พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกระดับมาตรฐานบริการ Luxury Management คว้างานบริหารใหม่ 25 โครงการ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเกม 5 เดือนแรก โชว์ฟอร์มความเป็นที่หนึ่งของบริการด้าน Property Management ในการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ได้รับความไว้วางใจให้บริหารแล้ว 25 โครงการใหม่ เป็นโครงการระดับลักซ์ชัวรี่มากถึง 48%  โดยครึ่งปีหลังยังคงพร้อมเดินหน้ารับงานใหม่ ชูจุดแข็งบริษัทไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริการระดับสากลผนวกความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ดูแลโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่มามากมาย และการจัดการด้วยการออกแบบ Customised Service และ Design Experience ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ปีนี้พลัสฯ ยังเดินตามแนวทางของธุรกิจ คือ Quality Framework – พัฒนาระบบการทำงานแบบองค์รวม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ นำศักยภาพความเชี่ยวชาญ ผสานเทคโนโลยีและเข้าใจความต้องการของตลาดมาต่อยอดธุรกิจ โดยเรามองเห็นโอกาสของธุรกิจ ด้วยการนำความรู้ ความสามารถในการให้บริการ การดูแลลูกค้า รวมถึงการจัดการบริหารอาคารภายใต้มาตรฐานพลัสฯ ที่สามารถนำไปให้บริการกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของอาคารชุดรายอื่นๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านการบริการที่ดีที่สุดของ ‘PLUS Luxury Management’ ให้กับลูกค้า รวมถึงไม่หยุดนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เห็นได้จากการเพิ่มบริการอย่าง Plus Concierge เพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และได้รับการตอบรับที่ดี ดังนั้นจากผลประกอบการในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เราได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี่เพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้เรามั่นใจในทิศทางและมุ่งมั่นยกระดับการบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกมิติของผู้อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการลักซ์ชัวรี่ต่อไป” พร้อมปรับตัวรุกให้สอดรับกับความต้องการตลาด พลัสฯ ขานรับดีมานด์โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Luxury Management ส่งมอบบริการให้กับลูกค้าอย่างตรงใจสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด ไว้ 2 ด้าน 1. Uplifting Luxury Standard ยกระดับคุณภาพงานบริการเหนือระดับ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบลักซ์ชัวรี่ โดยมีสถาบัน PLUS Eduplex ที่วางหลักสูตรพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลักสูตร Luxury Management and Guest Experience Program ที่บ่มเพาะพนักงานให้มี Luxury DNA โดยผู้สอนที่เชี่ยวชาญจากภายในองค์กร ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง คุณโทมัส คอฟฟ์แมนน์ (Thomas Kaufmann) และคุณแกรี วิลเลียมส์ (Gary Williams) ที่สร้างบัตเลอร์ชั้นนำมาแล้ว ทั้งในเอเชียและยุโรป ดูแลงาน Masterpiece ที่มีมูลค่าสูงในโครงการ 98 Wireless โดยทีมภัณฑารักษ์   หลักสูตรภัณฑรักษ์ Master the Exquisite Care ศิลปะการดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง จากกรมศิลปากร เป็นต้น รวมทั้งยังมีทีมควบคุมมาตรฐาน Luxury Auditor ที่ตรวจสอบคุณภาพ ในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ งานบริการ คุณภาพงานกายภาพ และความสวยงามของโครงการอีกด้วย…

โฉนดคอนโด คืออะไร ? ได้ตอนไหน สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ มีอะไรบ้าง

แม้ “บ้าน” และ “คอนโด” จะเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเหมือนกัน แต่เอกสารที่ใช้ระบุความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 มีความแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างโฉนดที่ดินกับโฉนดคอนโด หรือโฉนดห้องชุด พร้อมแนะนำ 3 ขั้นตอน เตรียมตัวซื้อคอนโด โฉนดคอนโด คืออะไร? ชื่อเรียกที่ถูกต้องของโฉนดคอนโด คือ “หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด” แต่มักนิยมเรียกว่า โฉนดคอนโดหรือโฉนดห้องชุด เนื่องจากถูกจำสับสนกับโฉนดที่ดิน แต่หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และโฉนดที่ดินระบุกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต่างกันออกไป หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารราชการแสดงสิทธิของบุคคลในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเฉพาะส่วนหนึ่งของอาคารชุด และมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของในทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดนั้นร่วมกับเจ้าของห้องชุดอื่นๆ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งภายในห้องชุดได้ตามต้องการ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของโครงการ (แต่ละโครงการอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป) และจะไม่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งทรัพย์ส่วนกลางที่อยู่นอกห้องชุดได้ โฉนดที่ดิน เอกสารราชการแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินผืนนั้นๆ ได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่า ทำธุรกรรม ซื้อขาย จำนอง หรืออื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ถือครองโฉนดที่ดินยังสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินของตนเองได้ด้วยเช่นกัน โดยโฉนดที่ดิน และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งออกโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และจำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจำนองกับธนาคาร การฝากขาย การทำพินัยกรรม และอื่นๆ โฉนดคอนโด ได้ตอนไหน? ระยะเวลาในการได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายคอนโด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1. ซื้อจากโครงการโดยตรง การซื้อคอนโดจากโครงการโดยตรงแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีซื้อคอนโดที่กำลังก่อสร้าง หรือคอนโด Pre-sale ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเมื่อคอนโดก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยโครงการจะทำเรื่องขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด และดำเนินการขอออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการก่อสร้างและการดำเนินงานของโครงการ กรณีซื้อคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอน โครงการจะดำเนินการส่งมอบหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากที่ผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากโครงการแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ 2. ซื้อคอนโดมือสอง เจ้าของเก่าจะทำการโอนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากเจ้าของเก่าแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ การได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดอาจเร็วกว่า 1-2 สัปดาห์ หรือล่าช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับภาระงานของกรมที่ดินด้วยเช่นกัน พลัสฯ แนะนำ คอนโดมือสองที่น่าสนใจ:   Oka Haus คอนโด High rise พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม   Wyne by Sansiri ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ใกล้ BTS สถานีพระโขนง เจ้าของหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้สิทธิ์อะไรบ้าง?…

คอนโด 2 ชั้น มีกี่แบบ? แนะนำ 5 คอนโด 2 ชั้นให้เช่า

แม้คอนโดจะได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่หลายคนยังมองหาพื้นที่การใช้ชีวิตที่กว้างขวาง และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ส่งผลให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปส่องประเภทของคอนโด 2 ชั้น พร้อมแนะนำ 5 พิกัด คอนโด 2 ชั้นให้เช่า ข้อดีของคอนโดสองชั้น คอนโด 2 ชั้น คือ ยูนิตอยู่อาศัยที่แบ่งออกเป็น 2 ระดับ และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างอยู่ภายในยูนิต ซึ่งมีข้อดีเหนือกว่าคอนโด 1 ชั้น (Simplex) อยู่หลายด้าน เช่น 1. ความสูงจากพื้นถึงเพดานมากกว่า ด้วยระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานที่มากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศพื้นที่ภายในดูโล่งโปร่ง และแสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้มากกว่า ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่า คอนโด 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวมที่มากกว่าคอนโด 1 ชั้น แม้จะมีจำนวนห้องนอน และห้องน้ำเท่ากัน ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกแออัดจนเกินไป และสามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้มากขึ้น 3. จัดสรรพื้นที่ได้มากขึ้น โดยทั่วไปคอนโด 2 ชั้น จะมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าคอนโด 1 ชั้น เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นบ้านมากยิ่งขึ้น ข้อดีทั้งหมดนี้ทำให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวขนาดเล็ก และคู่รัก ประเภทของคอนโด 2 ชั้น คอนโด 2 ชั้น มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ โดยคอนโด 2 ชั้น ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1. Duplex คอนโด Duplex เป็นประเภทคอนโด 2 ชั้น ที่พบเห็นได้มากที่สุด โดยมีทางเข้าจากภายนอกยูนิตอยู่ที่ชั้น 1 และมีบันไดอยู่ภายในสำหรับเชื่อมชั้นบนกับชั้นล่าง ทั้งนี้ คอนโด Duplex มักออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น 2. Maisonette คอนโด Maisonette มีความคล้ายคลึงกับคอนโด Duplex แต่มีทางเข้าจากภายนอกยูนิต 2 ทาง ทั้งจากชั้น 1 และชั้น 2…

ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ใน 6 ขั้นตอนปี 2567

ในปัจจุบันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่การติดต่อขอดำเนินการทางเอกสารบางอย่าง เช่น “การย้ายทะเบียนบ้าน” บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน แต่หายห่วง! เพราะตอนนี้สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องไปสำนักงาน ไม่ต้องนั่งรอคิวเป็นชั่วโมง ทำด้วยตัวเอง ที่ไหนก็ได้ สะดวกสุดๆ ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? หากมีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ต้องทำอย่างไร? การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์จะยุ่งยากหรือเปล่า? บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัย จะมีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ตามมาดูกัน ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ง่ายๆด้วย “แอปพลิเคชั่น ThaiD ” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน (ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องทำการลงทะเบียน ThaiD เพื่อกดยืนยันข้อมูลการแจ้งย้ายเข้าด้วยเช่นกัน) วิธีลงทะเบียนใช้งาน THAID ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ 1. เข้าแอปพลิเคชัน “THAID” (ไทยดี) กด “เริ่มต้นใช้งาน” 2. กด “เลือกลงทะเบียนด้วยตนเอง” หลังจากอ่านเงื่อนไขการใช้บริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยอมรับ” และ “กดถัดไป” 3. “ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชนและหลังบัตรฯ” เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้วให้ “กดปุ่มยืนยัน” 4. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้อง แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วกดยืนยัน 5. ถ่ายรูปให้ตรงตามคำแนะนำที่ขึ้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยืนยัน” 6. สร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยด้วยเลข 8 หลัก และกดยืนยันอีกครั้ง ห้ามใช้ตัวเลขเรียงกันหรือใช้ซ้ำเกินได้ไม่เกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111, 2222 เป็นต้น จากนั้นยืนยันการสร้างสิ่งแทนดิจิทัล แล้วจึงกดรหัสความปลอดภัยที่เราพึ่งสร้าง เพื่อยืนยัน ลงทะเบียนใช้งาน แอป THAID เรียบร้อย! เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์   วิธีย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ด้วย ThaiD 1. เข้าแอป ThaiID เลือก “การแจ้งการย้ายที่อยู่” 2. กรอก เลขบัตรประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไป 3. กดส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน 4. จากนั้นจะมีข้อความ (SMS) ให้ทำการยืนยันตัวตนและให้ความยินยอมยืนยันส่งไปที่เจ้าบ้าน 5. เมื่อเจ้าบ้านกดยืนยันและยินยอมจากนั้นข้อมูลก็จะส่งไปยังนายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอที่อยู่ปลายทางที่ทำการแจ้งย้ายเอาไว้ 6. นายทะเบียนจะดำเนินการอนุมัติการแจ้งย้าย และแจ้งผลการอนุมัติให้กับผู้ขอย้ายและเจ้าของบ้านทราบ โดยการย้ายทะเบียนบ้านนั้นจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปกดยินยอม เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว คลายข้อสงสัย Q: ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม?  คำตอบคือ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างบน เท่านี้ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว…

คอนโดอยู่ได้กี่ปี? วิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า ควรดูอะไรบ้าง

อายุขัยของคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนเกิดความลังเลใจในการซื้อคอนโด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อคอนโดมือสอง ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาตอบข้อสงสัยที่ว่า คอนโดอยู่ได้กี่ปี พร้อมวิธีการเลือกซื้อคอนโดมือสองสภาพดี คอนโดอยู่ได้กี่ปี ? คอนโดมีอายุกี่ปี? แน่นอนว่า คอนโดมิเนียมมีอายุขัยเหมือนกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ โดยทั่วไปคอนโดจะมีอายุขัยประมาณ 50-100 ปีขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของโครงสร้างอาคาร และการบำรุงรักษาอาคารของนิติฯ คอนโด หากคอนโดถูกทุบ หรือพังทลายลง เจ้าของคอนโดจะเหลืออะไร? แม้นิติบุคคลจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินคอนโด แต่เจ้าของคอนโดทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินดังกล่าวด้วยเช่นกัน ในกรณีที่คอนโดถูกทุบหรือพังทลาย เจ้าของร่วมทุกคนจะมีสิทธิได้รับการชดเชย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1.ความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ โดยปกติโครงการคอนโดมิเนียมจะมีการทำประกันอาคารชุดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย อุทกภัย และอื่นๆ ซึ่งนิติบุคคลจะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน และเงินประกันส่วนนี้จะต้องแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ 2.อาคารชุดพังทลายเหลือแค่ที่ดิน หากอาคารชุดพังเสียหายเหลือแค่ที่ดิน เจ้าของโครงการจะต้องนำที่ดินและทรัพย์สินที่เหลือมาแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ระบุไว้ตามกฏหมายอาคารชุด อย่างไรก็ตาม การชดเชยความเสียหายอาคารอาจมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันระหว่างเจ้าของร่วม แนะนำวิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า คอนโดมือสองเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีราคาขายถูกกว่าคอนโดมือหนึ่งในทำเลเดียวกัน ทั้งนี้ การเลือกซื้อคอนโดมือสองคุณภาพจำเป็นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยวิธีเลือกซื้อคอนโดมือสอง คือ 1.คอนโดผ่านมาตรฐาน EIA มาตรฐาน EIA หรือ Environmental Impact Assessment คือ มาตรฐานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการคอนโดที่ไม่ผ่าน EIA จะไม่สามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งกรมที่ดินจะไม่สามารถออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อได้ และจะทำให้ผู้ซื้อมีปัญหาด้านกฏหมายตามมาในอนาคต ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนซื้อคอนโดว่า โครงการคอนโดนั้นๆ ผ่านมาตรฐาน EIA แล้วหรือไม่  โดยสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Link) 2.วัสดุก่อสร้างที่ใช้ได้มาตรฐาน โดยปกติผู้ซื้อจะสามารถขอดูใบรายการวัสดุก่อสร้างอาคารชุดจากผู้พัฒนาได้ ซึ่งจะมีการระบุรายละเอียดของรุ่น และยี่ห้อวัสดุต่างๆ ที่ใช้ นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถขอดูใบรับรองการตรวจสอบอาคารได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเอกสารที่รับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง 3.สังเกตการณ์ดูความเข้มและจางของสีอาคาร สีของอาคารชุดทั้งภายนอกและภายในไม่ได้บ่งบอกเฉพาะความสวยงามเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการซึมผ่านของน้ำฝนได้ด้วย โดยความชื้นของอาคารที่เกิดจากการซึมผ่านของน้ำฝน คือ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สีอาคารหลุดร่อนและซีดจาง 4.สังเกตรอยร้าวอาคาร รอยร้าวของอาคารสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพของปูนซีเมนต์หรือเหล็กเสริม การรับน้ำหนักมากเกินพิกัด ไปจนถึงการทรุดตัวของดิน 5.ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยการันตีคุณภาพของคอนโด ทั้งความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ทีมก่อสร้างระดับมืออาชีพ วัสดุที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการออกแบบภายในที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ปัจจัยทั้งหมดนี้ไม่เพียงบ่งบอกอายุขัยของคอนโด แต่ยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อตามกฏหมาย ดังนั้นจึงควรพิจารณาทุกปัจจัยอย่างถี่ถ้วนและรอบครอบ ทั้งนี้ การพิจารณาปัจจัยทั้งหมดด้วยตนเองอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากและซับซ้อน โดยควรเลือกซื้อคอนโดมือสองผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างพลัสฯ ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยสำรวจโครงสร้างอาคาร และสภาพภายในของห้องคอนโดมือสอง เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อได้รับยูนิตห้องในสภาพที่ดีที่สุด อีกทั้งพลัสฯ ยังช่วยดำเนินเอกสารต่างๆ ในขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองอย่างครบถ้วน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360°…

รู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด ซื้อคอนโดได้สิทธิอะไรบ้าง?

เป็นเจ้าของบ้านดีกว่าเป็นเจ้าของคอนโดจริงหรือ? พลัสฯ พามาทำความรู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมทำความเข้าใจสิทธิที่ได้รับในการเป็นเจ้าของคอนโด แตกต่างจากการเป็นเจ้าของบ้านอย่างไร? หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร? เมื่อซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) จะถูกโอนมาเป็นชื่อของผู้ซื้อตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขาย จำนอง หรือยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) แทน ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ถือว่า เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ แต่จะถูกเรียกว่า เจ้าของร่วม ภาพจากโครงการ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ CD202924 กรรมสิทธิ์คอนโดหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในฐานะเจ้าของร่วมมีรายละเอียดของสิทธิ ดังนี้ 1.สิทธิในส่วนแบ่งเงินประกัน โดยทั่วไปคอนโดมิเนียมมักมีการทำประกันภัยอาคารชุดเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันอุทกภัย และอื่นๆ เมื่อตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติเหล่านี้ บริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยให้กับนิติบุคคลของโครงการคอนโดตามเงื่อนไข ซึ่งเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินประกันดังกล่าวตามสัดส่วนการครอบครอง 2.สิทธิจัดตั้ง และตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคล เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิในการร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จัดเก็บค่าส่วนกลาง ออกกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมไฟฟ้า การประปา และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสามารถบริหารงานต่างๆ ได้เอง หรือว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารชุดมืออาชีพเข้ามาทำหน้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการนิติบุคคลและเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิสอดส่อง และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน รายงานการประชุม และอื่นๆ หากพบความไม่โปร่งใสในการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การถอดถอน และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ ภาพจากโครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 CD220913 3.สิทธิตกแต่งภายในห้องชุด เจ้าของร่วมมีสิทธิในการตกแต่งภายในห้องชุดของตนเอง เช่น การทาสี เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจต้องแจ้งกับนิติบุคคลเรื่องขออนุญาตผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาภายในโครงการ และจำเป็นต้องทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการตกแต่งภายในที่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง เปลี่ยนประตูหน้าต่าง และอื่นๆ จำเป็นต้องทำการขออนุญาตต่อนิติบุคคลก่อน ซึ่งบางโครงการอาจไม่อนุญาต เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และป้องกันความเสียหายจากการเจาะ หรือตัดสายผิดจุด ซึ่งอาจไปโดนท่อประปา สายไฟ และอื่นๆ รวมถึงการใช้ไฟเกินกำหนดที่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย 4.สิทธิเป็นกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิได้รับลงสมัครเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอาคารชุดกำหนด เช่น เป็นผู้มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ โดยกรรมการนิติบุคคลจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมนิติบุคคลอาคารชุด มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบในโครงการ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและติดสินการดำเนินการต่างๆ ในโครงการ 5.สิทธิในการกำหนดระเบียบคอนโด เจ้าของร่วมมีสิทธิกำหนดกฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางของคอนโดที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย โดยจะต้องผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่นๆ…

แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ดูสวยแพงน่าอยู่

การแต่งบ้านสไตล์ Luxury ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยสามารถนำมาประยุกต์กับสไตล์อื่นๆ ได้ตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นล์คอนเทมโพรารี่ ลักซ์ชัวรี่ (Contemporary Luxury) โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury) ไปจนถึงมินิมอล ลักซ์ชัวรี่ (Minimal Luxury) ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ให้บ้านดูสวยแพง บ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่น พร้อมแนะนำ 6 บ้านหรู ตกแต่งครบ พร้อมย้ายกระเป๋าเข้าอยู่ แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury การแต่งบ้านหรูมี 5 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูแพง ได้แก่ 1.การเลือกโทนสี โทนสีมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน ซึ่งโทนสีในที่นี้ครอบคลุมทั้งสีของตัวบ้าน และสีของเฟอร์นิเจอร์ โดยสีที่นิยมใช้สำหรับการแต่งบ้านให้ดูแพง คือ ขาว ดำ เทา ครีม ทอง เงิน และทองแดง ทั้งนี้ การเลือกโทนสีตกแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เพียงสีเดียว เพราะจะทำให้บ้านดูไม่มีมิติ โดยสถาปนิกมักใช้วิธีจับคู่สีเข้าด้วยกัน เช่น การทาผนังสีครีมร่วมกับการใช้ผ้าม่านสีครีมที่มีปักเลื่อมทอง ซึ่งสีครีมจะทำให้บ้านดูโล่ง สบายตา และอบอุ่น ในขณะที่สีทองจะเสริมให้ดูหรูหราและมีมิติ 2.การเลือกชนิดวัสดุ หนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านหรู คือ ความพรีเมียมของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังคำนึงถึงสี และผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อาทิ หินอ่อน ไม้สัก ทองเหลือง กระจกนิรภัย หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และอื่นๆ 3.การเลือกโคมไฟ โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์ คือ ประเภทโคมไฟที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury เพราะช่วยเสริมให้บ้านดูอลังการ โดยสถาปนิกมักแนะนำให้ติดแชนเดอเลียร์ในห้องที่เป็นจุดเด่นของบ้านเพียง 1 ห้อง เช่น ห้องโถงและห้องรับประทานอาหาร เนื่องจากการติดแชนเดอเลียร์ทุกห้องในบ้านจะทำให้แต่ละห้องดูอึดอัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะห้องที่มีเพดานต่ำ อีกทั้งยังดูแลและทำความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแชนเดอเลียร์เสมอไป โดยสามารถเลือกใช้ไฟดาวน์ไลต์ ไฟสปอตไลต์ หรือโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ แทนได้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู 4.จัดตู้โชว์ของสะสม การจัดตู้โชว์ของสะสมเป็นเทคนิคที่ช่วยสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยของสะสมไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอไป เพียงเลือกตู้โชว์ที่มีความเรียบหรู เช่น ตู้ไม้ หรือตู้โลหะ แล้วจัดวางของสะสมให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถเสริมความหรูหราได้ด้วยการปูผ้ากำมะหยี่ หรือติดไฟสปอตไลต์ขนาดเล็กไว้ภายในตู้ โดยควรทำความสะอาดภายใน และภายนอกตู้โชว์ของสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ 5.เครื่องหอมดีไซน์สวย เครื่องหอมมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องพ่นน้ำหอม…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งบริการ PLUS Consultancy Service ให้คำปรึกษาลูกค้าเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว “PLUS CONSULTANCY SERVICE” บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ ครบวงจร โชว์จุดแข็งประสบการณ์กว่า 30 ปี ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ สร้างจุดขายให้แตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น โดยใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจที่องค์กรชั้นนำให้ความไว้วางใจ  นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี จาก Core Business ได้แก่ การบริการดูแลที่พักและบริหารโครงการนิติบุคคล (Living Management) บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) LIV – 24 เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และงานตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า และที่ปรึกษางานขายโครงการ (Sale Agent Management & Brokerage Service) เน้นธุรกิจในตลาดที่เชี่ยวชาญ ทำให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่มองหาบริการที่ปรึกษาอสังหาฯ เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาภายใต้ความเชี่ยวชาญของพลัสฯ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกแบบบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละเจ้าได้มีทางเลือกมากขึ้น โดยล่าสุดเปิดตัว PLUS CONSULTANCY SERVICE บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เนื่องจากบางปัญหาหากไม่มีประสบการณ์จะต้องมีการลองผิด ลองถูก สูญเสียทั้งเวลา งบประมาณและทรัพยากรบุคคล แต่การเข้ามาปรึกษาพลัสฯ ที่มีประสบการณ์จะสามารถลดขั้นตอนเหล่านี้ลงได้ โดยสามารถเข้ามาปรึกษาเฉพาะส่วนที่มีปัญหา พลัสฯ จึงเป็นเหมือน One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้” PLUS CONSULTANCY SERVICE มีความเชี่ยวชาญใน 2 ธุรกิจหลัก 1. ให้คำปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Project Development เชี่ยวชาญด้านการศึกษา วิเคราะห์ วางแผน พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวราบ แนวสูงและวิลล่า ทีมงานของเรามีความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม คำนึงถึงศักยภาพของทำเล ความต้องการของลูกค้าในตลาด ทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลตลาด รวมถึงความเป็นไปได้ทางการเงินและการลงทุนอีกด้วย Sales & Marketing ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด พร้อมวางกลยุทธ์ ตั้งราคาขาย การกำหนดกลุ่มลูกค้า และสร้างแคมเปญการตลาดที่โดนใจลูกค้าเป้าหมาย นำเสนอจุดเด่นของโครงการ ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงมีการวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่งด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง Luxury Service Design…

พลัสฯ 1 ใน 4 คีย์แมนด้านการบริหารทรัพย์สินอาคาร แชร์ประสบการณ์ให้นักศึกษา ม. ศรีปทุม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ ร่วมกับ สมาคมวิชาชีพการบริหารทรัพยากรอาคารแห่งประเทศไทย (TFMA) คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จัดโครงการเสวนาสุดพิเศษ CEO Talk #96 “The Series: ArCarl TALK ในหัวข้อ “การบริหารทรัพย์สินอาคาร จุดเปลี่ยนอาชีพแห่งอนาคต…AI ถอยไป” ณ ห้องออดิทอเรียม 2 อาคาร 40 ปี ศรีปทุม (อาคาร 11) ชั้น 14 มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพฯ โดยเชิญ CEO มืออาชีพจากบริษัทชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแชร์ประสบการณ์จริง ในเวทีเสวนาครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาระดับปริญญาโท – เอกและบุคคลทั่วไปที่สนใจ มุ่งเน้นไปที่งานในสายอาชีพการบริหารทรัพย์สินอาคาร ประเด็นสำคัญเรื่องบทบาทของเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ให้ประสบความสำเร็จ แนวโน้มและโอกาสในธุรกิจบริหารทรัพย์สินอาคารในอนาคต โดยมี ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า ประธานกรรมการ บริษัท ไนทแฟรงค์ ชาร์ทเตอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด นายวิทวัส คุตตะเทพ รองประธานกรรมการบริหารพัฒนาธุรกิจ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารจัดการอาคารและวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายสุรสิทธิ์ นาคสินธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซีโอ พร็อพเพอร์ตี้ การ์ด จำกัด ผู้ดำเนินรายการ นายปิติ อนนตพันธ์ นายกสมาคมวิชาชีพการบริหารทรัพยากรอาคารแห่งประเทศไทย (TFMA) อาจารย์ธีรบูลย์ พิศาลอภิพงศ์ คณบดีคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของงาน Facility Management บริหารจัดการอาคาร ที่สร้างให้เกิดความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้อาคาร งานในสายอาชีพนี้มีภาระงานหลายบทบาทหน้าที่ที่ต้องคิดวางแผนและจัดการปัญหาทั้งงานด้านบริหารบุคคล งานด้านระบบประกอบอาคาร งานด้านงบประมาณ ซึ่งต้องใช้ทักษะด้านศาสตร์ และศิลป์ประกอบกัน หากมีการบริหารจัดการที่สร้างประโยชน์และมีคุณภาพงานการบริการที่ได้มาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้อาคาร ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าของอาคารนั้นๆ และยังช่วยสร้างสิ่งสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้ก็คือ Branding ของอาคาร ด้วยปัจจุบันในประเทศยังคงมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก และยังมีการก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมากในทุกๆ ปี ซึ่งทุกๆ อาคารสำนักงานเหล่านี้จะต้องมีผู้บริหารจัดการแบบมืออาชีพเข้ามาดูแลและการบริหารจัดการ ทำให้ธุรกิจนี้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีโอกาสเติบโตในทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในมุมมองการที่เทคโนโลยี AI ถูกพัฒนาและเข้ามาสร้างผลกระทบในหลายธุรกิจนั้น…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบฟอร์มอสังหาฯ 10 บิ๊กแบรนด์ เปิดรายได้-กำไร ไตรมาส 1/67

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่มีความท้าทาย 10 บริษัทบิ๊กแบรนด์ในธุรกิจอสังหาฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ทำรายได้รวมมากกว่า 4.9 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี66 ในช่วงเวลาเดียวกันยังมีรายได้รวมที่ต่ำกว่าเล็กน้อย ถือเป็นปีที่ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาฯต้องใช้ความระมัดระวังในการบริหารจัดการ ปีนี้แสนสิริสุดปัง คว้าแชมป์ที่ 1 ทั้งรายได้รวม และกำไรสุทธิ และเป็นบริษัทเดียวที่ทำรายได้ในไตรมาสแรกนี้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท บริษัทที่ทำรายได้ รองลงมาคือเอพี ไทยแลนด์ และแลนด์ แอนด์เฮ้าส์ ตามลำดับ สำหรับกำไรสุทธิมีการสลับตำแหน่งกันระหว่างแลนด์แอนด์เฮ้าส์ทำกำไร ในอันดับที่ 2 ตามด้วย เอพี ไทยแลนด์ เป็นอันดับที่ 3 10 ผู้ประกอบการอสังหาฯ ท็อปฟอร์ม ผลงานเด่น  พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2567 ของ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์เปรียบเทียบให้เห็นว่า แต่ละบริษัท มีตัวเลขกำไร รายได้ และอัตราการเติบโตมากน้อยแค่ไหน สะท้อนกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกันออกไป และสิ่งนี้ส่งสัญญาณให้ต้องจับตาอะไรต่อไปตลาดอสังหาฯ ช่วงครึ่งปีหลัง แสนสิริแชมป์อันดับ 1 รายได้รวม 10,170 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,315 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวมในไตรมาสแรกอยู่ที่ 10,170 ล้านบาท โตขึ้น 19.6% และกำไรสุทธิ 1,315 ล้านบาท ลดลง 16.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทำผลงานรายได้จากการขายโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 32% อยู่ที่ 8,505 ล้านบาท จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรี รวมทั้งมีการโอนโครงการอื่นๆอย่างต่อเนื่อง เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 7,968 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,008 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 7,968 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,008 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 15.6% จาก 9,441 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 31.8% จาก 1,478 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากการขายโครงการแนวราบ 7,088 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 519 ล้านบาท นอกจากนั้นมาจากการเปิดขายโครงการใหม่และการโอนโครงการเดิม แลนด์แอนด์เฮ้าส์ รายได้รวม 7,804 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,231 ล้านบาท แลนด์แอนด์เฮ้าส์…

casibom