แนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม พร้อมเจาะลึกองค์ประกอบสไตล์บ้านหรู

มากกว่าแค่ความหรูหรา! แต่บ้านหรูยังช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวก และความปลอดภัย ส่งผลให้บ้านหรูเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความต้องการสูงในประเทศไทย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับสไตล์บ้านหรู พร้อมแนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม แบบบ้านหรู มีลักษณะพิเศษอย่างไร? แบบบ้านหรูไม่ได้มีจุดเด่นแค่การตกแต่งด้วยสไตล์ที่หรูหรา แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ อีกที่ทำให้สไตล์บ้านหรูพิเศษกว่าแบบบ้านทั่วไป ได้แก่ 1.ความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มาพร้อมยูนิตบ้านค่อนข้างน้อย เช่น บูก้านที่เป็นโครงการบ้านแสนสิริ ซึ่งมีจำนวนยูนิตบ้านทั้งหมดเพียง 14 หลัง ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัวสูง 2.ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ แบบบ้านหรูมักมีงานดีไซน์ที่ละเอียดอ่อน ทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ตัวบ้านมีความแข็งแรง คงทน และประหยัดงบประมาณการซ่อมแซมในระยะยาว ส่วนการตกแต่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมที่ดีไซน์สวยงาม ทำจากวัสดุคุณภาพ และสะท้อนรสนิยมอันมีเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน 3.ส่วนกลางที่ครบครัน โครงการบ้านหรูมักมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ คลับเฮ้าส์ สวนพักผ่อน สนามเทนนิส ห้องสมุดส่วนกลาง และอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับจุดขายของแต่ละโครงการ 4.มาตรฐานความปลอดภัย โครงการบ้านหรูมีมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่น่าเชื่อถือ ทั้งกล้องวงจรปิด การจัดการคนเข้าออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อุปกรณ์สัญญาณกันขโมย และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยข้อดีขององค์ประกอบทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บ้านหรูเป็นที่ต้องการของใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กำลังมองหาการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย แนะนำ 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันสไตล์บ้านหรูมีหลากหลายแบบให้เลือก โดย 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม คือ 1.แบบบ้านหรู สไตล์ Modern Luxury บ้านหรู สไตล์โมเดิร์น ลักชูรี่ คือ การผสานความเรียบง่ายของสไตล์โมเดิร์นเข้ากับความหรูหราของสไตล์ลักชูรี่ โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ และออกแบบบ้านด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเป็นจุดเด่นของสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย เท่ และสบายตา แต่เลือกใช้วัสดุที่มีความพรีเมียม เพื่อสื่อถึงความหรูหรา เช่น หินแกรนิต หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และโลหะสีทอง 2.แบบบ้านหรู สไตล์ Minimalist บ้านหรู สไตล์มินิมอล คือ บ้านที่ออกแบบให้ดูโล่งโปร่ง รายละเอียดเรียบง่าย และแสงธรรมชาติสามารถสาดส่องเข้ามาในตัวบ้านได้มาก โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์สีพื้นที่มีความเรียบง่าย เช่น สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน และสีดำ ซึ่งนิยมเลือกเป็นสีใดสีหนึ่ง เพื่อให้มีความกลมกลืน แต่แฝงไปด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง ทั้งในส่วนของตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ 3.แบบบ้านหรู สไตล์ Classic Luxury บ้านหรู สไตล์คลาสสิก ลักชูรี่ คือ บ้านที่ออกแบบให้มีความโอ่อ่า และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ…

ซื้อคอนโดมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง ? รวม 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

การซื้อคอนโดมือสองเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากคอนโดมือสองมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านราคา ทำเล และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม การซื้อคอนโดมือสองมีหลายองค์ประกอบที่จำเป็นต้องพิจารณา เพื่อให้ได้ยูนิตห้องที่สมบูรณ์ ป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายซ่อมแซมในภายหลัง รวมถึงคุณภาพความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัยด้วย ในความนี้ พลัสฯ จะมาเปิดตำราคู่มือคอนโดมือสอง ซึ่งรวมเทคนิคเลือกซื้อคอนโดมือสอง ซื้อคอนโดมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง? พร้อมแนะนำ 3 คอนโดมือสองบนทำเลศักยภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางแบบพรีเมียม 5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนซื้อคอนโดมือสอง มีอะไรบ้าง? การเลือกซื้อคอนโดมือสองอย่างคุ้มค่ามีปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณา ดังนี้ 1. ทำเลที่ตั้ง คอนโดบนทำเลศักยภาพ คือ คอนโดที่รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงทางด่วนและสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของมูลค่าดินด้วย 2. เทียบสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางกับค่าส่วนกลาง โดยปกติ คอนโดที่สร้างเสร็จนานแล้วจะมีราคาค่าส่วนกลางต่อตารางเมตรถูกกว่าคอนโดที่พึ่งสร้างเสร็จใหม่ เพราะคอนโดที่สร้างใหม่มักมีพื้นที่ต่อห้องน้อย นอกจากนี้ ค่าส่วนกลางยังขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางด้วยเช่นกัน โดยก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของอัตราการเรียกเก็บค่าส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง 3. พื้นที่ใช้สอย การเลือกซื้อคอนโดมือสองควรพิจารณาจากราคาต่อยูนิตของแต่ละโครงการในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยอ้างอิงจากขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการ เช่น คอนโดมือสอง A ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร ราคา 2.2 ล้านบาท ในขณะที่คอนโดมือสอง B ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35 ตารางเมตร ราคา 2.0 ล้านบาท หากตัดปัจจัยอื่นๆ ออกไปจะสามารถสรุปได้ว่า คอนโดมือสอง B คุ้มค่ากว่าคอนโดมือสอง A ทั้งนี้ การเลือกยูนิตห้องควรพิจารณาถึงแผนผังของห้องร่วมด้วยเช่นกัน เพราะแผนผังของห้องอาจมีความแตกต่างกันออกไป แม้จะให้ขนาดพื้นที่ใช้สอยมาเท่ากัน 4. สภาพห้อง คอนโดมือสองส่วนใหญ่มักผ่านการใช้งานมาแล้ว ส่งผลให้สภาพห้องอาจไม่สมบูรณ์เหมือนใหม่ โดยควรเลือกซื้อคอนโดมือสองที่ไม่จำเป็นต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงมากนัก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะตามมา ซึ่งพลัสฯ มีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ที่ช่วยตรวจสอบสภาพห้อง 5. การทำงานของนิติฯ หากนิติบุคคลของโครงการมีชื่อเสียงด้านการทำงาน หรือความโปร่งใสในแง่ลบ อาจส่งผลต่อคุณภาพความเป็นอยู่และความปลอดภัยของตัวผู้อยู่อาศัย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อคอนโดที่นิติบุคคลมีชื่อเสียงในด้านลบ โดยแนะนำการเลือกนิติคอนโดที่มีความโปร่งใส ให้บริการอย่างเป็นมิตร พร้อมช่วยเหลือ และระงับข้อพิพาทระหว่างลูกบ้าน ยกตัวอย่างนิติบุคคล Plus Living Management ที่บริหารโดยทีมงานคุณภาพ และมีประสบการณ์มายาวนานกว่า 20 ปี แนะนำ 3 ทำเลดี น่าสนใจ ตอบโจทย์คนอยากเลือกซื้อคอนโดมือสอง สำหรับใครที่สนใจและอยากเลือกซื้อคอนโดมือสอง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มี 3 คอนโดมือสองทำเลดี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางระดับพรีเมียม มาแนะนำ 1. Hansar Rajdamri Hansar Rajdamri…

คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม? มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง

เมื่อพิจารณาถึงที่อยู่อาศัยในเมืองกรุง คอนโดติดรถไฟฟ้า คือ หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยการจะประเมินว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม? จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับความต้องการ ความพร้อมด้านการเงิน และไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาตอบคำถามที่ว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม ? โดยพาไปทำความรู้จักข้อดีและข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า พร้อมแนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่ช่วยเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกรุงอย่างลื่นไหล ข้อดีของคอนโดติดรถไฟฟ้า หากใครที่กำลังสงสัยว่า คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีไหม ? คุ้มไหมกับการลงทุนทั้งอยู่เองหรือปล่อยเช่า อยากบอกว่าคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นมีข้อดีหลายประการ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ 1.เดินทางสะดวก การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS, MRT และอื่นๆ เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนหลายช่วงวัย เพราะมีสถานีเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำคัญมากมาย ซึ่งช่วยเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีส่วนต่อขยายไปยังปริมณฑลอย่างปทุมธานี สมุทรปราการ และนนทบุรี ยกตัวอย่างเช่น: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดจตุจักร, คอนโดอ่อนนุช โดยคอนโดติดรถไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ภายในระยะเวลาไม่กี่นาที ซึ่งช่วยลดการเดินทางหลายต่อและประหยัดเวลา หรือคอนโดอื่นๆ เพิ่มเติม คลิก 2.ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คอนโดติดรถไฟฟ้าสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ เพราะผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเดินทางหลายต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดค่าแท็กซี่ หรือค่าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 3.สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เมื่อเทียบกับหอพักหรืออะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียมมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครันมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนพักผ่อน ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยบางคอนโดอาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกนอกเหนือจากนี้ อาทิ ห้องซาวน่า ห้องเด็กเล่น และห้องสมุด 4.ความปลอดภัย คอนโดติดรถไฟฟ้าช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าซอยเปลี่ยวในยามวิกาล ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งคอนโดยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบคีย์การ์ดสำหรับควบคุมการเข้า-ออกโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 5.โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง คอนโดติดรถไฟฟ้ามักมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยสอดคล้องกับมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทำให้เจ้าของคอนโดสามารถขาย หรือปล่อยเช่าได้ในราคาสูง ข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม คอนโดติดรถไฟฟ้าอาจไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ 1.ราคาสูง คอนโดติดรถไฟฟ้ามักมีราคาสูง เมื่อเปรียบเทียบกับคอนโดในพื้นที่อื่นที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่ากัน ดังนั้นการซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ 2.ความเป็นส่วนตัวน้อย คอนโดติดรถไฟฟ้ามักรายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย ซึ่งอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัว 3.ที่จอดรถน้อย คอนโดติดรถไฟฟ้าที่สร้างใหม่มักมีพื้นที่น้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพราะที่ดินติดรถไฟฟ้ามักมีราคาสูง ส่งผลให้บางคอนโดมีที่จอดรถค่อนข้างน้อย โดยให้เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของคอนโดติดรถไฟฟ้ากับความต้องการของตนเอง เพื่อหาข้อสรุปว่า ควรเลือกอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าหรือไม่ หากผู้อยู่อาศัยต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และอยู่ใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คอนโดติดรถไฟฟ้าถือเป็นคำตอบที่ช่วยตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว แนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้า แนะนำ 5 คอนโดติดรถไฟฟ้าที่จะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางในเมืองกรุงให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1.The Line Wongsawang โครงการคอนโดแบบ High-Rise ที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้า MRT สถานีวงศ์สว่างเพียง 200 เมตร…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นวิทยากรพิเศษ Brokerage and selling strategy

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ และนางสาวสุภาภัทร ช้างสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ (บริหารการขายและการตลาด) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ Brokerage and selling strategy ในวิชา RB613 Real Estate Marketing Management ให้แก่นักศึกษาปริญญาโทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (MRE รุ่นที่ 23) ในโครงการปริญญาโทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล ให้การต้อนรับ โดยในวันงานมีเนื้อหาการบรรยายเป็นเรื่องการสร้างกลยุทธ์การขายและการตลาดให้เหมาะสมกับตลาดปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงและท้าทายมากขึ้น รวมถึงโอกาสของการพัฒนาโครงการในการตลาดใหม่ๆ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์มากกว่า 27 ปีในการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จับมือ พลัสฯ รุกตลาดย่านบางปู กับโครงการ โมติ ทาวน์ สุขุมวิท – เเพรกษา

โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จับมือ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รุกตลาดย่านบางปู กับโครงการ โมติ ทาวน์ (สุขุมวิท – เเพรกษา) ทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์น นอร์ดิก เริ่มต้นเพียง 2.69 ล้านบาท บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารงานขาย-การตลาดอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ประกาศความสำเร็จ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด  แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการโมติ ทาวน์ (สุขุมวิท – แพรกษา) ทาวน์โฮม 2 ชั้น ดีไซน์ล้ำ สไตล์โมเดิร์น นอร์ดิก ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ จำนวน 239 ยูนิต บนพื้นที่ 24 ไร่ 2 งาน 54.4 ตารางวา มูลค่าโครงการกว่า 740 ล้านบาท นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ ได้รับความไว้วางใจจากโมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ ให้บริหารงานขายโครงการโมติ ทาวน์ (สุขุมวิท – แพรกษา) ด้วยศักยภาพของทำเลโซนสุขุมวิท-แพรกษา เป็นทำเลที่มีการขยายตัวทางด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นทำเลที่มีแหล่งงานขนาดใหญ่ อย่างนิคมอุตสาหกรรมเป็นหลัก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยหน่วยงานราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ครบครันด้วยสาธารณูปโภค และระบบคมนาคมที่สะดวกต่อการเดินทางทั้งถนนสุขุมวิทและแพรกษา ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนวงแหวนกาญจนา รวมทั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสุขุมวิท – ศรีนครินทร์ เพียง 10 นาที* เท่านั้น ที่สำคัญในปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ภาครัฐวางแผนพัฒนาเมกกะโปรเจกต์ต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชนที่ต่างขานรับในแผนพัฒนาเมือง เร่งผุดโปรเจกต์ใหม่เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในทำเลดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ และคอมมูนิตี้มอลล์” ปัจจุบันได้เริ่มเปิดขายโครงการโมติ ทาวน์ (สุขุมวิท – แพรกษา) ไปแล้วกว่า 40 % ของโครงการ ถือว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มกำลังซื้อดีเกินคาด  กำลังซื้อหลักของโครงการนี้จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ค่อนข้างสูง และเป็นกลุ่มคนที่ทำงานในพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลัก ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม บุคลากรทางการแพทย์ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับของตลาดทำให้การขายในไตรมาสที่ 2 เร็วขึ้นเพื่อดูดซับความต้องการของกำลังซื้อที่มีในปัจจุบัน” ทั้งนี้ โครงการ โมติ ทาวน์ สุขุมวิท-แพรกษา (Moti Town Sukhumvit-Praksa) เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ออกแบบ Modern…

กู้ซื้อคอนโดมือสองปกติหรือกู้ซื้อคอนโดเงินเหลือ แบบไหนดีกว่ากัน?

“คอนโดมือสอง” ยังคงเป็นกระแสด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากคอนโดมือสองมีราคาถูกกว่าคอนโดมือหนึ่ง เหมาะกับผู้ที่ขอวงเงินสินเชื่อคอนโดได้ไม่สูงมาก แต่การกู้ซื้อคอนโดมือสองเป็นทางเลือกที่ดีจริงหรือไม่? โดยในบทความนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้จะพาไปทำความรู้จักกับการกู้ซื้อคอนโดมือสองและคอนโดเงินเหลือ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดเป็นของตนเอง ข้อสำคัญควรรู้ก่อนกู้ซื้อคอนโดมือสอง ข้อกำหนดทางกฎหมาย ในการขอสินเชื่อคอนโดและสินเชื่อบ้าน มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เรียกว่า “หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV)[1]” ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ซึ่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะต้องดำเนินการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ กรณีที่อยู่อาศัยหลังแรก ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 100% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่อยู่อาศัยหลังที่สอง และมีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกมาแล้ว 3 ปี ขึ้นไป ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่อยู่อาศัยหลังที่สอง แต่มีการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกยังไม่เกิน 3 ปี ธนาคารสามารถอนุมัติปล่อยวงเงินได้สูงสุด 80% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ *เงื่อนไขทั้ง 3 ประการ จะครอบคลุมเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เท่านั้น* กู้ซื้อคอนโดมือสองต้องมีเงินก้อนสำรองไว้ ในการกู้ซื้อคอนโดมือสอง ธนาคารมักจะปล่อยกู้ให้เพียง 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แม้จะเป็นกรณีที่อยู่อาศัยหลังแรก ซึ่งหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยชี้ว่าที่อยู่อาศัยหลังแรก ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้สูงสุด 100% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นใครที่สนใจกู้ซื้อคอนโดมือสองจะต้องจัดเตรียมเงินก้อนจำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นส่วนต่าง เพื่อชำระให้กับผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ คอนโดมือสองมักจะไม่มีการผ่อนดาวน์ ต่างจากคอนโดมือหนึ่งที่ผู้ซื้อสามารถผ่อนดาวน์ได้ระหว่างรอการก่อสร้างแล้วเสร็จ ปัจจัยการให้วงเงินกู้ซื้อคอนโดมือสอง เหตุผลที่ธนาคารปล่อยวงเงินกู้ซื้อคอนโดมือสองเพียง 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ แม้จะเป็นการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก มีปัจจัยอยู่หลายประการ ได้แก่ 1. สภาพคอนโด ธนาคารจะทำการพิจารณาสภาพคอนโดทั้งภายในยูนิตและภายนอกอาคาร ยิ่งสภาพคอนโดมีความเสื่อมโทรมมาก ธนาคารก็จะปล่อยวงเงินกู้ในราคาที่ต่ำลงตามไปด้วย 2. ทำเลคอนโด สำหรับคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลดี มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ธนาคารจะปล่อยวงเงินกู้ในราคาที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับคอนโดที่ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ 3. การเงินของผู้กู้ เนื่องจากการพิจารณาปล่อยกู้มีความสัมพันธ์กับสภาพทางการเงินของผู้กู้ ธนาคารจึงต้องพิจารณาทั้งเงินดาวน์ เงินออม การเดินบัญชี และการปลอดจากภาระหนี้สิน ในกรณีที่ผู้กู้มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ ธนาคารมีแนวโน้มจะไม่อนุมัติสินเชื่อคอนโดให้ ☑︎ ดังนั้นผู้กู้ควรคำนวณสภาพคล่องทางการเงินของตนเองให้ดี และต้องมั่นใจว่ามีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน เพราะการซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมือหนึ่งหรือคอนโดมือสองก็มักจะมีรายได้แฝงเข้ามาด้วย เช่น ค่าจดทะเบียนจำนอง (ชำระ 1% ของวงเงินกู้ ให้กับสำนักงานที่ดิน) ค่าธรรมเนียมวันโอน ค่าประกันอัคคีภัยและอื่นๆ การกู้คอนโดเงินเหลือ คืออะไร สำหรับคอนโดเงินเหลือ คือ การยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารในวงเงินที่สูงกว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้กู้มีเงินเหลือจากการกู้ซื้อคอนโด จึงเป็นที่มาของชื่อคอนโดเงินเหลือ หรือเรียกอีกอย่างว่าคอนโดเงินทอน ซึ่งต่างจากการกู้ซื้อคอนโดมือสองที่วงเงินกู้เท่ากับ 80-90% ของราคาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ข้อดีของคอนโดเงินเหลือ มีเงินก้อนเหลือ เงินก้อนที่เหลือจากการซื้อคอนโดสามารถนำไปปิดหนี้เก่า ลงทุนเพิ่ม หรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งคอนโดได้ ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น หากเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ สินเชื่อนี้ถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่ามาก ข้อเสียของคอนโดเงินเหลือ…

พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษา การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ตอบโจทย์ทุก Solution

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ประกาศความร่วมมือเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท บอสโก้ เรียล เอสเตท จำกัด ในการพัฒนาโครงการและสร้างกลยุทธ์การขายและการตลาดให้กับโครงการ “วี บรีธ ชัยพฤกษ์-ไทรน้อย”   นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยประสบการณ์ในการรับบริหารงานขายโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงในกรุงเทพและต่างจังหวัดมาตลอดกว่า 25 ปี ทำให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์ที่หลากหลายและการทำงานที่ Customize ปรับให้ตรงความต้องการของลูกค้าได้ครบทุก Solution โดยครั้งนี้ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท บอสโก้ เรียล เอสเตท (Bosco Real Estate) ในการเป็นที่ปรึกษาพัฒนาโครงการ “วี บรีธ ชัยพฤกษ์-ไทรน้อย (We Breath Chaiyaphruek-Sainoi)” โดยมีการสร้างจุดขายให้กับโครงการ และวางแผนกลยุทธ์ให้ตรงความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น ตัวโครงการเป็นบ้านเดี่ยว สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล (Modern Tropical) ด้วยแนวคิดที่ต้องการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและความลงตัวของการอยู่อาศัย มีอัตลักษณ์ของการดีไซน์ที่โดดเด่น ส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง ด้วย DOUBLE VOLUME LIVING ROOM สูงถึง 6 เมตร พร้อมความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านในโครงการ เพียง 63 ครอบครัวเท่านั้น และออกแบบพื้นที่ Common Area เชื่อมต่อการใช้ชีวิตภายในและภายนอก พร้อมพื้นที่ Courtyard กลางบ้าน รองรับทุกกิจกรรมในครอบครัว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว ดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพของตัวโครงการให้สามารถแข่งขันในตลาดได้” สนใจเยี่ยมชมโครงการ วี บรีธ (We Breath) ชัยพฤกษ์-ไทรน้อย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษคลิก https://boscorealestate.co.th/ ข้อมูลโครงการ วี บรีธ (We Breath) ชัยพฤกษ์-ไทรน้อย ตัวโครงการมีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ จำนวนที่พักอาศัย 63 ยูนิต เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Modern Tropical ดีไซน์เน้นความโปร่งโล่ง สบาย และระบายความร้อนได้ดีด้วยโถง Double Volume พร้อมพื้นที่ Courtyard ส่วนตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน อาทิ คลับเฮาส์ Lobby Co-Working Space สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ ห้องฟิตเนส พื้นที่สีเขียว พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในการคัดกรองลูกบ้าน ด้วยการเข้า-ออกโครงการผ่านระบบ Easy Pass มีการติดตั้งกล้อง…

พลัสฯ ร่วมฟื้นฟูคลองแม่ข่า เชียงใหม่ สานต่อนโยบาย “Sustainable Together”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทคู่ค้า เทศบาลนครเชียงใหม่ และลูกบ้าน ทำกิจกรรม “Beautiful Community At Khlong Mae Kha” ฟื้นฟูคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ให้สวยงามอย่างยั่งยืน  นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้เป็นการร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งทีม Plus Living Management บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทคู่ค้า เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และลูกบ้านมากกว่า 50 คนมาทำกิจกรรมเพื่อชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสวยงามให้กับคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ สร้างความตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์การรักษาสิ่งแวดล้อม และการจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกต้องให้แก่ประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นกิจกรรมนี้สอดคล้องกับนโยบาย “Sustainable Together” ของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างบริษัทและลูกค้า ภายในงานมีกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะ มีการติดตั้ง Recycle Station Waste To Worth เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะ สร้างมูลค่าทั้ง 4 ประเภท  ได้แก่ พลาสติก กระป๋องโลหะ ขวดแก้ว และกระดาษ เพื่อลดปริมาณขยะไปสู่ Landfill รวมทั้งร่วมกันปรับภูมิทัศน์ที่คลองแม่ข่า ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มความสดชื่นด้วยพื้นที่สีเขียว” พลัสฯร่วมกันส่งต่อความสุขให้แก่สังคมร่วมกัน และยังเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์กับชุมชนรอบๆ โครงการที่พลัสฯบริหาร ทำให้เกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือพันธมิตร ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้ทุกโครงการที่ดูแล พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จัดกิจกรรม “ปันสุข ปันน้ำใจ เพื่อน้อง” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กวาดรางวัล 5 อาคารบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน ประจำปี 2566 พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, บ้านหรู, คอนโดหรู ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24…

แสนสิริผนึกพลัสฯ ชูโรดแมป “Sustainable Together” เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน

แสนสิริผนึกพลัส พร็อพเพอร์ตี้ (บริษัทในเครือ) ประกาศเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ นำร่องภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่จังหวัดต่างๆ วางโรดแมป “Sustainable Together” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเคียงข้างสังคมผ่าน 2 แกนหลักคือ Green Framework และ CSR   นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นอกจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้ว แสนสิริยังมีความมุ่งมั่นตามแนวคิดการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่นำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์และบริการด้านการอยู่อาศัยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืน 3 ระดับ คือ ภายในองค์กร ความร่วมมือกับพันธมิตร และชุมชนสังคม พร้อมวางโรดแมป “Sustainable Together” ด้วยแผนปฏิบัติงานอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนการทำงานเพื่อความยั่งยืนไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ด้วยแกนการทำงาน 2 ด้านได้แก่  1. Green Framework การส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมในขั้นตอนการทำงานหลักของเรา ซึ่งนำมาสู่แนวคิดนวัตกรรมบ้านสีเขียว (Green Living Designed Home) ที่มาจากนวัตกรรมในโรงงานพรีคาสต์ของแสนสิริเอง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ติดตั้งแผงโซล่าร์ และกระบวนการสร้างที่คำนึงถึงการจัดการขยะที่ดี ให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่า ได้บ้านที่ดี แข็งแรง รวมถึงลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความหยัดยืนให้กับแสนสิริ ที่ปรับตัวเข้ากับบริบทใหม่ของโลก ยกระดับการพัฒนาโครงการเพื่อที่อยู่อาศัยของประเทศไทย และเป็นรายแรกที่ทำอย่างครบจบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ ไปถึงปลายน้ำ 2. การทำ CSR ด้วยการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่จุดเล็กๆ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและชุมชนสังคม สร้าง Mindset หัวใจสีเขียว ขยายผลไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตคนในสังคมให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง “แสนสิริ และพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และต้องการเป็นผู้นำในการสร้างจุดเปลี่ยน เริ่มต้นที่จุดเล็กจากที่อยู่อาศัย เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตสีเขียว จึงริเริ่มโครงการ “Sustainable Together”  ผนึกกำลังทุกภาคส่วนตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้าง การบริหารนิติบุคคล ตลอดจนลูกบ้าน ชุมชนโดยรอบ รวมทั้งจับมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายสมัชชา กล่าว ด้านนางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า “พลัสฯ ในฐานะที่มีความใกล้ชิดกับชุมชน เป็นต้นทางที่สามารถดำเนินกิจกรรม CSR ร่วมกับแสนสิริ อาทิ การบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะ ทั้งในส่วนของพนักงานและลูกบ้านรวมไปถึงชุมชนใกล้เคียง มีการขยายการดำเนินการสู่ทุกโครงการที่พลัสฯ บริหาร ปัจจุบันมีมากกว่า 400 โครงการที่อยู่ในการดูแล” โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แสนสิริ…

พาส่อง 3 โครงการบ้านหรู 3 ชั้น ขยายพื้นที่การใช้ชีวิตให้กว้างขึ้น

บ้าน 2 ชั้น อาจมีพื้นที่อยู่อาศัยไม่มากพอสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายคน เพราะพื้นที่ใช้สอยในบ้านไม่เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ บ้านหรู 3 ชั้นจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน อาจทำให้ไลฟ์สไตล์ต่างกัน และต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปดูข้อดีของบ้านหรู 3 ชั้น พร้อมแนะนำบ้านจาก 3 โครงการหมู่บ้านหรู ข้อดีของบ้านหรู 3 ชั้น บ้านหรูเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดอสังหาฯ ไทย และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2024 เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่มีความต้องการซื้อสูง แม้ว่าจะสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบ้านหรู 3 ชั้น มีข้อดี ดังนี้ 1. พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น บ้าน 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า หากเปรียบเทียบกับบ้าน 1 ชั้น และบ้าน 2 ชั้น ที่สร้างบนที่ดินขนาดเท่ากัน 2. มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างและไกลขึ้น ด้วยลักษณะตัวบ้านที่สูงขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมองเห็นทิวทัศน์จากชั้น 3 ของบ้านได้กว้างและไกลมากยิ่งขึ้น 3. ฟังก์ชันการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานพื้นที่ในบ้านได้มากขึ้น เช่น ห้องสมุด ห้องฟิตเนส ห้องดูหนัง และอื่นๆ ตามความชอบ แนะนำ 3 บ้านจากโครงการบ้านหรู 3 ชั้น โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มักมาจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของประเทศ ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในกระบวนการออกแบบและก่อสร้างที่เป็นมืออาชีพ โดย 3 บ้านแนะนำ จากโครงการบ้านหรู ได้แก่ 1. The Urban Reserve โครงการบ้านหรูระดับ Super Luxury ที่มีจำนวนบ้านในโครงการเพียง 17 หลัง ทำให้บรรยากาศภายในโครงการเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง โดยบ้านแต่ละหลังเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 516.00 – 536.00 ตารางเมตร บนเนื้อที่เริ่มต้น 70 ตารางวา การดีไซน์เน้นความเรียบหรู แต่ยังสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง พื้นที่ภายในบ้านแบ่งเป็น 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ มาพร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถจอดรถได้สูงสุดถึง 6 คัน  นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ สโมสรโครงการ สวนพักผ่อน และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เชื่อมต่อกับ ถนนศรีนครินทร์ ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก…