แนะนำ 5 โครงการบ้านหรู พร้อมอยู่ โดดเด่นในแต่ละทำเล

บ้านหรู หนึ่งในบ้านในฝันของใครหลายคน ซึ่งแต่ละโครงการก็มีความโดดเด่น ทั้งในด้านแนวคิด ทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และขนาดพื้นที่ รวมถึงความเป็นที่หนึ่งและความเป็นส่วนตัว ยกตัวอย่างเช่น โครงการบ้านหรูมาแรงอย่าง นาราสิริ กรุงเทพกรีฑาที่ตั้งอยู่บนทำเลที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 130-150 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 495-687 ตารางเมตร เหนือระดับกว่าด้วย นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา คลิก ซึ่งในบทความนี้ของพลัสฯ จะพาทุกคนมาสำรวจ 5 โครงการบ้านหรู พร้อมอยู่ โดดเด่นในแต่ละทำเล ไม่ว่าจะเป็นย่านบางนา พัฒนาการ กรุงเทพกรีฑา สุขุมวิท และสุวรรณภูมิ แนะนำ 5 โครงการบ้านหรู โดดเด่นในแต่ละทำเล 1. มัณฑนา 2 บางนา ทำเลบางนา หนึ่งในทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการบ้านหรู ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารต่างๆ โรงพยาบาล สถาบันทางการศึกษาต่างๆ ไปจนถึงสามารถเดินทางได้สะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้า รถยนต์ส่วนตัว ไปจนถึงการเดินทางไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งศักยภาพในการเติบโตของย่านนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เพราะมีหลายพื้นที่ที่กำลังพัฒนาไปเป็นโครงการ Mixed Use ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด และโรงแรม ซึ่งศักยภาพในการเติบโตของย่านนี้มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เพราะมีหลายพื้นที่ที่กำลังพัฒนาไปเป็นโครงการ Mixed Use ที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด และโรงแรม โครงการมัณฑนา 2 บางนาเป็นโครงการที่อยู่ในซอยเมืองแก้ว 6 มีความเป็นส่วนตัวสูง อยู่ใกล้กับโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว ไทวัสดุ สาขาบางนา เมกะบางนา และสามารถขับออกไปถนนบางนา-ตราดได้หรือจะขับไปยังเส้นกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนรอบนอกตะวันออกสามารถไปยังลาดกระบังจนถึงมอเตอร์เวย์ได้ หรือสามารถลัดเลาะไปถนนเฉลิมพระเกียรติร.9 อุดมสุข ศรีนครินทร์ สุขุมวิทก็ได้ โดยโครงการนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด Infinite Growth of Living ออกแบบบ้านมาในสไตล์โมเดิร์น มีทั้งหมด 4 แบบ ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 185-335 ตร.ม. พร้อมมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 4 ไร่ในบรรยากาศร่มรื่น เช่น สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก สระผู้ใหญ่ ห้องฟิตเนส ห้องเลานจ์สำหรับสันทนาการ และสนามเด็กเล่น ยูนิตแนะนำ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด ตร.ม. คลิกดูเพิ่มเติม ค้นหายูนิต มัณฑนา 2 บางนา เพิ่มเติมได้ที่นี่ 2. เศรษฐสิริ พัฒนาการ อีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง สามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองได้อย่างสะดวก สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 9,…
หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย

หลายคนชอบหน้าฝน เพราะเวลาฝนตกอากาศมักจะเย็นสบาย แต่ยังต้องคำนึงถึงอันตรายต่างๆ ที่มาพร้อมกับหน้าฝนด้วย วันนี้พลัส พร้อพเพอร์ตี้ ตัวจริงในการดูแลบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย รวบรวมสิ่งสำคัญที่ต้องระวังในช่วงหน้าฝน ที่จะช่วยให้หลายๆ คนคลายความกังวลในเรื่องของการดูแลรักษาที่พักอาศัยในช่วงนี้ มาแนะนำการเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูฝนกันว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องหมั่นดูแลกันบ้าง พลัสฯ ด้วยประสบการณ์การดูแลบริหารโครงการที่พักอาศัยกว่า 360 โครงการ ปัญหาที่พักอาศัยในเมืองไทยส่วนใหญ่ที่ต้องรับมือในช่วงหน้าฝนก็คือปัญหาน้ำท่วมขัง และน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้าน หรือเกิดปัญหาการรั่วซึมตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และในเรื่องของความชื้นรวมถึงปัญหาแมลงรบกวนที่มาจากน้ำท่วมขัง สำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง พลัสฯ แนะนำให้มีการหมั่นสำรวจตรวจสอบในบริเวณที่พักอาศัยตรงพื้นที่ที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ เช่น สวนบนอาคาร ดาดฟ้า สระว่ายน้ำ ส่วนพื้นที่บริเวณบ้าน หรือบริเวณห้อง จุดที่ต้องโฟกัสมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นหลังคา ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่น้ำฝนสาดเข้ามาสามารถสร้างปัญหาได้ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จากประสบการณ์ของพลัสฯ กว่า 25 ปี ขอแนะนำแนวทางในการดูแลบ้านและโครงการคอนโดดังนี้ บ้านเดี่ยว เช็กรอยรั่วซึมแตกร้าวของหลังคา ฝ้า ผนัง จุดที่เป็นแนวป้องกันน้ำฝนของบ้าน เพราะถ้าเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าในตัวบ้านแล้ว อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ ตรวจเช็กและทำความสะอาดรางน้ำ – ท่อระบายน้ำ ไม่ละเลยปล่อยให้มีเศษใบไม้ กิ่งไม้ หรือเศษขยะเอาไปอุดตันปิดกั้นทางไหลของน้ำเพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอุดตันจนทำให้น้ำในทางระบายล้น อาจทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปรั่วซึมหรือท่วมขังภายในบริเวณบ้านได้ ตัดแต่งกิ่งไม้รอบๆ บ้านให้สั้นลง สำหรับบ้านที่มีสวนหรือปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันเหตุที่กิ่งไม้จะเกิดการหักโค่น หล่นมาทับตัวบ้านได้ ถ้าหากเกิดสถานการณ์ลมพายุฝนตกหนัก ขัดล้างพื้นเพื่อขจัดคราบตะไคร่สีเขียวที่เกาะติดอยู่บนพื้นภายนอก หลังฝนตกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ด้วยจะเกิดการสะสมและทำความสะอาดได้ยาก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้าน จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มอีกด้วย คอนโดมิเนียม น้ำรั่ว น้ำซึม บริเวณหน้าต่างตามรอยซิลิโคนหรือรอยต่อของบริเวณตึก ปัญหาลำดับต้นๆ ของคนอาศัยในคอนโด คงหนีไม่พ้นเรื่องน้ำรั่ว น้ำซึม ในส่วนนี้อาจจะต้องสังเกตจากคราบน้ำบนผนังและเพดาน และรีบดำเนินแก้ไขทันทีด้วยการขูดซิลิโคนเก่าออกแล้วลงซิลิโคนยาแนวใหม่แทน เพราะน้ำฝนอาจจะก่อความเสียหายให้กับผนังและวอลล์เปเปอร์ภายในห้องได้ บริเวณพื้นที่ระเบียง ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตัน อีกพื้นที่ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษคือบริเวณพื้นที่ระเบียง โดยเฉพาะรอบๆ ของท่อระบายน้ำต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตันทางระบายน้ำ เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมขังในหน้าฝนได้เป็นอย่างดี การเกิดเชื้อรา อีกปัญหาที่มักตามมาหลังจากฤดูฝน ถือเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้อยู่อาศัยคอนโดเพราะนอกจากจะเกิดคราบราดำๆไม่น่ามองแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจอีกด้วย โดยจุดที่ควรระวังได้แก่จุดที่เกิดคราบน้ำรั่ว เฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวมน้ำ รวมไปถึงจุดอับต่างๆ ที่กักเก็บความชื้นได้ง่าย เช่น ภายในตู้เสื้อผ้าหรือตามซอกต่างๆ ถ้ามีเชื้อราคราบดำ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5-7% แอลกอฮอล์เข้มข้น เช็ดทำความสะอาดในบริเวณนั้น การบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยในช่วงฤดูฝนของนิติบุคคล ในส่วนการบริหารจัดการโครงการของ Plus Living Management ในช่วงฤดูฝน ไม่ว่าฝนจะหนักหรือเบา ก็มีการวางแผนดูแลป้องกันปัญหาทุกจุดที่ลูกบ้านกังวลอย่างเป็นระบบ มีทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว สำหรับหน้าฝนนี้ ทางทีมพลัสฯ เพิ่มการเฝ้าระวังมากขึ้นให้มีเจ้าหน้าที่ทำการเดินตรวจสอบความเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงน้ำรั่วซึม น้ำขัง และไฟรั่ว รวมไปถึงมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทางทีมช่างอาคารจะทำการประเมินสถานการณ์ และเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่ฝนเริ่มตกหนักก็จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่เวรคอยตรวจสอบจุดรับน้ำบนอาคารว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ทั้งก่อน และหลังฝนตก เป็นการทำงานแบบแผนเชิงป้องกัน Preventive…
ซื้อคอนโด 2 ห้องนอนที่ไหนดี? แนะนำ 5 คอนโดจากแสนสิริ
พลัสฯ ตอบคำถามจะซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าทั้งที ต้องเลือกอย่างไร?

ปัจจุบันมีโครงการคอนโดหลากหลายให้เลือก ทั้งโครงการใหม่และโครงการที่เปิดตัวมานานแล้ว ซึ่งเหล่าตัวเลือกที่มากมายนี้มักมาพร้อมราคาที่สูง จนทำให้เกิดความสับสนว่า โครงการเหล่านั้นมีข้อดีที่คุ้มพอจะเสี่ยงได้หรือไม่ แล้วจะเลือกโครงการเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งในบทความนี้พลัสฯ จะมาบอกข้อดีของคอนโดติดรถไฟฟ้าและวิธีการเลือกคอนโดประเภทนี้ว่าจะต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง ข้อดีของการซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า 1. ค่าใช้จ่าย ถึงแม้คอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไป แต่หากลองเปรียบเทียบในระยะยาว คอนโดประเภทนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่ารถแท็กซี่หรือรถรับจ้างประเภทอื่นๆ ไปจนถึงการซื้อรถยนต์ส่วนตัวที่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมาย เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน ค่าอะไหล่ ฯลฯ 2. แหล่งอำนวยความสะดวก คอนโดติดรถไฟฟ้ามักอยู่ในย่านที่อุดมไปสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไลฟ์สไตล์ครบครัน เช่น ศูนย์การค้า ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร ทำให้บางครั้งแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเวลาในการเดินทางเพื่อไปพื้นที่เหล่านั้นเลย เพราะอยู่ในระยะเดินไปได้นั่นเอง มอบความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยอย่างมาก 3. การเดินทางที่ง่ายและรวดเร็ว ถือเป็นจุดเด่นของคอนโดติดรถไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะใช้เวลาเพียงสั้นๆ ก็สามารถที่จะไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว อาจใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงสถานี ซึ่งประหยัดเวลาในการเดินทาง สามารถที่จะใช้เวลาในการเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ เพราะอย่าลืมว่าการเดินทางในกรุงเทพฯ แม้จะเป็นระยะทางไม่กี่กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพการจราจร อาจต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนนานหลักชั่วโมงเลยทีเดียว 4. ทำเลดี ส่วนมากแล้วรถไฟฟ้ามักจะตัดผ่านเส้นทางที่มีศักยภาพและเป็นย่านชุมชน การซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า BTS, MRT หรือ Airport Link จึงทำให้เราได้พื้นที่ทำเลทองไปในตัว ซึ่งเปิดโอกาสในการลงทุนต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน นอกจากทำเลแล้ว เรื่องวิวทิวทัศน์ของคอนโดประเภทนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเด่น เนื่องจากโครงการส่วนมากมักจะเป็นคอนโดแบบ High Rise ทำให้เราสามารถเพลิดเพลินกับการชมวิวเมืองได้ 5. การขายและเช่า นอกจากการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองแล้ว การซื้อเพื่อเก็งกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่างๆ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าทำเลอื่น เพราะคอนโดติดรถไฟฟ้าถือว่าเป็นคอนโดที่มีดีมานด์จากหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักเรียน-นักศึกษา ชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมองหาการเช่าคอนโดเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยปัจจัยด้านทำเลที่มีศักยภาพ ยังทำให้หากต้องการขายก็ยังมีโอกาสขายได้ง่ายกว่าอีกด้วย จะเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่างไร? 1. ทำเลโซนไหน? ทำเลที่ตั้งของคอนโดติดรถไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เพราะบางโครงการอาจอยู่ห่างจากรถไฟฟ้ามาก อาจต้องอาศัยการต่อรถรับจ้างหรือ Shuttle Bus ของโครงการได้ หรือบางทำเลเป็นโซนที่รถติด ทำให้อาจต้องเสียเวลาในการเดินทางได้ ซึ่งพลัสฯ ขอแนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ควรที่จะไปลองเดินทางในช่วงเวลาไปทำงานหรือกลับจากที่ทำงาน เพื่อจะได้เห็นสภาพการเดินทางจริง หลีกเลี่ยงคอนโดที่อยู่ติดจุดกลับรถเพราะจะทำให้การเข้าออกคอนโดได้ลำบาก นอกจากนี้ หากพิจารณาแล้วว่าคอนโดติดรถไฟฟ้าอาจไม่ใช่คำตอบ อาจมองหาปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องได้ เช่น ใกล้ศูนย์กลางค้า ใกล้สถาบันทางการศึกษา ใกล้โรงพยาบาล ฯลฯ แทนได้ 2. ติดรถไฟฟ้าสายไหน? คอนโดติดรถไฟฟ้า ถือเป็นจุดสำคัญในการโฆษณา หลายโครงการมักจะมีการชูความใกล้ของสถานี แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละสถานีมีความแตกต่างของสถานีอยู่ อย่างสถานี BTS อโศกที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับ MRT สุขุมวิทก็จะมีราคาสูงมากกว่าสถานีอื่นๆ ซึ่งหากราคาเกินกว่าที่กำหนด อาจมองหาสถานีใกล้เคียงแทนได้หรือห่างออกไป 2-3 สถานีแทน นอกจากนี้ บางทำเลถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวเมือง แต่เป็นทำเลเป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อเปลี่ยนสถานีไปยังรถไฟฟ้าอื่นๆ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศความสำเร็จบริหารงานขาย Sold Out พาร์ค รามอินทรา เร็วเกินเป้าที่คาดการณ์ไว้

พาร์ค รามอินทรา Sold Out! ด้วยฟังก์ชั่นและพื้นที่ที่ตอบโจทย์ ทำให้ พาร์ค รามอินทรา (Park Ramintra) ภายใต้ Concept PACK MORE FOR LIFE แพ็กทุกความใช่ ให้ชีวิตได้มากกว่าที่พาร์ค รามอินทรา คอนโดมิเนียม สไตล์รีสอร์ท ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โครงการมูลค่ากว่า 360 ล้านบาท ก็สร้างปรากฏการณ์ Sold Out! ไปเรียบร้อย นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พาร์ค รามอินทรา (Park Ramintra) ที่ทางพลัสฯได้รับบริหารงานขายและการตลาดโครงการจากบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาฯโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพสามารถสร้างผลงานปิดยอดขายและโอนกรรมสิทธิ์ทุกยูนิต นับเป็นอีกความสำเร็จร่วมกันกับทาง บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ด้วยคุณภาพของโครงการ และความเชี่ยวชาญในการขายสร้างกลยุทธ์การตลาดและการขายที่ตรงกับกลุ่มลูกค้า ซึ่งกระแสความสนใจและผลตอบรับสำหรับคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูยังคงได้เป็นตัวเลือกที่ลูกค้ามองหาอยู่ โดยโครงการพาร์ค รามอินทราเป็นคอนโด Low-Rise 8 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติ สไตล์ Home Greeneryให้ความเป็นส่วนตัวใจกลางเมือง บนทำเลศักยภาพอย่างโซนรามอินทรา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ธุรกิจตัวแทนบริหารงานขายและการตลาดโครงการที่อยู่อาศัย (Sole Agent) ด้วยจุดแข็งในการวางกลยุทธ์ครบวงจรแบบ Full-Funnel เพื่อตอบโจทย์สินค้าในกลุ่ม High Involvement จึงอยากเป็นคู่คิด ที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Supply และ Demand ให้กับลูกค้า ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะเคียงข้างดีเวลลอปเปอร์ ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยพลัสฯ ไม่ได้เพียงให้คำปรึกษาด้านงานขายและการตลาดเท่านั้น แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำการปรับตัวในด้านธุรกิจ รวมถึงเข้าร่วมพัฒนารูปแบบโครงการกับดีเวลลอปเปอร์ในทุกขั้นตอน วางแผนการขายการตลาดให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและการแข่งขันที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สำหรับผู้ที่สนใจบริการตัวแทนบริหารการขายและการตลาด (Sole Agent) ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/sole-agent พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลัง ภูเก็ต พลัส พร้อม Agent มืออาชีพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับ บริษัท ภูเก็ต พลัส จำกัด จัดงาน Agent Night โครงการ ไพร์ม พาโน บางเทา – เชิงทะเล (PRIME PANO BANGTAO – CHOENG THALE) Pool Villa ระดับ Super Luxury ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท ชูจุดเด่นด้วยวิวภูเขาพาโนราม่าทุกหลัง และความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 58 ยูนิต บนเนื้อที่กว่า 17 ไร่ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการลงทุนใจใน Prime Location เมืองภูเก็ต เพื่อเป็นการตอกย้ำความร่วมมือทางธุรกิจของพันธมิตร และแจ้งข้อมูลของโครงการ ภายในงานมีนางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ และนางสาวสุภาภัทร ช้างสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ (บริหารการขายและการตลาด) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายมนัสนันท์ นารารัตน์วันชัย ประธานกรรมการบริหาร และนางสาวนิรมล เฉลียวการ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท ภูเก็ต พลัส จำกัด ให้การต้อนรับกลุ่มตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ โครงการ PRIME PANO BANGTAO – CHOENG THALE อีกหนึ่งโครงการที่ Plus Sole Agent เป็นตัวแทนรับบริหารการขายและการตลาด ด้วยประสบการณ์ในการรับบริหารงานขายโครงการในจังหวัดภูเก็ตมาแล้วหลายโครงการ ทำให้ทางทีมงานมีความเข้าใจตลาดและผู้บริโภคในจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างดี รวมถึงการจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่เป็นอย่างดีจากกลุ่มตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ (Agent) ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ที่แสดงความสนใจและเข้าร่วมงานเกินความคาดหมาย บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยการตอบรับที่ดี และเห็นถึงความมั่นใจในการขายของตัวแทนขายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมที่จะร่วมกันสร้างปรากฏการณ์องศาใหม่ เพิ่มศักยภาพในการทำงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขยายฐานลูกค้า และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยงานจัดขึ้น ณ โรงแรม อรินนารา บีช รีสอร์ท ภูเก็ต เมื่อเร็วๆ นี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า…
การต่อเติมปัญหาใหญ่ของคนมีบ้าน พลัสฯแนะนำ 5 สิ่งที่ต้องระวัง

วันนี้ด้วยปัจจัยของราคาที่ดินที่มีราคาสูงขึ้นทุกปี การออกแบบการใช้พื้นที่ในการอยู่อาศัยจึงต้องเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในการใช้งาน ฟังก์ชัน และความคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นจะเห็นถึงการที่คนซื้อบ้านมักจะมีการวางแผนการต่อเติมพื้นที่ในตัวบ้าน การต่อเติมบ้านก็เหมือนกับการขยับขยายพื้นที่แห่งความสุขออกไปให้กว้างขึ้นอีกหน่อย เพราะสิ่งที่เจ้าของบ้านจะได้จากการต่อเติมหน้าพื้นที่ในบ้านนอกจากพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านของคุณถูกแปลงโฉมใหม่ให้เหมาะสมกับ Lifestyle อีกด้วย โดยพื้นที่ในส่วนที่มักต่อเติมออกมามากที่สุด คือ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และโรงจอดรถ แต่การจะต่อเติมบ้านนั้นใช่ว่าคิดอยากทำแล้วจะทำได้ทันที ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องรู้ก่อนต่อเติม ดังนั้นวันนี้ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้บริหารโครงการที่พักอาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์ กว่า 350 โครงการ พื้นที่กว่า 18 ล้านตร.ม. มีข้อแนะนำในการต่อเติมบ้าน 5 สิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้ 1. ควรมีการตรวจสอบโครงสร้างเดิมของบ้านก่อนการต่อเติม ซึ่งปัญหาในการต่อเติมบ้าน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่มองข้ามในเรื่องของการตรวจเช็กโครงสร้างตัวบ้านเดิม และพื้นที่ดินโดยรอบตัวบ้าน โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร บางครั้งตัวบ้านถูกสร้างบนที่ดินที่อาจเคยเป็นแหล่งน้ำ เมื่ออาศัยอยู่ได้สักระยะ พื้นดินจะเกิดการทรุดตัว เพราะการถมที่ดินใช้ระยะเวลาสั้น เมื่อมีการต่อเติมบ้านภายหลัง อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวจากธรรมชาติได้ ดังนั้นเจ้าของบ้านควรปรึกษาเจ้าของโครงการเรื่องโครงสร้างของตัวบ้าน การวางเสาเข็มใหม่ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ต่อเติม เพื่อป้องกันการทรุดตัวเมื่อต่อเติมบ้าน 2. ควรแยกโครงสร้างใหม่ ออกจากโครงสร้างเดิม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำให้ทุกๆ บ้านทำเมื่อคิดต่อเติมบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแยกตัว (Cracks) ปัญหาผนังแตกร้าว รั่วซึม ระหว่างตัวโครงสร้างบ้านเดิมกับส่วนต่อเติม เนื่องจากการต่อเติมบ้าน มักใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กกว่าตัวบ้าน ด้วยข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ ที่ไม่สามารถนำปั้นจั่นเข้าไปยังพื้นที่ด้านหลังได้ จึงส่งผลให้โครงสร้างเดิม และส่วนต่อเติมเกิดการทรุดตัวที่แตกต่างกันได้ เพราะขนาดของเสาเข็มแตกต่างกัน เป็นอีกจุดที่ต้องมีการคำนวณลักษณะโครงการหรือหาวิธีการแยกโครงสร้างที่ต่อเติมใหม่ นอกจากไม่กระทบกับตัวบ้านเดิม ยังทำให้การเดินระบบต่างๆ ง่ายต่อการก่อสร้างและลดปัญหาภายหลังจากการต่อเติมอีกด้วย 3. คำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านให้เหมาะสม เจ้าของบ้านต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะคานที่มีอยู่เดิม บางครั้งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักสำหรับก่อกำแพงอิฐ และฉาบปูน เพื่อต่อเติมในส่วนที่ต้องการใช้งาน เช่น ครัวหลังบ้าน ห้องนั่งเล่นข้างบ้าน ควรเป็นคานที่สามารถรับน้ำหนักของพื้น รวมถึงไม่ควรเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรสร้างคานใหม่เพื่อรองรับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างบ้านเดิมเกิดความเสียหาย เมื่อส่วนต่อเติมหลังบ้าน เกิดการทรุดตัว 4. การคำนึงถึงกำลังไฟที่ใช้งานในพื้นที่ต่อเติม อาจจะทำการคำนวณว่าในพื้นที่ใหม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรบ้าง เช่น หลอดไฟ แอร์ ตู้เย็น ปลั๊กไฟ เป็นต้น ควรทำการแยกติดตั้งตู้ไฟคอนซูมเมอร์ที่มีระบบการติดตั้งเบรกเกอร์แบบรางดินออกจากอาคารเดิม เพิ่มกำลังไฟ 10-20 แอมป์ ให้เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ประเภท และขนาดของเบรกเกอร์ก็มีส่วนสำคัญควรเลือกใช้ให้เหมาะสม เพราะเบรกเกอร์(Breaker) นั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่ใช้ปิด-เปิดไฟเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตัดวงจรอัตโนมัติหากเกิดการใช้กระแสไฟฟ้าเกิน ที่เป็นสาเหตุทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรอีกด้วย โดยเบรกเกอร์ที่ตัดวงจรไฟฟ้าเนื่องจากการลัดวงจรอย่างรวดเร็วภายใน 0.003 วินาทีนั้น เรียกว่าเป็นเบรกเกอร์แบบ Current Limiting 5. ต้องมีการศึกษาเรื่องกฎหมาย หรือ พรบ. ควบคุมอาคาร ข้อจำกัดในการต่อเติมบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย ง่ายต่อการซ่อมแซม หากต่อเติมพื้นที่ของบ้าน เช่น ครัวหลังบ้าน ต้องทำโดยมีช่องเปิดหรือหน้าต่าง จำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง 2…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้จัดทำเนียบผลประกอบการ Q1 อสังหาฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินผลประกอบการ Q1 อสังหาฯ หลังรอดูการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ในไตรมาสแรกปี 2566 เริ่มเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน ด้วยมีการเปิดรับนักท่องเที่ยว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีทั้งโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นอย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมรับมือในอีกหลายประเด็น ทั้งทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย แนวโน้มราคาพลังงานและราคาค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันให้ต้นทุนและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐหลังจากจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ดี สำรวจผู้ประกอบการพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัย ในไตรมาสแรกถือว่าภาพรวมของอสังหาฯ มีทิศทางที่ทรงตัว สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯมีการเผยตัวเลขกำไรสุทธิในไตรมาสแรกพบว่า อันดับ 1 แสนสิริ กำไรสุทธิ 1,582 ล้านบาท ครองแชมป์อันดับ 1 โตสูงถึง 423% อันดับ 2 เอสซี แอสเสท กำไรสุทธิ 535 ล้านบาท โต 38% อันดับ 3 แอสเซทไวส์ กำไรสุทธิ 283 ล้านบาท โต 25% อันดับ 4 พฤกษา กำไรสุทธิ 652 ล้านบาท โต 18% อันดับ 5 ออริจิน กำไรสุทธิ 798 ล้านบาท โต 8% อันดับ 6 ควอลิตี้เฮ้าส์ กำไรสุทธิ 592 ล้านบาท โต 1% อันดับ 7 ศุภาลัย กำไรสุทธิ 1,080 ล้านบาท กำไรลดลง 8% อันดับ 8 เอพี ไทยแลนด์ กำไรสุทธิ 1,478 ล้านบาท กำไรลดลง 14% ทำให้ภาพรวมในไตรมาสแรกมีบางบริษัทที่โตเกินคาดและบางบริษัทติดลบเล็กน้อยจากปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลศูนย์อสังหาริมทรัพย์ที่พบว่า จำนวนโครงการเปิดตัวใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 98,132 หน่วย ลดลง 10.5% หรืออยู่ในช่วง -19.4% ถึง -1.5% มูลค่าประมาณ 505,235 ล้านบาท ลดลง 8.2% หรืออยู่ในช่วง -22.0% ถึง 0.9% เมื่อเทียบกับปี 2565 ยังเป็นบวก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยมีความชัดเจนและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมากจากปีที่ผ่าน ยังคงเป็นอีกความคาดหวังว่าตลาดอสังหาฯยังจะมีปัจจัยหนุนกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากได้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาจะช่วยผลักดันนโยบายด้านอสังหาฯ…
ลงทุนคอนโดอ่อนนุชดีไหม? ยังมีศักยภาพอยู่หรือเปล่า?
5 เรื่องน่ารู้ ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมือสองพร้อมอยู่