รวม 10 คาเฟ่หลากสไตล์ ย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน

สายถ่ายรูปห้ามพลาด วันนี้พลัสฯ รวบรวม Cafe Hopping บรรยากาศชิคๆ หลากสไตล์ ใกล้แหล่ง Shopping Center ที่มีการเติบโตแบบร้อนแรงที่สุด อย่างย่านห้าแยกลาดพร้าว – พหลโยธิน มาฝาก ขนม เครื่องดื่ม ชา กาแฟ รับรองได้เลยว่าถ้าได้ไปเช็คอิน ดีต่อใจแน่นอน ไม่ไปไม่ได้แล้ว! ORBiT espresso BKK สายคอกาแฟห้ามพลาดกับคาเฟ่ที่หอมไปด้วยกลิ่นกาแฟและรสสัมผัสละมุน มีบาริสต้าคอยให้ความรู้เป็นกันเอง ราคาเป็นมิตรเน้นคุณภาพ บริการน่าประทับใจบรรยากาศภายในร้านแต่งสไตล์วินเทจ “เมนูแนะนำกาแฟพิสมัย” กลมกล่อมน่าลิ้มลอง เปิด จันทร์-ศุกร์ 7:30 – 18:00 เสาร์-อาทิตย์ 8:00 – 18:00 พิกัด : พหลโยธิน 35 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Yellow Teeth sip n’ snap ร้านกาแฟนั่งชิวสบายๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติและบรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับธรรมชาติให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเมนูให้เลือกได้หลากหลาย เพลงเพราะๆ ฟังชิวๆ มุมถ่ายรูปสุดชิค การตกแต่งตามเทศกาลไม่น่าเบื่อ เปิด 10:00 – 18:00 ยกเว้นวันจันทร์ พิกัด : โชคชัย 4 ซอย 3 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Niche Tea BKK สายชาเขียวต้องหลงรักกับคาเฟ่สไตล์เกาหลีพร้อมเมนูคอชาเขียวไม่ว่าจะเป็น Dirty มัชชะ,ชาเขียวโฮจิฉะ และยังมีเมนูของหวานชูครีมหลากหลายรสชาติ สามารถมานั่งชิวจิบชาเขียวให้สบายใจพร้อมถ่ายรูปสวยภายในร้านคลีนๆ โทนสีขาวสไตล์เกาหลี เปิดทุกวัน 9.00 – 18.00 พิกัด : ซอยพหลโยธิน 2 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน BAKEBURY Espresso Bar คาเฟ่ที่มีกาแฟอร่อย ครัวซองค์ดี ที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นผสมความสตรีทเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายไหนก็มีเมนูน้ำและเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมาย ที่นั่งสบาย Good vibes นั่งทำงานภายในร้านได้อีกด้วย เปิดทุกวัน 07:30 – 18:00 พิกัด : ลาดพร้าวซอย 1 * ขอขอบคุณภาพจากทางร้าน Sunny Bear Coffee Roasters คาเฟ่ที่ออกแบบสไตล์งานไม้ สบายตา ตกแต่งด้วยกระจกใสให้ดูสว่าง โล่ง เดินทางมาง่ายใกล้ BTS มีที่จอดรถ บรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติได้ฟีลคาเฟ่เชียงใหม่สามารถนั่งชิวได้ เครื่องดื่มอร่อย…
Global Standard สำคัญอย่างไร? ทำไมบริษัทชั้นนำถึงนิยมใช้ควบคุมมาตรฐานการจัดการ

ทำความรู้จัก Global standard เครื่องมือระดับโลกในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อยกระดับองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ Property Management ในปัจจุบัน บริษัทชั้นนำทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานสากล Global Standard มาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อให้มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมที่ได้มาตรฐาน ที่เป็นด่านแรกในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า สำหรับมาตรฐานที่คนไทยอาจจะมีความคุ้นเคยได้แก่ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร และการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะช่วยสนับสนุนให้การใช้พลังงาน ทรัพยากรต่างๆ เป็นไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด สำหรับ Fitwel เป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน และมาตรฐาน ISO ด้านการบริหารจัดการและบริการ รวมถึงมาตรฐานการบริหารทรัพยากรกายภาพ ที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดความผิดพลาดในการทำงาน ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านการบริหารและส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ ที่จะนำสู่ความได้เปรียบทางธุรกิจ Global standard จึงกลายเป็นเครื่องมือระดับโลกในการขับเคลื่อนธุรกิจหลายภาคส่วน เพื่อยกระดับองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็วอย่างรวดเร็ว มาตรฐาน ISO : International Organization for Standardization เป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในธุรกิจ โครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน ธุรกิจค้าปลีก ฯลฯ จำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการภายใต้มาตรฐานระดับสากล โดยให้ความสำคัญกับการฟังเสียงจากลูกค้า ติดตามการแก้ไขปัญหาร้องเรียนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในอนาคตจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างความแตกต่างให้แบรนด์ในสายงานธุรกิจ Property Management ที่ลูกค้าในยุค Next Normal ทุกคนมองหานับจากนี้ไป ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก ISO แต่ละตัวกันก่อนว่าแตกต่างกันอย่างไร ISO 9001 คือ ระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานสากล ในการจัดวางระบบบริหารงานเพื่อการประกันคุณภาพ เป็นระบบที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่ากระบวนการต่างๆ ได้รับการควบคุมและสามารถตรวจสอบได้ โดยผ่านระบบขั้นตอนและวิธีการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรในองค์กรรู้หน้าที่ความรับผิดชอบและขั้นตอนต่างๆ ในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยต้องผ่านการฝึกอบรมความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน มีการบันทึกข้อมูล รวมทั้งการตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปตามที่กำหนด และมีการแก้ไขข้อผิดพลาดรวมทั้งมีแนวทางในการป้องกันอีกด้วย ISO 41001 คือ ระบบบริหารทรัพยากรภายภาพ ที่จะทำให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น มาตรฐานนี้เพื่อพัฒนางานบริหารจัดการอาคารให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดต้นทุนในการดำเนินการ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยที่ดีในการอยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งถือว่าเป็น ISO ที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการอาคารทุกประเภท ทั้งสำนักงาน สนามกีฬา โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล อาคารที่พักอาศัย ครอบคลุมกิจกรรมหลายด้านที่เกิดขึ้นในอาคารและการจัดการผลกระทบของกิจกรรมเหล่านี้ต่อบุคลากรและสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาทิ การบำรุงรักษา ปรับปรุงอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม การจัดหาตัวแทนหรือ Outsourcing เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสารและการจัดเก็บข้อมูล งานทำความสะอาด เป็นต้น กล่าวได้ว่าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการอาคาร และทีมงานในการจัดระเบียบการทำงานให้เกิดความเหมาะสมในแต่ละส่วนงานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ การบำรุงรักษา งานด้านกลยุทธ์ ซึ่งมาตรฐานนี้จะช่วยสร้างแนวทางร่วมที่เป็นกลาง สามารถใช้กับทุกภาคส่วน และทุกระดับภายในองค์กรได้อีกด้วย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญเพื่อสร้างมาตรฐานในการทำงานให้ยกระดับเป็น Global Standard ในการบริหารงานนิติบุคคล (Living & Property MANAGEMENT) มีมาตรฐานครบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งระบบบริหารคุณภาพ การบริหารทรัพยากรกายภาพ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร ล่าสุดคว้ามาตรฐาน ISO 41001:2018 ตอกย้ำความเชี่ยวชาญมาตรฐานสากลครอบคลุมทุกมิติ พลัสฯ เผยแผนปี 2565 จับโอกาสผลงานเด่นดูแลโครงการที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยฝ่าโควิดหลายระลอก มุ่งโฟกัสธุรกิจบริหารจัดการอาคาร เพิ่มสัดส่วนโครงการลักซ์ชัวรี่ เดินหน้าคว้างานใหม่อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ากวาด 300 โครงการเข้าพอร์ต ดันรายได้เติบโต 15% คิดเป็น 1,200 ล้านบาท ชูจุดแข็งบริษัทไทยที่มาตรฐานเดียวกับสากล พร้อมลุยสร้างจุดเด่นที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในตลาดบริการอสังหาฯ ยกระดับการดำเนินงานสู่ Global Standard ที่ครบและครอบคลุมทุกด้าน ล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 41001:2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นด้านบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ ตอบโจทย์ความต้องการที่สนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้า นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปี 2565 ของพลัสฯ ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งกลุ่มงานบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) และงานบริหารจัดการอาคาร (Property Management) อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาพลัสฯ ประสบความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยเป็นอย่างมาก แม้มีสถานการณ์โควิดที่กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม และยังได้รับเสียงชื่นชมและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่พลัสฯ มีมาตรการดูแลพิเศษในทุกช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด สามารถอำนวยความสะดวกและรับมือดูแลลูกบ้านและผู้พักอาศัยกว่า 80,000 ครอบครัวให้อยู่อาศัยร่วมกันอย่างปลอดภัยในทุกระลอก ซึ่งจากจุดแข็งของพลัสฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้มากกว่า 25 ปี มีประสบการณ์ดูแลโครงการในทุกระดับราคาตั้งแต่โครงการทั่วไปจนถึงระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ปีนี้พลัสฯ จึงมีแผนการดำเนินธุรกิจที่เน้นการสร้างรายได้ในกลุ่มธุรกิจนี้เป็นหลัก สำหรับโครงการที่อยู่อาศัย จะเพิ่มสัดส่วนโครงการระดับลักซ์ชัวรี่มากขึ้นโดย โดยชูจุดแข็งเรื่องของ GLOBAL STANDARD และ CUSTOMISE SERVICE วางใจได้ในการดูแลจากทีมบริหารนิติบุคคลมาตรฐานระดับสากล และมีบริการพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะโครงการนั้นๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เหนือความคาดหมายในแต่ละโครงการ นอกจากนี้ยังมีการบริหารจัดการอาคารในโครงการเพื่อการพาณิชย์ ที่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โดดเด่นของพลัสฯ เช่นกัน ทั้งอาคารขนาดใหญ่ของธุรกิจธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา รวมถึงคอมมูนิตี้มอล ที่พลัสฯ ดูแลอย่างมืออาชีพที่เป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างเจ้าของอาคาร ยกระดับมาตรฐานอาคารโดยมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน สำหรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคารของพลัสฯ ชู 6 ความเชี่ยวชาญ ได้แก่ เชี่ยวชาญด้านระบบการทำงานแบบ Global Standardมาตรฐานครบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งมาตรฐานFITWEL ระดับ 3 ดาว ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ISO 9001 : 2015 ระบบบริหารคุณภาพ เพื่อการันตีคุณภาพงานบริการ ISO 41000 : 2018 ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เพื่อให้อาคารได้รับการดูแลและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และล่าสุด ISO 14001 : 2015 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการจัดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโครงการอย่างเป็นระบบที่ยั่งยืน ทั้งนี้แผนปีนี้ของพลัสฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานในสาขาอื่นๆ ให้ได้รับการการันตีคุณภาพระดับสากลเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและลูกค้าผู้ใช้บริการวางใจถึงความเชี่ยวชาญที่ครบทุกด้าน และได้รับการดูแลที่ตอบโจทย์ทุกมิติ รวมถึงช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารนั้นๆ เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยนอกจากการพาร์ทเนอร์กับพันธมิตรในการอบรม และคัดกรองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพแล้ว…
นิติบุคคล คืออะไร มีกี่แบบ และแนะนำขั้นตอนการจดทะเบียนอย่างละเอียด ข้อมูลปี2022

พลัสฯ จะมาแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคลให้ทุกคนได้ทราบกัน และไขข้อสงสัยที่ทุกคนสงสัยกัน โดยเฉพาะเรื่องของขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เนิ่น จะได้ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ในภายภาคหลังที่ได้ลงมือทำธุรกิจหรือกิจการไปแล้ว คำว่า “นิติบุคคล” หลายคนอาจจะคงได้ยินกันบ่อยๆ แต่ยังไม่ทราบความหมายที่แน่ชัด และหน้าที่ของนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร แต่ไม่แปลกที่คนทั่วไปจะไม่ทราบเกี่ยวกับข้อมูลนิติบุคคล เพราะว่าเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเรา แท้จริงแล้วนิติบุคคลเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือกิจการต่างๆ หากใครที่กำลังจะเริ่มศึกษาเกี่ยวกับนิติบุคคล ต้องไม่พลาดบทความนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ นิติบุคคลก่อนว่าคืออะไร? ในทางกฎหมาย “นิติบุคคล” คือ สิ่งที่กฎหมายสมมุติให้เป็นบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ให้เป็นบุคคล ที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย บุคคลที่กฎหมายกำหนดขึ้นมาให้มีอำนาจในการกระทำต่าง ๆ เช่น สามารถทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ สัญญาฟ้องร้องและถูกฟ้องร้องทรัพย์สินของตนเอง นิติบุคคล กับ บุคคลธรรมดา เหมือนกันหรือไม่แล้วแตกต่างกันอย่างไร? บุคคลธรรมดา หมายถึง ผู้ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย โดยนิติบุคคลเหมือนกับบุคคลธรรมดา ถึงแม้ว่านิติบุคคลจะมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา แต่จะไม่สามารถกระทำการเหมือนกับบุคคลธรรมดาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นในกรณี สิทธิและหน้าที่บางอย่างซึ่งบุคคลธรรมดามีอยู่นั้น นิติบุคคลจะมีไม่ได้ เช่น สิทธิในด้านครอบครัว สิทธิในทางการเมือง เพราะว่านิติบุคคลเป็นเพียงบุคคลสมมติที่ไม่มีชีวิต ร่างกาย และสติปัญญาเหมือนกับบุคคลธรรมดา ดังนั้นนิติบุคคลจึงต้องมี “ผู้แทนนิติบุคคล” เพื่อแสดงออกถึงสิทธิ หน้าที่ และความประสงค์ของนิติบุคคล กฎเกณฑ์และเงื่อนไขของบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาจะมีสามารถทำนิติกรรมได้ ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือได้สมรสแล้วถูกต้องตามกฎหมาย ต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ หากผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ และผู้เสมือนไร้ความสามารถ ตามกฎหมาย จะทำนิติกรรมต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม, ผู้อนุบาล, ผู้พิทักษ์ ตามลำดับตามกฎหมายก่อน นิติบุคคลสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทออกได้ ดังนี้ ประเภทที่ 1 นิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบัญญัติเอาไว้หลายประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด เป็นต้น ซึ่งเป็น นิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือธุรกิจ และแบบไม่แสวงหาผลกำไรหรือผลประโยชน์ เช่น มูลนิธิ สมาคม เป็นต้น ประเภทที่ 2 นิติบุคคล ตามกฎหมายอื่น นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติมหาชนจำกัด พระราชบัญญัติสหกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายกำหนดให้สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ เช่น วัด จังหวัด กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน เป็นต้น ในบทความนี้เราจะให้ความรู้สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจหรือขยับขยายธุรกิจ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อทำความเข้าใจประเภทของห้างหุ้นส่วนของ นิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้ 1.ห้างหุ้นส่วนสามัญ หมายถึง ห้างหุ้นส่วนที่มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกพาร์ทเนอร์ เมฆา รามอินทรา เปิดตัว Luxury Private Residence

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกพาร์ทเนอร์ เมฆา รามอินทรา เปิดตัว Luxury Private Residence เสริมทัพความปลอดภัยอัจฉริยะด้วย LIV-24เพียง 3 วัน กวาดยอดขายไปกว่า 100 ล้าน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประเดิมเปิดปีรับบริหารงานขาย และส่ง LIV-24 ผู้เชี่ยวชาญด้าน LIVING TECHNOLOGY ยกระดับความปลอดภัยให้แก่ “เมฆา รามอินทรา” โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซัวรี่ ใจกลางรามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 600 ล้านบาท เสนอจุดขายความเอ็กซ์คลูซีฟ ยูนิตน้อย ดีไซน์หรูหราทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ พื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์หลายเจเนอเรชั่น และเสริมความแตกต่างด้วยการดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ แบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชูกลยุทธ์นำเสนอบริการแบบ Total Solution ทั้งธุรกิจบริหารงานขาย (Sole Agent) ดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ การออกแบบ การตลาดและงานขาย รวมถึงพ่วง LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ เข้ามาเสริมจุดขายที่แตกต่าง ด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) กระแสตอบรับดี เปิดตัวเพียง 3 วัน กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ด้วยจุดขายโครงการที่ชัดเจน ฟังก์ชันตอบโจทย์ บนทำเลศักยภาพ นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “โครงการเมฆา รามอินทรา ได้แต่งตั้ง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารงานขายโครงการแนวราบระดับลักชัวรี่ ด้วยพลัสฯ ทำงานแบบเป็นพาร์ทเนอร์ ร่วมคิดและลงรายละเอียดในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ตัวแทนขาย โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มการพัฒนาโครงการ สร้างจุดขาย พัฒนาโครงการให้มีรูปแบบฟังก์ชั่นที่เหมาะสม ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดี กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 100 ล้าน หลังเปิดขายได้เพียง 3 วันเท่านั้น” คุณสมสกุล หลิมศุทธพรรณ นอกจากความโดดเด่นด้านการออกแบบ และฟังก์ชั่นใช้สอยที่ตอบโจทย์ โครงการเมฆา รามอินทรา ยังชูจุดขายเรื่องความปลอดภัยขั้นสูงภายในโครงการ เพื่อเป็นจุดขายที่แตกต่าง นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย LIV-24 Living Technology เปิดเผยว่า “ทางโครงการเมฆา รามอินทรา ได้วางใจให้ LIV-24 ช่วยออกแบบและติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่รอบโครงการ พร้อมมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดย 3 ฟังกัชันความปลอดภัยที่โครงการฯ เลือกใช้…
วิธีลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อัปเดตปี 2565 เอกสารลดหย่อนภาษีบ้าน ที่ควรรู้

หลายคนคงคิดว่าเรื่องการยื่นภาษีเป็นเรื่องใหญ่และไกลตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยซื้อบ้าน ซื้อคอนโด รู้หรือไม่ว่าสามารถนำไปลดหย่อนภาษีสูงสุดได้ถึง 200,000 บาท และสามารถยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 สามารถยื่นภาษีตั้งแต่วันนี้ – 8 เม.ย. 65 สำหรับใครที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะพลัส พร็อพเพอร์ตี้ได้รวมทุกสิ่งไว้ในบทความนี้หมดแล้ว เพียงแค่อ่านบทความนี้จบคุณก็ยื่นหักลดหย่อนภาษีเสร็จพอดี 1. ประเภทของอสังหาฯ ที่อยู่ในเกณฑ์ ประเภทของอสังหาฯ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีกรณีบ้านหลังแรกได้นั้น เป็นที่อยู่อาศัยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านพร้อมที่ดิน บ้านแฝด ทาวน์โฮม รวมไปถึงคอนโด ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองก็ได้ไม่จำกัด แต่ต้องมีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท และจะซื้อด้วยเงินสด หรือเงินผ่อนก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 13 ตุลาคม 2558 – 31 ธันวาคม 2559 ดังนั้น ถ้าโอนกรรมสิทธิ์ไม่ทันช่วงเวลานี้ ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้านหลังแรกได้เช่นกัน 2. หลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก อย่าลืมเตรียมหลักฐานและเอกสารที่ใช้ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านต่างๆ ให้พร้อมเพื่อประกอบการยื่นภาษี ซึ่งมีดังนี้ หนังสือรับรองจำนวนเงินที่ชำระค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) หนังสือรับรองการซื้ออสังหาริมทรัพย์ว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก(ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่) สำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน (ท.ด. ๑๓) มีตราครุฑ สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน (กรณีกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน) อันนี้ตัวจริงคุณต้องได้จากธนาคารมาอยู่แล้ว 3. สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เจ้าของบ้านหลังแรกจะใช้สิทธิลดหย่อนได้ 20% ของราคาบ้านที่ซื้อมา โดยจะเฉลี่ยใช้สิทธิเท่าๆ กัน 5 ปี ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อบ้านมาในราคา 3,000,000 บาท จะได้รับค่าลดหย่อน 600,000 บาท (20% ของราคาบ้าน 3,000,000 บาท) ค่าลดหย่อน 600,000 บาทนี้ จะเฉลี่ยใช้สิทธิได้ 5 ปี ตกปีละ 4% หรือ 120,000 บาท เท่ากับ 600,000 ÷ 5 ปี หรือพูดง่ายๆ คือสามารถลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกินปีละ 120,000 บาท นั่นเอง แต่ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านและลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกนี้สามารถใช้ได้จนถึงปีภาษี 2562 หรือ 2563 แล้วแต่ว่าซื้อบ้านหลังแรกในปีไหน แต่การใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปีที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ระหว่างระยะเวลาใช้สิทธิ 5 ปี หากลืมใช้สิทธิในปีไหนก็จะเสียสิทธิในปีนั้นไปเลยไม่สามารถนำไปทบในปีถัดไปได้อีก 4. ขั้นตอนในการยื่นภาษีออนไลน์ ก็เหมือนกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90 จนไปถึงหน้า 5 คำนวณภาษี เพียงกรอกข้อมูลในช่องที่บอกว่า “เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ (ผู้มีเงินได้)…
แจกพิกัด 10 คาเฟ่ยอดฮิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ รวมมิตรมาให้แล้ว

ถนนเพชรบุรีตัดใหม่-ทองหล่อ ถือเป็นย่านที่รวมทั้งแหล่งกิน แหล่งเที่ยว แหล่งบันเทิง รวมถึงแหล่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอย่างเช่น THE BASE เพชรบุรี-ทองหล่อ oka HAUS หรือจะ taka HAUS รวมไว้ในที่เดียวกันและถ้าจะไม่พูดถึงคาเฟ่ ก็ไม่ได้เพราะย่านนี้ก็มีคาเฟ่ที่น่านั่งอยู่มากมาย ไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียว วันนี้พลัสฯ จะมาเอาใจสายสร้างคอนเทนต์ พามาอัพเดต “คาเฟ่ชิคๆ คูล” ที่จะนั่งชิลทำงาน หรือจะถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลก็เรียกยอดไลค์กระจาย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีคาเฟ่ไหนที่ควรปักหมุดแล้วไปเช็คอินบ้าง เราได้คัดมาให้สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกาแฟใหม่ๆ นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย หรือหามุมสบายนั่งทำงาน อีกทั้งในแต่ละร้านก็ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้กันเลยทีเดียว 1. NIWO cafe พลาดไม่ได้สายครัวซองค์หอมอร่อยเกินราคาและเครื่องดื่มกาแฟคั่วพิเศษกับร้านสไตล์มินิมอลโทนสีขาว บรรยากาศ feel good อีกทั้งพนักงานบริการดีเลิศ บาริสต้าที่ใส่ใจทุกเมนูเครื่องดื่มสุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: niwo cafe เวลาเปิด ทุกวัน เวลา 07:00-19:00 น. 📌 พิกัด: ซอยสุขุมวิท 39 2. Flat+white Cafe เอาใจสายหวานชอบรับประทานเค้กตกแต่งสไตล์เกาหลี คาเฟ่โทนสีขาวถ่ายรูปชุดไหนก็เอาอยู่หรูหรา เครื่องดื่มโกโก้อร่อยมีเอกลักษณ์ อีกทั้งมีเมนูน่าลองอย่างโฮจิฉะ+เฮเซลนัท ใส่ใจสุขภาพที่สุด ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Flat+white cafe เปิดทุกวันเวลา 09:00-18:00 น. 📌 พิกัด: ทองหล่อ 3. Paco.Bangkok คาเฟ่สไตล์เมืองนอกเมนูสายคลีนกับโยเกิร์ตและผลไม้เปรี้ยวหวานสุดชื่นใจ คัดสรรวัตถุดิบดีเยี่ยมมากไปกว่านั้นยังมีเมนูของคาวด้วยนะ บรรยากาศภายในร้านเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศไทยเลย มุมถ่ายรูปเก๋มาก ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ: Paco Bangkok เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: สุขุมวิท49 4. MooMin cafe คาเฟ่ Moominสไตล์เกาหลีน่ารักมาก ยกเหล่าตัวการ์ตูนมาไว้ที่คาเฟ่เอาใจคนรักMoomin เมนูน่ารับประทานไม่ว่าจะเป็นคัพเค้กของหวานและเมนูน้ำลาเต้ โกโก้ ก็อร่อยไม่แพ้กัน พนักงานในร้านก็เอาใจใส่ต้อนรับเป็นกันเอง ขอบคุณรูปภาพจากจาก Facebook เพจ:Moomin Thailand เปิดทุกวันเวลา 10:00-20:00 น. 📌 พิกัด: ตึกSingha complex เพชรบุรีตัดใหม่ 5. ThinkLab creative space and cafe คาเฟ่เปิดใหม่กลิ่นกาแฟหอมในยามเช้าก่อนไปทำงานเพราะว่าทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟอย่างดี สำหรับใครที่ไม่ชอบกาแฟก็ยังมีเมนูมัทฉะให้ลิ้มลองกันด้วยนะ บรรยากาศในร้านมีพื้นที่ให้ทำงานมุมดีมุมสบายสุด ๆ ใครที่กำลังทำงาน work form home แนะนำมาร้านนี้เลย…
พาชมสวนป่าเบญจกิติ ป่าใหญ่ใจกลางกรุง สวนสาธารณะแลนด์มาร์คใหม่ใกล้ อโศก สุขุมวิท พระราม 4

สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะรูปแบบใหม่ย่านอโศก-รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวกรุงเทพฯ ได้รับมอบสวนสาธารณะที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในย่านอโศก-รัชดา นั่นคือสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ที่จะเข้ามาเป็น “ระบบนิเวศ” แห่งใหม่ใจกลางกรุง เพราะที่นี่จะไม่ใข่แค่สวนสาธารณะ แต่จะเข้ามายกระดับสภาพแวดล้อม และมอบคุณค่าแก่ชาวเมือง ทั้งในแง่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษาธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่ช่วยลดภัยธรรมชาติในอนาคตข้างหน้าอีกด้วย จากโรงงานยาสูบสู่สวนสาธารณะ สวนเบญจกิติแต่เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานยาสูบ ซึ่งหลังจากโรงงานได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอยุธยา พื้นที่นี้จึงได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว่า 450 ไร่ โดย “สวนเบญจกิติ” เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2547 มีบึงใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สำหรับวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ซึ่งพื้นที่เฟสใหม่ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็น “สวนป่าเบญจกิติ” และเพิ่งได้มีการเปิดให้เข้าชมได้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงตัวเองได้ ขอบคุณภาพจาก wikipedia สำหรับแนวคิดการพัฒนาสวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 นี้เรียกได้ว่ามีความพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะถือเป็นการสร้างนิยามใหม่ของสวนสาธารณะที่ไม่ใช่แค่การจัดสวนตาม Landscape เท่านั้น แต่ที่นี่ยังถูกออกแบบให้เป็น “ป่าขนาดย่อม” ที่สามารถเจริญเติบโตไปพร้อมกับเมือง และเน้นสะท้อนความจริงของธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น พันธ์ไม้ที่จะผลัดใบและเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องเขียวชอุ่มตลอดปี แถมยังมีพื้นที่จัดไว้สำหรับ “เกาะต้นไม้กลางบึง” ที่มีร่องน้ำไว้ทำหน้าที่กักเก็บและบำบัดน้ำเสีย พร้อมให้รากต้นไม้ดูดซับน้ำไปใข้หล่อเลี้ยงตัวเองได้ และพื้นที่ชุ่มน้ำส่วนนี้ยังสามารถรองรับน้ำฝนเพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกทางหนึ่งด้วย แหล่งแฮงเอาท์ใหม่ฟังก์ชันจัดเต็ม ขอบคุณภาพจาก City Cracker นอกจากพื้นที่สีเขียวแล้ว สวนป่าเบญจกิติเฟส 2-3 ยังออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริงของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็น Skywalk ที่ออกแบบให้มีความต่างระดับ ลาดชันบ้าง คดเคี้ยวบ้าง เพื่อเปิดมุมมองให้คนได้เดินชมสวนป่าแบบสมจริง พร้อมจุดถ่ายรูปวิว Panorama ให้แชะแชร์ผ่านโซเชียล และในส่วน Pavilion หรือศาลาชมวิว ที่สร้างไว้ตามจุดต่างๆ ให้เป็นพื้นที่พูดคุยสันทนาการและยังสามารถมองเห็นวิวสวนป่าและบรรยากาศโดยรอบได้ แถมยังมี Amphitheatre หรือ อัฒจันทร์อเนกประสงค์กลางแจ้ง ที่ให้คนมาทำกิจกรรมได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี หรือ จัดอีเวนท์ต่างๆ ด้วยขนาดที่สามารถรองรับได้มากถึง 15,000 คน ซึ่งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกออกแบบในแนวคิด Universal Design ให้เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้โดยไม่มีอุปสรรค ส่วนอาคารที่เป็นโรงงานยาสูบเก่าจะถูกปรับพื้นที่ให้เป็นโซนกีฬาในร่ม พิพิธภัณฑ์ และยังจะมี Bike Hub โซนขายอุปกรณ์และซ่อมจักรยานอีกด้วย สะพานเขียวเชื่อมสวมลุมฯ ขอบคุณภาพจากเพจ Travelเหรอ ความพิเศษยังไม่หมด เพราะสวนป่าเบญจกิติยังมีการปรับปรุงสะพานเขียวใหม่ เพื่อใช้เป็นทางเดิน วิ่ง และจักรยานที่เชื่อมต่อกับสวนลุมพินีโดยมีระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร พร้อมวิวด้านล่างที่สามารถซึมซับบรรยากาศชุมชนที่มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ใครที่ยังไม่เคยลองเดินเชื่อมสวนใหญ่ 2 แห่งนี้ เราแนะนำให้มาลองดูกัน แต่อาจต้องเตรียมแรงเอาไว้หน่อย เพราะมีบันไดให้วัดกำลังขาอยู่เรื่อยๆ ตลอดทาง สวนป่าเบญจกิติถือได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะเจาะกับการพักร่างพักใจได้เป็นอย่างดี หรือใครที่เบื่อกับการเดินห้าง ที่นี่ก็สามารถเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่สำหรับสายรักธรรมชาติ หรือหากต้องการสูดอากาศบริสุทธิ์ก็สามารถเข้ามาได้เลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงต่างจังหวัด การเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิติ สำหรับการเดินทางสู่สวนป่าเบญจกิตินั้นมีความสะดวกสบาย ด้วยแนวคิดที่ให้เมืองและชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับสวนป่าเบญจกิติแห่งนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเราขอแนะนำการเดินทางหลักๆ ออกเป็น 2…
รู้ทัน! ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดิน สำหรับ ปี 2565

หากใครคิดที่จะลงทุนเกี่ยวกับอสังหาฯ ไม่ว่าเป็น คอนโด ห้องชุดและที่เดิน ต้องไม่พลาดที่จะเช็คราคาประเมินคอนโดก่อน แต่ในปีนี้จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความชะลอตัว และสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่ทำให้สภาพเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว จากเดิมราคาประเมินคอนโด 2565 จะต้องประกาศใช้แล้ว ซึ่งข่าวล่าสุดกรมธนารักษ์เตรียมพิจารณาเลื่อนประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินทั่วไประเทศรอบใหม่ออกไปอีก 1 ปี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาประเมินคอนโด ห้องชุดและที่ดินทั่วประเทศในปี 2565 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 กรมธนารักษ์เปิดเผยว่ายังคงใช้ราคาประเมินเดิมในรอบปี 2559-2563 ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 และถ้าหากใครที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับราคาประเมินคอนโดว่าคืออะไร แล้วเราจะสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดได้ที่ไหน พลัสฯมีคำตอบให้ครับ “ราคาประเมิน” ที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ “ราคาประเมินที่ดิน” และ “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” ราคาประเมินที่ดินคืออะไร และ ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด ต่างกันอย่างไร ? ราคาประเมินที่ดิน คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาที่ดินแต่ละแปลงนั่นเอง โดยปกติแล้วราคาประเมินที่ดินจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตามศักยภาพของทำเลที่ตั้งและความเจริญของทำเล เช่น ถนนตัดใหม่, ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่วน “ราคาประเมินอาคารชุดหรือห้องชุด” คือ การตีราคาหรือกำหนดมูลค่าของราคาอาคารชุด ซึ่งทั้ง 2 ประเภทจะมีกรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแลกำหนดราคากลางเอาไว้ ซึ่งมูลค่าก็จะเป็นไปตามศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลงและคุณสมบัติของอาคารชุดหรือคอนโด แต่ละโครงการ รู้ราคาประเมินห้องชุดไว้ได้ประโยชน์ สำหรับนักลงทุนอสังหาฯ ประโยชน์หลักๆ ของราคาประเมินอาคารชุด รวมถึงราคาประเมินห้องชุด-คอนโดเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนอสังหา ก็เพื่อนำมาใช้เป็นคำนวนค่าธรรมเนียมภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ในการทำนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการโอนกรรมสิทธิ์และการจำนอง การซื้อ-ขาย ที่เกิดขึ้น และจะใช้คำนวนค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน โดยส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้จ่าย 1-2% ของราคาประเมิน รวมทั้งกรณีที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีความ ศาลก็จะใช้ราคาประเมินนี้ในการคิดค่าความเสียหาย หรือในกรณีนำสินทรัพย์ไปค้ำประกัน ลงทุน ธุรกรรมต่างๆ ส่วนประโยชน์อื่นๆ สำหรับนักลงทุนอสังหาแล้ว ข้อมูลราคาประเมินที่ดินและราคาประเมินห้องชุดเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอสังหาในรูปแบบต่างๆ หรือรวมถึงการประเมินศักยภาพของแต่ละทำเลที่จะเลือกลงทุนอสังหาได้ด้วย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ศักยภาพของทำเลและศักยภาพของโครงการในอนาคตเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อัพเดทราคาประเมินที่ดิน-คอนโด-อาคารชุด ปี 2565 หากต้องการเช็คราคาประเมินคอนโด 2565 นี้ควรทราบก่อนว่าราคาประเมินที่ดิน และราคาประเมินอาคารชุด-คอนโด จะมีการอัพเดททุกๆ 4 ปี สำหรับราคาที่ประเมินดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นของรอบประเมินเดิม 2559-2562 ที่ผ่านมากรมธนารักษ์เคยประกาศเลื่อนใช้ราคาที่ดินประเมินใหม่ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้เลื่อนใช้จากต้นปี 2563-2564 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งปี 2564 นี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ระบุว่าสามารถใช้ราคาประเมินที่ดินรอบปัจจุบันอยู่ที่ ระหว่างปี 2563-2564 ได้ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ใช้ไปพลางก่อน โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งประเทศ ราคาเพิ่มเฉลี่ย อยู่ที่ 8.81-10% จากภาวะเศรษฐกิจ ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย จากการสำรวจราคาที่ดิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า…
แนะนำคอนโดจตุจักรที่เหมาะกับชาว First Jobber!

คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่อย่าง First Jobber หรือเด็กจบใหม่ ช่วงอายุ 22-25 ปี เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และปรับตัว พร้อมแสวงหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต และยังวาดฝันถึงความมั่นคงในชีวิต แต่ First Jobber ในยุคนี้ มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีวิถีชีวิตแตกต่างไปจากมนุษย์เงินเดือนในยุคก่อนๆ เพราะคนเจนนี้มองหาชีวิตแบบ Work-Life Balance กันมากขึ้น “เวลา” จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สามารถจัดสรรชีวิตได้ตามความต้องการ การมองหาตัวช่วยในการประหยัดเวลาชีวิตด้วยการอาศัยอยู่ในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า จึงเป็นทางออกที่ลงตัว และคอนโดราคาล้านต้นๆ อย่างคอนโดจตุจักรก็ยิ่งตอบโจทย์กับ First Jobber วัยสร้างตัวที่ยังมีรายได้ไม่สูงมากนัก ย่านจตุจักร-สะพานควายนับเป็นอีกย่านฮอตฮิตที่ชาวออฟฟิศหลายๆ คน เลือกมาอยู่อาศัยกัน ด้วยการเดินทางที่สะดวก ใช้เวลาเดินทางเข้าย่านใจกลางเมืองและย่านธุรกิจอย่าง CBD ได้ไม่ถึง 30 นาที มีระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถเดินทางออกไปชานเมืองและต่างจังหวัดได้ง่าย ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนก็สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดจตุจักร สวนสาธารณะ และโรงพยาบาล ที่สำคัญยังมีคอนโดจตุจักรสะพานควายล้านต้นๆ ให้จับจองกันอยู่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทำเลจตุจักร-สะพานควายเป็นตัวเลือกที่ชาว First Jobber มองหา ไม่ว่าจะซื้ออยู่อาศัยเองหรือซื้อเพื่อการลงทุนก็คุ้มค่าแน่นอน วันนี้พลัสฯ จะมาขอแนะนำคอนโดจตุจักร สะพานควาย น่าอยู่ พร้อมแนะนำการวางแผนซื้อคอนโดฉบับมือใหม่ จะต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่และวางแผนกู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย 3 ขั้นตอนวางแผนซื้อคอนโดสำหรับมือใหม่ 1.สำรวจความต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำคือการสำรวจความต้องการของตัวเอง ว่าต้องการซื้อคอนโดไปเพื่อจุดประสงค์อะไร เช่น เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน เพราะจะมีปัจจัยที่จะพิจารณาแตกต่างกัน ซึ่งการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยในการเลือกคอนโดได้ตรงความต้องการและกำหนดขอบเขตของงบประมาณได้ชัดเจนมากขึ้น 2.ตรวจสอบสถานะการเงิน ต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะซื้อคอนโดได้ สามารถพิจารณาจากรายได้ต่อเดือนและสภาพคล่องทางการเงิน โดยการกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อคอนโดนั้น จะต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน เพื่อดูว่าธนาคารสามารถให้วงเงินกู้ได้เท่าไหร่ ก่อนอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้ แล้วจึงมองหาราคาคอนโดที่ครอบคลุมกับวงเงินกู้ที่ธนาคารให้ได้ โดยสามารถคำนวณความสามารถในการผ่อนสูงสุดต่อเดือนและวงเงินกู้ได้ ดังนี้ ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน = (เงินเดือน x 40%) – ภาระหนี้สินอื่นๆ เช่น มีเงินเดือน 15,000 บาท และไม่มีภาระหนี้สินอื่น จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 6,000 บาทต่อเดือน และเงินเดือน 20,000 บาท จะมีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่ที่ 8,000 บาทต่อเดือน วงเงินที่สามารถกู้ได้ = 1,000,000 x ความสามารถผ่อนชำระต่อเดือน/7,000 จากการประเมินคร่าวๆ จะคำนวณจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวด 7,000 บาท ต่อยอดหนี้ 1 ล้านบาท เท่ากับว่าหากมีเงินเดิน 15,000 บาท จะมีวงเงินที่สามารถกู้ได้ประมาณ 857,143 บาท และเงินเดือน 20,000 บาท…