พลัส พร็อพเพอร์ตี้ คว้าบริหารงานขาย Motif Sukhumvit-Bangna บ้านเดี่ยวโมเดิร์นลักซ์ชัวรี

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจาก บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่งตั้งให้เข้าบริหารงานขายและการตลาดโครงการ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา (Motif Sukhumvit-Bangna)” บ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักซ์ชัวรี บนทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนบางนา มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 640 ล้านบาท โครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา มาพร้อมกับการออกแบบสไตล์ Modern Luxury มีลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว เอกซ์คลูซีฟสำหรับ 14 ครอบครัวเท่านั้น ราคาเริ่มต้น 44-80 ล้านบาท* กำหนดเปิดพรีเซลล์โครงการในวันที่ 26-27 เม.ย. นี้ พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท! นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ ไว้ใจให้เราดูแลโครงการต่อเนื่อง ครั้งนี้ เข้ารับบริหารงานขายและการตลาดให้กับโครงการโมทีฟ สุขุมวิท-บางนา ซึ่งจุดเด่นของโครงการคือดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา มาพร้อมกับคอนเซปท์ “นิยามของชีวิตที่เหนือระดับ” ผสานอัตลักษณ์การออกแบบของสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด Modern luxury โครงการตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือระดับและคุณภาพของแบรนด์ จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่การอยู่อาศัย และการลงทุนได้เป็นอย่างดี นายธีรสันต์ นรินทร์สุขสันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมทีฟ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 10 ปีของตนในการสร้างแบรนด์และโครงการย่านสมุทรปราการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เล็งเห็นโอกาสในการเติบโต จึงได้ปั้นบริษัท โมทีฟ ดีเวลสอปเม้นท์ ขึ้น เปิดโครงการแรกภายใต้แบรนด์ “โมติ ทาวน์ สุขุมวิท – แพรกษา” ตามด้วย “โมติ เฮ้าส์ สุขุมวิท-แพรกษา” มูลค่าโครงการกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งในปีนี้ เราได้เปิดแบรนด์น้องใหม่ “โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา” เซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่ เจาะกลุ่มลูกค้า S-Class มูลค่าโครงการ 640 ล้านบาท พร้อมดึงพลัส พร็อพเพอร์ตี้ มาช่วยบริหารจัดการ เสริมแกร่งให้กับแบรนด์ โมทีฟ สุขุมวิท-บางนา บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดัง คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ (WARchitect) ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานที่ได้รับการจับตามองในวงการออกแบบทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน V60 House, Y/A/O Residence, Sleepless Residence และอีกมากมาย…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เทียบฟอร์ม 10 อสังหาฯ บิ๊กแบรนด์ ปี 67

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลวิจัยผลการดำเนินงาน 10 อันดับผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 พบสามอันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุด ได้แก่ แสนสิริ เอพี และ ศุภาลัย แม้ตลาดจะเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง แต่บิ๊กอสังหาฯ หลายรายสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลยุทธ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะการขยายโครงการระดับลักซ์ชัวรี ซึ่งเป็นแนวทางหลักตั้งแต่ปี 2567 และต่อเนื่องถึงปีนี้ ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นยังเป็นอีกแรงส่งเสริมให้ตลาดอสังหาฯ ขยายตัว โดยเฉพาะทำเลท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น ยังคงคึกคักต่อเนื่อง โครงการ PTY Residence Sai 1 จากแสนสิริ อันดับ 1 แสนสิริ รายได้รวม 39,205 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท แสนสิริมีรายได้รวม อยู่ที่ 39,205 ล้านบาท โตขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 5,253 ล้านบาท ลดลง 13.3% จาก 6,060 ล้านบาทในปี 2566 ทั้งนี้ แสนสิริยังคงรักษารายได้เติบโตต่อเนื่อง เติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะแข่งขันสูง โดยเติบโตจากกลยุทธ์การปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเจาะกลุ่มความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม-ลักซ์ชัวรี รวมถึงการรุก Strategic Locations เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยสัดส่วนยอดขายและยอดโอนของบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ยอดขายคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ รายได้รวม 37,460 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท เอพี ไทยแลนด์ มีรายรวม 37,460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท โดยรายได้ลดลง 2.4% จาก 38,399 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 17.1% จาก 6,054 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสินค้าแนวราบยังคงเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ของเอพี ไทยแลนด์ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวเครือเอพี ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า อันดับ 3 ศุภาลัย รายได้รวม 31,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,190 ล้านบาท ศุภาลัย สร้างรายได้รวมที่…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขานรับดีมานด์นักท่องเที่ยวภูเก็ตพุ่ง รุกเสิร์ฟบริการอสังหาฯ ครบวงจร

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดที่อยู่อาศัย ในปี 2567 ภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18% จากปี 2566 ขณะที่จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต (Flight Arrival) จากข้อมูลของท่าอากาศยานไทย (AOT) มีจำนวนทั้งสิ้น 51,836 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 28,645 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 23,193 เที่ยวบิน ซึ่งคิดเป็น 89% ของระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ในปีนี้ จำนวนเที่ยวบินขาเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งแต่เดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2568 มีจำนวนทั้งหมด 10,556 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 6,207 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 4,349 เที่ยวบิน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ตสูงสุด 3 อันดับแรกจากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต คือรัสเซีย จีน และ อินเดีย การเติบโตของเที่ยวบินดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อ ตลาดที่อยู่อาศัย ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ตลาดนักลงทุนต่างชาติขยายตัว การเดินทางที่สะดวกขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจาก จีนและรัสเซีย ให้ความสนใจลงทุนในคอนโดมิเนียมมากขึ้น ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าระยะยาว 2. ดีมานด์จากกลุ่มผู้พำนักระยะยาว (Long Stay & Expatriates) นักท่องเที่ยวกลุ่มที่พำนักระยะยาวและกลุ่ม Digital Nomads มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยที่รองรับการใช้ชีวิตระยะยาวได้รับความสนใจมากขึ้น 3. ตลาดเช่าระยะสั้นเติบโต การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นดีมานด์เช่าคอนโดมิเนียมแบบ Short-Term Rental โดยเฉพาะในทำเลที่อยู่ใกล้สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก นางสาวสมสกุล กล่าวว่า เราบุกตลาดภูเก็ตมาแล้วกว่า 18 ปี มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอสังหาฯ และเข้าใจตลาดภูเก็ตเป็นอย่างดี ในขณะนี้ เราบริหารโครงการที่อยู่อาศัยที่ภูเก็ตจำนวนทั้งสิ้น 21 โครงการ ครอบคลุมกว่า 7,000 ยูนิต พื้นที่รวมกว่า 500,000 ตร.ม. และในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ส่งบริการแบบครบจบที่เดียว ตั้งแต่การบริหารการขายและการตลาดให้กับโครงการ (Sole Agent) การบริการซื้อ-ขาย-เช่า (Brokerage) และบริการหลังการขาย (After-sale…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมมือ Nasket และเสริมสุข ส่งนวัตกรรมใหม่ ‘ตู้น้องแพค’เสิร์ฟน้ำดื่มคุณภาพถึงคอนโดฯ ตลอด 24 ชั่วโมง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จับมือ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และ บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมผ่านสินค้าและบริการอัจฉริยะในคอนโดมีเนียม ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีของการก่อตั้งบริษัท Nasket เดินหน้าปฏิวัติตลาดรีเทลเพื่อผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯ ด้วยโซลูชันอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดภาระการจัดการ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทบริหารนิติบุคคลอย่างได้ผล โดยล่าสุดจัดงาน “ตู้น้องแพค พลัสฯ กับคริสตัล” เพื่อเปิดตัวตู้จำหน่ายน้ำดื่มยกแพ็ค Clear Vendink™ ช่องทางบริการสินค้ารูปแบบใหม่ในคอนโดฯ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยร่วมมือกับพันธมิตร และบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในเมืองมากยิ่งขึ้น พร้อมชูกลยุทธ์ Mascot Marketing คาแรกเตอร์ “น้องแพค” เพื่อสร้างภาพจำในฐานะตัวแทนของแบรนด์ในการสื่อสาร แสดงภาพลักษณ์ และสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมต่อแนวคิด คอนโด-รีเทล-เทคโนโลยี อย่างตรงจุด นายผรินทร์ สงฆ์ประชา CEO บริษัท นาสเกต รีเทล จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มของนวัตกรรมสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเน้นความประหยัดมากขึ้น แต่ก็ยังต้องการความสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และต้องได้มาตรฐานดังเดิม ซึ่งสำหรับสินค้าบางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีการใช้งานสม่ำเสมอ กลับเป็นจุดที่การซื้อผ่านออนไลน์ ยังไม่ตอบโจทย์ได้ครอบคลุม เพราะจะเสียค่าส่งแพง ดังนั้นนาสเกตจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการที่ช่วยให้ลูกบ้านเข้าถึงสินค้าและบริการที่จำเป็นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีบริการตัวล่าสุดคือ ‘ตู้น้องแพค’ ตู้ขายน้ำดื่มยี่ห้อดังยกแพค ราคาถูก ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้ลิฟท์ในบริเวณล็อบบี้ ปัจจุบันมีให้บริการแล้วกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ทำรายการด้วยระบบอัจฉริยะที่รองรับ Cashless Payment เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบ AI ที่ช่วยคำนวณการเติมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สินค้าจะพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งลูกบ้านสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้โดยตรง นอกจากนี้เราใช้กลยุทธ์ Mascot Marketing ผ่านคาแรกเตอร์ ‘น้องแพค’ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจ สร้างการจดจำ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของนาสเกตในอนาคต” นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงประโยชน์ที่โซลูชันของนาสเกตที่มอบให้กับลูกบ้านที่พลัสดูแลอยู่ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งมองว่าการมีระบบ Smart Convenience Solutions อย่าง Clear Vendink™ ในโครงการที่พักอาศัยภายใต้การดูแลของพลัสในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน แต่ยังช่วยลดภาระการจัดการของนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบเติมน้ำอัตโนมัติและ AI ช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำจุดยืนในการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม กางแผนความยั่งยืนปี 2025 มุ่งเน้นดำเนินการผ่านสามเสาหลักด้านความยั่งยืน คือการจัดการขยะ (Waste Management) การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมร่วมกับลูกบ้าน (Green Activity) เพื่อหมุดหมายในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2050 นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความเป็นอยู่ (Living Management) ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เราเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย และการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholder) ทุกฝ่ายของเรา” 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน (Sustainability Pillar) ของพลัสฯ 1. การจัดการขยะ (Waste Management) ผ่านโครงการคัดแยกขยะ (Waste to Worth) โดยมีการจัดรณรงค์และประชาสัมพันธ์การคัดแยกขยะ พร้อมทั้งจัดอบรมเรื่องการคัดแยกขยะในทุกโครงการที่พลัสฯ ดูแล โดยในปีที่ผ่านมา โมเดลนี้ถูกนำไปใช้ในทุกโครงการที่อยู่อาศัย 100% โดยในปีที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณขยะทั้งหมดในโครงการลงได้ 35% และสามารถเพิ่มปริมาณการรียูสและรีไซเคิลจากขยะที่แยกมาทั้งหมดได้ถึง 33% เมื่อเทียบกับปี 2023 ทั้งนี้ พลัสฯ ตั้งเป้าหมายในปี 2025 ให้มีอัตราส่วนขยะรีไซเคิลในโครงการ เพิ่มขึ้น 30% และค่าเฉลี่ยน้ำหนักขยะลดลง 5% 2. การลดการใช้พลังงาน (Energy Consumption) โครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ การแจกแจงแผนการใช้งานและดูแลระบบไฟฟ้า น้ำ และลิฟต์โดยสาร งานบำรุงรักษา การลดการใช้กระดาษ และงานสวน เป็นต้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2025 สามารถลดหน่วยการใช้น้ำและไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีลง 5% 3. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Activity) กำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และกิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น กิจกรรม ‘คัด แยก แลก สุข’ โดยให้ลูกบ้านสามารถนำขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ มาแลกรับไข่ไก่ได้ กิจกรรม Backyard สวนปลูกผักที่ไม่เพียงสร้างพื้นที่สีเขียว แต่ยังสามารถนำผลผลิตไปแจกจ่ายและแปรรูปส่งมอบให้ลูกบ้านได้ รวมทั้ง กิจกรรมบริจาคหลอดพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปทำหมอนหลอดสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น นอกจากนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยทิศทางธุรกิจปี 68 รุกตลาด Luxury Segment เดินหน้าธุรกิจใหม่ ให้ตรงใจลูกค้า

คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2567ที่ผ่านมา ทิศทางธุรกิจเป็นไปในแง่บวก โดยสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้า แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเติบโตได้ดี จากแรงขับเคลื่อนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ทำเลศักยภาพในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ขอนแก่น พัทยา ยังคงได้รับความนิยม ส่งผลเชิงบวกต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถทำรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา จากการบริหารโครงการครอบคลุมทุกประเภท ทั้งโครงการแนวราบ (Low Rise) โครงการแนวสูง (High Rise) และ อาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) จำนวนรวมทั้งสิ้น 442 โครงการ มีขนาดพื้นที่รวมทั้งสิ้น 20.2 ล้าน ตร.ม. สะท้อนถึงดีมานด์ด้านบริการหลังการขายและการบริหารจัดการอสังหาฯ ยังคงมีสูง รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพในการบริหารจัดการของพลัสฯ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการให้บริการ เพื่อรองรับความต้องการของเจ้าของโครงการ ผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนได้อย่างมืออาชีพ การันตีคุณภาพการบริการด้วยคะแนนความพึงพอใจจากการประเมินของลูกค้า (Customer Satisfaction) ในปีที่ผ่านมา คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 90.7% พร้อมมั่นใจได้ด้วยมาตฐานสากล โดยพลัสฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ที่ครอบคลุมระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ (ISO 41001) และระบบบริหารสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ซึ่งพลัสฯ เป็นรายแรกและรายเดียวที่สามารถใช้มาตรฐานเหล่านี้ครอบคลุมทุกโครงการได้ เปิดทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์ของพลัสฯ ในปี 68 คุณสุวรรณี เผยว่า ในปี 2568 นี้ พลัสฯ ตั้งเป้ากวาดรายได้กว่า 2 พันล้านบาท โดยวางรายได้หลักมาจาก 4 ธุรกิจที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของพลัสฯ คือ ธุรกิจบริหารจัดการที่พักอาศัย (Living Management) ธุรกิจบริหารอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ธุรกิจซื้อ ขาย เช่า และบริหารงานขายโครงการ (Brokerage & Sale Management) ธุรกิจ ลิฟ-ทเวนตี้โฟร์ (LIV-24) โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งตั้งต้นมาจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อส่งมอบบริการที่ตรงใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ beyond expectation ให้แก่ลูกค้าด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญของพลัสฯ ในปีนี้ คือ 1. เจาะกลุ่มลูกค้าเซกเมนต์ลักซ์ชัวรี่…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำความเชี่ยวชาญ ยกระดับระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารให้ Paso Tower อย่างครบวงจร

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้รับความไว้วางใจจาก ปาโซ่ ทาวเวอร์ (Paso Tower) ให้เข้าดูแลและบริหารจัดการอาคารและระบบวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ยืดอายุการใช้งานอาคาร ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เช่าพื้นที่และผู้ใช้งานอาคาร อาคาร Paso Tower เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 28 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างถนนสีลม การเดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีช่องนนทรี มีขนาดพื้นที่รวมทั้งหมด 28,860 ตร.ม. และพื้นที่สำนักงานให้เช่ารวม 11,143 ตร.ม. ทั้งนี้ พลัสฯ เข้ามาบริหารจัดการระบบอาคารและวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจรให้แก่ Paso Tower ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน ควบคุม และปฏิบัติการในการดูแลบำรุงรักษาระบบประกอบอาคาร ให้สามารถทำงานและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบน้ำใช้ภายในอาคาร ระบบความปลอดภัยต่างๆ อย่างระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ หรือระบบอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ผ่านการดำเนินงานโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 28 ปี และมีมาตรฐานในการดำเนินงานในระดับสากล พัฒนาทั้งความปลอดภัยและคุณภาพ เพื่อให้ Paso Tower สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายภคิน เอกอธิคม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร ฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “การจัดการระบบวิศวกรรมอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่มั่นคงให้อาคาร ไม่เพียงแค่การจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย แต่ยังสามารถเพิ่มศักยภาพในการใช้งานอาคาร ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การวางแผนงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาอาคารอย่างถูกต้องและเหมาะสม ยังช่วยให้อาคารมีความพร้อม สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของอาคาร ผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร นับเป็นการลงทุนที่สะท้อนถึงความคุ้มค่า ทั้งในเชิงธุรกิจและมูลค่าของอาคาร” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารจัดการโครงการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคาร mix-used ห้างสรรพสินค้า และอาคารเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงอาคารที่มีความซับซ้อนสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้บริหารจัดการอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าจำนวน 39 แห่ง รวมพื้นที่ 1.96 ล้านตารางเมตร และมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงจำนวน 395 โครงการ รวมพื้นที่ทั้งหมด 18.55 ล้านตารางเมตร พร้อมรับงานดูแลอาคารที่ครอบคลุมในทุกประเภท สำหรับผู้ที่สนใจบริการสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-688-7555 หรือเว็บไซต์ www.plus.co.th/service/facility-management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นใส่ใจด้านความยั่งยืน พา 6 โครงการที่อยู่อาศัยคว้ารางวัล ‘Green Residence’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำมาตรฐานการบริหารโครงการที่พักอาศัยที่ยั่งยืน ล่าสุด 6 โครงการได้รับการรับรอง Green Residence ประจำปี 2567 จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยโดยมุ่งเน้นความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโครงการที่บริหารจัดการได้รับการรับรองให้เป็นที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Residence) ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งสิ้น 6 โครงการ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัล Green Residence มอบให้แก่หน่วยงานและที่อยู่อาศัย ที่มีการจัดการและใช้ทรัพยากรรวมถึงพลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีควบคู่กับการจัดการของเสีย (waste) และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย พลัสฯ ส่งรายชื่อโครงการเข้าร่วมคัดเลือกทั้งสิ้น 6 โครงการ และสามารถคว้ารางวัลมาได้ทั้งหมดทุกโครงการ ใน 2 หมวดรางวัล ได้แก่ รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 3 รางวัล เนีย บาย แสนสิริ (NIA by Sansiri) เดอะ มูฟ เกษตร (THE MUVE Kaset) เอ็กซ์ที เอกมัย (XT Ekkamai) รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) 3 รางวัล ไฟคัส เลน (Ficus Lane) เดอะ โมนูเม้นต์ สนามเป้า (The Monument Sanampao) เดอะ ไลน์ ราชเทวี (THE LINE Ratchathewi) ความสำเร็จนี้เกิดจากการดำเนินโครงการและกิจกรรมที่สนับสนุนด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดย พลัสฯ ได้มุ่งเน้นใน 3 ส่วนหลัก ในการบริหารจัดการโครงการ ตลอดจนสร้างชุมชนของผู้อยู่อาศัยที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการขยะ ผ่านการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และอบรมให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะครอบคลุมทุกโครงการ 2) การจัดการพลังงาน โดยโครงการที่อยู่อาศัยจะต้องนำเสนอรายงานอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO-14001 ของบริษัทฯ และ 3) การจัดกิจกรรม Green Activity ที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้แต่ละโครงการเสนอแผนงานและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการขยะ พลังงาน และพื้นที่สีเขียวในโครงการ นฤมล อาภรณ์ธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “รางวัลที่ได้รับนี้เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งและเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพลัสฯ ในการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้…
รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยในบ้าน อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์

รับมือ PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพกับ Plus Property ชวนคุณสำรวจเคล็ดลับการดูแลพื้นที่อยู่อาศัยและอาคารให้ปลอดฝุ่น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ค้นพบวิธีดูแลพื้นที่ของคุณให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ได้จากบทความนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2568 ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 ในหลายพื้นที่ทะลุเกณฑ์มาตรฐานสู่ระดับ “สีส้ม” ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ประชากรถึง 38 ล้านคน กำลังอาศัยในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 เกินมาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) โดยในจำนวนนี้มีถึง 15 ล้านคน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบจนค่าเฉลี่ยอายุขัยของคนไทยลดลงถึง 1.78 ปี เพื่อรับมือกับฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ขอแนะนำแนวทางป้องกันและดูแลพื้นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยลดผลกระทบจาก PM 2.5 และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งานดังต่อไปนี้ แนวทางดูแลรับมือฝุ่น PM 2.5 ในอาคารที่พักอาศัย 1. ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ที่อาจมีฝุ่นละอองเข้าถึงได้ง่าย โดยทำการปิดช่องลม หน้าต่างที่ไม่มีความจำเป็น ทำความสะอาดเน้นจุดเฉพาะที่สะสมฝุ่น เช่น พรมเช็ดเท้าและพรมปูพื้น ทำความสะอาดเป็นประจำสม่ำเสมอ และพ่นละอองน้ำสู่อากาศ ฉีดล้างถนนส่วนกลาง และรดน้ำต้นไม้บริเวณโครงการ 2. ปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยมีการเลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบคล้ายใบสน เพื่อลดการสะสมฝุ่น ดูแลพื้นที่สวนปลูกหญ้าคลุมพื้นดินแทนการเทปูน นอกจากช่วยในการดักจับฝุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ รวมทั้งมีการดูแลจุดพิเศษอย่างสระว่ายน้ำที่มักจะอยู่กลางแจ้ง และเป็นจุดที่ฝุ่นมักจะมีโอกาสเจือปนได้ง่าย 3. ตรวจสอบคุณภาพน้ำในสระอย่างสม่ำเสมอ วัดค่าคลอรีน และค่า pH ให้ได้มาตรฐาน ทำความสะอาดรางน้ำล้น และ บริเวณโดยรอบเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ ช้อนใบไม้และสิ่งสกปรก ดูดตะกอนสิ่งสกปรก หรือ เศษต่างๆ ที่อยู่ก้นสระ เพื่อให้สระว่ายน้ำสะอาด สวยงาม และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4. ลดการปล่อยมลพิษออกสู่ชุมชน ผ่านการการดูแลเครื่องจักรต่าง ๆ ในอาคารให้ทำงานได้ตามปกติ 5. ทีมนิติบุคคลแนะนำวิธีดูแลสุขภาพท่ามกลางฝุ่น PM 2.5 แก่ลูกบ้าน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงลูกบ้านอย่างทั่วถึง โดยสำหรับพลัสฯ เอง มีการแจ้งข้อมูลการดูแลตนเองจาก PM 2.5 และเช็คค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่าน Home App แนวทางดูแลรับมือฝุ่น…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงกลายมาเป็นสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก้าวทันเทรนด์ “Pet Parent” พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักสัตว์ ทั้งด้านพื้นที่ ความปลอดภัย สุขอนามัย และการสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย “Pet Parent” เทรนด์ใหม่ที่ขับเคลื่อนตลาดที่อยู่อาศัย เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นลูก หรือเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization หรือ Pet Parent) ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของ ttb analytics พบว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2567 นั้นขยายตัวขึ้นจากปีก่อนสูงถึง 12.4% ด้วยมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท และมีมูลค่าเฉลี่ยการเติบโตของมูลค่าตลาดย้อนหลัง 5 ปี (CAGR) ที่ 17.5% นอกจากนี้ การเลี้ยงสัตว์ในแบบ Pet Humanization หรือ Pet Parent ด้วยการใส่ใจและตามใจในฉบับทาสหมา – ทาสแมว ทำให้คนเลี้ยงสัตว์ใช้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสัตว์สูงถึงปีละ 41,100 บาทต่อตัว สัตว์เลี้ยงบางตัวที่มีความน่ารัก หรือมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ยังสามารถกลายเป็น Pet Celebrity หรือสัตว์เลี้ยงชื่อดังที่ได้รับความสนใจจากผู้คนในสังคม และมีผู้ติดตามผ่านทางช่องทาง Social Media จึงนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ดังนั้น การเลี้ยงสัตว์ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ความชอบหรืองานอดิเรก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของคนยุคใหม่ที่เริ่มมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวมากยิ่งขึ้น นฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของคนไทยมีขนาดเล็กลง และคนหันมาเลี้ยงสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยมองสัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยรูปแบบ Pet-friendly เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ใช้ในการมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง ไม่เพียงแค่พื้นที่กว้างขวาง แต่ยังต้องการโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และระบบจัดการที่คำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง” พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ 28 ปีในการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และการศึกษา Insight ของผู้อยู่อาศัยเพื่อนำมาออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละยุคสมัยได้อย่างลงตัว พลัสฯ ได้พัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบรับเทรนด์ Pet Humanization ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุสำหรับการอยู่อาศัย เช่น พื้นผิวที่ทนทานต่อน้ำและกลิ่น ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนหรือสนามหญ้า โซนฝึกฝนและออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง พื้นที่ร่มรื่นสำหรับพักผ่อน รวมถึงการให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัย โดยมีการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพ มีจุดทิ้งขยะเฉพาะ การทำความสะอาดที่สม่ำเสมอ และการแจกอุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น ถุงเก็บสิ่งปฏิกูลในพื้นที่สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงผ่านการจัดกิจกรรม เช่น การเทรนนิ่งการดูแลสัตว์เลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือการจัดอบรมเล็ก…