ปัญหาที่จอดรถไม่พอ เรื่องยอดฮิตของชาวคอนโด

ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องที่จอดรถคอนโดไม่เพียงพอจะยังเป็นเรื่องกวนใจอันดับต้นๆ และเป็นปัญหาคลาสสิก ของผู้อยู่อาศัยในคอนโด เพราะเรื่องนี้เองไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ปัญหาแบบตายตัวเพราะต่อให้บางโครงการมีที่จอดรถเพียงน้อยนิด แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับผู้อยู่อาศัย แต่ในขณะที่บางโครงการมีที่จอดรถให้ 100% แต่กลับมีปัญหามากกว่าก็เป็นได้ ปัญหาเหล่านี้สามารถบริหารจัดการได้จริงหรือไม่? แล้วใครเป็นคนแก้ปัญหานี้? Plus Property หาคำตอบมาให้แล้วตามไปดูพร้อมๆ กันครับ การจัดการที่จอดรถภายในคอนโดแต่ละแห่งนั้นต่างก็เลือกใช้วิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการที่หลายๆ คนมักจะตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมโดยดูจากพื้นที่จอดรถที่มีพื้นที่มากๆ จึงอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องทั้งหมด (ยกเว้นว่าคอนโดมิเนียมแห่งนั้นจะมี Private Parking ไว้รองรับ) ดังนั้นเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอจึงไม่ได้ขึ้นกับจำนวนพื้นที่เท่านั้น แต่ประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น ทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมที่เลือกซื้อก็มีผลต่อพื้นที่จอดรถ เพราะหากเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินถึงระบบขนส่งทางราง เช่น BTS หรือ MRT ก็จะพบว่าคอนโดเหล่านี้มีปริมาณรถที่มาจอดไม่หนาแน่นเท่ากับคอนโดมิเนียมที่อยู่ไกลออกไปจนไม่สามารถเดินถึงระบบขนส่งสาธารณะ ผู้คนที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งนั้นก็มีผลต่อความหนาแน่นของที่จอดรถเช่นกัน หากคอนโดมิเนียมอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้า และมีต่างชาติมาเช่าอยู่จำนวนมาก ก็จะยิ่งทำให้ที่จอดรถไม่หนาแน่น เพราะต่างชาติส่วนใหญ่จะไม่นิยมขับรถ แต่สิ่งสำคัญมากที่สุดก็คือ การบริหารจัดการของนิติบุคคลที่มีประสิทธิภาพถือว่ามีผลต่อภาพรวมของการดูแลคอนโดมิเนียมทั้งระบบ สำหรับวิธีแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถของคอนโดมิเนียมนั้นคือการทำสติ๊กเกอร์ หรือการเก็บค่าจอดรถในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะบางโครงการที่ผู้ดูอาคารออกระเบียบเพื่อควบคุมอาคาร โดยการกำหนดสติ๊กเกอร์สำหรับจอดรถห้องละ 1 คัน เช่น โครงการ A มีจำนวนห้องชุด 100 ห้อง มีพื้นที่จอดรถ 70% ของจำนวนห้อง ดังนั้นหากทุกห้องมีรถห้องละ 1 คัน ก็หมายความว่า จะต้องมีรถ 30 คันที่ไม่สามารถเข้าจอดในพื้นที่ได้ แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทางนิติบุคคลก็จะอนุญาตให้จอดซ้อนคันหรือ จอดรอบอาคารได้ แต่ปัญหามักมีอยู่ว่า เจ้าของห้องชุดส่วนใหญ่จะมีรถยนต์มากกว่าห้องละ 1 คัน ซึ่งนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำสติ๊กเกอร์ปลอม หรือที่เรียกว่า สติ๊กเกอร์ผี ขึ้นมา ซึ่งปัญหานี้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยการให้เจ้าของห้องชุดมาลงทะเบียนทำสติ๊กเกอร์ใหม่ โดยให้นำเล่มทะเบียนรถยนต์มาด้วยเพื่อนับจำนวนรถจริงๆ และมีการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่เพื่อให้ได้จำนวนผู้ที่ใช้รถจริงโดยอาจจะกำหนดค่าทำสติ๊กเกอร์ที่ 500 บาท เป็นต้น ซึ่งการเรียกเก็บค่าทำสติ๊กเกอร์ใหม่อาจทำให้ผู้ที่ไม่ได้ใช้รถแต่นำรถยนต์มาจอดเพื่อรักษาสิทธิ์ไม่เข้าร่วมก็เป็นได้ นอกจากนี้นิติบุคคลต้องกำหนดรหัสในสติ๊กเกอร์ขึ้นมา เช่นการใช้รหัสตัวเลข ในสติ๊กเกอร์แต่ละใบ เพื่อป้องกันการทำสติ๊กเกอร์ปลอม และต้องกำหนดโทษปรับสำหรับผู้ที่ทำสติ๊กเกอร์ปลอมที่รุนแรง เช่นอาจจะมีการปรับเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างมากเป็นต้น สำหรับปัญหาเรื่องที่จอดรถสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะประเทศที่มีการจราจรแออัดอย่างเช่นประเทศไทยเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นปัญหากับคนทั้งโลก แม้กระทั่งในประเทศแถบยุโรป เช่นที่อังกฤษ ถึงแม้ว่าผู้คนในเมืองหลวงเช่นลอนดอน จะนิยมใช้รถใต้ดิน และนิยมเดิน แต่ก็มีปัญหาที่จอดรถเช่นกัน เพราะที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารชุดของอังกฤษจะสร้างพื้นที่จอดรถไว้น้อยมาก บางที่แทบจะไม่ถึง 10% และผู้ที่จะได้สิทธิ์ในที่จอดรถนั้นจะต้องซื้อห้องชุดในจำนวนยูนิตที่ผู้ขายกำหนดไว้ เช่น อาคาร B กำหนดว่าหากผู้ซื้อ ต้องการได้ที่จอดรถจะต้องซื้อห้องชุด 3 ยูนิต จึงจะได้สิทธิ์ซื้อที่จอดรถ 1 คัน และที่จอดรถก็ไม่ได้ให้จอดฟรีเหมือนบ้านเรา ต้องซื้อในราคาแพงมาก เนื่องจากขายกันเป็นตารางฟุต ดังนั้นหากใครคิดว่าคอนโดมิเนียมในประเทศไทยที่จัดที่จอดรถไว้ให้ 40-60% ถือว่าน้อยเกินไปนั้น หากได้ทราบข้อมูลที่จอดรถของที่อังกฤษแล้วอาจจะคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้อยู่คอนโดมิเนียมในประเทศไทย สุดท้ายแล้ว ปัญหาที่จอดรถนั้นสามารถหาทางออกร่วมกันได้หากเราผู้อยู่อาศัยในโครงการทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ตกลงร่วมกัน ไม่เอาเปรียบใช้สิทธิ์เกินที่กำหนด หรือไม่ลงทะเบียนใช้สติ๊กเกอร์ และอุปกรณ์บลูทูธของทางโครงการนะครับ บทความที่เกี่ยวข้อง: มารยาทการอยู่ร่วมกันบนตึกสูง ว่าด้วยเรื่องของการใช้ลิฟต์…
5 เทคนิคถ่ายภาพให้ปังก่อนลงประกาศขาย-ให้เช่า บ้าน-คอนโด

ปัจจุบันการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดไว้ลงทุนปล่อยเช่า-ขายต่อก็เป็นช่องทางเก็บออมเงินได้อีกทางหนึ่งนะครับ เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนดี ลงทุนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และยิ่งในสมัยนี้ช่องทางการลงประกาศขาย-ประกาศให้เช่าคอนโดหรือบ้านส่วนใหญ่มักจะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก นอกจากจะใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาและแสดงศักยภาพทำเลเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมายแล้ว แน่นอนว่าหาก “รูปถ่าย” ที่นำไปลงประกาศในเว็บไซต์มีคุณภาพดี สวย คมชัด รับรองว่าประกาศคอนโด ประกาศบ้านของคุณต้องไม่พลาดสายตาของลูกค้าอย่างแน่นอน แต่คำถามคือ “ถ้าถ่ายรูปไม่เก่ง อารมณ์ศิลป์ไม่มีจะถ่ายภาพสวยๆได้อย่างไร?” วันนี้พลัสฯ มีเทคนิค Do & Don’t สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการถ่ายภาพขายบ้าน-ขายคอนโด ก่อนลงประกาศ ปล่อยขาย-ปล่อยให้เช่าบ้านและคอนโด มาฝากกันครับ 1. เตรียมห้องให้พร้อม Do : สิ่งแรกที่ควรทำเลยคือการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมด้วยการตรวจเช็คให้แน่ชัดว่าไม่มีจุดไหนที่ชำรุดและต้องปรับปรุง จากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตกแต่งห้องให้สวยงามหรืออาจเลือกตกแต่งเป็นบางมุมที่ต้องการนำเสนอจุดนั้นเป็นพิเศษ เช่น มุมนั่งเล่น ห้องนอนติดหน้าต่าง คอนโดวิวสวย เป็นต้น ให้เสมือนว่ามีคนอาศัยอยู่ หรือพร้อมเข้าอยู่อาศัย Don’t : ไม่ควรถ่ายภาพห้องโล่งไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย เพราะเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องสามารถช่วยให้ภาพของคุณนั้นออกมาดูดีขึ้น ลูกค้าเห็นภาพการอยู่อาศัยได้ชัดเจนมากกว่าห้องเปล่าๆ ➖ 7 วิธีจัดห้องเช่าให้ปัง มัดใจผู้เช่าให้ไว ➖ 5 เกร็ดเคล็ดไม่ลับ แต่งคอนโดให้เหมือนห้องตัวอย่าง 2.ปรับแสงและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม Do : ห้องจะดูมืดมนหรือดูหรูขึ้นอยู่ที่แสง หากคุณถ่ายด้วยกล้องจากโทรศัพท์อาจทำให้คุณภาพของภาพถ่ายดูไม่โดดเด่นเท่ากับการใช้เลนส์จากกล้องจริงๆ ดังนั้นเทคนิคให้ภาพออกมาสวยได้คือการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือการจัดแสงให้ภาพ เช่น หากคุณเลือกถ่ายภาพช่วงกลางวันและอยากให้ภาพดูโดดเด่นควรปิดม่านหรือปิดเพียงม่านกรองแสง แล้วปรับแสงไฟภายในห้องให้สว่าง โชว์โคมไฟและแสงไฟสวยๆแทนการเปิดม่านให้แสงด้านนอกเข้ามามากๆ เพราะหากคุณยังไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือใช้กล้องเลนส์คุณภาพ การควบคุมแสงธรรมชาติจากภายนอกจะทำได้ยากและทำให้ภาพของคุณดูไม่โดดเด่น หรือหากเลือกเป็นการถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงไฟภายในห้องจะดูชัดเจนและทำให้ภาพดูเด่นสะดุดตาขึ้นมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ภาพถ่ายสำหรับลงประกาศขายบ้านหรือคอนโดทั่วไปมักเป็นภาพถ่ายตอนกลางวัน ขณะที่การถ่ายภาพในช่วงเย็นหรือค่ำ แสงน้อย จะได้อารมณ์ภาพจะไม่ซ้ำ สามารถเล่นเทคนิคอื่นได้ เช่น เล่นสีท้องฟ้า ,เล่นแสงเงา, เล่นไฟโคมไฟ เป็นต้น เมื่อคุณนำภาพไปลงประกาศจะทำให้ภาพของคุณแตกต่างและโดดเด่นขึ้นมาจากประกาศอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดครับ Don’t : ไม่ควรเปิดผ้าม่านและถ่ายโดยใช้แสงจากข้างนอกในช่วงกลางวัน เพราะจะทำให้ห้องของคุณดูมืดทันที เนื่องจากมีเงาเป็นหย่อมๆ ไปทั่ว จากการควบคุมทิศทางของแสงได้ยากและทำให้องค์ประกอบภายในห้องไม่ดูโดดเด่น 3. การเลือกมุม Do : เมื่อตกแต่งและจัดมุมที่ต้องการนำเสนอเรียบร้อยแล้ว การเลือกมุมกล้องก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เช่น เทคนิคการตั้งมุมกล้องให้ต่ำกว่าระดับสายตาหรือที่เรียกว่ามุม Worm Eye View จะสามารถช่วยให้ห้องดูโปร่ง สวยงามได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรให้มุมกล้องต่ำและสูงเกินไป ควรถ่ายให้เห็นองค์ประกอบต่างๆ ภายในบ้านและคอนโดฯ ด้วย เก็บภาพภายในบ้าน-คอนโด ให้ครบทุกมุม เน้นยิงภาพเข้าไปที่มุมบ้านหรือมุมห้อง เพื่อให้ภาพออกมาในมุม Perspective ทั้งแบบ One Point Perspective และ Two Point Perspective เพื่อให้ภาพมีจุดนำสายตา ทำให้ห้องดูสวยงาม กว้างขวาง มีมิติและเกิดความสมดุลของภาพ นอกจากนั้นหากบ้าน คอนโดฯ ของคุณ มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ที่มีฟังก์ชันการใช้งานเจ๋งๆ พับเก็บได้ เปลี่ยนจากโต๊ะเป็นเตียง เพิ่มพื้นที่การใช้สอยในห้องได้ ควรโฟกัสที่อุปกรณ์เหล่านั้นด้วย หรืออีกเทคนิคที่ช่วยให้ภาพดูดีขึ้น คือ การเลือกถ่ายโฟกัสเจาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพระเอกของภาพ จะช่วยให้ภาพดูเป็นระเบียบและดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ใช่กลายเป็นว่าโฟกัสแต่สิ่งเหล่านั้นจนดูเหมือนการขายสินค้ามากกว่าปล่อยขาย-ปล่อยเช่าบ้าน…
5 เรื่อง ห้ามทำ และ ควรทำ เพื่อความปัง รับตรุษจีน

ถือเป็นอีกหนึ่งวันมงคลอันสำคัญ ของชาวไทยเชื้อสายจีน หรือผู้ที่มีเชื้อจีนทุกคน ตรุษจีนทั้งที..ก็อยากให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้านจริงมั้ยครับ วันนี้ Plus Property ได้รวบรวม 5 เรื่องควรทำและห้ามทำในช่วงเทศกาลตรุษจีนมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาจดไปพร้อมๆ กันเลย 5 เรื่องห้ามทำในวันตรุษจีน 1. ห้ามทำความสะอาดบ้าน ก็เพราะว่าการทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะ ในวันตรุษจีน ชาวจีนเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน 2. ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น การเข้าไปเยือนห้องนอนคนอื่น ในสมัยโบราณถือกันว่าจะเป็นโชคร้าย จะป่วยไม่สบายอย่างไร ถ้ามีแขกเหรื่อมาหา ก็ต้องแต่งตัวแต่งหน้าลงไปพบ ไม่ควรให้แขกเข้ามาในห้องนอนของเรา รวมทั้งหากเราไปเยี่ยมเยียนใครในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถึงจะสนิทกันแค่ไหนก็ไม่ควรเข้าไปหาในห้องนอน 3. ห้ามทำของแตก ของแตกก็เหมือนกับความแตกแยกนั่นเอง โบราณเชื่อกันว่าครอบครัวจะแตกแยก หรือมีคนเสียชีวิตในครอบครัวได้ ในช่วงนี้ก็ต้องระมัดระวังข้าวของในบ้านกันเป็นพิเศษ แต่หากเผลอทำแตกโดยไม่ตั้งใจจริงๆ ก็สามารถอาศัยพูดแก้เคล็ดว่า “luo di kai hua” ที่แปลว่า “ดอกไม้จะเบ่งบานเมื่อตกลงสู่พื้น” ได้เช่นกัน 4. ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน ชาวจีนโบเราณมีความเชื่อกันว่าเทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน การซักผ้าในวันตรุษจีนก็เสมือนลบหลู่ท่าน 5. ห้ามนอนกลางวัน มีความเชื่อที่ว่ากันว่าการนอนกลางวันในวันตรุษจีน จะทำให้ขี้เกียจตลอดทั้งปีนั่นเอง จริงๆ แล้วก็เป็นความเชื่อที่ผู้ใหญ่พูดเพื่อสอนให้ขยัน ไม่เอาเวลาทำงานมานอนกลางวัน ประเพณีของชาวจีนในวันตรุษจีนนั้นค่อนข้างเคร่งครัดกันมากทีเดียว ยิ่งถ้าหากบ้านไหนเคร่งมากๆ การไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมจะถือว่าเป็นการลบหลู่ ไม่ให้เกียรติ ไม่รู้จักกาลเทศะ ดังนั้นหากเราไม่ใช่เชื้อสายจีนโดยแท้ แต่ก็ควรที่จะรู้ไว้ เพราะหากวันใดต้องข้องเกี่ยวขึ้นมา อาจจะไปบ้านเพื่อน บ้านญาติของคู่สมรส เราจะได้ไม่ทำผิดธรรมเนียมนะครับ ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่ามีสิ่งใดที่ควรห้ามทำ แล้วสิ่งไหนที่เราควรทำ เพื่อรับสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโชคลาภเงินทอง เรามาดูกันครับว่าในเทศกาลตรุษจีนนี้ ชาวจีนเค้าทำอะไรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันบ้าง ทีมงาน Plus Living Management มอบผลไม้มงคลแก่ลูกบ้าน 5 เรื่องควรทำในวันตรุษจีน 1. รับทรัพย์กับพิธีรับเทพเจ้า “ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ” ถ้าพูดถึงเทพเจ้าแห่งโชคลาภและผู้รักษาทรัพย์ ก็ต้องเป็นเทพ “ไฉ่ สิ่ง เอี้ยะ” หากเราจัดเตรียมพิธีรับโชคลาภในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บ (วันไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ) จนถึงก่อนตีหนึ่ง ก็เชื่อกันว่าเหมือนเราได้ทำพิธีรับโชคลาภเข้าบ้านไปในตัว 2. ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติที่บ้าน เราจะไหว้กันใน “วันซาจั๊บ” โดยช่วงเช้าหลังจากที่ไหว้เจ้าในบ้าน (ตีจูเอี๊ยะ) และบรรพบุรุษแล้ว ในช่วงเที่ยงก็จะเป็นการไหว้ผีไม่มีญาติ ของไหว้จัดไปทั้งคาวหวาน รวมถึงเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร และเกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติได้นำออกไป อีกทั้งยังต้องจุดขี้ไต้ 2 ชิ้นไว้ด้วย และเมื่อไหว้เสร็จก็ต้องจุดประทัด จากนั้นจึงเอาข้าวสารมาผสมกับเกลือแล้วนำมาโปรยเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป พอถึง “วันชิวอิก” หรือวันขึ้นปีใหม่ (วันเที่ยว) ก็ยังต้องมีการไหว้บรรพบุรุษกันอยู่ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว แถมด้วยการไหว้เจ้าเพื่อขอให้ชีวิตของคุณและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ 3.…
บริหารเงินกองทุนคอนโดให้มั่งคั่ง

ผู้ซื้อหลายคนคงมีคำถามว่า เงินกองทุนคอนโดคืออะไรและมีประโยชน์ยังไง ? ในวันที่โอนกรรมสิทธิ์คอนโด สิ่งที่ผู้ซื้อต้องจ่ายนอกเหนือจากราคาห้องชุดแล้ว ยังต้องเตรียมค่า “เงินกองทุนคอนโด” ไว้ด้วย แล้วทำไมนอกจากค่าธรรมเนียม ภาษีต่างๆ และค่าส่วนกลางรายปี ทำไมเราจะต้องจ่ายสิ่งนี้ด้วย ? พลัสฯ มีคำตอบ เงินกองทุนคอนโด Sinking Fund คือ เงินทุนสำรองหรือเงินฉุกเฉินที่ผู้พักอาศัยร่วมกันจ่ายให้นิติบุคคลคอนโด มีไว้ใช้สำหรับบริหารงานในส่วนต่างๆ ภายในคอนโด โดยหลักการแล้วการเก็บเงินกองทุนคอนโดเป็นเรื่องที่โครงการเรียกเก็บกฎหมายอาคารชุด เช่น การซ่อมแซมลิฟต์ ทาสีอาคาร ปรับปรุงสระว่ายน้ำ กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ กิจกรรมทำบุญโครงการ ฯลฯ โดยที่การจ่ายเงินกองทุนคอนโดจะขึ้นอยู่กับเจ้าของโครงการเป็นคนกำหนดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งการจ่ายเงินกองทุนคอนโดจะแตกต่างกันออกไปตามหลักเกณฑ์ของทางโครงการ โดยการเรียกเก็บเงินกองทุนคอนโด จะคำนวณจากขนาดตารางเมตรของห้องชุดนั้นๆ หากเงินกองทุนคอนโดหมด สามารถเรียกเก็บเพิ่มได้ไหม ? ในกรณีที่มีการนำเงินกองทุนคอนโดไปใช้ และเหลือน้อยลง ทางนิติบุคคลสามารถเก็บเงินกองทุนคอนโดเพิ่มให้กลับมาเต็มเหมือนเดิมได้ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของผู้ดูแลโครงการ เพราะตามกฎหมายเรื่องการเงินกองทุนคอนโดไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ และก็ไม่ได้มีข้อห้ามว่าห้ามเก็บเงินกองทุนคอนโดเพิ่ม โดยปกติแล้วจะกำหนดการเรียกเก็บเงินกองทุนคอนโดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 10 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือค่าส่วนกลางที่เกิดขึ้นในอาคารชุดนั้น และเงินกองทุนคอนโดยังสามารถนำมาบริหารจัดการให้งอกเงยได้ “สิ่งสำคัญอย่าง คือ การเลือกทีมนิติบุคคลเข้ามาดูแลบริหารโครงการถือปัจจัยที่สำคัญ หากโครงการมีทีมนิติบุคคลที่มีการบริหารจัดการที่ดี ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และบริหารจัดการเงินกองทุนคอนโดของโครงการนั้นได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ และก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ” บทความที่เกี่ยวข้อง 5 ประโยชน์ จากเงินกองทุนคอนโด นิติบุคคลคอนโด เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด แถมลูกบ้านแสนสุข คอนโด หมู่บ้าน ต้องมีทีมบริหารแบบไหน ถึงเรียกว่าเป็นมืออาชีพ ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโดมือสอง ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดสามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02688 7555 หรือ คลิกที่นี่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
6 วิธีดูแลเครื่องทำน้ำอุ่น ให้ประหยัดและปลอดภัย

ถ้าคุณรักเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณ และอยากให้เครื่องทำน้ำอุ่นอยู่ไปนานๆ ไม่อยากต้องซื้อเครื่องใหม่ที่แพงกว่าเดิมอยู่ตลอดๆ พลัสฯ มีวิธีการดูแลเครื่องทำน้ำอุ่นในบ้าน ในคอนโด ที่จะทำให้คุณสามารถอาบน้ำอุ่นได้อย่างสบายใจไร้กังวล รวมทั้งสบายกายจากความปลอดภัยและความสะอาดที่ได้รับ หากพูดถึงเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีอยู่ในแต่ละบ้านหรือคอนโดที่มีไว้เพื่อชำระล้างร่างกายเวลาอากาศเย็น โดยปกติแล้วหลังการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นนั้น เราเพียงแค่ปิดวาล์ว ปิดก๊อก ก็น่าจะเพียงพอแล้วใช่ไหม แต่สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับการติดเครื่องทำน้ำอุ่น เลยคือเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ เราต้องหมั่นตรวจดูด้วยว่า เครื่องทำน้ำอุ่นของเรามีการติดตั้งสายดินแล้วหรือยัง หากมีการติดแล้วให้ตรวจดูว่าสายดินหลุดหรือไม่ และ ที่สำคัญคือจะต้องหมั่นตรวจเช็คว่ามีไฟรั่วหรือไม่ วิธีการง่ายๆ คือ นำอุปกรณ์ไขควงเช็คไฟ ไปแตะส่วนที่เป็นโลหะของเครื่อง อาจจะเป็นน็อตที่ยึดตัวเครื่อง ดูว่ามีประกายไฟหรือไม่ ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้เรียกช่างไฟเข้ามาแก้ไขทันที รวมถึง การล้างเครื่องทําน้ําอุ่น จำเป็นต่อการบำรุงรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพราะจะลดการอุดตันภายในส่วนต่างๆของเครื่องทำน้ำอุ่น จากการที่มี คราบ เศษตะกอน ของตะกรันและหินปูน เข้าไปสะสม ทำให้น้ำไหลผ่านไม่สะดวก รวมถึง ปิดสวิตซ์เครื่องทำน้ำอุ่นทุกครั้งหลังใช้งาน เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรภายในตัวเครื่องด้วย พลัสฯ ขอนำเสนอ 6 วิธีดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใช้ได้อย่างประหยัดและปลอดภัย ให้คุณไปทำตามกันดูเลย ไม่งอ หรือพับสายฝักบัว เพราะจะทำให้สายฝักบัวชำรุดได้ หมั่นเช็ดทำความสะอาดฝักบัว เพราะอาจมีตะกอนไปอุดตันทางออกของน้ำ โดยใช้เข็มแทงเข้าไปที่รูของฝักบัวเพื่อขจัดสิ่งอุดตัน หรืออีกวิธีคือ แช่หัวฝักบัวในน้ำส้มสายชูข้ามคืนเพื่อสลายตะกรันให้หลุดไป หมั่นตรวจเช็คสวิตช์ป้องกันกันไฟรั่วไฟดูด ELCB อย่างน้อยเดือนละครั้ง ก่อนทำความสะอาดเครื่อง ต้องปิดสวิตซ์และเบรกเกอร์ควบคุมไฟฟ้าทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย การทำความสะอาดภายนอกเครื่องทำน้ำอุ่น ควรใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดให้แห้ง แล้วจึงเช็ดทำความสะอาด บางรุ่นจะมีตัวกรองทางน้ำเข้า เราต้องถอดตัวกรองมาล้างทำความสะอาดด้วย ไม่ควรนำผ้าเปียกชุ่มน้ำไปเช็ดทำความสะอาดเครื่องทำน้ำอุ่น หรือฉีดพ่นน้ำที่ตัวเครื่องโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดไฟช็อตและอาจจะเสียชีวิตได้ สวิตช์ป้องกันกันไฟรั่วไฟดูด ELCB ถอดตัวกรองมาล้างทำความสะอาด เพียงแค่ทำตาม 6 วิธีการดูแลรักษาเครื่องทำน้ำอุ่นเหล่านี้ ร่วมกับการใส่ใจดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าของทุกท่าน แค่ทำสองสิ่งนี้ก็จะช่วยลดปัญหายุ่งยากที่นำมาสู่ค่าใช้จ่ายสูงลิ่วในอนาคต เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องทำน้ำอุ่น หรือ ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่ตลอดทุก 1- 2 ปี และที่สำคัญควรป้องกันการเกิดปัญหาที่ร้ายแรงกว่านั้น โดยการติดตั้งสายดิน เพื่อไม่ให้เกิดไฟฟ้าช็อตที่อันตรายถึงชีวิต บทความที่เกี่ยวข้อง ประโยชน์ของการแยกขยะก่อนทิ้ง ในยุค Delivery ให้ดีต่อเรา ดีต่อโลก การดูแลรักษาทำความสะอาดบ้านและคอนโดเป็นประจำก็เป็นส่วนนึงที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและมีบ้านที่น่าอยู่ วันนี้พลัสฯจึงมีเคล็ดลับการทำความสะอาดที่ควรทำเป็นประจำมาฝาก จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยครับ อ่านต่อ 7 ประโยชน์การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน เคยเปิดดูตู้เย็นแล้วพบกับ อาหารที่แออัดกันจนไม่มีที่ว่าง และ กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ หรือเปล่า? วันนี้ พลัสฯ จะมาเผยประโยชน์ของการเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น ที่ทำให้ทุกท่านอยากลุกไปทำงานเก็บล้างในทันที อ่านต่อ ประโยชน์ของการแยกขยะก่อนทิ้ง ในยุค Delivery ให้ดีต่อเรา ดีต่อโลก เริ่มแยกขยะได้ง่ายๆ ที่ตัวเรา วิธีเริ่มแยกขยะสำหรับชาวคอนโดนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถึงพื้นที่ห้องจะเล็กแต่เราก็จัดสรรได้ เรามาดูกันว่าวิธีแยกขยะให้เกิดประโยชน์ต้องเริ่มต้นอย่างไร อ่านต่อ ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน…
เลือกสีห้อง สีผ้าม่านให้ถูกโฉลกตามวันเกิดและฮวงจุ้ย

แต่งห้องให้ดี เลือกสีห้อง สีผ้าม่านที่ถูกโฉลกตามวันเกิด การเลือกของประดับตกแต่งให้มีสีที่ถูกโฉลกตามวันเกิดเรา นอกจากจะสร้างฮวงจุ้ยคอนโดที่ดีให้กับห้องแล้วยังช่วยให้ห้องมีรูปแบบการตกแต่งที่ไปในโทนสีเดียวกัน ดูสะอาดตาสวยงาม สามารถเพิ่มคุณค่าของห้องได้มากทีเดียว ลองมาดูกันดีกว่าว่าการเลือกสีผ้าม่านให้ถูกโฉลกแบบตามวันเกิดทั้ง 7 วันต้องเลือกอย่างไร มาดูกัน 1. คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้ผ้าม่านสีขาว ช่วยเสริมดวงชะตา สีผ้าม่านตามวันเกิดสีแรกที่ถูกโฉลกกับ คนเกิดวันอาทิตย์ คือ สีโทนสว่างอย่างสีขาวหรือสีควันบุหรี่ หากผนังห้องเป็นไม้หรืออิฐแนะนำให้ตกแต่งด้วยส่วนสีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำสีขาว จะช่วยเสริมดวงชะตาให้กับคนที่เกิดวันนี้ นอกจากนี้สีเขียวก็เป็นสีผ้าม่านช่วยรับทรัพย์ สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์อีกด้วย In brief: สีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำ สีขาว ควันบุหรี่ 2. คนเกิดวันจันทร์ แต่งห้องใช้สีเงิน ฟ้าอ่อน ช่วยเสริมเสน่ห์ สีที่ถูกโฉลกกับ คนเกิดวันจันทร์ คือ สีเงิน สีฟ้าอ่อน หรือสีเหลืองอ่อน ลองหารูปทะเลท้องฟ้า หรือแจกันทรงสูงสีเงินมาประดับห้อง จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับตัวเอง ส่วนสีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำสีฟ้าอ่อน หรือสีเหลืองอ่อน เสริมดวงชะตา In brief: สีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำ สีเงิน ฟ้าอ่อน เหลืองอ่อน 3. คนเกิดวันอังคาร ใช้สีเขียวอ่อน ฟ้าอ่อน แต่งห้อง จะให้ความรู้สึกอ่อนโยน สีผ้าม่านที่ถูกโฉลกกับ คนเกิดวันอังคาร คือ สีที่ดูสงบสบาย อย่างสีเทา สีฟ้าอ่อน หากเป็นห้องนอนให้เลือกใช้สีเขียวอ่อนหรือฟ้าอ่อน เช่น รูปภาพที่มีปลาแหวกว่าย สีลักษณะนี้จะให้ความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น ปลอดภัย เหมาะสำหรับลักษณะพื้นฐานนิสัยของคนเกิดวันอังคาร ที่ค่อนข้างเป็นคนใจร้อน ตัดสินใจรวดเร็ว In brief: สีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำ สีโทนเย็นอย่างสีฟ้าอ่อน หรือ สีเขียวอ่อน 4. คนเกิดวันพุธกลางวัน ใช้สีแสด ให้กระปรี้กระเปร่า สีห้อง และสีผ้าม่านที่ถูกโฉลกกับคนเกิดวันพุธกลางวัน คือ สีที่ให้พลังงาน ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวอยู่เสมอ อย่างสีฟ้า สีแสด สีขาว หรือสีดำ In brief: สีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำ สีฟ้า แสด หรือ ขาว ดำ 5. คนเกิดวันพุธกลางคืน ใช้สีชมพู เทา ช่วยเสริมดวงชะตา หากเกิดพุธกลางคืน ควรเลือกใช้สีผ้าม่าน หรือของแต่งห้องที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างสีชมพู สีเทา สีเขียวอ่อน หรือสีขาวนวล ช่วยเสริมดวงชะตาให้กับคนในบ้าน นอกจากนี้สีเอิร์ธโทนก็เป็นกลุ่มสีผ้าม่านรับทรัพย์ เรียกทรัพย์ของคนเกิดวันพุธอีกด้วย In brief: สีของผ้าม่านตามวันเกิด แนะนำ สีชมพู หรือเทา ขาวนวล เอิร์ธโทน 6. คนเกิดวันพฤหัสบดี ใช้สีเอิร์ธโทร ช่วยให้อารมณ์ดี สีที่ถูกโฉลกกับ…
ชวนสำรวจ 5 คอนโดตระกูล Haus จากแสนสิริ ทางเลือกใหม่ใจกลางกรุง

เชื่อว่าชาวเมืองกรุงหลายคนคงใฝ่หาที่พักผ่อน หลบหลีกความวุ่นวาย อยากเห็นสีเขียว และสัมผัสธรรมชาติให้มากขึ้น ผ่อนคลายความตึงเครียดและความวุ่นวายที่เจออยู่ในทุกวันได้บ่อยขึ้น โครงการตระกูล Haus จากแสนสิริ เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์สิ่งที่คนเมืองกรุงมองหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ชวนทุกคนมาส่องและทำความรู้จักกับ 5 Haus โครงการดีที่เหมือนได้พักรีสอร์ทหรูได้ทุกวัน ดูว่าแต่ละโครงการอยู่ที่ไหน และเป็นอย่างไรบ้าง 1. สุดทุกตารางนิ้วที่ taka HAUS Ekamai 12 ใครมีไลฟ์สไตล์ที่จัดเต็ม แบบกิน ดื่ม เที่ยว งานคราฟ งานอบรม ช้อปปิ้ง โครงการ Taka Haus Ekamai 12 ถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะอยู่ในทำเลใจกลางเอกมัย ใกล้คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านกาแฟชิคๆ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า หรือถนนเส้นเชื่อมออกไปทางถนนใหญ่ทั้งสุขุมวิท และเพชรบุรี โครงการ Taka Haus Ekamai 12 จากแสนสิริ ที่ร่วมทุนกับบริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น โครงการนี้สามารถคงมุมสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติไว้ได้ ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ได้อย่างลงตัวและหลากหลาย หรือเรียกว่าสามารถสร้างสรรค์พื้นที่และปรับเปลี่ยนได้แบบไม่รู้จบ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการในแบบของคุณ ตัวอย่างเช่น DIVERSE SOCIAL ROOM ที่สามารถเป็นครัวส่วนกลาง ดูหนัง เล่นเกมส์ จัดปาร์ตี้ หรือประชุมสุดเครียดได้ เพียงปรับเปลี่ยน Partition เท่านั้น หรือจะเป็นส่วน TREE HOUSE ที่ถูกออกแบบให้เป็นกระจกเพื่อความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ท่ามกลางต้นไม้ และสวนส่วนกลาง ซ่อนตัวจากความวุ่นวาย พื้นที่ด้านล่างปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ทั้งสนามเด็กเล่น ที่มีพื้นยางรองรับการใช้งานของเด็กเล็ก เรียกได้ว่า ทั้งทำเล ทั้งการออกแบบของ Taka Haus ทำให้คนที่ใช้ชีวิต หรือมีไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็มได้อยู่คอนโดในย่านเอกมัยได้อย่างลงตัว ทากะ เฮาส์ คอนโดเอกมัย ให้ใช้ชีวิตสุดในทุกด้าน ประเภทอาคาร : Low Rise 2 อาคาร ปีที่แล้วเสร็จ : สิงหาคม 2562 จำนวนยูนิต : 269 ยูนิต รูปแบบห้อง : 1 Bedroom, 2 Bedroom ทำเล : เอกมัย 12 การเดินทาง : ใกล้รถไฟฟ้าสถานีเอกมัย ราคาขายเริ่มต้น : 4,500,000 บาท 2. หินผาพักใจ ณ OKA HAUS สุขุมวิท…
5 เรื่องต้องรู้ เตรียมจ่ายค่าส่วนกลางคอนโด หมู่บ้าน ประจำปี

เมื่อตกลงใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีนิติบุคคลบริหารจัดการส่วนกลางแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมานั่นก็คือ ‘ค่าส่วนกลาง’ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อหรือผู้ที่เป็นเจ้าของทุกราย และในทุกๆ ปีจะต้องมีการจัดเก็บ ‘ค่าส่วนกลาง’ นี้เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้ดูใหม่และน่าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ค่าส่วนกลางคอนโด ค่าส่วนกลางหมู่บ้านที่คุณจ่ายทุกปี ส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ในการดูแลและปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้ดูใหม่และน่าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ การจัดจ้างผู้ดูแลอาคารที่เป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานในการจัดการ จะช่วยให้อาคารมีสภาพดี แข็งแรง ทนทาน โดยในระยะยาวจะทำให้มีมูลค่าสูงกว่าคอนโดหรือหมู่บ้านที่ไม่มีการบำรุงรักษาที่ดี พื้นที่ส่วนกลางที่มีความสวยงาม มีการดูแลและรักษาความสะอาดที่ดี ยังเป็นที่ต้องการของผู้เช่า มากกว่าโครงการที่สกปรกไม่ได้รับการดูแล นอกจากนั้นการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ทำให้การอยู่อาศัยมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้เวลาที่ไม่อยู่บ้านระยะยาว และหากมีกิจกรรมให้ลูกบ้านได้ทำร่วมกันในยามว่าง จะช่วยเสริมสร้างสังคมให้น่าอยู่อีกด้วย ค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วมนั้น นิติบุคคลฯจะต้องนำมาบริหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ ค่าใช้จ่ายตามสัญญา ในการว่าจ้างพนักงานฝ่ายบริหารอาคารฯ และช่างอาคาร, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ฝ่ายรักษาความสะอาด, งานดูแลสวนหย่อม, งานกำจัดแมลง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสาธารณูโภค ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา, ค่าโทรศัพท์, อินเตอร์เนท ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่นิติบุคคลอาคารชุดฯใช้ประกอบในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน, ซองจดหมาย, แบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ใบเสร็จรับเงิน และ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การจัดซื้อสารเคมีดูแลสภาพน้ำในสระว่ายน้ำ, การเติมน้ำมันระบบปั้มดับเพลิง, ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์/เครื่องจักร, ฯลฯ ทั้งนี้ยิ่งอาคารชุดมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพ และการชำรุดของเครื่องจักรต่างๆ ก็มีโอกาสเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสสูงขึ้นทุกปี ตามอายุของอาคาร และงานระบบต่างๆ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ประกอบในการบริหารงานของนิติบุคคลอาคารชุดฯ แล้วถ้าเราไม่จ่ายค่าส่วนกลาง จะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านใดที่มีสัดส่วนผู้ที่ชำระค่าส่วนกลางน้อยย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการแน่นอน เพราะโครงการที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีนั้นจะส่งผลเสียในระยะยาว ดังนี้ อาคารมีสภาพเก่า เครื่องจักร งานระบบต่างๆ ทรุดโทรม เพราะขาดการดูแลและการบำรุงรักษาให้อยู่ในมาตรฐาน มูลค่า ภาพลักษณ์ ของโครงการ ลดต่ำลง เพราะไม่ได้รับการดูแล ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า ผู้อยู่อาศัย เพราะไม่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็นกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีความสวยงามแต่ขาดการดูแลและรักษาความสะอาดที่ดี ขาดความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจเพราะระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม สภาพแวดล้อมไม่น่าอยู่อาศัย ไม่มีความเป็นสังคมและการทำกิจกรรมร่วมกัน การชำระค่าส่วนกลาง เป็นไปตามข้อบังคับของกฏหมาย การปฏิเสธการชำระค่าส่วนกลางมีบทลงโทษที่เป็นไปตามข้อบังคับนิติบุคคล และมีผลทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เพราะ เมื่อเกิดการซื้อหรือรับโอนห้องชุด/บ้าน เข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองแล้ว ก็ถือว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในเจ้าของร่วม ซึ่งมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่นิติบุคคลฯ ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายกับสำนักงานที่ดิน เป็นกฎกติกาเบื้องต้นที่เจ้าของร่วมต้องรับทราบ อย่างไรก็ตาม เพื่อการดูแลอาคารที่อยู่อาศัยในระยาว ไม่ควรละเลยในการชำระค่าส่วนกลาง เพื่อนิติบุคคลจะได้นำเงินส่วนนี้มาบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปนะครับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาข้อมูลการบริการของเราเพิ่มเติมครับ
แนะนำ 10 คอนโดมือสอง ทำเลดี ราคาคุ้มค่า พร้อมเทคนิคเลือกซื้อ

การซื้อขายคอนโดมือสอง ที่กำลังผ่อนดาวน์อยู่นั้นต้องทำยังไงบ้าง? ซื้อคอนโดมือสองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าจะต้องมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ติดต่อกรมที่ดิน เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง? สัญญาซื้อขายคอนโดมือสอง ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย การนัดหมายเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินราคา และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วการซื้อคอนโดมือสองนั้นมันก็ไม่ได้วุ่นวายเกินความสามารถที่เราจะทำได้ แต่การศึกษาและเตรียมการล่วงหน้าก็จะทำให้เราประสานงานทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่นขึ้น วันนี้เรามี 10 คอนโดมือสอง ที่น่าสนใจจากแสนสิริมาฝากกัน พร้อมแนะนำขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง ที่พลัสฯ ได้สรุปและเรียบเรียงมาสำหรับการซื้อขายคอนโดมือสองที่กำลังผ่อนอยู่ในฉบับเข้าใจง่ายกันก่อน แนะนำ 10 คอนโดมือสอง สภาพดี จากแสนสิริ 1. The Base Park West Sukhumvit 77 เดอะเบสพาร์คเวสต์ คอนโดมือสองที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ใกล้ฮาบิโตะ คอมมิวนิตี้มอลล์ใหม่ล่าสุดและทันสมัย เดินทางสะดวกใกล้ถนนสุขุมวิท 71 และถนนสุขุมวิท 77 โครงการนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย ห้องพักตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ รูปแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม. พร้อมวิวเมืองที่สวยงามจากชั้น 14 รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง: สุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง -อ่อนนุช) ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ราคาขาย 3,000,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร 100,000 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 2. THE LINE PHAHON – PRADIPAT เดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์ เป็นคอนโดมือ 2 ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และทุกช่วงวัย ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่บนถนนประดิพัทธ์ ระหว่างซอยประดิพัทธ์ 19 – 21 การเดินทางสะดวกสบาย มีหลายเส้นทางให้เลือก สามารถเดินไปยังรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานควายได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร ที่สามารถพาคุณเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว และยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนที่สะดวก รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 34.07 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง: ปทุมวัน-พญาไท-พหลโยธิน ใกล้สถานี BTS สะพานควาย ราคาขาย…
ซื้อ-ขาย-เช่า อย่างไรให้สบายใจ เมื่อคิดใช้บริการผ่านตัวแทนฯ

ปัจจุบันการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุนนั้น สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง หากใครที่มีความชื่นชอบและสนใจค้นหาข้อมูลด้วยตนเองในสมัยนี้ก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบรับความต้องการต่างๆ กดค้นหา หรือเลือกชมรีวิวผ่านทางเว็บไซต์ สมาร์ทโฟน ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลา ความรู้และประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งหากใช้บริการผ่านตัวแทนฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงให้ช่วยคัดสรรตามโจทย์ที่เราต้องการ ช่วยดำเนินการเอกสารต่างๆ วิเคราะห์ศักยภาพทำเล ฯลฯ ก็จะช่วยประหยัดเวลาให้เราไปได้มากเช่นกัน หรือหากต้องการขายหรือปล่อยเช่าบ้าน-คอนโดสักหลัง เราก็สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ทั้งการประกาศหาผู้เช่าเองทางฟรีเว็บไซต์ ในเฟสบุ๊กส่วนตัวและเพจคอนโดฯ ต่างๆ ถ่ายรูป รับโทรศัพท์ นัดหมายวัน/เวลา พาไปดูบ้าน-คอนโด ทำเอกสารสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ฯลฯ 🚨 ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเสียเวลาในการดำเนินการค่อนข้างมากและก็อาจจะหาผู้เช่าได้ยาก อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 1-3 เดือนหรือมากกว่านั้นจึงจะได้ผู้เช่า ซึ่งจะทำให้เสียโอกาสในการลงทุน 💡 หากตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนฯ ที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการให้ อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าได้เร็วและใช้เวลาสั้นดีกว่า อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด เพราะถือว่าเราต้องให้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันในระดับหนึ่ง เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเราในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ทั้งหมด ดังนั้นเราควรจะทำความเข้าใจและรู้ถึงบทบาท หน้าที่ ขอบเขต และสิ่งที่แสดงให้ทราบว่า ตัวแทนอสังหาฯ ที่ดีนั้นควรประกอบไปด้วยสิ่งใดบ้าง บทบาทและหน้าที่ของตัวแทนอสังหาฯ ตัวแทนอสังหาฯ ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เพราะคลุกคลีอยู่กับวงการอสังหาฯ มานาน ผ่านการอบรมเรียนรู้ทักษะต่างๆ มาอย่างดี จึงสามารถช่วยให้เรื่องที่ยากหรือลูกค้าส่วนใหญ่มักสับสนให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ การเติบโตของทำเล ราคาที่ดิน รูปแบบการลงทุน ปัจจัยบวกที่ควรเลือกซื้อมาไว้ในพอร์ท ฯลฯ ถึงแม้ว่านักลงทุนมือใหม่อาจจะไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนของการซื้อ-ขาย หรือปล่อยเช่า นอกจากนี้ตัวแทนอสังหาฯ ยังช่วยให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องเทรนด์ เทคนิคการตกแต่งห้องที่ตรงใจหรือตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย การตั้งราคา การคำนวณค่าใช้จ่าย ฯลฯ ซึ่งอาจจะช่วยให้ห้องขายต่อ หรือ มีโอกาสปล่อยเช่าได้มากขึ้น อีกทั้งช่วยเคลียร์ปัญหาที่อาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนในการซื้อขายก็ตาม รวมไปถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยทั้งสำหรับเช่า และซื้อ ตัวแทนอสังหาฯ ก็จะจัดการให้คุณทั้งหมด ตัวแทนอสังหาฯ ที่ดีจะทำอะไรให้กับคุณบ้าง? สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า 1. แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด 2. ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด 3. จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ 4. ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ 5. จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า 1. ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ 2. จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด 3. ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ 4. เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด…