ปลูกต้นไม้มงคลประจำวันเกิด ช่วยเสริมดวง เสริมชะตา พาชีวิตราบรื่น

แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ จะมีการพัฒนาได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่ในเรื่องศาสตร์ความเชื่อในเรื่องเสริมโชคหรือเสริมดวงก็ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยเสมอ  ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้อาจจะส่งผลให้หลาย ๆ คน มีเรื่องที่ไม่สบายใจมากขึ้นต้องการที่พึ่งพาทางใจ แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยที่จะไปขอพรหรือทำบุญเสริมชะตาเหมือนที่ผ่าน ๆ มาได้  ดังนั้นศาสตร์การปลูกต้นไม้มงคลตามวันเกิดเพื่อเสริมเรื่องโชคชะตาเองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน จึงรวบรวมมา 7 พรรณไม้ที่หาง่าย ดูแลไม่ยาก เพื่อมาใช้เป็นแนวทางสำหรับใครที่กำลังสนใจจะปลูกต้นไม้ต้อนรับสิ่งดีๆ ซึ่งวันเกิดไหนควรจะปลูกต้นไม้อะไร ลองมาดูกันเลย ต้นไม้ประจำวันเกิดวันอาทิตย์ คนที่เกิดวันอาทิตย์นั้น จะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยาน มีความรับผิดชอบสูงและจริงจังในการทำงาน สุภาพอ่อนโยน แต่อารมณ์ร้อนโกรธง่ายหายเร็ว บางครั้งอาจขาดความละเอียดอ่อน สิ่งที่คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวัง ❌: เรื่องความใจร้อนและเชื่อคนง่าย จะนำมาซึ่งปัญหาในภายหลัง ควรปลูกต้นไม้สีเหลืองหรือสีส้ม ✅: โกสน คนไทยโบราณเชื่อว่าหากปลูกต้นโกสนไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีบุญบารมี เพราะว่าโกสนนั้นมีเสียงพ้องกับคำว่ากุศลที่หมายถึงการสร้างบุญ ยังมีความเชื่อว่าสามารถช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนี้ยังทนแล้งได้ดี สามารถปลูกไว้ริมระเบียงคอนโดเพื่อเพิ่มสีสันได้อีกด้วย ต้นไม้ประจำวันเกิดวันจันทร์ คนที่เกิดวันจันทร์จะเป็นคนมีเสน่ห์ อ่อนไหวกับเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่าย ถนอมจิตใจความรู้สึกคนอื่นเสมอ ช่างเจรจา มีพรสวรรค์ในเรื่องของการพูด เป็นที่รักใครเอ็นดูของคนทั่วไป แต่ว่าเป็นคนขี้น้อยใจ ปากกับใจบางครั้งไม่ค่อยตรงกัน สิ่งที่คนเกิดวันจันทร์ควรระวัง ❌: ควรลดความวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ ระวังในเรื่องของการคบคน เพราะ ชอบถนอมจิตใจคนอื่นมากเกินไป บางครั้งก็เดือดร้อนตัวเอง ควรปลูกต้นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือสีเหลือง ✅: ต้นแก้ว เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกต้นแก้วไว้จะทำให้คนในบ้านนั้น มีจิตใจแจ่มใส ส่งผลให้มีคนรักดั่งแก้วตาดวงใจ มีกลิ่นหอมเย็นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ดอกมีสีขาวเกสรสีเขียวและเหลืองให้ความสบายตา Tips : สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดขอแนะนำให้ปลูกเป็นต้นเดหลี ตัวดอกมีสีขาวและยังมีความเชื่อว่าหากปลูกต้นเดหลีไว้จะช่วยส่งเสริมให้มีอายุยืน วงการต้นไม้ เข้าแล้วออกยาก! กับ 7 พรรณไม้ประดับที่ฮิตที่สุดในเวลานี้ 10 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกง่าย ช่วยดูดซับสารพิษ ตัวช่วยสุขภาพดี ต้นไม้ประจำวันเกิดวันอังคาร สำหรับคนเกิดวันอังคารนิสัยจะเป็นคนมีวาทศิลป์ ตรงไปตรงมา ร่าเริงแจ่มใส อดทนต่ออุปสรรค ขยันทำงาน แต่ใจร้อนมากและมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงจึงไม่ค่อยยอมคน สิ่งที่คนเกิดวันอังคารควรระวัง ❌: ควรระวังเรื่องใจร้อนด้วยความเป็นคนตรงมาก อาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้อื่นได้ง่าย ต้องระมัดระวังในเรื่องของการพูดจา และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดในการจัดการเรื่องต่างๆ ให้ดี ควรปลูกต้นไม้ที่มีดอกแดงหรือชมพู ✅: กุหลาบ นอกจากจะมีสีสันสวยงามแล้ว ยังก่อให้เกิดความสุขความสบายใจ และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ทั้งยังมีความเชื่อกันอีกว่าหากปลูกต้นกุหลาบ สมาชิกทุกคนภายในบ้านก็จะมีโชคลาภ ต้นไม้ประจำวันเกิดวันพุธ หนุ่มสาวที่เกิดวันพุธ เป็นคนฉลาดชอบหาความรู้ใหม่ ๆ มีความคิดสร้างสรรค์สูง เป็นตัวของตัวเองปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี ประนีประนอมเก่ง มีน้ำใจ แต่เป็นคนอ่อนไหวง่าย ใจอ่อนขาดความมั่นคงในอารมณ์ สิ่งที่คนเกิดวันพุธควรระวัง ❌: ควรระวังเรื่องระมัดระวังเรื่องใจอ่อน เชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไปอาจถูกคนอื่นหลอกใช้ได้นะ ควรปลูกต้นไม้ที่มีสีเหลือง ✅ : พลูด่าง มีความเชื่อว่าช่วยให้ชีวิตราบรื่น รุ่งเรือง ลักษณะใบของต้นพลูด่างมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ จึงเชื่อว่าจะทำให้มีแต่คนรักใคร่ เอ็นดู และยังสามารถดูดซับสารพิษภายในตัวอาคาร ช่วยให้บ้านดูสดชื่นร่มเย็นได้ด้วย ไม่ต้องใช้ดินปลูกก็อยู่ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด 3 ไอเดียปลูกต้นไม้ในพื้นที่จำกัด เอาใจคนอยู่คอนโด คอนโดตอบโจทย์ไลฟไสตล์คนเมือง 2 ห้องนอน บนชั้น…

พลัสฯ แนะ 4 กลยุทธ์สำคัญ ปล่อยขายคอนโดให้รุ่งโรจน์ ในยุค COVID-19

สำหรับผู้พัฒนา, นักลงทุน และเจ้าของคอนโด แน่นอนว่าเป้าหมายในการปล่อยขายคอนโดให้รุ่งโรจน์ในยุค COVID-19 กำลังเป็นความท้าทายใหญ่ หลายคนที่คาดการณ์ว่าปี 2564 เศรษฐกิจจะดีขึ้น วงการอสังหาฯ จะฟื้นตัว ก็ต้องเริ่มชะลอกันอีกครั้งหลังพบการระบาดระลอกใหม่ ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ยังเปิดเผยการคาดการณ์และความกังวลว่า: “ขณะนี้ตลาดกลับมาอยู่ในความไม่แน่นอนอีกระลอก […] ปีที่แล้ว ภาพรวมการซื้อ-ขาย จัดอยู่ในภาวะทรงตัว จากแนวโน้มหลังเดือน ต.ค. กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น แต่ปีนี้ เผชิญปัจจัยลบตั้งแต่ต้นปี และอาจลากยาวไปจนถึงครึ่งปีแรก” ทั้งนี้ ท่ามกลางวิกฤต แน่นอนว่ามีโอกาส เศรษฐกิจซบเซาที่ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ, ส่งผลให้รัฐออกมาตรการกระตุ้น, และส่งผลให้ราคาคอนโดฯ โดยรวมลดลงและทรงตัว (ไม่ปรับขึ้นสูงเหมือนเคย) มีโอกาสเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ผู้ซื้อที่ยังคงมี Real Demand (ความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง) และ Purchase Power (กำลังซื้อ) รีบไขว่คว้าโครงการ/ยูนิตที่ใช่ของตนเองในราคาที่หาไม่ได้ในสถานการณ์ปกติ แต่แม้ผู้ซื้อคอนโดจะมีแรงกระตุ้นให้เกิดความปรารถนาและกำลัง เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขายคอนโดจะต้องมี ‘กลยุทธ์การขาย’ ที่สามารถดึงดูดพวกเขาได้มากพอเช่นกัน และหนึ่งในแนวทางสำคัญก็คือการตีโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมการบริโภคของผู้คน (โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand) ในยุค COVID-19 ให้ออกและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายใหม่ให้สอดคล้องและตอบโจทย์กับกลุ่มดังกล่าว โดยสำหรับเทคนิคการปรับเปลี่ยนสำคัญ เบื้องต้น พลัสฯ แนะนำผู้ประกอบการ, นักลงทุน และบุคคลทั่วไป ดังนี้ 1. โชว์เคส ‘พื้นที่คอนโด’ ให้เข้ากับยุค New Normal ด้วยผลกระทบการต้องใช้เวลาและทำงานที่บ้าน ผู้ขายสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการโชว์เคสโครงการคอนโดและ/หรือยูนิตคอนโดตนเองให้ตอบโจทย์กับ New Normal ของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘พื้นที่ในห้อง’ หรือ ‘บริเวณส่วนกลาง’ หลักการสำคัญคือการแสดงให้กลุ่มเป้าหมายของเราเห็นว่าพวกเขาจะมีบริเวณใช้สอยที่ตอบโจทย์และปลอดภัย สามารถทำกิจวัตรประจำวันในชีวิตได้อย่างหลากหลาย ไม่จำเจ และมีมาตรการ Social Distancing ที่รัดกุม เช่น ในส่วนของนิติบุคคล/โครงการ อาจมาร์กตำแหน่งการนั่งแยกกันในบริเวณส่วนกลางที่ชัดเจน เพื่อลดการใกล้ชิดและสัมผัสกัน ส่วนในด้านของเจ้าของคอนโด/ยูนิต อาจให้ความสำคัญกับแบ่งสรรบริเวณใช้สอยในห้องให้เข้ากับยุค New Normal มากกว่าเดิม เช่น กั้นห้องให้เกิดบริเวณทำงานที่ชัดเจนด้วยบานเลื่อนหรือผ้าม่านสำหรับห้อง Studio หรือแม้กระทั่งในห้อง 1-2 Bedroom ที่อาจไม่เคยมีบริเวณนั่งทำงานที่ชัดเจนมาก่อน, ปรับปรุงบริเวณครัวให้ตอบโจทย์การทำอาหารในห้อง, ตกแต่งและทำความสะอาดบริเวณระเบียงใหม่ให้กลายเป็นมุมผ่อนคลาย เดินหลบออกมาสูดอากาศในยามเหนื่อยล้าได้ ไม่อูดอู้อยู่แต่ในห้อง เป็นต้น 2. เชิญชวน Target มาชมห้องในรูปแบบ Virtual Tour การเยี่ยมชมโครงการและยูนิตจริงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญทั้งสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ ผู้บริโภคย่อมอยากเห็นสภาพจริงของห้องก่อนตัดสินใจ และในขณะเดียวกันผู้ขายก็อยากมีโอกาสโน้มน้าวผู้ซื้อด้วยการโชว์เคสโครงการของตนเอง แต่เมื่อสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขายต้องหาลู่ทางใหม่ในการนำเสนอห้องของตนเอง และหนึ่งในวิธีที่สามารถให้ประสบการณ์การเยี่ยมชมที่คล้ายกับการเยี่ยมชมจริงมากที่สุดแน่นอนคือการจัดทำ VDO Walk Through / Virtual Room Tour 360 ให้ลูกค้าสามารถเยี่ยมชมโครงการได้อย่างเสมือนจริง,…

12 เช็คลิสต์ในบ้านที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำ

การดูแลรักษาทำความสะอาดบ้านและคอนโดเป็นประจำก็เป็นส่วนนึงที่จะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีและมีบ้านที่น่าอยู่ วันนี้พลัสฯจึงมีเคล็ดลับการทำความสะอาดที่ควรทำเป็นประจำมาฝาก จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยครับ สิ่งที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน 1. กระเบื้องในห้องน้ำ เนื่องจากเป็นห้องที่ใช้ทุกวัน ควรใช้ไม้ทำความสะอาดหุ้มยางที่ใช้สำหรับเช็ดหน้าต่างเช็ดคราบเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา 2. จานอาหารที่ใช้แล้ว ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้ามคืน เพราะจะทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย 3. โต๊ะทานอาหาร เคาน์เตอร์ครัว ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบสกปรกให้สะอาดหลังจากใช้งานเสร็จทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 4. ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาที่อยู่บนเตียง ก็ควรซัก หรือนำมาตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไรฝุ่น 5. พื้นบ้าน หากคุณมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง ควรจะทำความสะอาดพื้น 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 6. เฟอร์นิเจอร์ สิ่งที่ควรทำก็คือการปัดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นจับจนส่งผลให้บรรยากาศในบ้านดูเก่าหมองไม่น่าอยู่ สิ่งที่ควรทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง 7. ล้างเครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่จะมีโปรแกรมล้างถังซักอยู่แล้ว หลังล้างถังซักผ้า จะมีคราบสกปรกหลุดออกมา ให้ใช้ฟองน้ำเช็ดคราบสกปรกในถังออกอีกครั้ง และเปิดถังให้ระบายความชื้น 8. ไมโครเวฟ ใช้เบคกิ้งโซดาในการเช็ดทำความสะอาดเพื่อช่วยลดกลิ่นอาหารที่หลงเหลืออยู่ 9. พัดลม เช็ดตัวพัดลมให้สะอาด ส่วนตะแกรงและใบพัด ให้ถอดออกแล้วเช็ดด้วยน้ำเปล่าหรือล้างด้วยน้ำยาล้างจาน เสร็จแล้วตากแดดหรือเช็ดให้แห้ง เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งาน และยังช่วยทำลดการกระจายตัวของฝุ่น สิ่งที่ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือนครั้ง 10. ล้างแอร์จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดค่าไฟอย่างน้อย 10% ยืดอายุการใช้งาน และยังช่วยป้องกันเชื้อโรคอีกด้วย 11. ซักพรมและเบาะ ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับพรม และเบาะโดยเฉพาะ เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก โดยเฉพาะพรม คือแหล่งสะสมฝุ่นเเละไรฝุ่น 12. ผ้าม่าน เป็นเเหล่งสะสมของไรฝุ่นและเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ พลัสฯหวังว่าเคล็ดลับที่นำมาฝาก นอกจากจะช่วยให้คุณทำความสะอาดบ้านได้อย่างเหมาะสม ยังช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย บทความที่เกี่ยวข้อง: 7 เรื่องห้ามลืม ก่อนปิดบ้านไปเที่ยววันหยุดยาว 7 เรื่องควรรู้ของชาวคอนโด เพื่อความน่าอยู่ที่มากขึ้นกว่าเดิม 10 วิธีซ่อมแซมของใช้ในบ้านแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อช่าง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง   หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาข้อมูลการบริการของเราเพิ่มเติมครับ

5 ข้อต้องรู้ก่อนซื้อทรัพย์สินรอการขาย (NPA) 2025

NPA คืออะไร? NPA หรือ Non-Performing Asset ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย คือ ทรัพย์สินรอการขาย หรือ ทรัพย์สินพร้อมขาย หมายถึง ทรัพย์ที่ธนาคารซื้อมาจากการขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้นำมาเป็นหลักประกันการกู้เงินและหลุดจำนอง หรือทรัพย์ที่ธนาคารได้มาจากการตีมูลค่าทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระหนี้คืนธนาคาร ความโดดเด่นของการซื้อบ้านรอการขาย (NPA) คือ ราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10% – 20 % อาจจะมีราคาถูกมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของบ้านและทำเลที่ตั้ง โดยผู้ซื้อสามารถเข้าไปตรวจสอบสภาพบ้านที่ต้องการซื้อได้ ทำให้ประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงได้ง่ายขึ้น   1. ผู้เสนอซื้อสามารถหาทรัพย์สิน NPA ที่ถูกใจได้ด้วยตนเอง ซึ่งผู้เสนอซื้อสามารถหาทรัพย์สินรอการขายได้จากเว็บไซต์ของธนาคารต่างๆ หรือตามเว็บไซต์ของตัวแทนอสังหาฯ ซึ่งหากเข้าตามเว็บไซต์ตัวแทนเหล่านี้ ผู้เสนอซื้อได้รับความช่วยเหลือได้มากกว่า ซึ่งทาง Plus Property มีความยินดีให้ความช่วยเหลือผู้ที่สนในสินทรัพย์ NPA เป็นพิเศษ ซึ่งสามารถติดต่อสอบถาม Plus Property ได้ทุกช่องทาง 2. ผู้เสนอซื้อสามารถและควรตรวจสอบที่ดินและสำรวจสภาพสิ่งปลูกสร้างถ้ามีก่อนยื่นขอจองซื้อ สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินรอการขาย ผู้ซื้อควรนัดหมายเปิดบ้าน ดูรายละเอียด ติดต่อกับหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์ของธนาคาร เพื่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ให้พาเข้าไปดูบ้านที่ต้องการ นอกจากนี้ผู้เสนอซื้อควรพาผู้รับเหมาหรือผู้เชี่ยวชาญไปดูด้วย เพื่อช่วยดูโครงสร้าง ประเมินค่าซ่อมแซมและปรับปรุงบ้าน 3. ผู้เสนอซื้อควรเสนอราคาซื้อให้สูงกว่าเริ่มต้นขายของธนาคารเสมอ เมื่อได้ทรัพย์สินรอการขายที่ต้องการจะซื้อแล้วให้ผู้เสนอซื้อจัดเตรียมเอกสารเสนอซื้อ และรอผลอนุมัติ – สำเนาบัตรประชาชน – สำเนาทะเบียนบ้าน – เงินประกันการซื้อทรัพย์สิน NPA เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ให้แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ซื้อทรัพย์สินรอการขายและคำเสนอซื้อทรัพย์สินรอการขาย ซึ่งภายในแบบฟอร์มจะประกอบด้วยรายละเอียดส่วนตัวของผู้เสนอซื้อ ราคาที่ต้องการเสนอซื้อบ้านหลังนั้นๆ พร้อมแนบเอกสารตามที่ธนาคารแจ้งขอ อีกทั้งในบางธนาคารจะให้มีการโอนเงินค่ามัดจำ หากไม่โอนเงินค่ามัดจำให้ธนาคาร คำขอซื้อบ้านจะไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของธนาคาร เมื่อส่งเอกสารทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ให้รอรับผลอนุมัติซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเพียง 3-5 วันทำการ ซึ่งผู้เสนอซื้อควรตั้งราคาสูงกว่าที่ทางธนาคารตั้งไว้เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการอนุมัติ ในกรณีนี้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ ธนาคารที่เรียกเก็บเงินค่ามัดจำไว้จะคืนเงินมัดจำให้ และหากทรัพย์สินรอการขายที่ต้องการยังไม่ถูกขาย ก็สามารถทำคำเสนอซื้อใหม่ได้อีก และอาจจะต้องเพิ่มราคาเสนอเข้าไปด้วย หากได้รับอนุมัติจากธนาคารแล้วต้องไปทำสัญญาซื้อขายภายใน 15 วันนับจากวันที่ระบุในหนังสือแจ้งผลการอนุมัติ พร้อมวางเงินทำสัญญา 10% ของราคาเสนอซื้อ โดยขอนับรวมเงินที่วางมัดจำ 1% เป็นส่วนหนึ่งของเงินทำสัญญาได้ ส่วนที่เหลืออีก 90% ต้องชำระด้วยเงินสด หรือกู้เงินจากธนาคารให้เรียบร้อยภายใน 30 วันนับจากวันที่ทำสัญญาซื้อ-ขาย ซึ่งในขั้นตอนการทำสัญญาซื้อ-ขาย บางธนาคารจะให้มาจ่ายเงินค่ามัดจำ 4.ยื่นขอสินเชื่อ ผู้เสนอซื้อควรยื่น Pre-Approve ก่อน Pre-approve สินเชื่อบ้าน หรือ การยื่นประเมินสินเชื่อบ้านในเบื้องต้นนั้นเป็นการขอตรวจสอบสถานภาพทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้  โดยพิจารณาจากราคาซื้อขายบ้านหรือคอนโดที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้ง รายได้ รายจ่าย และเครดิตหรือความน่าเชื่อถือ เช่น ติดเครดิตบูโร (ประวัติเสียในการชำระหนี้กับบัตรเครดิตและ/หรือสินเชื่อ) หรือไม่ ชำระค่าบัตรเครดิตครบถ้วนตรงเวลาหรือไม่ หาก Pre-approve ผ่าน หมายความว่า ผู้ขอมีโอกาสดีที่จะขอสินเชื่อผ่าน แต่หากผลเป็นตรงกันข้าม ก็ยังไม่ควรที่จะจองหรือตกลงซื้อบ้านหรือคอนโดกับผู้ขาย 5.สามารถยื่นกู้กับธนาคารอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารเจ้าของ NPA เมื่อทำสัญญาซื้อ-ขายแล้ว หากต้องการขอสินเชื่อให้ยื่นขอต่อจากการทำสัญญาดังกล่าว โดยขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารที่เจ้าของ NPA…

เทียบมาให้ คอนโดสไตล์รีสอร์ท ได้เปรียบอย่างไรในยุค COVID

ในเวลาที่สถานการณ์ทำให้เราต้อง Work from Home อยู่บ่อยๆ คอนโดติดรถไฟฟ้า อาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป วันนี้พลัสฯ จะพามารู้จักคอนโดสไตล์รีสอร์ท พร้อมเทียบให้ชัดๆ ว่าคอนโดแต่ละแห่งแตกต่าง และน่าสนใจอย่างไรบ้างในช่วงเวลาแบบนี้ พื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาพที่ดีต่อใจ พื้นที่สีเขียวและต้นไม้คือสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามเมื่อเลือกที่อยู่อาศัยในเมืองอย่างคอนโด แต่หารู้ไม่วาเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยในการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศเช่นนี้ รายงานวิจัยด้านมลพิษทางอากาศจากปี 2563 ชี้ว่า มลพิษทางอากาศในปัจจุบันกำลังทำให้ประชากรทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยลดลงเกือบ 3 ปี และทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 8.8 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากมลพิษ มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มมีกระบวนการการรักษาที่เรียกว่า สวนบำบัด หรือ Horticultural Therapy เห็นได้ชัดจากตามโรงพยาบาลที่นิยมปลูกต้นไม้บำบัด เพราะสีเขียวจากใบไม้ นอกจากจะช่วยระงับความตื่นเต้นและอารมณ์หงุดหงิดแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลด้านสภาพจิตใจของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ต้นไม้สีเขียวเหล่านี้เองที่ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า อาการกลัว หวาดระแวง และยังช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจได้มากมาย ดังนั้นสำหรับคอนโดสไตล์รีสอร์ทแล้ว เรื่องบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องที่ต้องมาก่อน นั่นก็เพราะคอนโดสไตล์นี้ผ่านการดีไซน์โดยยึดแนวคิดจากรีสอร์ทเป็นหลัก ทำให้ในหลายๆ โครงการมีบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวายได้เป็นอย่างดี และเมื่อพูดถึงรีสอร์ทแล้ว การตกแต่งก็ต้องดึงดูดพอเช่นกัน และสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือบรรยากาศที่ต้องใกล้เคียงกับเวลาที่เราไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศให้มากที่สุด ตรงนี้เองที่ทำให้คอนโดสไตล์รีสอร์ทมีพื้นที่สีเขียวที่เด่นชัดไม่น้อยหน้าไปกว่าที่ไหนๆ ในยามตื่นนอนเรามักเจอต้นไม้ใบหญ้าคอยอรุณสวัสดิ์ถึงริมหน้าต่าง และเวลาที่เดินเล่นเราอาจเห็นต้นไม้ที่ไม่คุ้นตานานาพันธุ์มาสร้างสีสันภายในโครงการ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องธรรมชาติที่สัมผัสได้เวลาที่เข้ามาอยู่ในคอนโดสไตล์รีอสอร์ทนั่นเองครับ นอกจากนี้ เรื่องทำเลเองก็สำคัญไม่แพ้กัน คอนโดสไตล์รีสอร์ท มักเลือกทำเลที่ตั้งอันมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นริมแม่น้ำ หรืออยู่ในพื้นที่ที่สงบ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ซึมซับความเป็นธรรมชาติได้มากที่สุด เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต่างกับการได้เดินทางไปพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศดีๆ ที่ต่างจังหวัดเลยก็เป็นได้ วิวดี ฟีลได้ ถ่ายรูปปัง ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ท อีกหนึ่งข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัด คือการเป็นสถานที่ที่ Photogenic หรือ ขึ้นกล้อง ส่งผลให้การอยู่ในคอนโดสไตล์รีสอร์ทนี้มีมุม หรือวิวที่น่าถ่ายรูปเยอะเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเป็นมุมที่ดูผ่อนคลายเหมือนกับเลาที่มาเที่ยว แต่จะยิ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบขึ้นไปอีกตรงที่ เมื่อเป็นคอนโดแล้ว เราอยู่อาศัยในทุกๆ วัน เรียกง่ายๆ ว่า…ยกบรรยากาศแบบวันลาพักร้อนมารวมไว้ให้ถึงในห้องและในพื้นที่ส่วนกลางกันเลยทีเดียว ส่วนกลางก็ดี กิจกรรมก็เด่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อคอนโด หรือเช่าคอนโดนั้น คือส่วนกลางของคอนโด ส่งผลให้คอนโดสไตล์รีสอร์ทใส่ใจในเรื่องของส่วนกลางเป็นพิเศษ ดังนั้น ไม่ใช่แค่ความครบครัน หรือการเลือกใช้วัสดุที่ดีเท่านั้นสำหรับคอนโดในรูปแบบนี้ แต่ยังสอดคล้องกับการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เราเห็นส่วนกลางของคอนโดสไตล์รีสอร์ทมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสที่มีผาจำลอง หรือ Co-Kitchen Space พื้นที่ครัวส่วนกลาง ที่ในบางที่ยังมีการปลูกผักที่สวนไว้บริการลูกบ้าน และที่ขาดไม่ได้ คือพื้นที่ Co-Working Space เพื่ออิสระในการทำงานที่ไม่ถูกจำกัดอยู่แต่ที่ห้อง หรือออฟฟิศเท่านั้น นอกจากนี้ในบางโครงการยังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ Outdoor มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดูหนังกลางแปลง หรือบาร์บีคิวริมน้ำ ที่ช่วยให้เราไม่เบื่ออีกด้วย kawa HAUS เปลี่ยนทุกวันให้เป็นวันพักผ่อนสุดสบาย กับคอนโดสไตล์รีสอร์ทริมน้ำในย่านอ่อนนุช คอนโดมีเนียม Low Rise สไตล์รีสอร์ทบนทำเลคุณภาพริมคลองพระโขนง จากแนวคิดของคำว่า “kawa” ที่แปลว่า “น้ำ” สู่ทุกองค์ประกอบที่สื่อถึงความร่มรื่นผ่านเส้นสายความโค้งของน้ำ ตั้งแต่ façade ของอาคารจนถึงระเบียงภายในห้อง ท่ามกลางความสงบของชุมชน T77 ที่มีครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น…

รวมข้อมูล คอนโดพระราม 4 บุกลึกย่านพระราม 4 สำรวจโซนที่อยู่สุดไพรเวท

ในเมืองฟ้าอมรอย่างกรุงเทพฯ นี้ ถ้าเราจะเปรียบว่าย่านสุขุมวิทคือพี่ใหญ่แห่งย่านธุรกิจ (CBD) อันแสนสำคัญแล้วล่ะก็ ย่าน “พระราม 4” ก็ถือเป็นพื้นที่ใกล้เคียงที่เปรียบได้กับน้องรองของ ถือเป็นพื้นที่โอบล้อมรอบศูนย์กลางความเจริญที่ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกันอย่างแน่นอน หากเราพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ จะพบว่าถนนเส้น “พระราม 4” ถือเป็นถนนเส้นที่ตีคู่ขนานไปกับเส้นสุขุมวิท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับย่านธุรกิจมีความสำคัญ แต่ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านความเก่าแก่และความขลังแตกต่างออกไป ไล่เรียงมาตั้งแต่ ย่านเยาวราช สถานีรถไฟหัวลำโพง ตลาดสามย่าน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาดผ่านไปยังจุดสำคัญด้านธุรกิจสมัยใหม่อย่างสีลม สาทร ถนนวิทยุ อาคารมาลีนนท์ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 ลากยาวไปจนถึงเขตตลาดคลองเตย ฯลฯ ซึ่งนอกจากย่านพระราม 4 แห่งนี้ จะเป็นทำเลอันเป็นรากฐานของการค้าขายระดับรากหญ้าทางเศรษฐกิจของประเทศแล้ว เมื่อเราเริ่มสำรวจเข้าไปลึกๆ ก็จะพบกับพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต รวมถึงแหล่งที่อยู่อาศัยมากมายอยู่ภายในเลยทีเดียว พระราม 4 พื้นที่อยู่อาศัย ที่ผสมผสานเอาไว้หลากหลายวีถีชีวิต ย่านพระราม 4 นั้น ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ของกรุงเทพฯ ที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นการผสมผสานระหว่างพื้นที่ทางธุรกิจ ชุมชนที่อาศัยเก่าแก่ และทำเลที่รวมเอาไว้ซึ่งความทันสมัยตามไลฟ์สไตล์คนเมืองเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งภาพรวมของพระราม 4 จะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาดูแบบเจาะลึกพร้อมกับเราได้เลย เริ่มต้นด้วยการปักหมุดออกสำรวจตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เมื่อเดินขึ้นมาเราจะพบกับ “ชุมชนคลองเตย” หรือชุมชนรอบท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่สมัยก่อนเรามักจะเรียกกันว่าสลัมคลองเตย แต่ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้กำลังได้รับการพัฒนาจากทางภาครัฐ เพื่อบล้างภาพเดิมๆ สู่การยกระดับเป็นหนึ่งในสมาร์ท คอมมูนิตี้ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเราลองมองสำรวจอยู่ภายนอก ก็จะพบว่าพื้นที่โซนนี้เริ่มมีการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบ ที่โดดเด่นกว่าใครในย่านนี้เลยก็คืออาคารแบบมิกซ์ยูสของโครงการ “The PARQ” บริเวณแยกพระราม 4 “The PARQ” ซึ่งเป็นทั้งอาคารสำนักงานเกรด A แหล่งรวมร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์อาหารตั้งอยู่อย่างโดดเด่น เมื่อเดินสำรวจต่อเนื่องมา เราก็จะพบกับพื้นที่ของ “ตลาดคลองเตย” ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาหารสดขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้านค้าแบบสตรีทฟู้ดที่มีความหลากหลาย ที่สำคัญก็คือตลาดสดแห่งนี้เปิดทำการแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว เห็นได้ชัดจากภัตตาคารชื่อดังอย่าง “ศรีทองโภชนา” ร้านอาหารจีนและซีฟู้ดชื่อดังในย่านนี้ ที่เปิดบริการมากว่า 20 ปี ตั้งอยู่ริมถนนเส้นพระรามสี่ ถัดจากตลาดคลองเตยไปไม่ไกลมากนัก “ซอยอารี” ถือเป็นอีกหนึ่งซอยที่มีความคับคั่งน่าสนใจ เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 รวมถึงเป็นที่ตั้งของคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดยักษ์อย่าง Asquare และ K Village ทีรวมเอาร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังไว้มากมาย แอบกระซิบด้วยว่าใครคิดถึงออนเซ็นญี่ปุ่น ที่นี่มี “ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา” ให้ลองใช้บริการได้ด้วย อาคารมาลีนนท์ ที่ตั้งของสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่น่าสนใจ เพราะเป็นศูนย์กลางของอาคารออฟฟิศที่มีความคึกคักที่สุดในย่านนี้ อีกทั้งฝั่งตรงข้ามยังมีคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดกลางอย่าง “สวนเพลิน มาร์เก็ต” ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าชื่อดังให้ใช้บริการอีกอย่างสบาย เดินสำรวจต่อมาอีกนิดหน่อย เราก็จะพบกับหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจที่สุดในย่านพระราม 4 นี้แล้ว นั่นก็คือโครงการ “OKA HAUS” โอกะ เฮาส์ ที่แม้จะอยู่ลึกเข้าไปจากริมถนนเส้นพระราม 4 ไปพอสมควร แต่นั่นก็ถือเป็นจุดเด่นที่มีความน่าสนใจ ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่ช่วยให้เราสามารถตัดขาดจากความวุ่นวายได้ นับว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี…

10 วิธีแก้เบื่อ เมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19

เนื่องจากจากระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ กระทรวงสาธารณะสุขได้ขอความร่วมมือผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางมาจากต่างประเทศ ต้องการกักตัว 14 วัน สำหรับบางคน 14 วัน เหมือนเป็นการพักร้อน แต่บางคน 14 เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานน่าเบื่อ ทำให้เกิดความอึดอัดที่ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน เพื่อช่วยลดความเบื่อหน่ายเหล่านี้ พลัสฯ มี 10 วิธีแก้เบื่อเมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19 มาฝากกันครับ 1. อ่านหนังสือ คุณลองหาหนังสือสักเล่มมาอ่าน เป็นการเพิ่มความรู้ ฝึกสมาธิ และยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย 2. ทำสวยอยู่บ้าน ในเมื่อออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ ก็ดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะสครับ ขัดผิว มาส์กหน้า หมักผม ก็ทำให้คุณดูดีได้ 3. เรียนคอร์สออนไลน์เพิ่มความรู้ ความรู้สามารถเพิ่มได้ทุกวัน ถึงแม้จะถูกกักตัว แต่ก็เพิ่มความรู้ได้จากคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีมากมาย 4. ทำงานบ้าน/จัดบ้าน การทำงานบ้าน ช่วยให้บ้านมีระเบียบเรียบร้อยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แถมยังทำให้สุขภาพที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย 5. ดูหนัง/ซีรีส์ หากคุณมีหนังเรื่องไหนที่อยากดูแล้วยังไม่มีเวลาว่าง โอกาสนี้ถือว่าเหมาะที่สุด เพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับตัวคุณ 6. วาดรูป/ทำงานอดิเรกที่ชอบ แน่นอนว่าการวาดรูปหรือทำงานอดิเรกที่เราชอบ จะช่วยให้เราได้ผ่อนคลายจากความเครียด และทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย 7. ออกกำลังกาย แม้คุณอยู่บ้านก็ร่างกายแข็งแรงได้ การออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้จิตใจของคุณแจ่มใจ รูปร่างดี และไม่ป่วยง่าย 8. นั่งสมาธิ ฟังธรรมะ การนั่งสมาธิ ฟังธรรมะ คุณสามารถทำได้ทุกเวลา จะช่วยให้จิตใจของเราสงบมากขึ้นและสมาธิที่ดี ทำให้สามารถกลับไปทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. ทำอาหาร การทำอาหาร ลองเปิดเมนูในอินเทอร์เน็ต และลองทำตาม จะช่วยฝึกให้เรามีความคิดสร้างสรรค์และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น 10. โทรหาเพื่อนสนิท การอยู่คนเดียวทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ถ้าเราได้คุยกับเพื่อน วิธีนี้จะทำให้คุณหายเหงาได้แน่นอน เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 วิธีแก้เบื่อ เมื่อต้องกักตัวจาก COVID-19 ที่เรานำมาฝาก อาจจะเป็นวิธีที่จะทำให้คุณแก้เบื่อได้บ้าง นอกจากวิธีแก้เบื่อแล้ว อย่าลืมแยกของใช้ส่วนตัว และงดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนโดยตรงให้ได้มากที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องสังเกตอาการว่ามีอาการเข้าข่ายอาการของโควิด-19 หรือไม่ บทความที่เกี่ยวข้อง 14 มาตรการรับมือ COVID จาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ อย่ามองข้าม! รู้ไว้ป้องกันได้ จุดสะสมเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องระวัง มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาข้อมูลการบริการของเราเพิ่มเติมครับ

มากกว่าแค่การดูแล เมื่อบริษัทบริหารนิติบุคคลสามารถช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการที่อยู่อาศัย

หากใครเคยได้ยินเรื่องราวของ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ ที่มีมูลค่าราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัวจากวันแรกที่เปิดตัวในปีพ.ศ. 2531 และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีอายุร่วมกว่าสองทศวรรษในปัจจุบัน คงสงสัยกันอยู่ไม่น้อยว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ มีดีมานด์และมูลค่าสูงจากเดิมกว่าหลายเท่าตัว ใช่เพราะทำเลติดชายหาดหัวหินหรือเปล่า? หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย? คำตอบคือ แน่นอนว่าทำเลติดชายหาดหัวหินส่งผล แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือการทำงานของ ‘บริษัทบริหารนิติบุคคล’ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีผลอย่างสลักสำคัญและโดยตรงต่อดีมานด์และมูลค่าของโครงการ มีผลอย่างไร? คำตอบอยู่ในบทความนี้แล้ว บริษัทบริหารนิติบุคคลและบทบาทในการดูแลอาคาร, ส่วนกลางและสภาพแวดล้อมโดยตรง อาคารโครงการ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ ในปัจจุบัน เมื่อกล่าวถึงบทบาทสำคัญของนิติบุคคลในการช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าโครงการ แน่นอนว่าต้องกล่าวถึง ‘หน้าที่โดยตรง’ ของนิติบุคคลในการดูแลและทำนุบำรุง ‘อาคาร, ส่วนกลางและสภาพแวดล้อม’ ของโครงการให้มีสภาพงดงาม, พร้อมใช้งาน และเหมือนใหม่อยู่เสมอ ยิ่งนิติบุคคลมีศักยภาพและความพร้อมในการดูแลอาคารมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการมากเท่านั้น ในกรณีตัวอย่างของ ‘บ้านไข่มุก หัวหิน’ และในทุกโครงการที่พลัสฯ ดูแล นอกเหนือจากการดูแลอาคารทางกายภาพโดยปกติ เราจึงมีการทำ ‘Preventive Maintenance’ หรือ การบำรุงรักษาเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ ควบคู่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญโดยตรงที่จะช่วยดูแลบำรุงรักษาอาคารให้เหมือนใหม่อย่างตรงจุดและยั่งยืน ทีมช่างอาคารผู้เชี่ยวชาญของพลัสฯ เข้าทำการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรตามแผน Preventive Maintenance ให้กับโครงการบ้านเคียงฟ้า สรุปสมการ – บทบาทของนิติฯ ในการช่วยรักษา-เพิ่มมูลค่าโครงการผ่านการดูแลอาคารและสภาพแวดล้อม ศักยภาพในการดูแลอาคาร ↑ (ความพร้อมและคุณภาพของทีมช่าง, ทีมวิศวกร, เทคโนโลยี, ระบบการดำเนินงาน ฯลฯ) = คุณภาพและมูลค่าของโครงการ ↑   พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัวระบบปฏิบัติการสุดล้ำ Building เชื่อม IOT พร้อมปล่อยแอปพลิเคชั่นใหม่ Living PLUS บริษัทบริหารนิติบุคคลและบทบาทในการดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้าน นอกเหนือจากการดูแลในส่วนอาคาร แน่นอนว่านิติบุคคลต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเน้นกันที่การจัดการความเป็นอยู่ในจุดต่าง ๆ ของลูกบ้านให้มีคุณภาพและสอดคล้องกัน เช่น การกำหนดนโยบาย-กฏระเบียบ, การบริหารจัดการขยะ, การดูแลความปลอดภัย และอื่น ๆ ในยามที่ลูกบ้านมีปัญหาหรือมีความขัดแย้งกัน นิติบุคคลในฐานะผู้ที่ต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้านทุกคนและป้องกันความขัดแย้งที่อาจกระทบลูกบ้านคนอื่นก็จะต้องคอยเข้ามาทำหน้าที่เป็นคนกลาง ไกล่เกลี่ย หาทางออก ตลอดจนเจรจาเพื่อลดความขัดแย้ง ในแง่นี้ เราจะเห็นว่านอกเหนือจากงานด้านเทคนิค การทำงานของนิติบุคคลยังมีลักษณะเป็น ‘Living Management’ ทำงานกับ ‘การดำรงชีวิต’ ของลูกบ้านโดยตรง ยิ่งนิติบุคคลสามารถบริหารจัดการ ‘การดำรงชีวิตของลูกบ้าน’ ให้มีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะ ‘รักษาลูกบ้านเดิม’ และ ‘ดึงดูดลูกบ้านใหม่’ มากขึ้นเท่านั้น การรักษาและขยายฐานลูกบ้านนี้สำคัญต่อการรักษาและเพิ่มมูลค่าของโครงการ เพราะยิ่งโครงการสามารถรักษาและขยายฐานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีเงินทุนหมุนเวียน (จากค่าส่วนกลาง) สำหรับใช้ทำนุบำรุงโครงการให้มีคุณภาพและมูลค่าสูงมากขึ้นเท่านั้น และกลับกัน แน่นอนว่าหากนิติบุคคลบริหารจัดการความเป็นอยู่อย่างย่ำแย่ โอกาสที่ลูกบ้านจะโบกมือลา ปล่อยเช่า ปล่อยขาย ไม่เข้ามาดูแล ไม่จ่ายค่าส่วนกลางก็ยิ่งสูง สรุปสมการ…

7 เรื่องห้ามลืม ก่อนปิดบ้านไปเที่ยววันหยุดยาว

เตรียมนับถอยหลังช่วงวันหยุดยาว หลายคน อาจจะวางแผนการเดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัด พลัสฯ มีเคล็ดลับดีๆ กับ วิธีดูแลบ้านให้ปลอดภัย ให้ทุกคนได้ไปพักผ่อนอย่างสบายใจ ถอดปลั๊กไฟออกให้หมด ปลั๊ก TV, Router กล่องอินเทอร์เน็ต, สายชาร์จ ปลั๊กพ่วงต่าง ๆ ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องเสียบไว้ตลอด เช่น ตู้เย็น เพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ และเสี่ยงเกิดไฟไหม้ ปิดวาล์วน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงเบื้องต้นของการรั่วซึมของน้ำจากอุปกรณ์ ท่อภายในบ้าน/ ห้องชุด เพื่อป้องกันอีกทางหนึ่ง ควรตรวจสอบ ดูแลบำรุงรักษา อุปกรณ์ และ ท่อให้มีสภาพที่ดีเสมอ ปิดประตู-หน้าต่างให้สนิท ถ้าเป็นคอนโดชั้นสูงๆ อาจจะไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่คอนโดชั้นล่างๆ (ชั้น G, 1 – 3) บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ นอกจากปิดประตูหน้าต่างล็อคกลอนให้ดีแล้วควรปิดม่าน ไม่ให้บุคคลภายนอกเห็นข้าวของที่อยู่ด้านในด้วย ติดตั้งระบบไฟอัตโนมัติ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ที่ช่วยทำให้บ้านของเราดูเหมือนมีคนอยู่มากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการตบตามิจฉาชีพ หรือหากมีต้นไม้บดบังหน้าบ้านก็ควรจะตัดตกแต่งให้ดูโปร่งขึ้นเพื่อให้เพื่อนบ้านสามารถมองเห็นได้ แจ้งนิติบุคคล ที่ดูแลโครงการให้ทราบว่าช่วงวันหยุดยาวนี้จะไม่อยู่บ้าน และประสานให้พนักงานรักษาความปลอดภัยในโครงการช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้ หรือ ให้เบอร์ฉุกเฉินกับนิติไว้ ในกรณีที่เกิดเหตุไม่ปกติขึ้นภายในบ้าน นิติบุคคลจะได้ดำเนินการ หรือแจ้งให้เราทราบได้อย่างทันท่วงที เปิดกล้องวงจรปิดและสัญญาณกันขโมย ซึ่งเป็นตัวช่วยเรื่องความปลอดภัยในบ้านได้ระดับหนึ่ง ไม่โพสต์แผนการเดินทางบนโลกโซเชียล และให้แน่ใจว่าสมาชิกในครอบครัวไม่โพสต์เช่นกัน เพราะเป็นการบอกคนอื่นๆ บนโซเชียลที่เราก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้างรู้ว่า “ที่บ้านจะไม่มีคนอยู่”  และนี่คือข้อแนะนำที่คุณสามารถดูแลและป้องกันบ้านของคุณได้ขณะที่กำลังจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว อาจจะเลือกบางข้อมาปฏิบัติตามก็ได้ตามความเหมาะสม อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจ หายห่วง ให้เรากังวลแทนคุณ เพราะความปลอดภัยของคุณ คือเรื่องที่ 1 ของเรา แม้ว่าคุณจะอยู่ในช่วงพักผ่อนวันหยุดยาว แต่การรักษาความปลอดภัยของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ไม่เคยหยุด นอกจากมีระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งกล้องวงจรปิด CCTV ที่ครอบคลุมพื้นที่ พนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง การควบคุมคัดกรองบุคคลภายนอกที่จะผ่านเข้า-ออกโครงการแล้ว และเพื่อให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจในทุกๆ วัน ยังมีทีม Sansiri Security Inspection (SSI) ที่คอยเข้าฝึกฝนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการตรวจสอบดูความเรียบร้อยภายในโครงการ แนะนำการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อช่วยควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อความอุ่นใจอีกเท่าตัวในบางโครงการยังมี LIV-24* บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารที่จะคอยรักษาการณ์ตรวจตราสอดส่องอยู่เสมอ เป็นอีกขั้นเรื่องความปลอดภัย มั่นใจได้ 24 ชั่วโมง ผนึกกำลังกับฝ่ายจัดการฯ ที่เข้มงวดในส่วนของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไป มั่นใจได้ว่า บ้านและคอนโดทุกหลังภายใต้ความดูแลของพลัสฯ จะได้รับการดูแลในทุก ๆ ด้านอย่างดีที่สุด เพื่อความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริงครับ บทความที่เกี่ยวข้อง: 7 เรื่องควรรู้ของชาวคอนโด เพื่อความน่าอยู่ที่มากขึ้นกว่าเดิม 10 วิธีซ่อมแซมของใช้ในบ้านแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อช่าง 5 เรื่องน่ารู้…สู้หน้าร้อน รวมเคล็ดลับประหยัดไฟสไตล์คนติดบ้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า…

มองเอกมัย ผ่าน “เลนส์” โฟกัสย่านดังให้รู้ลึก อะไรที่ทำให้ย่านนี้ “ตอบโจทย์”

ถ้าชีวิตมีหลายสิ่งที่ต้องไปให้สุด ไม่ว่าจะเรื่องงาน แฮงเอาท์กับเพื่อน หรืออยู่ในมุมสงบๆ ของตัวเอง เอกมัย ตอบโจทย์ได้อย่างไม่ต้องสงสัย วันนี้พลัสฯ จะพามาหาคำตอบกับคุณเลนส์ หนุ่มไลฟ์สไตล์ในย่าน ที่จะมาบอกเล่าให้เราฟังว่า ทำไมเอกมัยถึง “ใช่” สำหรับเขา “เอกมัย คือ ครบครัน” คือประโยคที่อธิบายความเป็นย่านนี้ที่ดีที่สุดสำหรับเลนส์ เพราะในย่านนี้รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ยิมออกกำลังกาย จนถึงคอร์สกิจกรรมพิเศษต่างๆ เมื่อเรามาดูเรื่องของการเดินทางที่เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต ในย่านเอกมัย ถือได้ว่าเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความที่ซอยอยู่บนถนนหลักอย่างสุขุมวิท ซึ่งเป็นเส้นหลักของรถไฟฟ้า BTS สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ยิ่งสำหรับใครที่ขับรถด้วยล่ะก็ สามารถเชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นซอยทองหล่อ หรือถนนเพชรบุรี อีกทั้งยังใกล้ทางขึ้น-ลงทางด่วน ไม่ว่าจะเส้นทางไหน ก็เดินทางง่ายอยู่เสมอ แต่หนึ่งในเรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตไม่ว่าจะย่านไหน ก็คือ “เรื่องกิน” ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเอกมัย ก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวัง เพราะที่นี่ เต็มไปด้วยร้านอาหารเก่าแก่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านโปรดของคุณเลนส์อย่าง วัฒนาพานิช ตำนานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่น้ำซุปถูกเคี่ยวมายาวนานกว่า 50 ปี มีคนพากันมาฝากท้องกันอย่างไม่ขาดสายจนถึงปัจจุบัน แถมเมนูอื่นก็เด็ดไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหน้าไก่ หรือแพะตุ๋นยาจีน สำหรับตำแหน่งของร้านก็หาได้ไม่ยาก อยู่เยื้องกับคอนโด XT Ekkamai คอนโดน้องใหม่ที่พึ่งสร้างเสร็จหมาดๆ แค่มองปราดเดียวที่ตึกก็รู้ว่าดูดีมีสไตล์ บ่งบอกถึงความเป็นชาวเอกมัยได้เป็นอย่างดี ร้านวัฒนาพานิช 📌: ซอยเอกมัย 18 ⏲: 9.30 AM – 7.30 PM และเมื่อถึงวันหยุด ปัญหาที่หลายคนหนักใจไม่แพ้เรื่องอื่น เห็นจะไม่พ้นว่าจะไปนั่งชิลที่ไหนดี นัดเพื่อนวีคที่จะมีที่ลงไหม? ปัญหานี้จะไม่เกิดเมื่อได้อยู่ในย่านเอกมัย เพราะที่นี่ ขึ้นชื่อเรื่องคาเฟ่สุดกิ๊ปเก๋ยูเรก้า และ 1 ในร้านที่ไม่แนะนำไม่ได้ ก็คงจะหนีไม่พ้น One Ounce for onion ที่ตัวร้านแบ่งเป็น 2 ฝั่งเข้าด้วยกัน ทั้งฝั่งที่เป็นคาเฟ่ ที่เปิดให้เรานั่งดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟที่คัดสรรมาตั้งแต่เมล็ด ผ่านการชงอย่างพิถีพิถัน พร้อมหลากหลายเมนูอาหารที่ชวนให้น้ำลายสอ ในขณะที่อีกฝั่งก็ยิ่งพลาดไม่ได้ที่จะไปเยือน เพราะเป็นฝั่งแฟชั่นในชื่อว่า Onionbkk ซึ่งนำเข้าเสื้อผ้า รองเท้า จนถึงเครื่องประดับแบรนด์ดังสุดลิมิเตด เรียกได้ว่า เต็มไปด้วยของดีโดยไม่ต้องไปหาไกลถึงต่างประเทศเลยทเดียว สำหรับตัวร้านนั้นตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ซึ่งเต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจอย่าง คอนโด M Thonglor 10 และ The FINE Bangkok Thonglor – Ekamai ที่โดดเด่นเรื่องการออบแบบที่สวยงาม หรูหรา ซึ่งซอยเอกมัย 12 สามารถเชื่อมต่อไปได้อีกหลายทาง ฝั่งหนึ่งสามารถทะลุไปยังถนนปรีดี พนมยงค์ (สุขุมวิท 71)…

casibom