Property Management ยุค New Normal 2022 แนวทางการบริหารอาคารเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าให้อาคาร

รู้จักกับ Property Management ยุค New Normal 2022 การบริหารอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของอาคารและยังช่วยเพิ่มมูลค่าได้ การบริหารอาคาร หรือ Property Management อย่างมีประสิทธิภาพเป็นทางออกในการช่วยลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายของอาคาร และยังช่วยเพิ่มมูลค่าในยุค New Normal อีกด้วย Property Management คือ การบริหารจัดการทรัพย์สิน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัย และเพื่อการพาณิชย์ ถือเป็นส่วนงานสำคัญที่ทำให้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยจะมีผู้ดูแลบริหารจัดการอาคาร หรือที่รู้จักกันในนาม นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลคอนโด ฝ่ายบริหารอาคาร ทำหน้าที่ดูแลและบริหารจัดการทรัพย์สิน พื้นที่ส่วนกลาง ระบบวิศวกรรมอาคาร สภาพแวดล้อมของโครงการให้คงอยู่ในสภาพที่ดี น่าอยู่อาศัย มีระเบียบ มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ฝ่าย Property Management ยังมีหน้าที่ให้บริการและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ดูแลจัดการด้านความปลอดภัย จัดเตรียมแผนรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สร้างคอมมูนิตี้ที่ดีและน่าอยู่ ทำให้ผู้พักอาศัยรู้สึกพึงพอใจ สร้างความมั่นใจ และเชื่อถือในตัวโครงการเพิ่มขึ้น Property Management : การบริหารอาคารเพื่อลดต้นทุนในยุค New Normal สำหรับในสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ในช่วง 1-2 ปีนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายสำหรับผู้บริหารจัดการ Property Management เนื่องจากต้องรับมือกับมาตรการต่างๆ การดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อในโครงการ รวมทั้งการปิดพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลดการแพร่ระบาด และอีกหลายๆ ปัจจัยทั้งในส่วนของผู้ให้บริการ และผู้รับบริการที่ต้องมีการวางแผน รับมือ ปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแบบรายวันเมื่อผู้ติดเชื้อเริ่มมีจำนวนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม Property Management แปลว่า การบริหารจัดการดูแลทรัพย์สิน ดูแลอาคารอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการดูแลสภาพและระบบของอาคารยังคงต้องดำเนินต่อไปเพื่อให้อาคารยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางปิดให้บริการถือเป็นโอกาสอันดีที่บริษัทบริหารจัดการอาคารหรือหมู่บ้านจะทำการสำรวจและวางแผนปรับปรุงอาคารทั้งด้านกายภาพ คือ การสำรวจสภาพของอาคาร อาจจะเป็นการทาสีตัวอาคารหรือตัวบ้านให้ดูดีอยู่เสมอ รวมถึงดูแลสภาพภายในอาคารซึ่งก็คือระบบประกอบอาคารที่ซ่อนอยู่ในอาคาร ซึ่งส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะเปรียบเสมือนตัวขับเคลื่อนให้อาคารมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบลิฟต์ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย และแน่นอนว่าการดูแลบริหารอาคาร(Property Management) ทั้งด้านนอกอาคารและระบบประกอบภายในอาคารนั้นมีทั้งการดูแลรักษาแบบก่อนเกิดเหตุ/ความเสียหายกับหลังเกิดเหตุ/ความเสียหายซึ่งจะเกิดต้นทุน/ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องค่อนข้างสูง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องจักรที่มีความซับซ้อน อีกทั้งยังมีต้นทุนด้านบุคลากรที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เราสามารถหาทางออกเพื่อลดต้นทุนการบริหารอาคารดังกล่าวได้ด้วยการวางแผนการบำรุงรักษาสำหรับการดูแลก่อนเกิดเหตุ/ความเสียหาย หรือที่ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้เรียกแผนงานนี้ว่าการทำ Preventive Maintenance ซึ่งการวางแผนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน/ค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้น โดยเริ่มจากการจัดทำตารางระบุรายละเอียดของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรทุกชนิดของแต่ละอุปกรณ์ในอาคารว่าแต่ละตัว มีสภาพการทำงานเป็นอย่างไร อายุการใช้งานนานแค่ไหน และมีรอบการบำรุงรักษากี่รอบต่อปี ซึ่งการแจกแจงข้อมูลต่างๆ ของแต่ละอุปกรณ์ออกมาอย่างชัดเจนนี้จะช่วยทำให้ผู้ดูแลอาคารสามารถลดความผิดพลาดในการกำหนดและการตรวจสอบรอบของการบำรุงรักษา และเมื่ออุปกรณ์ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยยืดอายุการใช้งาน รวมถึงการทำตารางดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ดูแลและบริหารอาคารสามารถวางแผนด้านงบประมาณสำหรับเตรียมการในการเปลี่ยนอุปกรณ์ตามอายุ โดยกำหนดเป็นงบประมาณระยะสั้น สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยหรือเปลี่ยนรายปี งบประมาณระยะกลางสำหรับอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานนานพอสมควร และงบประมาณระยะยาวสำหรับเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ขนาดใหญ่เช่น ลิฟต์ เป็นต้น ซึ่งหากอาคารใดที่มีการวางแผนงบประมาณเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำให้การวางแผนปรับเพิ่มค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มีการขึ้นแบบก้าวกระโดดจนสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของร่วมอย่างแน่นอน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการบริหารอาคาร (Property Management) และเมื่อเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นยุคดิจิตอลอย่างเช่นในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายโครงการก็ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการบริหารอาคาร โดยเฉพาะบริษัทบริหารจัดการอาคารชั้นนำได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพื่อให้บุคลากรทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในประเทศไทยเองก็มีผู้ดูแลและบริหารอาคารเริ่มนำระบบต่างๆ มาใช้ เพื่อติดตามตรวจสอบระบบและอุปกรณ์การทำงาน ทำให้ลูกค้าได้รับทราบข้อมูลแบบเรียลไทม์…

Green Concept แนวคิดที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต

แนวคิดที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้นได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่อย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และแน่นอนว่าความสนใจเรื่องสุขภาพนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาหารการกิน หรือการปรับไลฟ์สไตล์เท่านั้นแต่รวมไปถึงการใส่ใจที่อยู่อาศัยอีกด้วย ดังนั้นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อบ้านของคนรุ่นใหม่จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ทำเล ราคา หรือความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังคำนึงไปถึงแนวคิดหรือ Concept ของที่พักอาศัย โดยเฉพาะ Green Concept หรือแนวคิดสีเขียว แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง คำว่า Green นั้น ปัจจุบันอาคารต่างๆได้ให้การตอบรับค่อนข้างมาก ซึ่งก็มีหน่วยงานที่มีเกณฑ์ประเมินที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ก็คือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินระดับนานาชาติที่แสดงถึงมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสีเขียว ที่ดำเนินการโดยองค์กรที่เรียกว่า U.S. Green Building Council (USGBC) ในประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหนึ่งมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างคือ WELL Building Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานแรกของโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารที่กำลังได้รับการยอมรับจากอาคารชั้นนำทั่วโลกกว่า 940 โครงการที่เข้าร่วมมาตรฐาน ใน 34 ประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีอาคารสำนักงานจำนวนมากที่เข้าสู่ Green Building ซึ่งก็ทำให้อาคารเหล่านั้นมีการใช้พลังงานหมุนเวียนในอาคารอย่างคุ้มค่ารวมถึงส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอีกด้วย ส่วน Green Concept ในที่อยู่อาศัยนั้นแม้จะยังไม่ได้ยกระดับเทียบเท่ามาตรฐานของอาคารสำนักงาน แต่ก็ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อค่อนข้างมาก ซึ่ง Green Concept ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงที่อยู่อาศัยที่มีสิ่งแวดล้อมที่ร่มรื่นปลอดจากมลพิษเท่านั้น แต่ยังหมายถึงที่อยู่อาศัยที่ไม่สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมด้วยการใช้พลังงานสะอาด ลดใช้สารเคมีในการก่อสร้าง รวมไปถึงมีการจัดการขยะที่มีคุณภาพ และยิ่งหากที่อยู่อาศัยแห่งนั้นสามารถบริหารจัดการ Green Concept ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานหรือสามารถสร้างรายได้เสริมให้ผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย เช่นจากการออกแบบให้ที่อยู่อาศัยสามารถรับพลังงานธรรมชาติด้วยแสง และลมจากธรรมชาติ เช่นการคำนึงถึงทิศทางลมในการออกแบบตัวบ้าน หรือการออกแบบตัวโครงสร้างให้บ้านรับแสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะเป็นต้น สำหรับที่อยู่อาศัยในแนวคิด Green Concept สำหรับอนาคตนั้นควรจะประกอบด้วยนวัตกรรมหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1. Green Innovation ด้วยการนำนวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่พลังงานจาก Solar looptop, LED Motion Sensor ระบบตรวจจับเปิดปิดไฟเมื่อมีคนเดินผ่าน , Solar Charger ระบบชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ The Earth Blox บล็อคจากวัสดุรีไซเคิล เป็นต้น 2. Green Meterial การใช้วัสดุ-อุปกรณ์ในการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น Mixed Marble Tiles ลดการใช้หินอ่อนทั้งแผ่น ด้วยการออกแบบเรียงสลับให้สวยงาม , Composite wood การนำเศษไม้มาอัดให้แข็ง เพื่อใช้ทำพื้นหรือผนัง, Terrazzo การใช้หินขัด เพื่อเพิ่มเอกลักษณ์และสร้างสรรค์รูปแบบที่หลากหลาย และ Turf cell บล็อกปลูกหญ้า ช่วยในการดูดซับน้ำได้ดีเป็นต้น 3. Green Residential Unit การออกแบบภายในห้องพักที่ประหยัดพลังงานและดีต่อคุณภาพชีวิต เช่น Indoor Air Quality Monitoring Device หรือเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ ,…

PLUS Eduplex สถาบันปั้นบุคลากรคุณภาพ ปัจจัยสำคัญใหม่ในตลาดการแข่งขันวงการอสังหาฯ

บทบาทของงานบริการ กับแวดวงอสังหาฯ ปัจจุบันนี้บทบาทของอสังหาริมทรัพย์ในชีวิตของเรา ทวีความเข้มข้มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โครงการบ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัยมากมายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แถมยังมีโปรโมชั่นดีๆ ไว้คอยช่วยดึงดูดใจ ผู้บริโภคอย่างเราจึงมีตัวเลือกละลานตาไปหมด แต่ปัจจัยการเลือกอสังหาฯ ที่ถูกใจ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เรื่องของทำเล ดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการจัดหาไว้ให้อีกต่อไปแล้ว บริการหลังการขาย กลายมาเป็นปัจจัยใหม่ในการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค แต่ทว่าบุคลากรที่จะมาตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ยังมีอยู่น้อยเหลือเกิน จากผลสำรวจพบว่า คอนโดฯ ระดับบน มีอัตราการเติบโต 50% ต่อปี ในขณะที่อัตราการเติบโตของตลาดแรงงานอยู่ที่ 5% ต่อปี ทำให้สัดส่วนแรงงานภาคบริการด้านอสังหาฯ มีเพียง 0.5% ของแรงงานภาคธุรกิจทั้งประเทศนับว่ายังห่างไกลจากจุดดุลยภาพอยู่มาก และเพื่อสร้างสมดุลให้กับอุปสงค์อุปทานของงานบริการหลังการขายภายในแวดวงอสังหาฯ จึงเกิดเป็นที่มาของ PLUS Eduplex สถาบันการเรียนรู้ที่เป็นพื้นที่ความสุขและการสร้างความเชี่ยวชาญให้พนักงาน PLUS Eduplex สถาบันการเรียนรู้จากแนวคิด “ใจ” ถึง “ใจ” ปั้นคนคุณภาพ ตอบโจทย์ความเข้าใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรได้จัดตั้งสถาบัน PLUS Eduplex ขึ้น จากความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์อันยาวนานที่ได้สั่งสมมาก่อเกิดเป็นความเข้าใจในความต้องการของลูกบ้านอย่างแท้จริง จุดประสงค์ของ PLUS Eduplex คือการผลิตบุคลากรคุณภาพที่มีหัวอกความเข้าใจในความต้องการของลูกบ้านอย่างลึกซึ้ง พร้อมรองรับอัตราการเติบโตของที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเพื่อยกระดับมาตรฐานบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร คุณสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ในฐานะ Chief Expertise Curator / ผู้อำนวยการสถาบัน PLUS Eduplex ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของสถาบันพัฒนาบุคลากรคุณภาพแห่งใหม่นี้ ว่าเริ่มต้นมาจากความคิดที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งนั่นหมายถึงการเริ่มพัฒนาที่ตัวบุคคลเองก่อน “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่องจนเดินมาถึงจุดที่ได้ฟังเสียงจากพนักงานแล้วค้นพบว่า ที่ทำงานเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของพวกเขาที่ซึ่งได้ใช้ชีวิตและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เราจึงอยากให้เขาได้เรียนรู้และเติบโตไปกับเราอย่างมีความสุข เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและตัวของพวกเขาเองด้วย” ยกระดับมาตรฐานแวดวงงานบริการ ด้วยหลักสูตรเฉพาะของ PLUS Eduplex จากประสบการณ์ด้านการเป็นตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ และการให้บริการด้านการบริหารจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถพัฒนาหลักสูตรเฉพาะที่ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับมาตรฐานแวดวงบริการหลังการซื้อขายอสังหาฯ เท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานที่เข้าอบรมในโครงการนี้ได้อีกด้วย “หลักสูตรของ PLUS Eduplex มีให้เลือกหลากหลาย ผ่านการเรียนรู้จากทั้งหมด 5 คณะ และ 1 ศูนย์พัฒนา ซึ่งเรามั่นใจว่าหลักสูตรนี้จะช่วยพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญ และสร้างคุณค่าให้กับผู้เรียนรวมไปถึงช่วยยกระดับมาตรฐานของงานบริการทั้งหมดและเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ในเรื่องของงานบริการภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อยกระดับภาพรวมตลาดของอุตสาหกรรมนี้ด้วยเช่นกัน” คุณสุวรรณีเล่าต่อไปว่า การเรียนรู้ใน 5 คณะและ 1 ศูนย์พัฒนานั้นประกอบไปด้วยหนึ่ง คณะบริหารจัดการทรัพยากรอาคารและวิศวกรรม (Facility Management)…

casibom