เปิดโพล 5 อันดับงานบ้านสุดยี้ ที่คนไม่อยากทำมากที่สุด พร้อมเคล็ดลับการทำงานบ้านให้ง่ายขึ้นและประหยัด

งานบ้าน เป็นสิ่งที่หลายคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามีงานบ้านบางอย่างที่แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาทันที จากการรวบรวมความคิดเห็นจำนวนมาก เราได้สรุป 5 อันดับงานบ้านที่คนไม่ชอบทำมากที่สุด พร้อมเหตุผลเจ็บจี๊ดที่เชื่อว่าหลายคนต้องพยักหน้าตาม เพราะนี่คือเสียงสะท้อนจากใจจริงของเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทั่วประเทศ 1. การล้างห้องน้ำ: สมรภูมิแห่งคราบฝังแน่นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยืนหนึ่งมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีใครเทียบได้คือ “การล้างห้องน้ำ” ซึ่งถูกยกให้เป็นภารกิจที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจมหาศาล หลายคนมองว่านี่คืองานที่หนักและเหนื่อยใจที่สุด เปรียบเสมือน “สนามรบ” ที่ต้องต่อสู้กับคราบสกปรกและกลิ่นนานาชนิด เหตุผลที่ทำให้การล้างห้องน้ำเป็นงานสุดหิน: ต้องใช้แรงเยอะและท่วงท่าที่ไม่สบายตัว: การต้องก้มๆ เงยๆ หรือนั่งยองๆ เพื่อขัดถูเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว และปวดเมื่อยตามร่างกาย   คราบสกปรกฝังแน่นและซอกมุมที่เข้าถึงยาก: คราบสบู่ คราบน้ำ คราบรา และคราบหินปูนที่ฝังแน่นตามซอกกระเบื้อง ร่องยาแนว หรือมุมสุขภัณฑ์ต่างๆ นั้นขจัดออกได้ยากมาก   กลิ่นไม่พึงประสงค์และสารเคมีรุนแรง: ต้องเผชิญกับกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ อีกทั้งน้ำยาล้างห้องน้ำยังมีกลิ่นฉุนและมีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนังได้   ใช้เวลานานและต้องทำบ่อย: ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ใช้งานทุกวันจึงสกปรกง่าย ทำให้ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลานานกว่าจะสะอาดหมดจด   ความรู้สึกว่าทำไปก็ไม่คุ้มค่า: หลายครั้งที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจขัดจนสะอาด แต่กลับถูกตำหนิว่ายังไม่สะอาดพอ หรือใช้ไปไม่นานก็กลับมาสกปรกเหมือนเดิม ทำให้รู้สึกท้อใจ   เคล็ดลับล้างห้องน้ำ: ทำความสะอาดเล็กๆ บ่อยๆ ป้องกันคราบฝังลึก เช่น หลังอาบน้ำใช้ที่ปาดน้ำรีดออก หรือฉีดสเปรย์น้ำส้มสายชูอ่อนๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง แล้วล้างน้ำ จะช่วยลดคราบสบู่และหินปูนได้โดยไม่ต้องออกแรงขัดหนัก และแปรงขัดไฟฟ้าก็ช่วยทุ่นแรงได้มาก 2. การรีดผ้า: ภารกิจท้าทายความอดทนท่ามกลางไอความร้อน อีกหนึ่งงานบ้านที่หลายคนขอบายคือ “การรีดผ้า” แค่เห็นกองผ้ารออยู่ก็รู้สึกท้อแล้ว เป็นงานที่ถูกนิยามว่าต้องใช้ทั้งความอดทน สมาธิ และความใจเย็นอย่างสูง เหตุผลที่ทำให้การรีดผ้าเป็นฝันร้าย: ร้อนและเหนื่อย: การต้องยืนหน้าเตารีดเป็นเวลานานท่ามกลางอากาศร้อนของประเทศไทย ทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยและเหนื่อยมาก   ใช้เวลานานและน่าเบื่อ: การรีดผ้ากองโตมักใช้เวลานานเป็นชั่วโมง เป็นงานซ้ำซากจำเจ และทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่น   ต้องใช้ทักษะและความละเอียดสูง: การรีดผ้าให้เรียบคมกริบ โดยเฉพาะเสื้อเชิ้ตหรือชุดนักเรียนที่มีจีบเยอะๆ เป็นเรื่องยากและต้องใช้ความประณีตสูง   รีดยาก รีดแล้วยับเหมือนเดิม: ปัญหาคลาสสิกคือรีดข้างหน้าเรียบ แต่ข้างหลังกลับมายับ หรือรีดเสร็จเก็บเข้าตู้ก็ยับอีก ทำให้รู้สึกเสียแรงและเสียเวลา   เสี่ยงต่ออุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ: มีความเสี่ยงที่จะโดนเตารีดลวกจนเป็นแผล และการยืนหรือนั่งนานๆ ทำให้ปวดหลังปวดขาได้   เคล็ดลับ: ลดงานรีดผ้าได้ตั้งแต่ซักและตาก — สะบัดผ้าก่อนตาก เก็บทันทีเมื่อแห้ง แล้วพับหรือแขวน จะช่วยให้ผ้าเรียบขึ้นโดยไม่ต้องรีดบ่อย หากต้องรีด เลือกเตารีดไอน้ำแบบยืนช่วยประหยัดเวลา และเปิดเพลงหรือพอดแคสต์ไปด้วยให้งานเพลินขึ้น 3. การล้างจาน: มหกรรมหลังมื้ออาหารที่ไม่มีวันจบสิ้น “การล้างจาน” เป็นงานที่หลายคนรู้สึกเบื่อและอยากหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหลังทานอาหารอิ่มๆ เป็นภารกิจที่ต้องเผชิญหน้ากับทั้งคราบมันและเศษอาหารที่น่าขนลุก เหตุผลที่ทำให้หลายคนไม่ชอบล้างจาน: ต้องสัมผัสกับเศษอาหารและคราบมัน: ความรู้สึกที่ต้องเจอกับเศษอาหารที่เปียกแฉะ คราบซอสเหนียวๆ…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยืน 1 ผู้ให้บริการอสังหาฯ ครบวงจร คว้ารางวัล “Best Property Management” 2 ปีซ้อน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สร้างความสำเร็จอีกครั้ง! คว้ารางวัลในงาน Livinginsider Thailand Developer Awards 2025 สาขา “Best Property Management” สุดยอดผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและการรักษาคุณภาพในการส่งมอบบริการที่มีมาตรฐานและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง รางวัล Livinginsider Thailand Developer Awards 2025 จัดโดย Livinginsider ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ สำหรับการขาย-เช่าโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อตอกย้ำการสนับสนุนและยกย่องผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่สร้างผลงานโดดเด่น พร้อมทั้งมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน กว่า 28 ปี ที่พลัสฯ ดูแล บริหารจัดการอสังหาฯ ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ทั้งคุณค่าในการลงทุนและการอยู่อาศัยที่มุ่งเน้นส่งเสริมคุณภาพชีวิต ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลโครงการทั้งสิ้น 440 โครงการ กว่า 100,000 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 20 ล้าน ตร.ม. ดูแลครอบคลุมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์ ให้บริการด้านนิติบุคคลคอนโดและหมู่บ้าน บริการตรวจอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร รวมถึง บริการพลัส คอนเซียจ ที่พาร์ทเนอร์กับผู้ให้บริการด้านการอยู่อาศัย เช่น แม่บ้าน ทำสวน ซักผ้า ล้างแอร์ ฯลฯ เพื่อส่งมอบบริการให้ถึงมือลูกบ้านอย่างง่ายดาย และสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมีบริษัทในเครืออย่าง ลิฟ-24 (LIV-24) เข้ามาเติมเต็มการดูแลด้วยโซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยใช้ AI (Artificial Intelligence) และ IoT (Internet of Things) ช่วยดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ รวมถึงสามารถตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยศักยภาพด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พลัสฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานการทำงานระดับสากลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ทั้งระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ (ISO 41001) และระบบบริหารสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) โดยเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่สามารถบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมทุกโครงการได้อย่างครบถ้วน และยังมีสถาบันฝึกอบรม Plus Eduplex ที่ผลิตบุคลากรคุณภาพปีละกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้พลัสฯ สามารถรักษามาตรฐานและคุณภาพบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พลัสฯ ยังต่อยอดประสบการณ์และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคสู่การพัฒนาบริการใหม่ เช่น “Plus Consultancy” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการที่ปรึกษาเฉพาะเรื่องได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีทีมบริหารงานอยู่แล้ว แต่ต้องการคำปรึกษาเฉพาะส่วน นอกจากนี้ พลัสฯ ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ผ่านการสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีและมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง การนำผักที่ปลูกภายในโครงการมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มอบให้ลูกบ้าน หรือกิจกรรม Waste To Worth ในการคัดแยกขยะ ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดกลยุทธ์หนุนธุรกิจ Property Management โตต่อครึ่งปีหลัง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งยกระดับการบริหารจัดการอสังหาฯ ด้วยกลยุทธ์ใหม่ครึ่งปีหลัง สร้างความมั่นใจจากลูกค้าด้วยคะแนนความพึงพอใจทะลุ 90% นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในเทรนด์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คือ ‘กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง’ (real demand) เป็นกำลังซื้อหลักที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็น Game Changer จากอดีตที่กลุ่มนักลงทุนมีบทบาทสำคัญ ส่งผลให้ดีเวลลอปเปอร์ต้องหันมาเน้นการสร้างโครงการที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง และมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้คุณภาพ ไปจนถึงบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เลือกคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยคนเดียวหรือคนโสด ให้ความสำคัญไม่เพียงแค่กับทำเลและงบประมาณที่เหมาะสม แต่ยังคำนึงถึงบริการหลังการขายด้วย เพราะต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพการดูแลหลังเข้าอยู่อาศัย เห็นได้ชัดว่าบริการหลังการขาย มีส่วนในการตัดสินใจซื้อและเป็นกุญแจสำคัญที่จะพลิกเกมการแข่งขันให้ธุรกิจอสังหาฯได้ในระยะยาว พลัสฯ เราในฐานะ Property Management ที่เป็นผู้ให้บริการจัดการด้านการอยู่อาศัย มุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อเนื่องเพื่อสามารถให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างในแต่ละยุคสมัย สะท้อนภาพความสำเร็จผ่านผลการประเมินความพึงพอใจจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยครึ่งปีแรกนี้ พลัสฯ สามารถคว้าคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าได้สูงถึง 90.8% เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่ได้คะแนน 90.1% และปี 66 ที่ได้คะแนน 89.4% สะท้อนถึงการรับฟังเสียงของลูกค้าและนำมาพัฒนาบริการได้จริง โดยมิติการบริการที่ลูกค้าให้คะแนนพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การบริการของพนักงาน การให้ความช่วยเหลือของพนักงาน และการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง สอดคล้องกับดีเอ็นเอของพลัสฯ ที่ยึดมั่นในมาตรฐานการบริหารและการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ พลัสฯ ยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้ดูแลโครงการต่อเนื่องยาวนาน โดยมีโครงการที่พลัสฯ บริหารต่อเนื่องเกิน 10 ปี ถึง 113 โครงการ ในที่นี้ มีโครงการที่ดูแลยาวนานมากกว่า 20 ปี ถึง 13 โครงการ โดยมีไฮไลท์ที่โดดเด่น เช่น โครงการบ้านไข่มุก ของแสนสิริ ที่พลัสฯ ดูแลมากกว่า 30 ปี มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% จากการดูแลรักษาและบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เปิด 6 กลยุทธ์หลัก เบื้องหลังความสำเร็จที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า  1. ระบบการทำงานที่มีมาตรฐาน พลัสฯ ใช้มาตรฐานการทำงานระดับสากล ครอบคลุมทุกโครงการ 100% ทั้งการดูแลเชิงกายภาพเพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางสวยงามและมีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา การวางกฎระเบียบที่ชัดเจน การมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน มีทีมสนับสนุน เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายกฎหมาย และ Call Center คอยรับเรื่องร้องเรียน เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ 2. มองเทรนด์ตลาด สร้างโมเดลและธุรกิจใหม่ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เรามองเทรนด์ตลาดและความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลจริง และมองหาโซลูชันหรือบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า เช่น โมเดลบริหารงานแบบ Pool Resource…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ปิดดีลการประกวดราคากลุ่มอาคารสิริ แคมปัส มูลค่า 2,400 ล้านบาท

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ประกาศความสำเร็จจากการปิดดีลการประกวดราคากลุ่มอาคารสิริ แคมปัส (Siri Campus) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารสำนักงาน ในโซนพระโขนง-สุขุมวิท ซึ่งประกอบด้วย 5 อาคาร คือ อาคารสำนักงาน 6 ชั้นจำนวน 3 หลัง, อาคารสำนักงานพาณิชย์ (ร้านค้า) 6 ชั้น จำนวน 1 หลัง, อาคารสำนักงานพาณิชย์ และพื้นที่จอดรถยนต์ 7 ชั้น จำนวน 1 หลัง ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ 7-1-42.2 ไร่ ภายในโครงการ T77 ซอยอ่อนนุช 1/1 (ถนนสุขุมวิท 77) กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ให้เช่ารวม 19,602 ตารางเมตร และพื้นที่ใช้สอยรวม 31,862 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถจำนวน 337 คัน ปัจจุบันมีรายได้จากค่าเช่าประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท เอสพีวี 77 จำกัด (SPV77) ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนสิริฮับ (“โครงการ”) แต่งตั้งให้เป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน (Selling Agent) อย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการจำหน่ายกลุ่มอาคารสิริ แคมปัส ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามหนังสือชี้ชวนของโครงการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลดำเนินการจำหน่ายกลุ่มอาคารสิริ แคมปัส เพื่อจัดสรรส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายและปิดโครงการภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด การประกวดราคาเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในราคาเสนอซื้อรวมทั้งสิ้น 2,400 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวสะท้อนถึงมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว ซึ่งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตและรวดเร็วในโซนพระโขนง–อ่อนนุช-สุขุมวิทตอนปลาย อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างใจกลางเมือง (สุขุมวิทตอนต้น) และพื้นที่นอกเมือง การเดินทางสะดวกทั้งจุดขึ้น-ลง ทางด่วน และรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงและอ่อนนุช ตอบโจทย์การเป็นอาคารสำนักงานที่เข้าถึงง่าย ทำเลโดยรอบครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้ง ฮาบิโตะ คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งรวมร้านค้า คาเฟ่ พื้นที่พักผ่อน และ โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ ตลอดจนบริเวณโครงการ T77 ที่ได้รับการพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้ที่เพียบพร้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัย และพื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศการพักผ่อน และตอกย้ำความเป็นทำเลที่ผสานการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย และการทำงานได้อย่างสมดุล อาคารสำนักงานมีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีรูปแบบและกายภาพอาคาร ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปิดดีลการประกวดราคาในครั้งนี้ จึงนับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในบทบาทการเป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายทรัพย์สิน ดำเนินการสรรหาผู้ลงทุนที่มีศักยภาพอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือโทเคนดิจิทัลเป็นสำคัญ ภายใต้การดูแลของทรัสตีและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล…

เจาะพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนโสด และผู้สูงวัยยุคใหม่

หากมองให้ลึกถึงภาพใหญ่ของสังคมไทยในตอนนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรที่กำลังเกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 ระบุว่า คนวัยทำงานไทย (15–49 ปี) กว่า 40.5% เป็นคนโสด ทำให้การใช้ชีวิตคนเดียวกลายเป็นทางเลือกที่มีมากขึ้น สะท้อนถึงแนวโน้มที่เรียกว่า Solo Economy ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ชีวิต แต่รวมถึงการบริโภค การเดินทาง การเลือกที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงบริการที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น ในขณะเดียวกัน สังคมไทยก็กำลังก้าวสู่การเป็น “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะกลายเป็น Super Aged Society หรือ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” โดยในปี 2573 ประชากรไทยกว่า 20% จะมีอายุเกิน 60 ปี และในปี 2593 ประชากรวัยทำงานจะหายไปกว่า 11 ล้านคน เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนตาม ทั้งนี้ “การอยู่อาศัย” คือหนึ่งในมิติสำคัญที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน พฤติกรรมในการอยู่อาศัยของกลุ่มคนโสด ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพและพร้อมให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และการมีระบบดูแลรองรับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาวะทั้งกายและใจ ในฐานะผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการที่อยู่อาศัย เราไม่เพียงมองถึงการดูแลโครงการให้ได้มาตรฐาน แต่ยังมองไปถึงคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัย ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่เสมอ วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำ 5 แนวทางในการจัดการโครงการที่อยู่อาศัย (Property Management) ให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มคนโสดและผู้สูงวัย ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้ 1. จัดการข้อมูลเชิงลึกของผู้อยู่อาศัย เช่น บ้านไหนมีผู้สูงวัย ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว หรือมีภาวะต้องดูแลเป็นพิเศษ โดยควรออกแบบเป็นระบบ Data Centre ที่สามารถอัปเดตข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และใช้งานร่วมกันระหว่างทีมงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อจัดเก็บ แต่เพื่อนำไปใช้ในการดูแลอย่างรู้บริบท อาทิ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การลื่นล้มหรืออาการเจ็บป่วยกะทันหัน ทีมงานที่มีข้อมูลอยู่แล้วจะสามารถเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงและเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกบ้านอย่างแท้จริง 2. ออกแบบพื้นที่และคอมมูนิตี้ให้ตอบโจทย์กลุ่ม Pet Parent ทั้งคนโสดและผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัว ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนสัตว์เลี้ยง สนามหญ้า ทางเดินเฉพาะ การจัดการขยะ รวมถึงกฎระเบียบที่ชัดเจนด้านความสะอาดและความปลอดภัย ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ การสร้างคอมมูนิตี้ผ่านกิจกรรมสำหรับกลุ่มคนรักสัตว์ เช่น บริการฉีดวัคซีน หรือ Mobile Grooming ภายในโครงการ ยังช่วยเติมเต็มความสุขและความผูกพันของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว 3. ส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้ผู้อยู่อาศัย อาจมีการร่วมมือกับสถาบันเพื่อสุขภาพหรือโรงพยาบาลในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสุขภาพในโครงการ เช่น การคำนวณโภชนาการอาหาร การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างคอมมูนิตี้ที่ส่งเสริมสุขภาพภายในโครงการ เช่น กิจกรรมโยคะ ทำอาหารคลีน ออกกำลังกาย เป็นต้น 4. ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัย…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก ทะลุ 9 ร้อยล้าน สะท้อนดีมานด์ Property Management โตต่อ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 ทำรายได้รวม 950 ลบ. เติบโต 10% จากปี 67 ครอบคลุมธุรกิจบริหารจัดการอสังหาฯครบวงจร และบริษัทในเครือ (ทัช พร็อพเพอร์ตี้ และ ลิฟ-24)   หน่วยธุรกิจทำรายได้สูงสุด 3 อันดับแรก คือ การจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management), การบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) และ ลิฟ-24 (LIV-24)   พลัสฯ ประสบความสำเร็จจากกลยุทธ์การขยายตลาดและการเปิดตัวบริการใหม่ เช่น การรุกตลาดภูเก็ตที่เติบโตสูง และการต่อยอด LIV-24 สู่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม   ครึ่งปีหลัง เดินหน้าต่อ ผลักดันโมเดลบริหารอสังหาฯ แนวใหม่ “Pool Resource” บริหารทีมงานแบบแชร์ระหว่างโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนแรงงาน โดยยังคงมาตรฐานคุณภาพบริการอย่างเข้มข้น   นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมาย ทำรายได้รวม 950 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปี 67 สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าและศักยภาพตลาดบริการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการหลังการขายซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มโครงการพรีเมียม ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ หัวหิน และภูเก็ต ปัจจุบัน พลัสฯ ดูแลโครงการทั้งแนวราบ (Low Rise), แนวสูง (High Rise) และอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) รวมทั้งสิ้น 440 โครงการ ครอบคลุมกว่า 100,000 ครอบครัว บนพื้นที่กว่า 20.2 ล้านตารางเมตร พร้อมต่อยอดบริการใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่ทำรายได้สูงสุดในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ การจัดการด้านการอยู่อาศัย (Living Management) หรืองานบริหารนิติบุคคลโครงการบ้านและคอนโด ทำรายได้ 580 ล้านบาท, การบริหารจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ (Facility Management) ทำรายได้ 160 ล้านบาท และลิฟ-24 (LIV-24) บริการเทคโนโลยีความ ปลอดภัย และโซลูชั่นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจทำรายได้ 70 ล้านบาท โดยบริการด้านนิติบุคคลและการบริหารอาคารยังคงมีดีมานด์สูงจากทั้งลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาผู้ดูแลโครงการใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ อีกทั้งแนวโน้มนี้ยังสอดรับกับการเติบโตของอาคารมิกซ์ยูสที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน LIV-24…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ – แสนสิริ สานต่อโครงการ “พลัสฯก่อการดี” ตั้งธนาคารขยะ ส่งเสริมความยั่งยืน

บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “พลัสฯก่อการดี” ด้วยการจัดตั้ง “ธนาคารขยะ DSS GREEN PACT” ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะรีไซเคิลในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนฯ โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันให้เกิดการแยกขยะประเภทพลาสติก โลหะ และขวดแก้ว รวม 500 กิโลกรัม ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบและสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และแสนสิริ ได้สนับสนุนอุปกรณ์และระบบบริหารจัดการธนาคารขยะ อาทิ ระบบจัดเก็บข้อมูลการฝากขยะ บูธ “Waste to Worth” บอร์ดแสดงสถิติน้ำหนักขยะรีไซเคิลซึ่งผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากโครงการก่อสร้าง และเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับจัดการข้อมูลขยะของธนาคารขยะภายในโรงเรียน การจัดตั้งธนาคารขยะในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมในปี 2567 ที่พลัสฯ เคยจัดอบรมให้ความรู้แก่สารวัตรนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ พร้อมส่งมอบสถานีรีไซเคิล (Recycle Station) และจัดทำป้ายแยกขยะในพื้นที่โรงอาหาร เพื่อปลูกฝังวินัยการคัดแยกขยะที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน โครงการ DSS GREEN PACT ถือเป็นต้นแบบการผนึกกำลังระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา และเยาวชน ในการสร้างความรู้และลงมือปฏิบัติจริง ภายใต้แนวคิด “Waste to Worth – เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่า” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่ออนาคตที่ดีของสังคมไทย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ แสนสิริภูเก็ต และ The Society เก็บขยะริมหาดบางเทา ในงาน BEING Thailand พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขับเคลื่อนอนาคตสีเขียว ปั้นมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาฯ อย่างยั่งยืน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอบรับเทรนด์ Pet Parent พัฒนาบริการจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อคนรักสัตว์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 30 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดพร้อมอยู่, คอนโดให้เช่า, เช่าคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, บ้านหรู, คอนโดหรู ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดโมเดลปรับปรุงอาคารชลันต์ทิพย์ ลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่า-ประหยัดพลังงาน

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เดินหน้ารุกตลาดอาคารสำนักงานต่อเนื่อง คว้าสัญญาบริหารอาคาร “ชลันต์ทิพย์” ใจกลางย่านสีลม มุ่งปรับโฉมและพัฒนาประสิทธิภาพอาคารสูง 14 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 18,000 ตารางเมตร ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันด้านต้นทุนและความยั่งยืน ท่ามกลางอาคารสำนักงานและมิกซ์ยูสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในการบริหารจัดการอาคารชลันต์ทิพย์ เราเน้นแนวทางการดูแลแบบครบวงจร ทั้งระบบวิศวกรรมอาคาร ความสวยงามภายนอก และการจัดการพื้นที่ใช้สอย โดยทีมงานของพลัสฯ จะวิเคราะห์จุดที่ต้องปรับเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับลูกค้า เพื่อจัดลำดับความสำคัญว่าจุดใดควรดำเนินการทันที และจุดใดควรวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่ามากที่สุด ที่สำคัญต้องสามารถยืดอายุการใช้งานอาคาร ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมด้านความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้ในระยะยาว แผนการบริหารครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การปรับปรุงกายภาพและระบบวิศวกรรมอาคาร พลัสฯ ปรับภูมิทัศน์โครงการให้ดูใหม่และทันสมัย โดยเฉพาะพื้นที่หน้าอาคาร ซึ่งเดิมเป็นน้ำพุที่ติดตั้งมานาน มีค่าบำรุงรักษาสูง จึงแทนที่ด้วยโซนต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่น สวยงาม และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแล นอกจากนี้ ยังได้วางแผนดูแลอาคารระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในอนาคต 2. การควบคุมต้นทุนในการปรับปรุงอาคาร เราพิจารณาว่าส่วนใดจำเป็นต้องได้รับการดำเนินการก่อน-หลัง และบางส่วนก็ไม่จำเป็นต้องปรับแก้ไขทั้งระบบ พร้อมทั้ง รับฟังความเห็นของลูกค้า และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก อาทิ ปรับปรุงระบบปรับอากาศ โดยการแบ่งเป็น 2 ระยะ เริ่มจากแก้ไขเฉพาะจุดสำคัญก่อน เพื่อลดผลกระทบต่อการใช้งาน และช่วยกระจายงบประมาณ พร้อมทั้งช่วยในการประหยัดพลังงานระยะยาว ติดตั้งระบบ CCTV ใหม่ จากเดิมที่จะต้องดำเนินงานด้วยผู้รับเหมา พลัสฯ มีทีมงานติดตั้งให้ จึงสามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้กว่า 70% 3. สร้างรายได้เพิ่มให้กับธุรกิจ อาคารชลันต์ทิพย์มีพื้นที่หลายส่วนที่เรามองว่าสามารถนำมาสร้างประโยชน์และสร้างรายได้ เช่น ปรับพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้เป็นร้านค้าเชิงพาณิชย์ โดยพลัสฯ ช่วยประสานงานจัดหาผู้เช่า ทำให้เกิดรายได้ใหม่ เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเดิม เป็นดิจิทัลมิเตอร์ ทำให้ได้รับเงินประกันมิเตอร์คืนกว่า 1.5 ล้านบาท ปรับปรุงลานจอดรถให้สามารถรองรับปริมาณรถได้มากขึ้น เพิ่มศักยภาพการใช้พื้นที่และสร้างรายได้เสริม “จากคู่ค้า สู่คู่คิด” ในการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืน คุณชลันต์ หวั่งหลี เจ้าของอาคารชลันต์ทิพย์ กล่าวว่า “อาคารชลันต์ทิพย์เปิดใช้งานมานานกว่า 34 ปี ทำให้หลายระบบจำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและพร้อมใช้งานเพื่อแข่งขันกับอาคารใหม่ๆ การร่วมงานกับพลัสฯ ทำให้เราได้เห็นภาพรวมอาคารชัดเจนยิ่งขึ้น ทีมงานไม่ได้มองเพียงปัญหาที่เราแจ้ง แต่ยังเสนอแนวทางพัฒนาในจุดอื่นๆ ที่ควรปรับปรุง โดยไม่เน้นการปรับเปลี่ยนระบบทั้งหมดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ใช้วิธีแก้ไขอย่างเหมาะสมตามลำดับความสำคัญ ทำให้สามารถประหยัดต้นทุน รวมถึงทีมงานพลัสฯ นำเสนอการบริหารจัดการงานต่างๆ จากประสบการณ์ ทำให้เห็นมุมมองที่แตกต่าง เราไม่ต้องลองผิดลองถูก สามารถนำมาบริหารจัดการงานต่างๆ ของอาคารชลันต์ทิพย์ได้ทันที และมีประสิทธิภาพใช้งานได้จริง” พลัสฯ เดินหน้ายกระดับอาคารสำนักงาน สู่มาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ปรับทัพใหญ่ ขยายบริการ Property Management ชูไลฟ์สไตล์เซอร์วิส

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ปรับทัพใหญ่ ขยายบริการ Property Management ชูไลฟ์สไตล์เซอร์วิส ร่วมผลักดันภูเก็ตสู่การเป็นฮับใหม่ด้านการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพของพลัสฯ ภูเก็ต เปิดเผยถึงการปรับทัพบริการด้าน Property Management ให้บริการหลังการขายด้านการอยู่อาศัยที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมยกระดับสู่บริการระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านพักและวิลล่าลักซ์ชัวรีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ภูเก็ตในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “ฮับของโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม” อย่างชัดเจน ข้อมูลจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยระบุว่า ตลาดบ้านและวิลล่าระดับบนในภูเก็ตมีการเติบโตเฉลี่ย 5–8% ต่อปีในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตในปี 2567 ก็เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15–20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่งจากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติ ด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาลงทุนในภูเก็ตมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือบริษัทแสนสิริ ซึ่งมีหลายโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่ได้รับการดูแลหลังการขายโดยพลัสฯ อาทิ แคนวาส เชิงทะเล, เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน-บางโจ และสราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต และยังมีแผนขยายอีกหลายโครงการในพื้นที่ภูเก็ต ไม่เพียงแค่การขยายตัวของผู้พัฒนาโครงการเท่านั้น ลูกค้าที่มีบ้านพักตากอากาศระดับพรีเมียมมีความต้องการใช้บริการ Property Management แบบครบวงจรเพิ่มมากขึ้นถึง 25-30% ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ประจำในประเทศไทย ที่มองหาบริษัทที่สามารถจัดการที่อยู่อาศัยให้ได้แม้เจ้าตัวไม่ได้อยู่ดูแลเอง บริการ Property Management ของพลัสฯ จึงปรับให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมนำความรู้และความเชี่ยวชาญในตลาดภูเก็ตมาออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าภูเก็ตอย่างตรงจุด โดยบริการหลังการขาย (After-Sale Service) อสังหาฯ นี้ ประกอบด้วย การบริหารจัดการที่พักอาศัย (Living Management) ดูแลโครงการที่พักอาศัย นิติบุคคลคอนโดและหมู่บ้าน ดูแลพื้นที่ส่วนกลางให้โครงการดูดีเสมือนวันแรกที่เข้าอยู่อาศัย การซ่อมแซมและบำรุงรักษาอาคารและระบบวิศวกรรมอาคาร พร้อมทั้งสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว บริการพลัส คอนเซียจ (Plus Concierge) ดูแลด้านไลฟ์สไตล์และการอยู่อาศัย มีทั้งบริการแบบแพคเกจ และบริการรายครั้ง (On-demand) ให้ลูกค้าเลือกสรรได้เองตามต้องการ อาทิ บริการทำความสะอาด การทำสวน ล้างแอร์ ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ การขนย้ายกรณีย้ายเข้า-ออกบ้าน บริการจัดการด้านสาธารณูปโภค เช่น การรับชำระค่าน้ำ/ไฟ กรณีเจ้าของไม่อยู่บ้าน และช่วยจัดทำเอกสารคนเข้าเมือง (Immigration) ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าที่อยู่อาศัยเองและนักลงทุนที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและปล่อยเช่า ดูแลความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีเอไอ (Artificial Intelligent: AI) และไอโอที (Internet of Things: IoT) ของ LIV-24 ผู้นำด้านโซลูชันสมาร์ทเทคของไทย มาช่วยยกระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัย เช่น ระบบ AI…

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ รุกกลยุทธ์ใหม่ ส่ง “Plus Consultancy” บริการที่ปรึกษาอสังหาฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดประสบการณ์บริหารโครงการเกือบ 3 ทศวรรษ เปิดตัวบริการใหม่ “Plus Consultancy” ที่ปรึกษาบริการด้าน Property Management ตอบโจทย์โครงการอสังหาฯ ที่มีทีมงานอยู่แล้ว แต่ต้องการ “เสริมความมั่นใจเฉพาะจุด” เลือกใช้บริการเฉพาะด้าน เช่น บริการจดทะเบียนนิติฯ วางงบประมาณค่าส่วนกลาง วางกลยุทธ์การขาย หรือสร้างจุดขายที่แตกต่างให้โครงการลักซ์ชัวรี   บริการที่ปรึกษาเฉพาะส่วนนี้ เข้ามาช่วยปิดจบ pain point ลูกค้าที่ไม่มีเวลาบริหารโครงการเต็มที่ ต้องการความเชี่ยวชาญการบริหารงานขายและการตลาด การบริหารนิติโครงการ หรือยังขาดทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ช่วยลดขั้นตอนเพื่อความคล่องตัว ภายใต้งบประมาณที่กำหนด   ผลการให้บริการกลุ่มลูกค้านำร่อง พบว่าสามารถลดต้นทุนด้านการจัดการโดยรวมได้ พร้อมทั้งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังชูจุดแข็งบริการรูปแบบทีมงานส่วนกลาง (Pool Resource) ทั้งเจ้าหน้าที่ธุรการ ผู้จัดการโครงการ และช่างเทคนิค สำหรับนิติบุคคล ที่สามารถบริหารแบบแชร์ทีมระหว่างโครงการภายใต้การดูแลของพลัสฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนแรงงาน โดยไม่ลดคุณภาพการให้บริการ การเปิดตัวบริการแบบเลือกได้ของพลัสฯ ตอบรับพฤติกรรมลูกค้ากลุ่ม B2B ที่ต้องการความยืดหยุ่น โดยจากผลสำรวจ Deloitte ชี้กลุ่มลูกค้าองค์กรทั่วโลกกว่า 78% ต้องการบริการแบบ customize สูงขึ้นต่อเนื่อง นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของเรา พลัสฯ พบว่าหลายโครงการมีทีมบริหารของตนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการซื้อบริการแบบเบ็ดเสร็จทั้งระบบ แต่มีความต้องการผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเฉพาะจุดที่มีปัญหา โดย pain point สำคัญของลูกค้าคือไม่มีทีมที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านหรือเชี่ยวชาญการบริหารเชิงลึก หรือไม่มีเวลาเข้าไปบริหารในเชิงลึกเอง จึงมองหาทีมที่เข้ามาช่วยวางกรอบแนวคิดเสริมได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มในโครงสร้างขนาดใหญ่ พลัสฯ จึงออกแบบบริการใหม่ที่ลูกค้าเลือกได้ตามโจทย์ที่แท้จริง ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้ และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย โมเดลใหม่นี้แบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก  1. ให้คำปรึกษาด้าน Property Management สำหรับผู้พัฒนาโครงการ  ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโครงการได้อย่างเหมาะสม บริการวางแผนการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด วางแผนการคาดการณ์งบประมาณ (Budget Projection) เพื่อกำหนดค่าส่วนกลาง ตรวจรับมอบระบบสาธารณูปโภค การวาง Customer Journey และออกแบบบริการสำหรับพื้นที่ส่วนกลางตามคอนเซปต์ของโครงการเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับโครงการลักซัวรี่ ฯลฯ สำหรับกรรมการนิติบุคคล ให้คำปรึกษาในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย เพื่อให้โครงการคงคุณภาพในระยะยาว จัดหาทีมงานมืออาชีพ (Outsourcing) ทั้งทีมจัดการ ทีมซ่อมแซม ปรับปรุง บำรุงรักษาอาคาร ทีมด้านความปลอดภัย การดูแลรักษาความสะอาด ให้คำแนะนำการปรับปรุงกายภาพของโครงการเพื่อเพิ่มมูลค่าโครงการ วางแผนงานและงบประมาณการซ่อมบำรุงเพื่อให้โครงการดูทันสมัย นอกจากนี้ เรายังสามารถให้คำแนะนำว่าจุดไหนที่ควรทำหรือควรปรับปรุง เพื่อให้การบริหารด้านการอยู่อาศัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ทั้งด้านกายภาพที่สวยงามและคงความมีมูลค่า รวมไปถึงคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยของลูกบ้าน 2. ให้คำปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Property Development) ศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Feasibility…

casibom