาแต่เนิ่นๆ และแก้ไขอย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลามและส่งผลให้อาคารทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร การตรวจสอบอาคารช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เพลิงไหม้ หรือแผ่นดินไหว หากระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงโครงสร้างอาคารอยู่ในสภาพดี…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เก็บขยะริมหาดบางเทา ในงาน BEING Thailand

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society ต่อยอดแนวคิด Inclusive Growth ผ่านกิจกรรม “Wellness Community Cleanup” เก็บขยะริมหาดบางเทาในงาน BEING Thailand 2025 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เดินหน้าสานต่อแนวคิด ‘Inclusive Growth’ สร้างความเติบโตร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรม “Wellness Community Cleanup” เก็บขยะบริเวณชายหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นภายใต้งาน “BEING Thailand 2025” งานสัมมนาที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านสุขภาพ การบริการ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ร่วมหารือแนวทางและร่วมกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนความยั่งยืนในชุมชน นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพใหญ่ของบริการพลัสฯ ภูเก็ต เปิดเผยว่า เราดำเนินธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตมากว่า 18 ปี ปัจจุบันบริหารโครงการที่อยู่อาศัยรวม 21 โครงการ ครอบคลุมกว่า 7,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตารางเมตร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเสมอมา การร่วมมือกับแสนสิริภูเก็ต และ The Society ภายใต้งาน BEING Thailand ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมชุมชนและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พลัสฯ และแสนสิริ เราได้ทำกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา เราได้มีการจัดกิจกรรมเก็บขยะริมหาด ร่วมกับมูลนิธิไม้ขาวยั่งยืน รวมถึงให้ความรู้ในการเก็บขยะและการแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งหมุนเวียนจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดเป็นประจำตลอดทั้งปี เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองภูเก็ต นำไป Recycle และ Upcycle ต่อไป กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของพลัสฯ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง โดยมุ่งหวังให้ทุกพื้นที่ที่พลัสฯ เข้าไปดูแล มีคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ศึกษาข้อมูลบริการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย หรือการพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-688-7555 หรือ https://www.plus.co.th/service/living-management ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส…
บ้านจัดสรร คืออะไร? ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีตัวเลือกที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ บ้านจัดสรรเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม ด้วยความพร้อมในการเข้าอยู่และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรร มาทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของบ้านจัดสรรให้ครบถ้วนก่อน อ่านบทความนี้จากพลัสฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย บ้านจัดสรรคืออะไร บ้านจัดสรรหรือหมู่บ้านจัดสรร คือ โครงการที่พัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ แบ่งเป็นแปลงย่อยพร้อมสร้างบ้าน มีการวางผังโครงการอย่างเป็นระบบ ทั้งถนน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง โดยมีรูปแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ข้อดีของบ้านจัดสรร 1. พร้อมเข้าอยู่ บ้านจัดสรรส่วนใหญ่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ไม่ต้องรอการก่อสร้างนาน และมักมีการตกแต่งภายในพื้นฐานมาให้ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตกแต่งเพิ่มเติม 2. ความปลอดภัยสูง โครงการบ้านจัดสรรมักมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งระบบ CCTV พนักงานรักษาความปลอดภัย และระบบควบคุมการเข้า-ออกโครงการตลอด 24 ชั่วโมง 3. สภาพแวดล้อมน่าอยู่ มีการจัดการสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์อย่างเป็นระเบียบ มีพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ 4. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน บ้านจัดสรรมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สโมสร สนามเด็กเล่น และพื้นที่สันทนาการต่างๆ 5. ขอสินเชื่อง่าย สถาบันการเงินมักให้ความเชื่อมั่นกับโครงการบ้านจัดสรรที่พัฒนาโดยบริษัทที่มีชื่อเสียง ทำให้การขอสินเชื่อมีโอกาสอนุมัติสูง ข้อเสียของบ้านจัดสรร 1. ข้อจำกัดด้านการดัดแปลง ต้องทำตามกฎระเบียบโครงการอย่างเคร่งครัด และมีข้อจำกัดในการต่อเติมเนื่องจากต้องเว้นระยะห่างจากบ้านข้างเคียง 2. มีค่าส่วนกลาง ต้องจ่ายค่าส่วนกลางรายเดือนหรือรายปีสำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัย 3. ความเป็นส่วนตัว บ้านอยู่ใกล้ชิดกัน อาจมีผลต่อความเป็นส่วนตัว เช่น อาจมีเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และต้องใช้พื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนและสระว่ายน้ำร่วมกับเพื่อนบ้าน ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อบ้านจัดสรร 1. ทำเลที่ตั้งและการคมนาคม ทำเลต้องสะดวกต่อการเดินทาง เข้าถึงได้ง่ายทั้งทางรถยนต์และขนส่งสาธารณะ ใกล้สถานที่สำคัญ อย่างโรงเรียน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า รวมถึงควรศึกษาแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่อาจส่งผลต่อมูลค่าบ้านด้วยเช่นกัน 2. ชื่อเสียงผู้พัฒนาโครงการ เลือกผู้พัฒนาโครงการที่มีประวัติน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานการก่อสร้างที่ดี ใช้วัสดุคุณภาพ และมีบริการหลังการขายที่ดี สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว 3. งบประมาณและความคุ้มค่า พิจารณาทั้งราคาบ้าน ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้สอดคล้องกับงบประมาณ รวมถึงประเมินโอกาสการเพิ่มมูลค่าในอนาคตจากการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ 4. สิ่งอำนวยความสะดวก ตรวจสอบคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภค รวมถึงแผนการบำรุงรักษาส่วนกลางที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีของโครงการ แนะนำ 3 โครงการบ้านจัดสรร 1. นาราสิริ บางนา โครงการบ้านบางนาระดับลักซ์ชัวรีจากแสนสิริ จำนวน 101 ยูนิต ภายในบ้านประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ทั้งคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เสริมแกร่งความยั่งยืน คว้า 8 รางวัล Green Residence และ Green Office

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารที่บริหารจัดการ คว้ารางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ทั้งสิ้น 8 รางวัล ประเภทโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Residence) และ โครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยในงานนี้ ได้รับเกียรติจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขึ้นมอบรางวัลให้แก่ตัวแทนพลัสฯ ในแต่ละโครงการ ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร รางวัลตราสัญลักษณ์ G – Green ระดับประเทศ จัดขึ้นโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบให้แก่องค์กรที่ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กับการจัดการของเสียหรือมลพิษ สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ โครงการของพลัสฯ ที่ได้รับรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green มีทั้งสิ้น 8 รางวัล: รางวัล Green Residence ระดับดีเยี่ยม (ทอง) เดอะ มูฟ เกษตร เนีย บาย แสนสิริ เอ็กซ์ที เอกมัย รางวัล Green Residence ระดับดีมาก (เงิน) เดอะ ไลน์ ราชเทวี เดอะ โมนูเม้นต์ สนามเป้า ไฟคัสเลน รางวัล Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) บริษัท เจียไต๋ จำกัด (สำนักงานใหญ่) รางวัล Green Office ระดับดี (ทองแดง) อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พลัสฯ มุ่งมั่นต่อเนื่องในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยก่อนนี้ได้จัดกิจกรรม Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก ดำเนินการมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ชวนลูกบ้านกว่า 400 โครงการปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถช่วยประหยัดพลังงานไปได้ถึง 1,828 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟถึง 7,172 บาท และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ 898 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 85 ต้นต่อปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Waste to Worth สนับสนุนให้ลูกบ้านคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นแผนระยะยาว เช่น การใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาลูกบ้านร่วมกิจกรรมรักษ์โลก ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งหัวหิน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จัดกิจกรรม “SEAcret Mission พลัสชวนปล่อยปู” ณ ชายหาดเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีลูกบ้านภายใต้โครงการที่พลัสฯ ดูแล รวมถึงพนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วม 100 คน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นร่วมกับ ธนาคารปูม้า บ้านเขาตะเกียบ หน่วยงานชุมชนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะการฟื้นฟูประชากรปูม้าให้คืนสู่ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนจะร่วมกันปล่อยลูกปูม้าจำนวน 100 ตัวลงสู่ท้องทะเล เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้านความยั่งยืนที่พลัสฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ดีร่วมกับองค์กร ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ที่อยู่อาศัยที่ดี” ต้องอยู่บนพื้นฐานของ “สิ่งแวดล้อมที่ดี” และ “คอมมูนิตี้ที่แข็งแรง” ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรม “SEAcret Mission พลัสชวนปล่อยปู” จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของพลัสฯ ในการเป็นฟันเฟืองสำคัญของการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกบ้าน ทีมงาน และชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ศึกษาข้อมูลบริการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย หรือการพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 02-688-7555 หรือ https://www.plus.co.th/service/living-management ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 30 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่:คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, บ้านหรู, คอนโดหรู ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลังลูกบ้านกว่า 400 โครงการ ร่วมกิจกรรม “Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก”

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เชิญชวนลูกบ้านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประหยัดพลังงานผ่านกิจกรรม Earth Hour ปิดไฟ…ให้โลกพัก ให้ลูกบ้านในโครงการที่พลัสฯ ดูแล พร้อมใจกันปิดไฟและปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้พลังงานและส่งเสริมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Earth Hour จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความมุ่งมั่นของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ในการส่งเสริมการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความร่วมมือกับลูกบ้านเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษ “Earth Hour: Lights Off, Luck On ปิดไฟให้โลกพัก เปิดพลังเสริมดวง” ให้ลูกบ้านได้ร่วมสนุกกับการดูดวงศาสตร์เกาหลี และกิจกรรม DIY สายคล้องโทรศัพท์ประจำวันเกิด พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในคอมมูนิตี้ และขับเคลื่อนแนวทางการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน จากความร่วมมือของลูกบ้านที่พลัสฯ ดูแลกว่า 400 โครงการ สามารถช่วยประหยัดพลังงานไปได้ถึง 1,828 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟถึง 7,172 บาท และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ 898 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 85 ต้นต่อปี นอกจากนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 พลัสฯ ยังคงเดินหน้ากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ Waste to Worth ที่ส่งเสริมการคัดแยกขยะร่วมกับลูกบ้าน พร้อมทั้งตั้งเป้าใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ คัดสรรคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาทดแทน “เรามุ่งมั่นสร้างสมดุลระหว่างการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือกับลูกบ้าน ชุมชน และพันธมิตร เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมเป็นต้นแบบการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวก (positive impact) และยั่งยืนต่อสังคมไทย พลัสฯ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีให้กับลูกบ้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการของเรา” นางสาวนฤมลกล่าวปิดท้าย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นใส่ใจด้านความยั่งยืน พา 6 โครงการที่อยู่อาศัยคว้ารางวัล ‘Green Residence’ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะ 5 แนวทางป้องกันและจัดการเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงพยาบาล

ช่วงนี้อุณหภูมิสูงขึ้น และมีเหตุการณ์ไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรให้เห็นกันบ่อยครั้ง จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานต่อเนื่องและมีผู้คนอยู่หนาแน่นตลอดเวลา เช่น โรงพยาบาล ที่ต้องให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยเป็นพิเศษ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้เสนอแนะแนวทางที่ใช้ในการจัดการเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงพยาบาล ทั้งเชิงรุกเพื่อการป้องกันเหตุก่อนเกิด และเชิงรับเพื่อรับมือเมื่อมีเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยเป็นแนวทางที่พลัสฯ ใช้ในการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอที่บริหารอยู่ด้วย 1. จัดอบรมการบริหารจัดการพื้นที่ (Area Management) ให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ การบริหารพื้นที่เป็นรากฐานสำคัญของความปลอดภัย เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกส่วนควรได้รับการอบรมเกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ และขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว 2. ตรวจสอบความเสี่ยงผ่าน Walk Through Survey เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงในดูแลความเรีบร้อยและความปลอดภัยของอาคาร อย่างเช่น ทีมจัดการอาคาร ทีมช่างเทคนิค ทีมรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) หรือผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จะต้องมีแผนในการเดินตรวจสอบพื้นที่ 100% อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินและลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัยและอุบัติภัยในอาคาร โดยเฉพาะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียด เนื่องจากมีผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการปกป้อง 3. การฝึกซ้อมดับเพลิงแบบแยกตามส่วนงาน (Unit Fire Drill) การฝึกซ้อมดับเพลิงให้กับเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะของแต่ละ หน่วยงานช่วยให้เกิดความคล่องตัวและเตรียมพร้อมในการรับมือกับ สถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้อาจจะเป็นบุคคลแรกที่ระงับเหตุไม่ให้ลุกลามได้ โดยแต่ละหน่วยงานจะมีการจำลองสถานการณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การฝึกซ้อมดับเพลิงประจำปีแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเป็นไปอย่างสมจริง การฝึกซ้อมไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในช่วงเวลาทำงานปกติที่มีมีทีมงานอยู่ครบ แต่ต้องจัดให้มีการฝึกซ้อมในช่วงเวลากลางคืนหรือเวลาที่มีบุคลากรเหลือน้อยด้วย รวมถึงการปรับเปลี่ยนจุดเกิดเหตุและช่วงเวลาของการฝึกซ้อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลา 5. การประเมินผลและปรับปรุงแผนการฝึกซ้อม ทุกครั้งหลังการฝึกซ้อม จะมีการประเมินผลอย่างจริงจังเพื่อสรุปแนวทางแก้ไขและพัฒนาการรับมือให้ดียิ่งขึ้น ข้อสังเกตที่ได้รับจากการฝึกซ้อมจะถูกนำมาปรับปรุงแผนปฏิบัติการให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุจริง จะสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายภคินกล่าวเสริมว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารมากว่า 28 ปี มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในทุกอาคารที่อยู่ภายใต้การบริหาร รวมถึงโรงพยาบาลที่ต้องการความพร้อมสูงในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับชีวิตของบุคลากร, ผู้ป่วย, และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง การเตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วน ทั้งในเชิงป้องกันและเชิงรับมือ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการที่ดีไม่เพียงแค่ดูแลอาคาร แต่ยังรวมถึงการดูแลความปลอดภัยของทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นๆ ด้วย” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัยหาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รับการแต่งตั้งจาก เอสพีวี 77 ในการจัดประกวดราคาอาคารสำนักงาน สิริ แคมปัส

บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (“โครงการ”) ตกลงแต่งตั้ง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน (Selling Agent) เพื่อดำเนินการจัดการประกวดราคา (Bidding) กลุ่มอาคารสำนักงาน สิริ แคมปัส (Siri Campus) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของโครงการ โดยการจัดการประกวดราคาครั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดในหนังสือชี้ชวนเกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สิน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ สิริ แคมปัส เป็นกลุ่มอาคารสำนักงาน ประกอบด้วย 5 อาคาร พื้นที่อาคารรวม 31,862 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ให้เช่า 19,602 ตารางเมตร และพื้นที่ส่วนกลาง 12,260 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถจำนวน 337 คัน มีการออกแบบที่โดดเด่น ทันสมัย เหมาะแก่การใช้สอย มีพื้นที่ Co-working Space ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของไลฟ์สไตล์คนทำงานในยุคปัจจุบัน กลุ่มอาคารตั้งอยู่ในย่าน พระโขนง-สุขุมวิท ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีความต้องการพื้นที่สำนักงานสูงทั้งจากธุรกิจท้องถิ่นและต่างชาติ มีความสะดวกในการเดินทางทั้งจากถนนหลักและการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง, อ่อนนุช และ ทางด่วน ทำให้ทำเลนี้มีความเหมาะสมในการใช้เป็นสำนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต นอกเหนือจากนี้ โครงการยังมีกระแสรายรับจากค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และความน่าสนใจของทรัพย์สินนี้ในเชิงการลงทุน สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดราคา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-6887555 หรือแจ้งความประสงค์ขอรับข้อมูลการเข้าร่วมประกวดราคาได้ที่อีเมล 77agent@plus.co.th ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 หมายเหตุ: บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด เป็นผู้ออกโทเคนดิจิทัล และได้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ ตัวแรกของไทยเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็น Real Estate-backed Token ตัวแรกที่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกระดับสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ศักยภาพสูง อย่างอาคารสำนักงานสิริ แคมปัส โดยที่ทรัพย์สินโครงการ มีกระแสรายรับจากค่าเช่าตามสัญญาเช่าระยะยาว ซึ่งโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับนี้ มีอายุโครงการ 4 ปี (มีกำหนดครบอายุโครงการในปี 2568)
พลัสฯ แนะ 4 แนวทางป้องกันและรับมือเหตุแผ่นดินไหวในอาคาร

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายต่ออาคารและที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ให้ข้อแนะนำในการจัดการเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวภายในอาคาร เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการที่ถูกต้องตามขั้นตอนดังนี้ 1. เตรียมแผนอพยพให้พร้อม และฝึกซ้อมเป็นประจำ การเตรียมแผนอพยพที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยแผนดังกล่าวควรครอบคลุมการประสานงานของทีมอาคารและการอพยพของผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร ควรมีการฝึกซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีการซ้อมย่อยทุก 3-6 เดือน เพื่อให้ทุกคนคุ้นเคยกับขั้นตอนและสามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง 2. ปฏิบัติตามแผนอพยพเมื่อเกิดแผ่นดินไหว หากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและผู้คนในอาคารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงและต่อเนื่อง หรือมีอาการเวียนหัวและสิ่งของหล่นหรือสั่นสะเทือน ควรปฏิบัติตามแผนอพยพทันที โดยใช้การประกาศเสียงตามสายหรือสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในอาคารอพยพไปยังจุดรวมพลที่ปลอดภัย ซึ่งควรตั้งอยู่ห่างจากตัวอาคารในระยะที่มากกว่าความสูงของอาคาร เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุอาคารถล่ม 3. การตรวจสอบความปลอดภัยและติดตามข้อมูล หลังจากการอพยพเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการตรวจสอบรายชื่อหรือจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครตกหล่น ก่อนจะติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติ รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อตรวจสอบว่ามีโอกาสเกิด Aftershock หรือไม่ 4. การตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ช่างอาคารจะต้องทำการตรวจสอบความเสียหายในสองส่วนหลัก ได้แก่ โครงสร้างของอาคาร โดยเฉพาะเสา คาน และส่วนอื่นๆ ที่อาจได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอาคาร ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินเพิ่มเติม และห้ามไม่ให้มีผู้คนเข้าไปในบริเวณอาคารเพื่อความปลอดภัย ระบบประกอบอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ท่อน้ำใช้ และท่อน้ำทิ้ง โดยตรวจสอบว่ามีการชำรุดหรือรั่วซึมหรือไม่ หากไม่มีความเสียหายร้ายแรง อาคารสามารถใช้งานต่อได้ตามปกติ ก็สามารถเปิดให้ผู้คนเข้าใช้งานได้ นายภคินกล่าวเสริมว่า “การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านแผนปฏิบัติการและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีอาคารสูงและจำนวนประชากรหนาแน่น การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพสามารถสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างสูงสุด”
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้าบริหารงานขาย Motif Sukhumvit-Bangna บ้านเดี่ยวโมเดิร์นลักซ์ชัวรี

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจาก บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา (Motif Sukhumvit-Bangna)” บ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักซ์ชัวรี บนทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนบางนา มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 640 ล้านบาท โครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา มาพร้อมกับการออกแบบสไตล์ Modern Luxury มีลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว เอกซ์คลูซีฟสำหรับ 14 ครอบครัวเท่านั้น ราคาเริ่มต้น 44-80 ล้านบาท* กำหนดเปิดพรีเซลล์โครงการในวันที่ 26-27 เม.ย. นี้ พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท! นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ ไว้ใจให้เราดูแลโครงการต่อเนื่อง ครั้งนี้ เข้ารับบริหารงานขายและการตลาดให้กับโครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา ซึ่งจุดเด่นของโครงการคือดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา มาพร้อมกับคอนเซปท์ “นิยามของชีวิตที่เหนือระดับ” ผสานอัตลักษณ์การออกแบบของสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด Modern luxury โครงการตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือระดับและคุณภาพของแบรนด์ จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่การอยู่อาศัย และการลงทุนได้เป็นอย่างดี นายธีรสันต์ นรินทร์สุขสันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 10 ปีของตนในการสร้างแบรนด์และโครงการย่านสมุทรปราการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เล็งเห็นโอกาสในการเติบโต จึงได้ปั้นบริษัท โมทีฟ ดีเวลสอปเม้นท์ ขึ้น เปิดโครงการแรกภายใต้แบรนด์ “โมติ ทาวน์ สุขุมวิท – แพรกษา” ตามด้วย “โมติ เฮ้าส์ สุขุมวิท-แพรกษา” มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งในปีนี้ เราได้เปิดแบรนด์น้องใหม่ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา” เซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่ เจาะกลุ่มลูกค้า S-Class มูลค่าโครงการ 640 ล้านบาท พร้อมดึงพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มาช่วยบริหารจัดการ เสริมแกร่งให้กับแบรนด์ โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ (WARchitect) ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานที่ได้รับการจับตามองในวงการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน V60 House, Y/A/O Residence, Sleepless Residence และอีกมากมาย…