รวม 7 บ้านหรูที่สุดแห่งการพักอาศัยในทำเลทอง
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จัดกิจกรรม พลัสฯ ก่อการดี ให้กับศูนย์เด็กเล็ก เทศบาลเมืองคลองหลวง 6

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมด้วยทีม Plus Living Management และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารและพนักงานจัดกิจกรรม “พลัสฯ ก่อการดี” ร่วมกันพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก เทศบาลเมืองคลองหลวง 6 การเข้าไปทำกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชมรอบๆ โครงการของแสนสิริ โดยได้เข้าไปปรับปรุง และปรับภูมิทัศน์หน้าศูนย์เด็กเล็ก ปรับพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัวในกระถาง ปรัปปรุงทาสีกำแพงให้มีความสวยงาม ปลอดภัย เป็นพื้นที่สร้างความสุขให้แก่เด็กๆ ในศูนย์ฯ พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการระบายสี มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน และของเล่นเสริมทักษะต่างๆ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ได้มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน อุปกรณ์ปรับปรุงพื้นที่แปลงปลูกผัก รวมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ในศูนย์ และบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มอบสีทาภายนอก สำหรับทาบริเวณผนังกำแพงและกระถางปูน จำนวน 7 ถัง กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์เด็กเล็ก เทศบาลเมืองคลองหลวง 6 จังหวัดปทุมธานี เมื่อเร็วๆนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่พลัสฯ ร่วมกันส่งต่อความสุขให้แก่สังคมร่วมกัน และยังเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชนรอบๆโครงการที่พลัสฯบริหาร ทำให้เกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ plus.co.th หรือ โทร. 02 688 7555 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
พลัสฯ คว้างานบริหารอาคาร Plan B Tower สำนักงานเกรดเอใจกลางเมืองบนเพชรบุรีตัดใหม่

นางสาวอังคณา เฉลิมชัยกิจ ประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ส่งมอบอาคาร แพลน บี ทาวเวอร์ ให้นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจ ให้พลัสฯ เข้ารับงานบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมของอาคารแพลน บี ทาวเวอร์ (Plan B Tower) ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรด A ของกลุ่ม Plan B บริษัทที่ให้บริการผลิตสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลายมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วยนวัตกรรม และคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ อาคารเป็นอาคารขนาดใหญ่สูง 27 ชั้น อยู่บนถนนเพชรบุรีฯ ใกล้กับแยกมักกะสัน มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบอาคารที่เป็นกระจกทั้งอาคาร รวมพื้นที่บริหารประมาณ 20,000 ตารางเมตร ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ครองความเป็นที่หนึ่งด้านการบริหารจัดการพื้นที่มากที่สุดถึง 18 ล้านตารางเมตร บริหารอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มของธุรกิจอาคารสำนักงาน ธนาคารและการลงทุน ธุรกิจโรงพยาบาล สถานศึกษา คอมมูนิตี้มอล และพร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท ด้วยประสบการณ์และมาตรฐานในการทำงานระดับสากลและยังมีความเชี่ยวชาญในการดูแลอาคารที่ผ่านการรับรองด้านมาตรฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น LEED หรือ Fitwel รวมทั้งเข้าใจความต้องการของลูกค้าในหลากหลายแง่มุม สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถโทร.02-688-7555 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/facility-management บทความที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ คว้าบริหารอาคาร Spring Tower สำนักงานเกรดเอย่านราชเทวี มั่นใจกับมาตรฐานการดูแลอาคารสีเขียว กบข. เชื่อมั่นเลือก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารอาคารบางกอก ซิตี้ ทาวเวอร์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน คว้า 6 รางวัล อาคารโดดเด่นด้านความปลอดภัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: นิติบุคคลคอนโด, นิติบุคคลอาคารชุด, คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4
การวางแผนบริหารจัดการอาคารด้วยมาตรฐาน ตัวช่วยสำคัญในการลดอุบัติเหตุของผู้ใช้อาคาร

สำรวจจำนวนอยู่อาศัยรวมประชากรแฝงในกรุงเทพมหานครปี 2566 พบว่ามีความหนาแน่นสูง มีประชากรอาศัยอยู่ราวกว่า 10 ล้านคน (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) ท่ามกลางการเจริญเติบโตของเมืองที่มีการสร้างตึกสูงมากขึ้น ประเทศไทยถูกจัดอันดับติด 1ใน 10 ของโลก ที่มีจำนวนอาคารที่มีความสูงมากกว่า 150 เมตร การให้ความสำคัญกับการดูแลอาคารสูงขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมไปถึงที่พักอาศัยแนวสูงแบบคอนโดมิเนียมจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลเป็นอย่างมาก เนื่องจากภายในอาคารเหล่านี้มักมีผู้ใช้งานจำนวนมากในแต่ละวัน ดังนั้นในการดูแลอาคารและผู้ใช้งานให้ปลอดภัยจึงควรมีแผนในการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐาน ตามอาคารสถานที่ที่ติดตั้งลิฟต์ บันไดเลื่อน ทางเลื่อน จะต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกร ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยที่ควรคำนึงถึง แต่เป็นเรื่องบัญญัติของกฎหมาย กฎกระทรวง พ.ศ. 2552 ราชกิจจานุเบกษา เรื่องกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ อีกด้วย โดยเฉพาะในการดูแลการใช้ลิฟต์โดยสาร บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญหนึ่งภายในอาคาร พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท มีประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่ ที่มีมาตรฐานและมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ด้วยการวางแผนดูแลและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ เครื่องจักรของระบบประกอบอาคาร แบบป้องกันก่อนเกิดการชำรุด ขัดข้อง หรือเกิดเหตุอันตรายกับผู้ใช้งาน โดยจัดให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับการดูแลลิฟต์ บันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ เป็นอีกจุดที่ทางพลัสฯมีการวางมาตรฐาน การตรวจสอบความพร้อมใช้งานโดยทั่วไปประจำวันก่อนเปิดการใช้งาน เช่น ปุ่มกดชั้น การเปิดปิดประตู ไฟแสงสว่าง ระบบระบายอากาศ การสั่นสะเทือนขณะทำงาน และสภาพอุปกรณ์และความเรียบร้อยโดยทั่วไป และทำการตรวจเช็ก บำรุงรักษาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ตามลักษณะการใช้งาน รวมถึงการตรวจสอบระบบและฟังก์ชันการทำงานต่างๆ อย่างละเอียด ของอุปกรณ์ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ เช่น ระบบเบรกลดความเร็ว การหยุดการทำงาน อุปกรณ์หมุนกลับบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน ตรวจสายสลิง ระดับน้ำมันเกียร์ของลิฟต์ ระบบแสงสว่างทำงานได้ตามปกติ ตรวจการจ่ายไฟฟ้าสำรองกรณีเกิดเหตุไฟฟ้าดับ สำรวจราวมือจับต้องมีการเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกับขั้นบันไดเลื่อน และมีความเร็วคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0-2% เทียบกับบันไดเลื่อนหรือแผ่นพื้นเลื่อน รวมถึงการตรวจเช็กสภาพการทำงานโดยรวมทั่วไป สภาพขั้นบันได แผ่นพื้นเลื่อน และหวีต้องไม่มีอุปกรณ์ที่ชำรุดแตกหัก ประตูบานพับของลิฟต์มีสภาพสมบูรณ์ไม่แตกหัก รวมถึงถ้าพบอุปกรณ์ที่เสียหายจะมีการทำการแก้ไขทันที ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยเกิดอุบัติเหตุภายในอาคาร ทีมที่ดูแลภายในอาคารมีแผนการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Plan) เพื่อประสานงานให้กับหน่วยงานแพทย์เข้ามารับช่วงต่ออย่างทันท่วงที ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งานลิฟต์ บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติให้ปลอดภัย การโดยสารลิฟต์ ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำและป้ายแจ้งเตือนต่างๆ อย่างเคร่งครัด สังเกตลักษณะการเปิด-ปิดของประตูว่ามีการทำงานที่เป็นปกติ ถ้าหากได้ยินสัญญาณเตือนน้ำหนักเกิน ไม่ควรฝืนที่จะขึ้นลิฟต์ต่อไป ทั้งไม่ควรยืนชิดขอบหรือพิงประตู เพื่อป้องกันการหนีบของเสื้อผ้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ บันไดเลื่อน-ทางเลื่อนอัตโนมัติ ในลักษณะการยืนควรยืนภายในกรอบสีเหลืองของบันไดเลื่อน หรือบันไดเลื่อนรุ่นใหม่จะมีแปรงตรงขอบ Safety brush ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเราใกล้กับขอบบันไดเลื่อนมากเกินไป งดการเล่นหยอกล้อกันบนบันไดเลื่อน ไม่ควรนั่งบนบันไดเลื่อนหรือทางเลื่อน ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า…
แนะวิธีการเตรียมตัวให้พร้อม รับมือเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย

หากเกิดแผ่นดินไหว เมื่ออยู่บนอาคารสูงผู้ใช้อาคารต้องทำอย่างไร ศึกษาแนวทางรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินของผู้ดูแลอาคารได้ที่นี่ ปัจจุบันการใช้ชีวิตมีรูปแบบการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป จากอาคารแนวราบมาเป็นอาคารแนวสูงและมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาคารสูงจะมีความสลับซับซ้อนของพื้นที่และงานระบบวิศวกรรมที่มากกว่า ดังนั้นหากเราเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องอาศัยหรือใช้ชีวิตในอาคารสูง ก็ควรต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้เราเองมีความปลอดภัยในการใช้อาคารนั้นๆ อย่างเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเมียนมา และความลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาเกิดได้ นอกจากจะมีเตือนภัยจาก Line Alert บัญชีแจ้งเตือนภัยพิบัติร้ายแรงแล้ว ควรต้องรู้วิธีเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการรับมือการเกิดแผ่นดินไหว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท วันนี้มีข้อแนะนำเบื้องต้น ทั้งในมุมของผู้ใช้อาคารที่ต้องดูแลตนเองเมื่อเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงในมุมของผู้ดูแลอาคารที่ทำการตรวจสอบสภาพอาคารสูงทั้งคอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมอาคารให้ปลอดภัยทั้งโครงสร้าง และงานระบบวิศวกรรมอาคาร แนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวของผู้ใช้อาคาร ภายในที่พักอาศัย หมอบลงกับพื้น ป้องกันสิ่งของตกใส่โดยการหลบใต้โต๊ะที่มีโครงสร้างแข็งแรงหรือที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ พร้อมเกาะไว้ให้แน่น ถ้าหากอยู่ไกลจากโต๊ะก็ให้หมอบลงกับพื้นและใช้แขนทั้งสองข้างป้องกันศีรษะและลำคอ โดยให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง หน้าต่าง และห้ามออกภายนอกที่พักอาศัยโดยเด็ดขาด ภายนอกที่พักอาศัย ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวน ซึ่งที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง ขณะขับรถ ให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด ถ้าเกิดเสาไฟล้มทับให้รออยู่ภายในรถจนกว่าจะมีผู้อื่นเข้าไปช่วยเหลือ อยู่ใกล้แนวชายฝั่ง ใช้หลักการ หมอบ ป้อง เกาะ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนหยุด ถ้าการสั่นสะเทือนนานถึง 20 วินาที หรือมากกว่า ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงเพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง หรือห่างจากชายฝั่งเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร หรือที่ที่สูงจากน้ำทะเลอย่างน้อย 30 เมตร และหลังเหตุแผ่นดินไหวสงบ ผู้ใช้อาคารไม่อยู่ใกล้พื้นที่อาคารชำรุดหรือผนังชำรุด ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ใช้อาคารควรมีการจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ รวมถึงการสำรวจเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องให้มีการยึดติดกับผนังหรือพื้นอาคารให้แน่นหนา ไม่วางสิ่งของที่น้ำหนักมากบนที่สูง เช่น ตู้ โต๊ะ เพื่อป้องกันสิ่งของหล่นทับ ในการปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ควรยึดหลัก ‘หมอบ ป้อง เกาะ’ ในการป้องกันตนเองจากแรงสั่นสะเทือน และรอจนกว่าจะมีผู้เข้าไปช่วยเหลือในกรณีที่ติดอยู่ในอาคารสูงและหนีไม่ทัน ที่สำคัญห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด เพราะอาจติดค้างจนเสียชีวิต เมื่อแผ่นดินไหวสงบ ค่อยออกจากอาคาร แนวทางป้องกัน และการวางแผนรับมือแผ่นดินไหวของผู้ดูแลอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงหรือบ้านเรือน ควรมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ พลัสฯ ด้วยประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่ มามากกว่า 25 ปี จึงมีข้อแนะนำให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะอาคารเก่าทีก่อสร้างก่อนปี 2550 จะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากเป็นการก่อสร้างก่อนที่จะบังคับให้อาคารต้องออกแบบต้านแผ่นดินไหว พลัสฯ มีทีมวิศวกรที่ผ่านการรับรองทำการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารและการทำงานของทุกระบบในอาคาร ทำแผนงานปฏิบัติการตรวจสอบ บำรุงอาคารและอุปกรณ์ของอาคาร ให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษา ระบุปัญหาต่างๆ และการบันทึกข้อมูลในการตรวจอาคาร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง และทุกระบบสามารถทำงานได้ตามปกติ เตรียมความพร้อมสำหรับรับมือหากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่ไม่สามารถรู้ได้ล่วงหน้า หลังเหตุแผ่นดินไหวสงบ ทางพลัสฯ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำบริหารงานขาย Sole Agent ครึ่งปีหลังพร้อมรุกกลุ่มแนวราบ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานครึ่งปีแรกรับบริหารการขาย Sole Agent ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบ-แนวสูง ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดท่องเที่ยว รวมมูลค่าโครงการกว่า 8,300 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์ความต้องการตลาดอสังหาฯ พร้อมรุกขยายฐานลูกค้าแนวราบเพิ่มตามทิศทางตลาดอสังหาฯ นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณบวกเห็นได้จากการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยมีจำนวนมาถึง 15,267 หน่วย และการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 66 มีการขยับตัวเพิ่มขึ้น(YOY) เป็น 5.3% (ข้อมูลจากREIC) โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวราคาที่ 10-25 ล้านบาทขึ้นไป มีการเปิดตัวใหม่ราว 25% และยอดขายสามารถเติบโต 15% ซึ่งถือว่าตลาดบ้านเดี่ยวมีอัตราการขายเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดบ้านกลุ่มอื่นๆ ส่วนกลุ่มบ้านทาวน์โฮม ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ยังสามารถเติบโตได้ดี จากจำนวนการเปิดตัวน้อย ขณะที่ยอดขายเติบโตราว 7-10% ซึ่งสอดคล้องกับการรับบริหารโครงการบ้านในปัจจุบันของพลัสฯ ที่มีการรับบริหารงานขายโครงการแนวราบระดับ Luxury ตั้งแต่ระดับราคา 10-40 ล้านบาทขึ้นไปหลายโครงการในปีนี้ อาทิ โครงการเมฆา รามอินทรา, โครงการทวี เพชรเกษม, โครงการราชา พาร์ค บรมราชชนนี , โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต ครึ่งปีหลังพลัสฯ ตั้งเป้าหมายที่จะรุกกลุ่มตลาดบ้านแนวราบ ชูความเชี่ยวชาญในการทำงานเป็นพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจความต้องการทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่พักอาศัย มีทีมวิจัยในการวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics ในการพัฒนางานขาย ทำให้สามารถเลือกการจับคู่ได้อย่างครบถ้วนทั้ง Smart Product และด้วย Excellent Service เหมือนการหาเนื้อคู่ที่ถูกใจให้ทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด” โครงการเมฆา รามอินทรา โครงการทวี เพชรเกษม โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารงานขายโครงการอยู่อาศัยทุกประเภท พร้อมนำเสนอบริการแบบ Total Solution ทั้งธุรกิจบริหารงานขาย (Sole Agent) ดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ การออกแบบ การตลาดและงานขายให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายให้เป็นที่ปรึกษามืออาชีพ มีความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์ตลาด และกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ สามารถเป็นที่ปรึกษาการลงทุนได้โดย รวมถึงมีระบบ CRM ที่ช่วยให้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ด้วยทีมงานคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/sole-agent พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่…
การบริหารอาคาร Green Building ด้วยเทคโนโลยี เพื่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

Green Building เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากหลายๆ องค์กรชั้นนำระดับโลกและถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบอาคารและก่อสร้างอาคารเหล่านี้อย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวขึ้นมาชื่อว่า LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) สำหรับในประเทศไทยก็มีการสร้างเกณฑ์ที่ชื่อว่า TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ในปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นจำนวนถึง 77 โครงการแล้ว สืบเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้ทั่วโลกพยายามหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 39% มีการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารเกินกว่าความจำเป็นถึง 28% ส่วนอีก 11% มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางในการป้องกันคือการหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการก่อสร้างแบบ Green Building รวมไปถึงการบริหารจัดการการใช้งานอาคารเหล่านี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเป็นทางออกในการลดสภาวะโลกเพื่อความยั่งยืนในอนาคต นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการเพื่อการพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทในการเข้ามาดูแลจัดการบริหารในอาคารประเภทต่างๆ สำหรับอาคารที่มีการออกแบบ Green Building นั้นทางทีมพลัสฯ ได้ให้ความสำคัญในการรับช่วงต่อจากผู้พัฒนาอาคาร หรืออสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์สูงสุด สำหรับเจ้าของอาคาร และผู้ใช้งาน พลัสฯ จึงมีการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานการดูแล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคาร โดยมีการศึกษาตั้งแต่การดูแลโครงสร้าง มีการนำมาตรฐานสากล ISO 14001 ในด้านการควบคุมมาตรฐานเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาใช้ในการวางแผนงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีภายในอาคารในการดูแลระบบบริหารอาคารเพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจถึงศักยภาพของระบบภายในทั้งหมด เช่น ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบระบายอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกัน ด้วยระบบดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้ถึง 20-40% ต่อปี การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบอัจฉริยะ มาช่วยให้เจ้าของอาคาร ตลอดจนฝ่ายอาคาร Facility Management ให้สามารถจัดการควบคุมเครื่องปรับอากาศในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด หรือ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานภายในอาคาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น และลดการทำงานของฝ่ายอาคารในแต่ละวัน การวางแผนระบบการบริหารอาคารนั้นเพื่อเอื้อต่อการใช้งานของผู้คนภายในอาคาร ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพอาคาร…
อัปเดต 3 คอนโดอ่อนนุช-พระโขนงราคาดีน่าลงทุน
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวกลางผู้ช่วยแก้ปัญหาคอนโดมือสองที่อาจถูกมองข้าม

การซื้อคอนโดมือสองเพื่อนำไปลงทุนปล่อยเช่าหรือตกแต่งให้อยู่สภาพดีและนำมาขายต่อ กลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ของนักลงทุนรุ่นใหม่ เพราะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่จะสร้าง Passive Income ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลากหลายยูนิตที่ปล่อยขายอยู่ มีทั้งรูปแบบที่ติดต่อกับเจ้าของเองและบริการผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยพลัสฯ จะขอพาทุกคนมาทราบถึงปัญหาจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงการใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงได้เปรียบกว่า ปัญหาที่อาจมองข้ามจากการลงทุนคอนโดมือสองด้วยตนเอง 1. ไม่ตรวจสัญญาให้ครบถ้วน ในการทำสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด มีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก ซึ่งหากตรวจสอบไม่ละเอียด สามารถก่อให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาว อย่างการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่มีเจตนาในการจะโอนกรรมสิทธิ์กันภายภาคหน้าโดยจะมีรายละเอียด เช่น วันที่นัดกันโอนกรรมสิทธิ์ การวางมัดจำ ค่าปรับ รายละเอียดของกรรมสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงการระงับสัญญาจากหลายๆ กรณี นอกจากนี้สำหรับสัญญาซื้อขายคอนโด เป็นสัญญาที่ไว้เพื่อโอนกรรมสิทธิ์กัน ซึ่งจะมีเงื่อนไขที่จะต้องไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น โดยก่อนทำสัญญาจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จะต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าภาษี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวันที่นัดโอนจะได้ไม่มีปัญหากัน นอกจากนี้ ควรต้องตรวจสอบว่าจะมีค่ารับประกันจากโครงการ ส่วนกลางที่จะได้รับ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะได้รับให้แน่ชัด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง 2. ไม่เปรียบเทียบทำเลหรือยูนิต สำหรับการลงทุนคอนโดมือสอง หลายคนมักเลือกจากยูนิตที่มีความสวยงามหรือทำเลเดียว ไม่มีตัวเลือกอื่นไว้เปรียบเทียบ อาจทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ยิ่งถ้าเราไม่มีประสบการณ์ในการอยู่อาศัยคอนโด อาจทำให้ไม่ทราบว่าควรเลือกห้องทำเลไหน ยูนิตไหนแสงส่อง ลมโกรก เสียงดัง ไม่เป็นส่วนตัว รวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการว่าสามารถเดินทางสะดวกสบายหรือไม่ บริเวณนั้นรถติดหรือเปล่า ซึ่งหากเราไม่มีประสบการณ์ อาจไม่ได้มีการเปรียบเทียบทำเลหรือยูนิตว่าดีกว่าและคุ้มทุนอย่างไร จนทำให้หลังซื้อไปแล้วอาจเจอปัญหาไม่มีผู้เช่าหรือขายได้ยาก 3. ไม่ดูประวัติคอนโดมือสอง รวมถึงค่าใช้จ่ายคงค้าง การสืบประวัติคอนโดถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก! เพราะบางครั้งโครงการอาจเคยมีเหตุอาชญากรรมขึ้นหรือโศกนาฏกรรม หรือในบริเวณใกล้เคียงมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน หากเป็นโครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ บางครั้งอาจมีกลิ่นติดได้ รวมถึงบางโครงการอาจมีกฎหรือข้อกำหนดบางอย่างที่ห้ามปล่อยเช่า และนิติบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์ก็จะทำให้พื้นที่ส่วนกลางเสื่อมโทรมและลดมูลค่าของคอนโดได้ ดังนั้นจำเป็นต้องสืบประวัติให้ทราบแน่ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ จำเป็นต้องได้รับใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลคอนโด เพื่อทำให้มั่นใจว่าคอนโดมือสองที่ซื้อต่อไม่มีการติดค้างค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ทำให้เราต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ต่อ 4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และการซ่อมบำรุง หลังจากซื้อคอนโดมือสองไปแล้ว นอกจากเงินดาวน์และการกู้เงินแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ตามมาอีก ค่าจอง ค่าทำสัญญา ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง ค่าประกัน ซึ่งหากมีการตกลงกันในสัญญาแต่แรกก็จะช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ นอกจากนี้ยังมี “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่จะต้องชำระอีก ซึ่งผู้ซื้อคอนโดจำเป็นต้องชำระและไม่สามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้ หากคอนโดอยู่ในสภาพไม่ดี ทำให้เราอาจต้องเผื่องบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือรีโนเวทได้ รวมถึงค่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ร่วมด้วย ทำไมถึงควรใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์? จากปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวไป อาจทำให้มือใหม่หัดลงทุนพลาดได้โดยง่าย เพราะการลงทุนคอนโดมือสองมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องใส่ใจ ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ช่วยขายคอนโด โดยมีหน้าที่ เช่น 1. การดูแลให้คำปรึกษา ตรวจสอบสัญญาต่างๆ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะให้การดูแลด้านคำปรึกษา ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการซื้อ โดยเฉพาะสัญญาในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบสัญญาว่ามีรายละเอียดครบถ้วน ตัวสัญญายุติธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งส่วนมากแล้วนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จะมีความรู้ด้านกฎหมายและความเชี่ยวชาญด้านสัญญา 2. กูรูด้านพื้นที่…
ก่อนจะซื้อคอนโดต้องรู้! ค่าส่วนกลางคอนโดรายจ่ายที่ต้องพิจารณา

อยากจะซื้อคอนโดไว้ลงทุนในอนาคต ทั้งการเก็งกำไรหรือการปล่อยเช่า แต่รู้หรือไม่ก่อนจะซื้อคอนโด มีค่าใช้จ่ายสำคัญอย่าง “ค่าส่วนกลางคอนโด” ที่ตามมา โดยแต่ละโครงการ แต่ละยูนิตอาจมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกัน ดังนั้น พลัสฯ จะมาอธิบายว่าค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? พร้อมบอกว่าเรื่องควรรู้ก่อนซื้อคอนโดมีอะไรบ้าง ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับอะไร? ค่าส่วนกลางคอนโด ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางนิติฯ จะเรียกเก็บจากลูกบ้านทุกยูนิต เพื่อนำไปบำรุงพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ที่ลูกบ้านใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเข้า ล็อบบี้ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ที่จอดรถ การทำความสะอาด ระบบรักษาความปลอดภัย พนักงานดูแลและรปภ. รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าดูแลและบำรุงรักษาต่างๆ ซึ่งราคาค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพงนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้ ภาพประกอบจากโครงการ เดอะ โมนูเม้นท์ สนามเป้า ขนาดห้อง 73.75 ตร.ม. 1. ขนาดพื้นที่ใช้สอย ขนาดพื้นที่ใช้สอยนับเป็นปัจจัยหลัก ถ้าใครมีบ้านจัดสรรอยู่จะเห็นได้ชัดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคอนโด เพราะขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า คอนโด 1 ห้องนอนก็จะมีค่าส่วนกลางคอนโดถูกกว่าคอนโด 2 ห้องนอน เนื่องจากเวลาคิดค่าส่วนกลางจะมีการคิดตามตารางเมตรของยูนิต เช่น ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ถ้ายูนิตมีขนาด 30 ตารางเมตรเท่ากับจะมีค่าใช้จ่าย 1,200 บาท/เดือน ถ้ายูนิต 2 ห้องนอนมีขนาด 50 ตารางเมตรก็เท่ากับเดือนละ 2,000 บาท/เดือนนั่นเอง ภาพประกอบจากโครงการ ไอดีโอ คิว สยาม – ราชเทวี จำนวน 552 ยูนิต 2. จำนวนยูนิต เมื่อกล่าวถึงเรื่องจำนวนยูนิต หลายคนมักคิดว่าคอนโด Low Rise น่าจะมีค่าส่วนกลางถูกกว่า เพราะพื้นที่ส่วนกลางน้อย การดูแลและบำรุงไม่มีความซับซ้อน เมื่อเทียบกับคอนโด High Rise แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอนโด High Rise มีจำนวนยูนิตมากกว่าเท่ากับว่าจะมีคนมาช่วยหารค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่า ส่งผลให้เฉลี่ยค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่างๆ ออกมาแล้วคอนโด Low Rise จึงมีค่าส่วนกลางคอนโดแพงกว่า คอนโด High Rise นั่นเอง อย่างไรก็ตามคอนโด Low Rise ก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าในแง่ของจำนวนผู้พักอาศัยที่น้อยกว่าเช่นกัน ภาพประกอบจากโครงการ โอกะ เฮาส์ 3. สิ่งอำนวยความสะดวก ถือเป็นจุดเด่นสำหรับโครงการระดับ Luxury ที่มักมีสิ่งอำนวยความสะดวก การออกแบบที่หรูหรา นำเทรนด์ มีฟังก์ชันล้ำๆ ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ บางโครงการมีการนำงานศิลปะมาตกแต่งหรือได้เชิญศิลปินดังมารวมออกแบบ หรือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะสูงขึ้นตามไป…