พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประมวลผลประกอบการ ครึ่งปีแรก ปี 67 เปิด TOP 10 อสังหาฯ รายได้รวมกว่าแสนล้าน

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประมวลผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2567 พบว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนสูงและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น แต่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ยังคงสามารถขึ้นแท่นทำรายได้รวมได้สูงสุดอันดับ 1 ด้วยรายได้สูงสุดถึง 19,784 ล้านบาท รองลงมาตกเป็นของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ไปถึง 17,845 ล้านบาท และ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ 14,725 ล้านบาท ติดอันดับท็อป 3 ของตลาดเช่นกัน โดยรายได้รวมของ 10 บริษัทพบว่ามีรายได้รวมมากกว่า 103,184 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบ 6 หุ้นอสังหาฯ “SIRI, SPALI, SC, PSH, QH, LPN” เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล นำโดย SIRI ยีลด์สูงสุดที่ 4.4 % และการที่บริษัทเหล่านี้สามารถรักษาผลประกอบการได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น การไม่ผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งสอดคล้องกับทางสมาคมธนาคารไทยที่คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปีนี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 91.4% ต่อ GDP ซึ่งยังคงเป็นปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีสัญญาณบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การลดภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯได้ในบางส่วน ประกอบกับตลาดอสังหาฯยังคงมีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในตลาดระดับลักซูรีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายยังคงสามารถรักษารายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด” PETS OF SANSIRI โครงการที่มีออกแบบพื้นที่พิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะจากแสนสิริ สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง นายอนุกูล มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการยังคงมองหาโอกาสในการแข่งขัน หาจุดแข็งของตัวเองเพื่อตอบสนอความต้องการของลูกค้า โดยบางกลุ่มมีการทำตลาดแบบกระจายหลากหลายเซกเมนต์ หรือมีการทำการตลาด เจาะกลุ่ม Niche Market มากขึ้น เช่น ที่อยู่อาศัยแบบ Pet Friendly กลุ่มแคมปัส เป็นต้น หรือเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลงทุนด้วยในช่วงนี้ เฉพาะตลาดให้เช่ากลับมาคึกคักด้วยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังคงจับตามองมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เปิด…
Plus Property Sole Agent ขยายพอร์ต เชียงใหม่บูม ตลาดอสังหาฯ ร้อนแรง ดีมานด์พุ่งสูง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดเชียงใหม่ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตามอง โดยได้รับแรงหนุนจากศักยภาพของเมืองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในเชียงใหม่มากขึ้น ด้วยลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติมีดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย จากหลายปัจจัย ซึ่งเชียงใหม่จัดเมืองน่าอยู่ระดับโลก ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีเยี่ยม ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ภูมิอากาศที่เย็นสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล แหล่ง ช้อปปิ้ง และโรงเรียนนานาชาติที่มีมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทยรองจากกรุงเทพฯ อัตราการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเยือนเชียงใหม่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาวที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่พักอาศัย ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของเชียงใหม่ จากแผนเมกะโปรเจกต์ ทั้งสนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2 รองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี – เพิ่มเที่ยวบิน 41 เที่ยวต่อชั่วโมง และโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ในการขนส่งสินค้าไปสู่ลาว แล้วก็ผ่านไปทางจีน จะช่วยเชื่อมโยงเชียงใหม่เข้ากับภูมิภาคและทั่วโลกมากยิ่งขึ้น รวมถึงจำนวนประชากรเชียงใหม่ที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2564 – 2566 มีจำนวน 1.79 ล้านคน มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ และการเพิ่มขึ้นของจำนวนของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในระดับ High Skill หรือเกษียณอายุ เกิดเป็นชุมชนชาวต่างชาติที่เติบโต ส่งผลให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอีกด้วย” ส่งผลให้ปีนี้ Plus Property Sole Agent เดินหน้าขยายพอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ รับบริหารงานขายโครงการบ้านเดี่ยวมูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนโชตนาใจกลางเมืองเชียงใหม่ เป็นแหล่งชุมชน ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สนามกอล์ฟ สนามบิน และเซ็นทรัล เชียงใหม่ และเพียง 15 นาทีถึงนิมมานฯ โครงการนี้คาดว่าจะสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในเชียงใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยชูจุดขายด้วยคุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยตลอดจนบริการดูแลหลังการขายกับทุกกลุ่มลูกค้า โดยจะเปิดชมในช่วงกลางปีหน้า รวมทั้งพลัสฯ ยังมีบริการ One Stop Service บริการดูแลที่พักและบริหารโครงการนิติบุคคล (Property Management) ในเชียงใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีให้กับลูกบ้าน การันตีด้วยรางวัล Best Property Management เจ้าแรกของประเทศไทย จากเวที Living Insider Awards 2024 พร้อมนำเสนอ Plus Concierge Service บริการพิเศษที่คัดสรรงานบริการตามความต้องการใช้งานจริงของลูกบ้าน เช่น บริการทำความสะอาด ล้างแอร์ งานซ่อมบำรุง…
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จับมือ Plus Property ต่อยอดธุรกิจ หนุนเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการนำเสนอบริการทางการเงิน ควบคู่กับบริการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาโครงการ วางแผนการตลาด และวางแผนการขายอย่างครบวงจร ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้ตรงความต้องการของตลาด เพิ่มยอดขาย และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับการให้บริการ ส่งเสริมศักยภาพธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย นายวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยนำเสนอบริการทางการเงิน ควบคู่กับบริการให้คำปรึกษาและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย สำหรับความร่วมมือกับ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับการบริการเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารเชื่อว่านอกจากบริการทางการเงินที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าแล้ว การจับมือกับพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจโดยเฉพาะในการแข่งขันในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริการ และทำให้ลูกค้าต่อยอดช่องทางการตลาด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อีกด้วย” เสริมศักยภาพด้วยความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ Plus Sole Agent ในฐานะผู้นำด้านการให้คำปรึกษา พัฒนาโครงการ และบริหารการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กลุ่มบริษัทมหาชน และกลุ่มทุนต่างชาติ พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ลูกค้าของธนาคารเกียรตินาคินภัทร ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงการ วางแผนการตลาด และวางแผนการขายที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการได้ตรงความต้องการของลูกค้า เพิ่มยอดขาย และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ทั้งนี้ การสนับสนุนจะเป็นไปภายใต้ 3 องค์ประกอบ คือ 1. ทีมงานมืออาชีพ: ทีมพัฒนาธุรกิจ การตลาด และการขาย ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนลูกค้าอย่างใกล้ชิด 2. ข้อมูลเชิงลึก: เข้าถึงข้อมูลวิจัยตลาดและฐานข้อมูลลูกค้าที่ครอบคลุม ช่วยให้วิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3. ประสบการณ์อันยาวนาน: ผ่านประสบการณ์ด้านการพัฒนาโครงการ การขาย และการตลาดในทุกเซกเมนต์ มั่นใจได้ถึงผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ “ด้วยความเชี่ยวชาญของพลัส พร็อพเพอร์ตี้และธนาคารเกียรตินาคินภัทร เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยได้อย่างดี และนำไปสู่การเติบโตในระดับประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นางสาวสมสกุล กล่าว เกี่ยวกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ที่ประกอบด้วยธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด โดยธนาคารมีวิสัยทัศน์ในการนำทรัพยากรสู่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปี่ยมประสิทธิภาพด้วยบริการที่เหนือความคาดหมาย…
เคล็ดลับการควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัยให้สะอาดและปลอดภัย

จากกรณีที่มีข่าวพบเชื้อปรสิตปนเปื้อนในถังเก็บน้ำในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ส่งผลให้ลูกบ้านกว่า 100 รายติดเชื้อเยื่อบุตาอักเสบ สร้างความตื่นตระหนก และกังวลให้กับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ ทำให้คอนโดมิเนียมหลายๆ โครงการตระหนักถึงความสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำประปามากขึ้น พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ดูแลบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยกว่า 400 โครงการ เข้าใจถึงความสำคัญของสุขภาพและความปลอดภัยของลูกบ้าน จึงใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย เช่น ระบบไหลเวียนอากาศภายในอาคาร ปริมาณฝุ่นPM 2.5 ระบบปรับอากาศภายในที่ต้องมีอุณหภูมิพอเหมาะ ระบบการจัดส่งน้ำประปาไปยังห้องพักต่าง ๆ รวมไปถึงคุณภาพของน้ำที่ใช้ภายในที่พักอาศัย จำเป็นที่ต้องมีการดูแลควบคุณภาพน้ำประปาในโครงการ Plus Living Management จึงขอเสนอแนวทางเบื้องต้นในการดูแลรักษาคุณภาพน้ำประปาภายในคอนโดมิเนียม ดังนี้ กำหนดแผนการตรวจสอบ และรอบระยะในการทำความสะอาดถังเก็บน้ำให้ชัดเจน สำหรับพลัส พร็อพเพอร์ตี้กำหนดรอบตรวจสอบทุกปี ตรวจวัดค่าคลอรีนในน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้ปริมาณคลอรีนในน้ำประปาไม่ควรเกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงจะถือว่ามีความสะอาด และปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน สำหรับเรื่องกลิ่นคลอรีนในน้ำประปานั้นถือเป็นเรื่องปกติ ด้วยคลอรีนในน้ำประปามีความจำเป็นในการฆ่าเชื้อโรคให้ได้ตามมาตรฐาน และเป็นปริมาณเหมาะสมที่สามารถใช้อุปโภคได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจตัวอย่างน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง จะมีการตรวจตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพ สี ความขุ่น กรด-ด่าง กลิ่น รส การทดสอบทางเคมี สารละลายต่างๆ เช่น ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงสารพิษ เช่น ปรอท ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน การดูแลทำความสะอาดภายในถังเก็บต้องใช้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม มีใบอนุญาตสำหรับการเข้าทำงานในที่อับอากาศ และมีอุปกรณ์การทำงานที่ครบครัน ด้วยพื้นที่ในถังเก็บน้ำนั้นถือว่าเป็นพื้นที่อับอากาศ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นการเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ครบทั้ง ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ช่วยเหลือ เพื่อความปลอดภัย ขั้นตอนการล้างถังเก็บน้ำ : การวางแผนการใช้น้ำของผู้พักอาศัย เพื่อให้ปริมาณน้ำที่สูบน้ำออกจากบ่อน้อยที่สุด เริ่มทำความสะอาดตะกอน คราบสกปรกต่างด้วยขัดถูด้วยแปรงขนนุ่ม ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า ไม่นิยมใช้น้ำยาทำความสะอาดที่รุนแรง สุดท้ายใช้เครื่องดูดตะกอนทั้งหมด และเติมน้ำใหม่ลงไปในถังเก็บน้ำ พร้อมมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกครั้งเป็นขั้นตอนสุดท้าย การควบคุมคุณภาพน้ำประปาในอาคารที่พักอาศัย นั้นสามารถทำได้ไม่ยากเพียงแค่หมั่นใส่ใจ ตรวจสอบความพร้อมต่างๆของถังเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการปิดฝาบ่ออย่างมิดชิด มีการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบถังเก็บน้ำ ก็จะช่วยให้เพิ่มความมั่นใจในการใช้น้ำประปาภายในโครงการที่พักอาศัยแบบไร้กังวลหายห่วง สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความดูแลของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถสบายใจหายห่วงได้ว่า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีมาตรฐานในการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงทุกขั้นตอนของการทำงานเป็นมาตรฐานพร้อมมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมการทำงาน (Monitor Progress) และติดตามงานอย่างใกล้ชิด (Follow Up) พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการทำงานในงานบริหารอาคารให้ได้รับการยอมรับคุณภาพระดับสากลที่ครอบคลุมทุกด้าน บทความที่เกี่ยวข้อง 4 การเปลี่ยนแปลงในการดูแลที่พักอาศัยรับเทรนด์ Sustainable Living ในปี 2024 หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย การบริหารจัดการบุคลากรด้วยมาตรฐาน อีกหนึ่ง key success ในการดูแลลูกบ้านของพลัส…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดโครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง”

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดศูนย์พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านงานสารพัดช่าง ภายใต้โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง” มุ่งพัฒนาหลักสูตรด้านงานช่างเพื่อเสริมสร้างทักษะความรู้ให้กับพนักงานตำแหน่งช่างเทคนิค เริ่มต้นด้วยหลักสูตรความเชี่ยวชาญด้านการดูแลเครื่องปรับอากาศ ฝึกอบรมทักษะการเรียนรู้ 30 ชั่วโมง เพื่อให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้งานจริงในการดูแลลูกค้าภายในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง มุ่งยกระดับคุณภาพการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า การร่วมมือกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวงในครั้งนี้ เป็นการยกระดับทักษะความรู้ให้กับพนักงานช่างเทคนิค เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านงานช่าง โดยเฉพาะหลักสูตรแรกเน้นการฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแลเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในทุกครัวเรือน พนักงานจะได้รับความรู้และทักษะที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า สามารถให้บริการดูแลเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า พลัสฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความรู้ให้กับพนักงานอยู่เสมอ มีแผนพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดในการทำงานในสายงานอื่นๆ ภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น และสร้างอาชีพเสริมให้กับพนักงานอีกด้วย ดังนั้น การร่วมมือกันกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง จึงเป็นการยกระดับการพัฒนาบุคลากรให้มีความรอบรู้มากขึ้น อย่างมืออาชีพ เพื่อทำงานด้านดังกล่าวได้ตรงกับความต้องการของลูกบ้าน PLUS Eduplex สถาบันการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงผลักดันให้มีการกำหนดหลักสูตร การเรียนการสอนตามเกณฑ์สำหรับฝึกอบรมพนักงานของพลัสฯ ให้มีการอัพเดตตามความต้องการของลูกบ้านอยู่เสมอ” นายสันติ ศรีสงคราม Senior Director – Experience Development บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า “หลักสูตร สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งเน้นให้พนักงานช่างเทคนิคมีทักษะความรู้ด้านงานช่างที่หลากหลาย สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องการบริการลูกค้าที่ประทับใจ มารยาท การสื่อสาร และความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โครงการสุภาพบุรุษงานช่าง จะดำเนินการพัฒนาหลักสูตรด้านงานสารพัดช่างอีกหลายประเภท เช่น ไฟฟ้า ประปา งานซ่อมแซมทั่วไป ฯลฯ เพื่อเสริมแกร่งให้พนักงานช่างเทคนิคสามารถมีความรู้และพร้อมดูแลคุณลูกบ้านแบบครบทุกมิติของการอยู่อาศัย” นางสุนทรี อาจทวีกุล ผู้อำนวยการ วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง กล่าวว่า “วิทยาลัยฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในโครงการนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางวิทยาลัยจะได้ส่งเสริมศักยภาพของพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานอื่นมากขึ้น รวมทั้งนักศึกษาของวิทยาลัยฯ ในสาขาต่าง ๆ จะได้มีโอกาสฝึกงานเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และพัฒนาทักษะความรู้ให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ วิทยาลัยฯ มุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาของเราพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ” “โครงการ “สุภาพบุรุษงานช่าง มุ่งหวังพัฒนาศักยภาพของพนักงานพลัสฯ ให้เป็นมืออาชีพด้านการบริหารจัดการอาคารที่พักอาศัย พร้อมมอบบริการที่เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้า สร้างความพึงพอใจและความประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ” นางสาวนฤมล กล่าว ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัสฯ ร่วมฟื้นฟูคลองแม่ข่า เชียงใหม่ สานต่อนโยบาย “Sustainable Together” แสนสิริผนึกพลัสฯ ชูโรดแมป “Sustainable Together” เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน…
ส่ง 3 กลยุทธ์หลัก ผลักดันพลัสฯ สู่ผู้นำด้าน SUSTAINABLE SOCIETY

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทผู้นำด้านบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ตระหนักถึงความสำคัญของ SUSTAINABLE SOCIETY และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยส่ง 3 กลยุทธ์ คือ มุ่งสร้างค่านิยมรักษ์โลก เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และตั้งเป้าเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “พลัส ให้ความสำคัญกับ SUSTAINABILITY มาโดยตลอด เราเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืน นั้นไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน ดังนั้น พลัสฯ จึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” 3 กลยุทธ์หลักของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในการขับเคลื่อนสู่ SUSTAINABLE SOCIETY สังคมยั่งยืน คือ 1. สร้างค่านิยมรักษ์โลก ปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับองค์กร พนักงานและลูกบ้าน มีการรณรงค์ให้ความรู้ผ่านการจัดอบรมและเวิร์คช็อปที่เกี่ยวข้อง เช่น การคัดแยกขยะให้ถูกประเภท รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจหลักการ REDUCE, REUSE, RECYCLE, REPAIR และ UPCYCLE โครงการยังมีการจัดเตรียมถังขยะแยกประเภทต่าง ๆ อย่างเพียงพอต่อการใช้งาน มุ่งเน้นการทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดการใช้กระดาษ เปลี่ยนไปใช้ QR CODE ในการบันทึกการประชุม การทำธุรกรรมต่างๆ เป็น Cashless รวมไปถึงการเลือกใช้หลอดไฟ LED ในพื้นที่ส่วนกลาง นำระบบ Sensor ไฟเปิดปิดอัตโนมัติมาใช้ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น รวมถึงมีการใช้พลังงานทดแทน SOLAR CELL กับไฟในสวน มีการวางแผนการทำงานให้ประหยัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการจัดกิจกรรมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนร่วมกับลูกบ้าน เช่น จัดกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะ ปลูกต้นไม้ในชุมชนใกล้เคียง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับเสียง ดูดซับฝุ่น และเพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้น 2. เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า พลัส ฯ พิจารณาคัดเลือก VENDOR ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ รวมถึงวิธีการทำงานต่างๆ VENDOR ที่ร่วมงานต้องมีความมุ่งมั่นเห็นความสำคัญด้านความยั่งยืนร่วมกัน มีการใช้วัสดุรีไซเคิลและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ถูกจัดทำเป็นโครงการ VENDOR GREEN LIST เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า เช่น บริษัทล้างแอร์ที่ใช้น้ำยาแอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัททำความสะอาดที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากธรรมชาติ รวมไปถึงการมองหาวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้ดีมีประสิทธิภาพ และประหยัดงบประมาณ 3. ตั้งเป้าเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2050 มีการร่วมมือกับองค์กรภายนอก…
PLUS จับมือ MBK บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านที่ปรึกษาพัฒนาโครงการและบริหารงานขาย-การตลาดอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำประกาศความสำเร็จ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101 (Quinn Sukhumvit 101) คอนโดระดับ High class ติดรถไฟฟ้า 0 เมตรสถานีปุณณวิถี ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกด้าน ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “พลัสฯ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้บริหารงานขายโครงการควินน์ สุขุมวิท 101 มูลค่าโครงการมากกว่า 2,450 ล้านบาท พลัสฯ มั่นใจถึงความสำเร็จในการขายโครงการครั้งนี้ว่าสามารถปิดการขายโครงการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ด้วยประสบการณ์การขายในย่านสุขุมวิทที่เรียกว่าพลัสฯ เข้าใจตลาดและลูกค้าเป็นอย่างดี รวมถึงศักยภาพของโครงการที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถีเพียง 0 เมตร เป็นแหล่งงาน Digital Hub ขนาดใหญ่ รวมทั้งยังรายล้อมไปด้วยสถานศึกษาชั้นนำ อย่างโรงเรียนนานาชาติแองโกสิงคโปร์, โรงเรียนนานาชาตินิสท์ มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง The Em District, Ture Digital Park รวมถึงในอนาคตกำลังจะมี Bangkok Mall ตัวโครงการมีความเป็นส่วนตัวสูงมีเพียง 347 ยูนิต ออกแบบห้องพักให้เลือกถึง 4 แบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 54 ตร.ม. ห้อง Combine ขนาดเริ่มต้น 70 ตร.ม. และเพนต์เฮาส์ ขนาดเริ่มต้น 125 ตร.ม. แต่ละแบบแยกสัดส่วนห้องนอน ห้องนั่งเล่น และมี Double Skin กึ่ง Semi Outdoor ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการของผู้พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลางรองรับการใช้งานแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Lobby, Private Meeting Room, Fitness, Sky Lounge, Game Room,…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกระดับมาตรฐานบริการ Luxury Management คว้างานบริหารใหม่ 25 โครงการ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเกม 5 เดือนแรก โชว์ฟอร์มความเป็นที่หนึ่งของบริการด้าน Property Management ในการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัย ได้รับความไว้วางใจให้บริหารแล้ว 25 โครงการใหม่ เป็นโครงการระดับลักซ์ชัวรี่มากถึง 48% โดยครึ่งปีหลังยังคงพร้อมเดินหน้ารับงานใหม่ ชูจุดแข็งบริษัทไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริการระดับสากลผนวกความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ดูแลโครงการที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี่มามากมาย และการจัดการด้วยการออกแบบ Customised Service และ Design Experience ให้เหมาะกับแต่ละโครงการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ปีนี้พลัสฯ ยังเดินตามแนวทางของธุรกิจ คือ Quality Framework – พัฒนาระบบการทำงานแบบองค์รวม มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ นำศักยภาพความเชี่ยวชาญ ผสานเทคโนโลยีและเข้าใจความต้องการของตลาดมาต่อยอดธุรกิจ โดยเรามองเห็นโอกาสของธุรกิจ ด้วยการนำความรู้ ความสามารถในการให้บริการ การดูแลลูกค้า รวมถึงการจัดการบริหารอาคารภายใต้มาตรฐานพลัสฯ ที่สามารถนำไปให้บริการกับผู้ประกอบการหรือเจ้าของอาคารชุดรายอื่นๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ด้านการบริการที่ดีที่สุดของ ‘PLUS Luxury Management’ ให้กับลูกค้า รวมถึงไม่หยุดนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ เห็นได้จากการเพิ่มบริการอย่าง Plus Concierge เพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และได้รับการตอบรับที่ดี ดังนั้นจากผลประกอบการในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เราได้รับความไว้วางใจให้บริหารโครงการระดับลักซ์ชัวรี่เพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้เรามั่นใจในทิศทางและมุ่งมั่นยกระดับการบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกมิติของผู้อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการลักซ์ชัวรี่ต่อไป” พร้อมปรับตัวรุกให้สอดรับกับความต้องการตลาด พลัสฯ ขานรับดีมานด์โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Luxury Management ส่งมอบบริการให้กับลูกค้าอย่างตรงใจสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด ไว้ 2 ด้าน 1. Uplifting Luxury Standard ยกระดับคุณภาพงานบริการเหนือระดับ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบลักซ์ชัวรี่ โดยมีสถาบัน PLUS Eduplex ที่วางหลักสูตรพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลักสูตร Luxury Management and Guest Experience Program ที่บ่มเพาะพนักงานให้มี Luxury DNA โดยผู้สอนที่เชี่ยวชาญจากภายในองค์กร ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง คุณโทมัส คอฟฟ์แมนน์ (Thomas Kaufmann) และคุณแกรี วิลเลียมส์ (Gary Williams) ที่สร้างบัตเลอร์ชั้นนำมาแล้ว ทั้งในเอเชียและยุโรป ดูแลงาน Masterpiece ที่มีมูลค่าสูงในโครงการ 98 Wireless โดยทีมภัณฑารักษ์ หลักสูตรภัณฑรักษ์ Master the Exquisite Care ศิลปะการดูแลทรัพย์สินมูลค่าสูง จากกรมศิลปากร เป็นต้น รวมทั้งยังมีทีมควบคุมมาตรฐาน Luxury Auditor ที่ตรวจสอบคุณภาพ ในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ งานบริการ คุณภาพงานกายภาพ และความสวยงามของโครงการอีกด้วย…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งบริการ PLUS Consultancy Service ให้คำปรึกษาลูกค้าเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว “PLUS CONSULTANCY SERVICE” บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ ครบวงจร โชว์จุดแข็งประสบการณ์กว่า 30 ปี ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ สร้างจุดขายให้แตกต่างท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น โดยใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจที่องค์กรชั้นนำให้ความไว้วางใจ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี จาก Core Business ได้แก่ การบริการดูแลที่พักและบริหารโครงการนิติบุคคล (Living Management) บริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) LIV – 24 เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ และงานตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า และที่ปรึกษางานขายโครงการ (Sale Agent Management & Brokerage Service) เน้นธุรกิจในตลาดที่เชี่ยวชาญ ทำให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่มองหาบริการที่ปรึกษาอสังหาฯ เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาภายใต้ความเชี่ยวชาญของพลัสฯ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกแบบบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละเจ้าได้มีทางเลือกมากขึ้น โดยล่าสุดเปิดตัว PLUS CONSULTANCY SERVICE บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เนื่องจากบางปัญหาหากไม่มีประสบการณ์จะต้องมีการลองผิด ลองถูก สูญเสียทั้งเวลา งบประมาณและทรัพยากรบุคคล แต่การเข้ามาปรึกษาพลัสฯ ที่มีประสบการณ์จะสามารถลดขั้นตอนเหล่านี้ลงได้ โดยสามารถเข้ามาปรึกษาเฉพาะส่วนที่มีปัญหา พลัสฯ จึงเป็นเหมือน One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้” PLUS CONSULTANCY SERVICE มีความเชี่ยวชาญใน 2 ธุรกิจหลัก 1. ให้คำปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Project Development เชี่ยวชาญด้านการศึกษา วิเคราะห์ วางแผน พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวราบ แนวสูงและวิลล่า ทีมงานของเรามีความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการที่เหมาะสม คำนึงถึงศักยภาพของทำเล ความต้องการของลูกค้าในตลาด ทำการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลตลาด รวมถึงความเป็นไปได้ทางการเงินและการลงทุนอีกด้วย Sales & Marketing ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด พร้อมวางกลยุทธ์ ตั้งราคาขาย การกำหนดกลุ่มลูกค้า และสร้างแคมเปญการตลาดที่โดนใจลูกค้าเป้าหมาย นำเสนอจุดเด่นของโครงการ ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงมีการวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่งด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง Luxury Service Design…
พลัสฯ 1 ใน 4 คีย์แมนด้านการบริหารทรัพย์สินอาคาร แชร์ประสบการณ์ให้นักศึกษา ม. ศรีปทุม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ ร่วมกับ สมาคมวิชาชีพการบริหารทรัพยากรอาคารแห่งประเทศไทย (TFMA) คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จัดโครงการเสวนาสุดพิเศษ CEO Talk #96 “The Series: ArCarl TALK ในหัวข้อ “การบริหารทรัพย์สินอาคาร จุดเปลี่ยนอาชีพแห่งอนาคต…AI ถอยไป” ณ ห้องออดิทอเรียม 2 อาคาร 40 ปี ศรีปทุม (อาคาร 11) ชั้น 14 มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพฯ โดยเชิญ CEO มืออาชีพจากบริษัทชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแชร์ประสบการณ์จริง ในเวทีเสวนาครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาระดับปริญญาโท – เอกและบุคคลทั่วไปที่สนใจ มุ่งเน้นไปที่งานในสายอาชีพการบริหารทรัพย์สินอาคาร ประเด็นสำคัญเรื่องบทบาทของเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ให้ประสบความสำเร็จ แนวโน้มและโอกาสในธุรกิจบริหารทรัพย์สินอาคารในอนาคต โดยมี ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า ประธานกรรมการ บริษัท ไนทแฟรงค์ ชาร์ทเตอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด นายวิทวัส คุตตะเทพ รองประธานกรรมการบริหารพัฒนาธุรกิจ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารจัดการอาคารและวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายสุรสิทธิ์ นาคสินธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซีโอ พร็อพเพอร์ตี้ การ์ด จำกัด ผู้ดำเนินรายการ นายปิติ อนนตพันธ์ นายกสมาคมวิชาชีพการบริหารทรัพยากรอาคารแห่งประเทศไทย (TFMA) อาจารย์ธีรบูลย์ พิศาลอภิพงศ์ คณบดีคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของงาน Facility Management บริหารจัดการอาคาร ที่สร้างให้เกิดความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้อาคาร งานในสายอาชีพนี้มีภาระงานหลายบทบาทหน้าที่ที่ต้องคิดวางแผนและจัดการปัญหาทั้งงานด้านบริหารบุคคล งานด้านระบบประกอบอาคาร งานด้านงบประมาณ ซึ่งต้องใช้ทักษะด้านศาสตร์ และศิลป์ประกอบกัน หากมีการบริหารจัดการที่สร้างประโยชน์และมีคุณภาพงานการบริการที่ได้มาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้อาคาร ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าของอาคารนั้นๆ และยังช่วยสร้างสิ่งสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้ก็คือ Branding ของอาคาร ด้วยปัจจุบันในประเทศยังคงมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก และยังมีการก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมากในทุกๆ ปี ซึ่งทุกๆ อาคารสำนักงานเหล่านี้จะต้องมีผู้บริหารจัดการแบบมืออาชีพเข้ามาดูแลและการบริหารจัดการ ทำให้ธุรกิจนี้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด และมีโอกาสเติบโตในทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในมุมมองการที่เทคโนโลยี AI ถูกพัฒนาและเข้ามาสร้างผลกระทบในหลายธุรกิจนั้น…