การบริหารจัดการที่ดีช่วยให้ธุรกิจ Community Mall เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

การขยายตัวของเมืองและชุมชนที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดธุรกิจขนาดเล็ก เข้ามาเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต รวมถึงวิถีการบริโภคที่เปลี่ยนไป กลายมาเป็นโอกาสให้กับ Community Mall ที่เข้ามามีบทบาทในการเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่สำคัญ เพราะ Community Mall เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีรูปแบบสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เข้าถึงแหล่งชุมชนได้ง่ายกว่าค้าปลีกรูปแบบอื่นๆ และด้วยสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวเร่งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการแหล่งซื้อของที่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก ประหยัดเวลาในการเดินทาง หาที่จอดรถและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในยุคนี้ มีพฤติกรรมการเลือกซื้อเฉพาะสินค้าหรือบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยที่ Community Mall เป็นศูนย์การค้าขนาดย่อมมากกว่าห้างสรรพสินค้า ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงสามารถปรับตัวรองรับสถานการณ์ โควิด-19ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งคอนเซปต์ Community Mall ส่วนใหญ่ มักจะออกแบบสถานที่เป็นแบบ Open Air เปิดรับลมธรรมชาติ ช่วยลดการแพร่ระบาดในช่วงสถานการณ์ที่ต้องเว้นระยะห่างได้ เชื่อว่าจะเป็นเทรนด์ที่ตอบรับกับผู้บริโภคในชุมชนได้มากกว่า นอกจากนี้ Community Mall ยังมีความน่าสนใจ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากห้างขนาดใหญ่ ได้แก่การมีพื้นที่สีเขียว ที่นั่งกลางแจ้ง พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่หอประชุม พื้นที่บนดาดฟ้า ลู่วิ่งจ๊อกกิ้ง เป็นต้น Community Mall จึงเป็นสถานที่ที่เกิดไลฟสไตล์รูปแบบใหม่ๆ รองรับความต้องการในชุมชน และมักจะมีกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น Community Mall มีการเพิ่มเติมแต่ละองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้เข้ากับความต้องการของคนในชุมชน ทำให้เกิดการสร้าง Traffic มาใช้บริการตลอดทั้งวันแบบหมุนเวียน ทั้งวันทำงาน และวันหยุด Community Mall เป็นอีกเป็นธุรกิจค้าปลีกที่คาดว่าจะได้รับความนิยมต่อไปในอนาคต พลัส พร็อพเพอร์ตี้ในฐานะที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจบริหารอาคารมานานกว่า 25 ปี จึงได้นำประสบการณ์มาพัฒนาองค์ความรู้ให้เข้ากับเทรนด์อยู่เสมอ ในการดูแลบริหารจัดการ Community Mall ที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้งานบริการต่าง ๆ พลัสฯ มีแนวคิดในการบริหารจัดการที่เข้าใจถึงความต้องการของคนเป็นหลัก พลัสฯ ให้ความสำคัญเป็น Living Solutions ที่สามารถตอบความต้องการที่แตกต่างของผู้คนได้ โดยเกี่ยวข้องกับคน 4 กลุ่มหลักๆ อันดับแรกคือ 1. เจ้าของอาคาร ต้องการผู้ช่วยในการบริหารอาคารที่เข้าใจวัตถุประสงค์ของอาคาร ลักษณะการก่อสร้างอาคารและระบบวิศวกรรมในอาคาร รวมถึงมีการวางแผน Preventive Maintenance บำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อดูแลสภาพระบบวิศวกรรม เครื่องจักร และอุปกรณ์ภายในโครงการที่ใช้การตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ตามเวลาที่มีการกำหนดเอาไว้ เพื่อที่จะได้มีการดูแลอาคารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดค่าบำรุงรักษาในการซ่อมแซมระยะยาว ด้านกายภาพก็ควรมีการบำรุงรักษาให้มีสภาพสวยงามดึงดูดผู้มาใช้อาคารอยู่เสมอ 2. ผู้เช่า ที่เข้ามาประกอบกิจการต่างๆ ภายในอาคาร การดูแลในเรื่องระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ แอร์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น 3. ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ต้องได้รับความสะดวกสบาย มีพื้นที่จอดรถเข้า-ออกเพียงพอ มีพื้นที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่างๆ มีความปลอดภัยอุ่นใจเมื่อเข้ามาใช้บริการภายในคอมมูนิตี้มอลล์ \ 4. บุคลากรในสายงานบริหารอาคาร…
ป้องกันภัยแบบรอบทิศ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน LIV-24

ในปี 2022 นับได้ว่าเป็นปีทองสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง โดยภาพรวมถือว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในปีนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเผชิญกับปัญหาซบเซาจากพิษโควิด-19 มาอย่างยาวนาน เชื่อว่านักลงทุนหรือใครที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ในฝันสักหลัง คงมีโครงการบ้านหรูในใจอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากปัจจัยในเรื่องของดีไซน์ความสวยงามและความสะดวกสบายที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยแล้ว เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไปไม่น้อยกว่ากัน เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของตัวโครงการต่อผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี หากโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต่ำเกินเกณฑ์ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงอันตรายจนถึงขั้นก่อให้เกิดความสูญเสียในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยหรือสูญเสียจนถึงแก่ชีวิต ฉะนั้นในวันนี้พลัสฯ ขอพามารู้จักระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน LIV-24 ที่ใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ประกอบไปด้วย Machine Learning แบบเดียวกับที่ถูกใช้ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google และ Amazon รายละเอียดจะเป็นอย่างไร พลัสฯ เตรียมคำตอบไว้ให้คุณแล้ว มาทราบไปพร้อมๆ กัน ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน ก่อนจะไปรู้จักระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 พลัสฯ ขอเริ่มต้นพามาทำความเข้าใจกับความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านกันก่อน หลายคนที่มีประสบการณ์พักอาศัยในโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า ชีวิตครึ่งหนึ่งของเจ้าบ้านนั้นต้องอาศัยการพึ่งพา ”นิติบุคคล” กว่า 50% ทั้งในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกหรือดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางให้พร้อมใช้งาน รวมไปถึงการว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยมาดำเนินการและหน้าที่อื่นๆ อีกมากมาย ฟังดูแล้วคงนึกภาพตามกันออกใช่ไหมว่า เมื่อเริ่มคิดที่จะลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์สักหลัง ก็สมควรที่จะฝากฝังครอบครัวไว้กับโครงการที่อยู่อาศัยที่ไว้ใจได้ ในแบบที่สามารถให้ความปลอดภัยและอุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นทางโครงการส่วนมากมักจะมีการจัดตั้งนิติบุคคล โดยพื้นฐานแล้วความปลอดภัยในหมู่บ้านหรืออาคารชุดจะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี 1.การป้องกันเหตุจากภายนอกหมู่บ้าน ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ทางเข้า โดยเมื่อใดก็ตามที่มีบุคคลภายนอกมีความประสงค์ที่จะเข้ามาเพื่อทำกิจธุระใดก็ตาม จะต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานรักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อยก่อน อาจจะมีการแลกบัตร หรือปั๊มตรา ตามมาตรการที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นภายในโครงการ 2.การป้องกันเหตุจากภายในบ้าน สำหรับการป้องกันเหตุจากภายใน จะดูแลความปลอดภัยภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจตราดูความเรียบร้อยของบ้านทุกหลัง พร้อมกับการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่ต้องเข้ามาทำงานภายใน เช่น บริษัทรักษาความสะอาด ผู้รับเหมาที่เข้ามาซ่อมแซมภายใน เป็นต้น ประโยชน์ของระบบรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ลูกบ้านได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุภัยคุกคามจากผู้ประสงค์ร้าย หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดคาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับลูกบ้านภายในโครงการ หากโครงการที่พักอาศัยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็สามารถป้องกันเหตุอันไม่สมควรที่อาจสร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้ อีกทั้งยังสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้กับคนในครอบครัวได้มากขึ้น ลองมาดูกันดีกว่าว่าประโยชน์ที่ลูกบ้านจะได้ของโครงการที่พักอาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมีอะไรบ้าง ป้องกันภัยอันตราย เป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยเป็นการป้องกันภัยอันตรายต่างๆ จากบุคคลภายนอกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันทรัพย์สินของลูกบ้าน ร่างกาย รวมไปถึงการป้องกันอัคคีภัย หรือเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เป็นต้น สามารถบันทึกข้อมูลเป็นสำเนาหลักฐานได้ ต้องบอกว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่เว้นแม้แต่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ในปัจจุบันมีความทันสมัยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนบัตร/สแกนลายนิ้วมือ การติดกล้อง CCTV โดยรอบ และเซนเซอร์ตรวจจับอื่นๆ ด้วยการอาศัย Security System เหล่านี้ส่งผลให้สามารถช่วยบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากเกิดเหตุหรือปัญหาในกรณีที่ต้องใช้ข้อมูลเป็นหลักฐานก็สามารถทำได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบาย ยิ่งระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการมีความทันสมัยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ลูกบ้านมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้นเท่านั้น อย่างเซ็นเซอร์ตรวจจับข้อมูลต่างๆ ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ ทำให้การเข้าออกโครงการรวดเร็วแม่นยำและปลอดภัย เพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ อย่างที่บอกว่าความปลอดภัยของโครงการบ้านจัดสรรหรืออาคารห้องชุดสามารถสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของโครงการและความเอาใจใส่ต่อลูกบ้านได้เป็นอย่างดี ยิ่งระบบมีความทันสมัยได้มาตรฐานสามารถอำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านมากแค่ไหน มูลค่าของตัวโครงการก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัย มีอะไรบ้าง ในปัจจุบันระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีนั้นต้องไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเพียงแค่มิติเดียว แต่ยังต้องสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน พลัสฯ ขอแนะนำ ระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 ให้บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง มีเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อในการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาคารอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับความปลอดภัยด้วยการใช้ระบบ Machine Learning เพื่อสร้างความพอใจระดับสูงสุดให้กับลูกบ้านภายในโครงการทุกหลัง ยกระดับความปลอดภัยให้กับลูกบ้านทุกคนด้วยการวางแผนเชื่อมต่อระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Security…
Branded Residence คอนโดหรูที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่าง

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 หลังจากผ่านพ้นช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีทองสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่าง “คอนโดหรู” เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายและไม่แออัด ทำเลคุณภาพตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีพื้นที่ใช้สอยสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย โดยความต้องการในคอนโดหรูที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาโครงการ Segment คอนโดราคา 20 ล้านขึ้นไปได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าเมื่อ อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) สูงขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้โครงการต่างๆ เริ่มมีการนำเสนอเอาจุดเด่นต่างๆ มาเป็นจุดขาย โดยหนึ่งในนั้นคือคอนโดแบบ Branded Residence ที่มีจุดเด่นในการมอบบริการเซอร์วิสสุดพิเศษให้กับผู้อยู่อาศัย และสามารถตอบสนองความต้องการในด้าน Super Luxury Lifestyle ของลูกค้าได้อย่างลงตัว ดังนั้นในวันนี้ พลัสฯ จะพามารู้จักกันว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร และข้อดีในการลงทุนคอนโดแบบ Branded Residence นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย Branded Residence คืออะไร? ใครที่สงสัยว่าคอนโดแบบ Branded Residence คืออะไร? ในวันนี้พลัสฯ จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้ฟัง สำหรับคอนโดแบบ Branded Residence คือโครงการที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และแบรนด์โรงแรมชั้นนำ มาพัฒนาตัวโครงการและบริหารร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัย ทำให้ตัวโครงการอยู่ในระดับ Super Luxury ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้ Furniture Brand ไปจนถึงคอนเซปต์ดีไซน์การออกแบบ วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่มีคุณภาพและแน่นอนว่าในเรื่องของเซอร์วิสหรือการให้บริการที่พร้อมมอบประสบการณ์ประดุจเข้าพักที่โรงแรมชั้นนำ 5 ดาว โดยในปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Branded Residence แบ่งเป็น 2 แบบ ด้วยกัน คือ Hotel Brand Residence เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำที่เข้ามาช่วยกันดูแลและบริหารโครงการ โดยตัวโครงการคอนโดอาจจะตั้งแบบ Stand Alone หรืออยู่ร่วมกันกับโรงแรมก็ได้ Non-Hotel Branded Residence จะแตกต่างจาก Hotel Brand Residence ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างโครงการคอนโดกับแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือโรงแรม ตัวอย่างเช่น อาจเป็นแบรนด์ดีไซน์ชั้นนำที่เข้ามาช่วยออกแบบโครงการ แต่ยังคงคอนเซปต์การให้บริการระดับโรงแรมเช่นเดียวกัน เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวโครงการมีมูลค่าสูงตอบโจทย์สำหรับผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบหรูหรา รวมถึงนักลงทุนที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาวได้เป็นอย่างดี Branded Residence แตกต่างกับคอนโดหรูแบบอื่นอย่างไร? อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่าโครงการที่พักอาศัยแบบ Branded Residence จะมีมูลค่าโครงการที่สูง เทียบได้กับคอนโดที่อยู่ใน Segment แบบ Super Luxury ขึ้นไป ด้วยการที่ตัวโครงการอยู่ในความร่วมมือกันระหว่างตัวโครงการคอนโดและแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบหรูหรา สะดวกสบายในแบบที่มีเซอร์วิสเสมือนอยู่โรงแรม 5 ดาว ตัวอย่างบริการสุดพรีเมียมได้แก่ Exclusive Juristic Person ใครที่เคยเข้าพักโรงแรมหรูคงคุ้นเคยกับพนักงานเปิดประตู มีทีมทำความสะอาดและคอยดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงต่างๆ…
5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่ควรจับจอง

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าที่ดินเปล่าสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ เริ่มลดน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ตลอดจนคอนโดมิเนียมต่างๆ หลากหลายพื้นที่ถูกจับจอง ทำให้หลายครอบครัวที่ต้องการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เพียบพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภค เช่น ย่านทำเลใจกลางเมืองหรือทำเลที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เริ่มมองหาโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานต่างๆ ได้ ซึ่งโครงการบ้านหรูระดับ Super Luxury ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมสูง อย่างโครงการ Super Luxury Class นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 130-150 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 495-687 ตารางเมตร ใกล้สถาบันการศึกษาชั้นนำ โรงพยาบาล คอมมูนิตี้มอลล์และยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์แบบ เยี่ยมชม นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ตลาดบ้านเดี่ยวระดับ Luxury หลายโครงการก็เริ่มเป็นที่หมายปองของกลุ่มผู้ซื้ออย่างคับคั่ง ฉะนั้นในวันนี้พลัสฯ ได้รวบรวม 5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่คู่ควรต่อการจับจอง ใครที่กำลังมองหาบ้านหรูกลางเมืองอยู่ ห้ามพลาด ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย แนะนำ 5 ทำเลบ้านหรูในกรุงเทพฯ ที่ควรจับจอง พาร์ค พรีว่า สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการบ้านเดี่ยวสามชั้นในระดับ Super Luxury ทำเลดีใจกลางเมือง ต้องที่ ‘พาร์ค พรีว่า’ ที่ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตรในย่าน พระราม 9 ตัวโครงการนั้น รายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่และห้างต่างๆ อย่างเซ็นทรัลพระราม 9 และ Esplanade รวมไปถึงสถานศึกษาอย่างโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ เป็นต้น เป็นต้น อย่างที่รู้กันดีว่าในย่านพระราม 9 กำลังมีโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์หลากหลายแห่งที่กำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติม จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่กำลังจะกลายเป็นย่าน New CBD (Central Business District) แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ทางโครงการยังมอบความเป็นส่วนตัวแบบขั้นสุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้ง สระว่ายน้ำระบบเกลือ ห้อง Fitness ระบบความปลอดภัย CCTV 35 จุด สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลังและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รับรองว่าเหมาะแก่การอยู่อาศัยหรือจะลงทุนในระยะยาวเพื่อเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ก็ได้เช่นกัน ยูนิตแนะนำ ขนาด 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ 462 ตร.ม. คลิกดูเพิ่มเติม ค้นหายูนิต พาร์ค พรีว่า เพิ่มเติมได้ที่นี่ นาราสิริ บางนา หนึ่งในโครงการบ้านหรูของแสนสิริ ด้วยทำเลแห่งอนาคตที่ติดถนนบางนา-ตราด ทำให้สะท้อนถึงศักยภาพของโครงการที่อยู่ท่ามกลางความสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน ตัวโครงการมีการดีไซน์ที่อยู่ในคอนเซปต์ “A…
พลัสฯ เดินหน้า Green Building บริหารความคุ้มค่าที่ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่เป็นอนาคตในการอยู่อาศัย

Green Building บริหารความคุ้มค่าที่ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่เป็นอนาคตในการอยู่อาศัย by พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในปัจจุบันอาคารที่ได้รับออกแบบและก่อสร้างอาคารในลักษณะที่เป็น Green Building ได้รับความสนใจจากหลายๆ องค์กรชั้นนำระดับโลก และถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable โดยอาคารเหล่านี้จะมีการออกแบบและก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ในสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวขึ้นมาชื่อว่า LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) สำหรับในประเทศไทยก็มีการสร้างเกณฑ์ที่ชื่อว่า TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ในปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นจำนวนถึง 77 โครงการแล้ว สืบเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้ทั่วโลกพยายามหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 39% มีการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารเกินกว่าความจำเป็นถึง 28 % ส่วนอีก 11% มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางในการป้องกัน คือ การหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการก่อสร้างแบบ Green Building รวมไปถึงการบริหารจัดการการใช้งานอาคารเหล่านี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเป็นทางออกในการลดสภาวะโลกเพื่อความยั่งยืนในอนาคต พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการเพื่อการพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทในการเข้ามาดูแลจัดการบริหารในอาคารประเภทต่างๆ สำหรับอาคารที่มีการออกแบบ Green Building นั้นทางทีมพลัสฯ ได้ให้ความสำคัญในการรับช่วงต่อจากผู้พัฒนาอาคาร หรืออสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์สูงสุด สำหรับเจ้าของอาคาร และผู้ใช้งาน พลัสฯ จึงมีการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานการดูแล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคาร โดยมีการศึกษาตั้งแต่การดูแลโครงสร้าง การนำมาตรฐานสากล ISO 14001 ในด้านการควบคุมมาตรฐานเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาใช้ในการวางแผนงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีภายในอาคารในการดูแลระบบบริหารอาคารเพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจถึงศักยภาพของระบบภายในทั้งหมด เช่น ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบระบายอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกัน ด้วยระบบดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้ถึง 20-40% ต่อปี การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบอัจฉริยะ มาช่วยให้เจ้าของอาคาร ตลอดจนฝ่ายอาคาร Facility Management ให้สามารถจัดการควบคุมเครื่องปรับอากาศในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด หรือ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานภายในอาคาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น และลดการทำงานของฝ่ายอาคารในแต่ละวัน…
เปิดโครงการบ้านหรู 3 สไตล์ใจกลางกรุง พร้อมสระว่ายน้ำ

การซื้อบ้านก็เหมือนการเลือกซื้ออนาคตของครอบครัว เพราะบ้านไม่เพียงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่สำหรับการอยู่อาศัยและให้ความปลอดภัยกับครอบครัวของเราแล้ว แต่บ้านยังเป็นสถานที่ที่เราสามารถกำหนดให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่พักผ่อน สถานที่ทำกิจกรรม สถานที่สานสัมพันธ์ของครอบครัว หรือเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบจบในที่เดียว ซึ่งก่อนการเลือกซื้อบ้านสักหลังจำเป็นจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้าง เพื่อให้ครอบครัวของเราอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขในคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด สำหรับโครงการบ้านหรูนั้นถือว่าเป็นรูปแบบโครงการที่ช่วยคัดสรรและรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ผู้อยู่อาศัยแล้วในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยพึงพอใจและคลายกังวลได้ในหลายๆ ด้าน อีกทั้งโครงการบ้านหรูนั้นมีข้อดีต่างจากโครงการบ้านเดี่ยวทั่วไปอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ทำเลที่ตั้ง วัสดุที่ใช้ แนวคิดในการออกแบบ เทคโนโลยีความปลอดภัย จำนวนยูนิต ขนาดพื้นที่ใช้สอย เป็นต้น นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา อีกหนึ่งโครงการบ้านหรูกลางกรุงที่น่าสนใจ เหนือระดับกว่าด้วย นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ทำให้บ้านหรูมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักสิบล้านบาทไปจนถึงหลักร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปตามแต่ละโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านราคา 100 ล้านนั้นยิ่งมีความพิเศษมากกว่า เรามาดูกันว่าบ้าน 100 ล้านนั้นจะมีจุดเด่นอะไรกันบ้าง จุดเด่นของโครงการบ้านหรู 100 ล้าน สภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านที่ดี โครงการบ้านหรูหลายโครงการมักจำกัดจำนวนยูนิต เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย ทำให้มีสภาพแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับเพื่อนบ้านได้ดี อีกทั้งราคาของบ้านนั้นค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อนั้นมีรูปแบบสังคมและไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน และพัฒนาสู่การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้ นอกจากนี้บางโครงการมีระบบในการคัดกรองผู้อยู่อาศัย และตรวจสอบความต้องการของแต่ละคนให้เหมาะสมกันได้อีกด้วย ทำให้สภาพแวดล้อมของโครงการบ้านหรู 100 ล้านนั้น เรียกได้ว่าเป็นระดับพรีเมียมที่ทำให้น่าอยู่อาศัยมากทีเดียว ความปลอดภัยและสุขอนามัย โครงการบ้านหรู เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ทำให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งในส่วนของเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยของโครงการและตัวบ้าน เช่น การมีประตูหลายชั้นเพื่อคัดกรองคนเข้า-ออก การติดเซนเซอร์บริเวณรั้วโครงการ การใช้เทคโนโลยี AI จดจำใบหน้าของผู้อยู่อาศัย และวิเคราะห์หาบุคคลต้องสงสัยกรณีเกิดเหตุร้าย เทคโนโลยีการล็อกของประตูหน้าต่าง สัญญาณกันขโมย ระบบป้องกันเหตุฉุกเฉิน และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวางระบบและการจัดการขยะที่ทันสมัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข การพักอาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ปกติบ้านหรูจะมีการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยทั้งภายนอกและภายในตัวบ้านได้ค่อนข้างมาก ทำให้มีพื้นที่รอบบ้านสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ และพื้นที่จอดรถได้จำนวนมาก ภายในบ้านประกอบไปด้วยห้องตั้งแต่ 6-10 ห้องนอน มีห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย และห้องอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมของครอบครัวได้ ซึ่งตอบโจทย์กับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ได้แบบไม่ติดขัด และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้ครบจบได้ในที่เดียว พื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัวบนทำเลใกล้ใจกลางเมือง จุดเด่นสำคัญของบ้านหรู คือจำนวนพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ ตั้งแต่ส่วนของโครงการที่มีการสร้างบรรยากาศและการรักษาความปลอดภัยที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง จำนวนยูนิตภายในโครงการมักจำกัดไม่เกินหลักสิบหลังคาเรือน บางโครงการอาจมีเพียง 5-10 ยูนิตเท่านั้น สำหรับตัวบ้านก็มีพื้นที่กว้างขวางและวางตัวอย่างเป็นสัดส่วน มีการใช้วัสดุดูดซับเสียง มอบความเป็นส่วนตัวให้กับทุกหลังคาเรือนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้อีกจุดเด่นของโครงการบ้านหรูคือทำเลใกล้ใจกลางเมือง โดยขยับออกมาจากส่วนที่มีความวุ่นวาย มาใกล้ธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังสามารถเดินทางสะดวกสบายไปได้ทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเข้าสู่ย่าน CBD (Central Business District) เข้าย่านแหล่งการค้า ไลฟ์สไตล์ หรือเดินทางออกต่างจังหวัดก็ไปได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนกลางหรูหรา พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว โครงการบ้านหรูมีการออกแบบพื้นที่และจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการมาแบบครบวงจร โดยพื้นที่ส่วนกลางมีทั้งการออกแบบสไตล์หรูหราและฟังก์ชันที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น คลับเฮ้าส์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่น ฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ครบครัน สระว่ายน้ำ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านคุณภาพงานบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร

พลัสฯ มุ่งมั่น ยกระดับคุณภาพงานด้านบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร ซึ่งเราเป็นบริษัทบริหารอาคารคนไทยบริษัทเดียวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญ กับการนำระบบมาตรฐานการบริหารงานสากลมาใช้ โดยได้รับการรับรอง ISO ที่ครอบคลุมในทุกๆด้าน ตอกย้ำจุดแข็งยุคใหม่ของอาคารเพื่อการพาณิชย์ ด้วยการนำเทคโนโลยีและเทรนด์โลกมาพัฒนาการบริหารจัดการ พร้อมความเชี่ยวชาญในระบบวิศวกรรมอาคาร มุ่งสู่การยกระดับบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างจุดขายและเพิ่มมูลค่าให้กับอาคาร มาตรฐานการบริหารอาคาร มุ่งมั่นในการให้บริการ โดยตั้งเป้าดันยอดปีนี้สู่ 400 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ที่ให้บริการมากกว่า 2,000,000 ตร.ม. นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “ในปีนี้เป็นอีกปีที่ทางพลัสฯ มุ่งมั่นยกระดับ พัฒนาคุณภาพงานด้านบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร โดยการจัดทำและขอรับรองมาตรฐานทางด้านคุณภาพระดับสากล ISO 9001 / ISO 41001 และ ISO 14001 พร้อมกับการตั้งเป้าหมายขยายฐานกลุ่มลูกค้าจากอาคารสำนักงานออกไปสู่อาคารเพื่อการพาณิชย์ที่หลากหลายรูปแบบเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 10% โดยล่าสุดได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้เข้าบริหารงานด้านระบบวิศวกรรมอาคาร ซึ่งเป็นการรุกเข้าไปบริหารอาคารของกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่ให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยทั่วไป จำนวน 7 อาคาร รวมพื้นที่ให้บริการกว่า 200,000 ตารางเมตร” “เราได้มีการเสริมความแข็งแกร่ง เตรียมความพร้อมด้านระบบการทำงาน เทคโนโลยี และบุคลากรเพื่อรุกในกลุ่มอาคารที่มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยจุดแข็งการเป็นบริษัทไทยเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล จาก ISO มากถึง 3 ระบบครอบคลุมครบทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพการบริการ การจัดการทรัพยากรกายภาพ รวมไปถึงการจัดการคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม โดยทีมงานบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร พร้อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการดูแลอาคาร, บริหารงานวิศวกรรมอาคาร, บริหารงานด้านอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้อาคาร เพิ่มประสิทธิภาพอาคาร สำหรับอาคารเพื่อการพาณิชย์ในยุคต่อจากนี้ที่จะให้ความสำคัญกับ Sustainability และ Technology ที่เป็นจุดดึงดูดอาคารยุคใหม่ซึ่งถือได้ว่าเป็น New Normal สำหรับอสังหาฯ ยุคใหม่ก็ว่าได้” พลัสฯ มองทิศทางสำหรับการบริหารอาคารยุคใหม่ ประกอบด้วยหัวใจหลัก (Heart of Building) 3 ด้านเพื่อตอบโจทย์สูงสุดด้านธุรกิจที่คำนึงถึงเจ้าของอาคาร และความสะดวกสบายส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้ใช้อาคาร 1. PROFESSIONAL ด้วยความจำเป็นที่ว่า Facility เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ขององค์กรที่หวังให้เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวตามเป้าหมายและความต้องการในระดับกลยุทธ์ขององค์กร ผู้บริหารอาคารต้องทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว และต้องมีแผนการเตรียมการล่วงหน้าในการรักษาสมรรถนะ ศักยภาพ และ ขีดความสามารถขององค์กร ดังนั้นการบริหารอาคารจึงควรมีการทำงานในระดับกลยุทธ์ ผู้บริหารอาคารจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถตอบโจทย์การบริหารอาคารได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลเป็นทรัพย์สินที่มีค่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประมวลผลเพื่อวางแผนงานการบริหารที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่าย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาคาร 2. PEOPLE บุคลากรในสายงานบริหารอาคารมีส่วนสำคัญในการนำส่งคุณภาพงาน ดังนั้นกระบวนการคัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับอาคารแต่ละประเภทนั้นเป็นจุดสำคัญมาก ด้วยพลัสฯมีประสบการณ์การคัดเลือกบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และพนักงานจะได้รับการอบรมความรู้…
พลัสฯ โชว์ศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ล่าสุด

คุณอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด รับมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14001 : 2015 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในโครงการ จากคุณประวาลทอง ทองใหญ่ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายรับรองระบบมาตรฐานฯ ในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ที่ร่วมแสดงความยินดีและมอบประกาศนียบัตรรับรองระบบมาตรฐานนี้ ณ อาคารสิริแคมปัส เมื่อเร็วๆ นี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการอาคารและที่อยู่อาศัย โดยให้ความสำคัญในด้านของสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมถึงการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึก และเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ทั้งนี้พลัสฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานผ่าน ISO ต่างๆที่ได้รับการการันตีคุณภาพระดับสากล เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ลูกบ้านหรือผู้ใช้อาคารเป็นสำคัญ ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารโครงการที่พักอาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์กว่า 300 โครงการ โดยคิดเป็นพื้นที่กว่า 17 ล้าน ตารางเมตร ผู้ที่สนใจบริการสามารถดูข้อมูลได้ทาง plus.co.th หรือโทร. 02-688-7555 บทความที่เกี่ยวข้อง 5 เดือนแรกปี 65 พลัสฯ ลุยงานบริหารจัดการอสังหาฯ กวาดมาแล้ว 15 โครงการเติมในพอร์ต | Plus Property พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้ารุกบริหารโครงการระดับลักชัวรี ชูกลยุทธ์ PLUS EXTRAORDINARY LIVING | Plus Property พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนธุรกิจปี 65 จัดทัพพร้อมรุกธุรกิจบริหารจัดการอาคาร | Plus Property ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
พลัสฯ ชูความเชี่ยวชาญรับบริหารอาคารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการ และคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้พลัสฯ เข้าให้บริการด้านงานบริหารอาคาร และระบบวิศวกรรมอาคาร จำนวน 7 อาคาร รวมพื้นที่ให้บริการ ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในสังกัดสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีภารกิจในการให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยทั่วไป และเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติทางคลินิกของสายวิทยาศาสตร์สุขภาพเช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ เป็นต้น พลัสฯ พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพมั่นใจว่าจะสามารถนำส่งงานบริหารจัดการให้กับโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด้วยมาตรฐานในระดับสากลผสานด้านเทคโนโลยี เพื่อมุ่งหวังให้อาคารมีความปลอดภัย มีเสถียรภาพ ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มของธุรกิจธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา คอมมูนิตี้มอล และพร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภทสำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถโทร.02-688-7555 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/service/facility-management บทความที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ ร่วมแสดงความยินดีกับเจียไต๋ ที่ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงาน MEA Energy Awards อาคารเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ทางอยู่รอดในยุคโควิด พลัสฯ กวาด 10 รางวัลอาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย ย้ำมาตรฐานผู้นำบริษัทไทยด้านบริหารจัดการอาคาร พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
“ระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์” มอบความปลอดภัยให้พร้อมกับทุกคน

ทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์ ที่ช่วยป้องกันและยับยั้งเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงทีด้วย LIV-24 สร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้งานได้อย่างปลอดภัย อาคารเพื่อการพาณิชย์ หรือ Commercial Building คือ สถานที่ที่มีกิจกรรมทางการค้าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาคารห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และยังรวมไปถึงอาคารสำนักงาน โรงงาน โกดัง และโรงเรียนอีกด้วย ซึ่งเป็นสถานที่ในการรองรับคนจำนวนมาก ทำให้ลักษณะอาคารจึงต้องมีการก่อสร้างที่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎข้อบังคับ เพื่อให้มีความคงทนแข็งแรงและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่สำหรับโลกในปัจจุบันนั้น ภัยร้ายหรืออันตรายล้วนอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าฝ่ายผู้ดูแล และผู้ใช้งานจะระมัดระวังมากเพียงใด เหตุการณ์อันตรายก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากอย่างพื้นที่สาธารณะรูปแบบอาคารพาณิชย์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจะยิ่งทวีคูณความเสียหายมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี จึงช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการหรือทำงานอยู่ภายในอาคารเหล่านั้น และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารเพื่อการพาณิชย์คืออะไร? คือ ระบบรักษาความปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบวิศวกรรมอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยภายในอาคารเพื่อการพาณิชย์นั้น จะมีการวางระบบที่ครอบคลุม จัดให้มีการตรวจตราและตรวจสอบได้ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และพร้อมรับมือทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทั่วถึง ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน ซึ่งจะแตกต่างกับระบบรักษาความปลอดภัยของพื้นที่อยู่อาศัย ตรงที่มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด และรัดกุมกว่า เนื่องจากสถานที่มีขนาดใหญ่และมีผู้คนเข้า-ออกจำนวนมาก ระบบรักษาความปลอดภัยอาคารเพื่อการพาณิชย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลและเจ้าของกิจการธุรกิจควรตระหนักถึงความสำคัญ ไม่เพียงแค่มีระบบรักษาความปลอดภัยแบบทั่วไปเท่านั้น แต่ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันและยับยั้งความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ก่อนจะสร้างความเสียหายขนานใหญ่ ที่ไม่เพียงแค่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเท่านั้นแต่อาจรวมไปถึงชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้อีกด้วย อาคารเพื่อการพาณิชย์ควรมีระบบรักษาความปลอดภัยด้านใดบ้าง? สำหรับอาคารเพื่อการพาณิชย์หรือ Commercial Building ที่ยังให้ความสำคัญด้านระบบรักษาความปลอดภัยไม่มากพอ จะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ดังจะเห็นได้จากข่าวสารที่พบเห็นในปัจจุบัน อย่างเหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า เหตุการณ์โจรกรรมร้านค้าปลีก เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานขนาดใหญ่จากไฟฟ้าลัดวงจร เหตุการณ์ไฟไหม้โรงแรม มีความผิดพลาดเกี่ยวกับสัญญาณจนทำให้เกิดความชุลมุน เหตุการณ์บุกแทง ตลอดจนลักพาตัวนักเรียนภายในโรงเรียน เป็นต้น เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยด้านต่างๆ ดังนี้ การคัดกรองบุคคลเข้า-ออกภายในอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลน่าสงสัยเข้าไปในพื้นที่ และตรวจอาวุธหรืออุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุได้ โดยต้องจัดระบบในการคัดกรองให้มีความละเอียดและแม่นยำ ระบบการตรวจตราภายนอกและภายในอาคาร เช่น การจัด รปภ. เดินตรวจความเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนดบริเวณจุดต่างๆ ให้ครอบคลุม รวมถึงการใช้กล้อง CCTV ตรวจสอบ และมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ตลอด 24 ชม. ความปลอดภัยของวิศวกรรมอาคาร จะต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์ งานระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ รวมถึงระบบในการแจ้งเตือนภัย เช่น อุปกรณ์ Smoke Detector อุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับเปลวไฟ อุปกรณ์เสียงแจ้งเตือนเหตุ เป็นต้น ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญในการซ่อมบำรุงตามรอบหรือระยะเวลาที่กำหนดเสมอ นอกจากนี้ควรตรวจสอบโครงสร้างว่ามีการแตกร้าว รั่วซึม และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้หรือไม่ ระบบประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อป้องกันและยับยั้งเหตุการณ์ ซึ่งมีการประเมินความเสี่ยงเอาไว้เบื้องต้นแล้ว จะช่วยให้สามารถป้องกันและยับยั้งเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จนลดความสูญเสียลงได้ มิติใหม่ของระบบรักษาความปลอดภัยโครงการ Commercial by LIV-24 LIV-24 เทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ และจัดการระบบวิศวกรรมอาคารเต็มรูปแบบ เรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมงจาก แสนสิริ และ PLUS Property…