พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำบริหารงานขาย Sole Agent ครึ่งปีหลังพร้อมรุกกลุ่มแนวราบ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานครึ่งปีแรกรับบริหารการขาย Sole Agent ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบ-แนวสูง ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดท่องเที่ยว รวมมูลค่าโครงการกว่า 8,300 ล้านบาท มุ่งตอบโจทย์ความต้องการตลาดอสังหาฯ พร้อมรุกขยายฐานลูกค้าแนวราบเพิ่มตามทิศทางตลาดอสังหาฯ นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยไตรมาสที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณบวกเห็นได้จากการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยมีจำนวนมาถึง 15,267 หน่วย และการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 66 มีการขยับตัวเพิ่มขึ้น(YOY) เป็น 5.3% (ข้อมูลจากREIC) โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวราคาที่ 10-25 ล้านบาทขึ้นไป มีการเปิดตัวใหม่ราว 25% และยอดขายสามารถเติบโต 15% ซึ่งถือว่าตลาดบ้านเดี่ยวมีอัตราการขายเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดบ้านกลุ่มอื่นๆ ส่วนกลุ่มบ้านทาวน์โฮม ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ยังสามารถเติบโตได้ดี จากจำนวนการเปิดตัวน้อย ขณะที่ยอดขายเติบโตราว 7-10% ซึ่งสอดคล้องกับการรับบริหารโครงการบ้านในปัจจุบันของพลัสฯ ที่มีการรับบริหารงานขายโครงการแนวราบระดับ Luxury ตั้งแต่ระดับราคา 10-40 ล้านบาทขึ้นไปหลายโครงการในปีนี้ อาทิ โครงการเมฆา รามอินทรา, โครงการทวี เพชรเกษม, โครงการราชา พาร์ค บรมราชชนนี , โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต ครึ่งปีหลังพลัสฯ ตั้งเป้าหมายที่จะรุกกลุ่มตลาดบ้านแนวราบ ชูความเชี่ยวชาญในการทำงานเป็นพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจความต้องการทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่พักอาศัย มีทีมวิจัยในการวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics ในการพัฒนางานขาย ทำให้สามารถเลือกการจับคู่ได้อย่างครบถ้วนทั้ง Smart Product และด้วย Excellent Service เหมือนการหาเนื้อคู่ที่ถูกใจให้ทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ และลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด” โครงการเมฆา รามอินทรา โครงการทวี เพชรเกษม โครงการไพร์ม พาโน่ ภูเก็ต พลัสฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารงานขายโครงการอยู่อาศัยทุกประเภท พร้อมนำเสนอบริการแบบ Total Solution ทั้งธุรกิจบริหารงานขาย (Sole Agent) ดูแลให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการ การออกแบบ การตลาดและงานขายให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพของพนักงานขายให้เป็นที่ปรึกษามืออาชีพ มีความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์ตลาด และกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ สามารถเป็นที่ปรึกษาการลงทุนได้โดย รวมถึงมีระบบ CRM ที่ช่วยให้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ด้วยทีมงานคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/sole-agent พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่…
การบริหารอาคาร Green Building ด้วยเทคโนโลยี เพื่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

Green Building เป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากหลายๆ องค์กรชั้นนำระดับโลกและถือเป็นนโยบายหลักที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ Sustainable เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบอาคารและก่อสร้างอาคารเหล่านี้อย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการพัฒนา เกณฑ์ประเมินอาคารเขียวขึ้นมาชื่อว่า LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) สำหรับในประเทศไทยก็มีการสร้างเกณฑ์ที่ชื่อว่า TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ในปัจจุบันมีอาคารที่ผ่านการรับรองจากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) เป็นจำนวนถึง 77 โครงการแล้ว สืบเนื่องจากสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ไฟป่า น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติการณ์เหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทำให้ทั่วโลกพยายามหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 39% มีการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองในการควบคุมอุณหภูมิในอาคารเกินกว่าความจำเป็นถึง 28% ส่วนอีก 11% มาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ดังนั้นแนวทางในการป้องกันคือการหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการก่อสร้างแบบ Green Building รวมไปถึงการบริหารจัดการการใช้งานอาคารเหล่านี้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาเป็นทางออกในการลดสภาวะโลกเพื่อความยั่งยืนในอนาคต นายชาญ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคารและระบบวิศวกรรม บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท โครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านเดี่ยว และโครงการเพื่อการพาณิชย์ ได้เข้ามามีบทบาทในการเข้ามาดูแลจัดการบริหารในอาคารประเภทต่างๆ สำหรับอาคารที่มีการออกแบบ Green Building นั้นทางทีมพลัสฯ ได้ให้ความสำคัญในการรับช่วงต่อจากผู้พัฒนาอาคาร หรืออสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์สูงสุด สำหรับเจ้าของอาคาร และผู้ใช้งาน พลัสฯ จึงมีการพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานการดูแล ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอาคาร โดยมีการศึกษาตั้งแต่การดูแลโครงสร้าง มีการนำมาตรฐานสากล ISO 14001 ในด้านการควบคุมมาตรฐานเพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม เข้ามาใช้ในการวางแผนงานในการจัดการสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการดูแลพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะ บำบัดน้ำเสีย การประหยัดพลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงมีการรณรงค์ให้ผู้พักอาศัยและผู้ใช้อาคารมีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ให้ลูกบ้านและผู้ใช้อาคารได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะแบบถูกวิธี เพื่อสนับสนุนการช่วยลดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน และตอกย้ำการทำงานของพลัสฯ เรื่องความใส่ใจในคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีภายในอาคารในการดูแลระบบบริหารอาคารเพื่อให้เจ้าของอาคารมั่นใจถึงศักยภาพของระบบภายในทั้งหมด เช่น ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานในระบบระบายอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกัน ด้วยระบบดูดซับสารพิษในอากาศ ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานภายในอาคารได้ถึง 20-40% ต่อปี การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบอัจฉริยะ มาช่วยให้เจ้าของอาคาร ตลอดจนฝ่ายอาคาร Facility Management ให้สามารถจัดการควบคุมเครื่องปรับอากาศในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิด หรือ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานภายในอาคาร สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประหยัดพลังงานภายในอาคารมากขึ้น และลดการทำงานของฝ่ายอาคารในแต่ละวัน การวางแผนระบบการบริหารอาคารนั้นเพื่อเอื้อต่อการใช้งานของผู้คนภายในอาคาร ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพอาคาร…
หน้าฝนกำลังมา วิธีเตรียมความพร้อม ดูแลบ้านและคอนโดให้ปลอดภัย

หลายคนชอบหน้าฝน เพราะเวลาฝนตกอากาศมักจะเย็นสบาย แต่ยังต้องคำนึงถึงอันตรายต่างๆ ที่มาพร้อมกับหน้าฝนด้วย วันนี้พลัส พร้อพเพอร์ตี้ ตัวจริงในการดูแลบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย รวบรวมสิ่งสำคัญที่ต้องระวังในช่วงหน้าฝน ที่จะช่วยให้หลายๆ คนคลายความกังวลในเรื่องของการดูแลรักษาที่พักอาศัยในช่วงนี้ มาแนะนำการเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูฝนกันว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องหมั่นดูแลกันบ้าง พลัสฯ ด้วยประสบการณ์การดูแลบริหารโครงการที่พักอาศัยกว่า 360 โครงการ ปัญหาที่พักอาศัยในเมืองไทยส่วนใหญ่ที่ต้องรับมือในช่วงหน้าฝนก็คือปัญหาน้ำท่วมขัง และน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้าน หรือเกิดปัญหาการรั่วซึมตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และในเรื่องของความชื้นรวมถึงปัญหาแมลงรบกวนที่มาจากน้ำท่วมขัง สำหรับการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง พลัสฯ แนะนำให้มีการหมั่นสำรวจตรวจสอบในบริเวณที่พักอาศัยตรงพื้นที่ที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ เช่น สวนบนอาคาร ดาดฟ้า สระว่ายน้ำ ส่วนพื้นที่บริเวณบ้าน หรือบริเวณห้อง จุดที่ต้องโฟกัสมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นหลังคา ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่น้ำฝนสาดเข้ามาสามารถสร้างปัญหาได้ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย พร้อมใช้งานอยู่เสมอ จากประสบการณ์ของพลัสฯ กว่า 25 ปี ขอแนะนำแนวทางในการดูแลบ้านและโครงการคอนโดดังนี้ บ้านเดี่ยว เช็กรอยรั่วซึมแตกร้าวของหลังคา ฝ้า ผนัง จุดที่เป็นแนวป้องกันน้ำฝนของบ้าน เพราะถ้าเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าในตัวบ้านแล้ว อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้ ตรวจเช็กและทำความสะอาดรางน้ำ – ท่อระบายน้ำ ไม่ละเลยปล่อยให้มีเศษใบไม้ กิ่งไม้ หรือเศษขยะเอาไปอุดตันปิดกั้นทางไหลของน้ำเพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอุดตันจนทำให้น้ำในทางระบายล้น อาจทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปรั่วซึมหรือท่วมขังภายในบริเวณบ้านได้ ตัดแต่งกิ่งไม้รอบๆ บ้านให้สั้นลง สำหรับบ้านที่มีสวนหรือปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันเหตุที่กิ่งไม้จะเกิดการหักโค่น หล่นมาทับตัวบ้านได้ ถ้าหากเกิดสถานการณ์ลมพายุฝนตกหนัก ขัดล้างพื้นเพื่อขจัดคราบตะไคร่สีเขียวที่เกาะติดอยู่บนพื้นภายนอก หลังฝนตกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ด้วยจะเกิดการสะสมและทำความสะอาดได้ยาก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้าน จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มอีกด้วย คอนโดมิเนียม น้ำรั่ว น้ำซึม บริเวณหน้าต่างตามรอยซิลิโคนหรือรอยต่อของบริเวณตึก ปัญหาลำดับต้นๆ ของคนอาศัยในคอนโด คงหนีไม่พ้นเรื่องน้ำรั่ว น้ำซึม ในส่วนนี้อาจจะต้องสังเกตจากคราบน้ำบนผนังและเพดาน และรีบดำเนินแก้ไขทันทีด้วยการขูดซิลิโคนเก่าออกแล้วลงซิลิโคนยาแนวใหม่แทน เพราะน้ำฝนอาจจะก่อความเสียหายให้กับผนังและวอลล์เปเปอร์ภายในห้องได้ บริเวณพื้นที่ระเบียง ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตัน อีกพื้นที่ที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษคือบริเวณพื้นที่ระเบียง โดยเฉพาะรอบๆ ของท่อระบายน้ำต้องไม่มีสิ่งกีดขวางมาอุดตันทางระบายน้ำ เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมขังในหน้าฝนได้เป็นอย่างดี การเกิดเชื้อรา อีกปัญหาที่มักตามมาหลังจากฤดูฝน ถือเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับผู้อยู่อาศัยคอนโดเพราะนอกจากจะเกิดคราบราดำๆไม่น่ามองแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจอีกด้วย โดยจุดที่ควรระวังได้แก่จุดที่เกิดคราบน้ำรั่ว เฟอร์นิเจอร์ไม้อัดที่บวมน้ำ รวมไปถึงจุดอับต่างๆ ที่กักเก็บความชื้นได้ง่าย เช่น ภายในตู้เสื้อผ้าหรือตามซอกต่างๆ ถ้ามีเชื้อราคราบดำ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5-7% แอลกอฮอล์เข้มข้น เช็ดทำความสะอาดในบริเวณนั้น การบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยในช่วงฤดูฝนของนิติบุคคล ในส่วนการบริหารจัดการโครงการของ Plus Living Management ในช่วงฤดูฝน ไม่ว่าฝนจะหนักหรือเบา ก็มีการวางแผนดูแลป้องกันปัญหาทุกจุดที่ลูกบ้านกังวลอย่างเป็นระบบ มีทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว สำหรับหน้าฝนนี้ ทางทีมพลัสฯ เพิ่มการเฝ้าระวังมากขึ้นให้มีเจ้าหน้าที่ทำการเดินตรวจสอบความเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่รับน้ำฝนตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงน้ำรั่วซึม น้ำขัง และไฟรั่ว รวมไปถึงมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทางทีมช่างอาคารจะทำการประเมินสถานการณ์ และเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่ฝนเริ่มตกหนักก็จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่เวรคอยตรวจสอบจุดรับน้ำบนอาคารว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ทั้งก่อน และหลังฝนตก เป็นการทำงานแบบแผนเชิงป้องกัน Preventive…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศความสำเร็จบริหารงานขาย Sold Out พาร์ค รามอินทรา เร็วเกินเป้าที่คาดการณ์ไว้

พาร์ค รามอินทรา Sold Out! ด้วยฟังก์ชั่นและพื้นที่ที่ตอบโจทย์ ทำให้ พาร์ค รามอินทรา (Park Ramintra) ภายใต้ Concept PACK MORE FOR LIFE แพ็กทุกความใช่ ให้ชีวิตได้มากกว่าที่พาร์ค รามอินทรา คอนโดมิเนียม สไตล์รีสอร์ท ของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โครงการมูลค่ากว่า 360 ล้านบาท ก็สร้างปรากฏการณ์ Sold Out! ไปเรียบร้อย นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พาร์ค รามอินทรา (Park Ramintra) ที่ทางพลัสฯได้รับบริหารงานขายและการตลาดโครงการจากบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาฯโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพสามารถสร้างผลงานปิดยอดขายและโอนกรรมสิทธิ์ทุกยูนิต นับเป็นอีกความสำเร็จร่วมกันกับทาง บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ด้วยคุณภาพของโครงการ และความเชี่ยวชาญในการขายสร้างกลยุทธ์การตลาดและการขายที่ตรงกับกลุ่มลูกค้า ซึ่งกระแสความสนใจและผลตอบรับสำหรับคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพูยังคงได้เป็นตัวเลือกที่ลูกค้ามองหาอยู่ โดยโครงการพาร์ค รามอินทราเป็นคอนโด Low-Rise 8 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติ สไตล์ Home Greeneryให้ความเป็นส่วนตัวใจกลางเมือง บนทำเลศักยภาพอย่างโซนรามอินทรา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ธุรกิจตัวแทนบริหารงานขายและการตลาดโครงการที่อยู่อาศัย (Sole Agent) ด้วยจุดแข็งในการวางกลยุทธ์ครบวงจรแบบ Full-Funnel เพื่อตอบโจทย์สินค้าในกลุ่ม High Involvement จึงอยากเป็นคู่คิด ที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Supply และ Demand ให้กับลูกค้า ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะเคียงข้างดีเวลลอปเปอร์ ทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยพลัสฯ ไม่ได้เพียงให้คำปรึกษาด้านงานขายและการตลาดเท่านั้น แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำการปรับตัวในด้านธุรกิจ รวมถึงเข้าร่วมพัฒนารูปแบบโครงการกับดีเวลลอปเปอร์ในทุกขั้นตอน วางแผนการขายการตลาดให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดและการแข่งขันที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สำหรับผู้ที่สนใจบริการตัวแทนบริหารการขายและการตลาด (Sole Agent) ของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง plus.co.th/sole-agent พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผนึกกำลัง ภูเก็ต พลัส พร้อม Agent มืออาชีพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับ บริษัท ภูเก็ต พลัส จำกัด จัดงาน Agent Night โครงการ ไพร์ม พาโน บางเทา – เชิงทะเล (PRIME PANO BANGTAO – CHOENG THALE) Pool Villa ระดับ Super Luxury ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท ชูจุดเด่นด้วยวิวภูเขาพาโนราม่าทุกหลัง และความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 58 ยูนิต บนเนื้อที่กว่า 17 ไร่ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการลงทุนใจใน Prime Location เมืองภูเก็ต เพื่อเป็นการตอกย้ำความร่วมมือทางธุรกิจของพันธมิตร และแจ้งข้อมูลของโครงการ ภายในงานมีนางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ และนางสาวสุภาภัทร ช้างสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์ (บริหารการขายและการตลาด) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายมนัสนันท์ นารารัตน์วันชัย ประธานกรรมการบริหาร และนางสาวนิรมล เฉลียวการ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท ภูเก็ต พลัส จำกัด ให้การต้อนรับกลุ่มตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ โครงการ PRIME PANO BANGTAO – CHOENG THALE อีกหนึ่งโครงการที่ Plus Sole Agent เป็นตัวแทนรับบริหารการขายและการตลาด ด้วยประสบการณ์ในการรับบริหารงานขายโครงการในจังหวัดภูเก็ตมาแล้วหลายโครงการ ทำให้ทางทีมงานมีความเข้าใจตลาดและผู้บริโภคในจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างดี รวมถึงการจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่เป็นอย่างดีจากกลุ่มตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ (Agent) ชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ที่แสดงความสนใจและเข้าร่วมงานเกินความคาดหมาย บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยการตอบรับที่ดี และเห็นถึงความมั่นใจในการขายของตัวแทนขายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมที่จะร่วมกันสร้างปรากฏการณ์องศาใหม่ เพิ่มศักยภาพในการทำงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขยายฐานลูกค้า และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยงานจัดขึ้น ณ โรงแรม อรินนารา บีช รีสอร์ท ภูเก็ต เมื่อเร็วๆ นี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า…
การต่อเติมปัญหาใหญ่ของคนมีบ้าน พลัสฯแนะนำ 5 สิ่งที่ต้องระวัง

วันนี้ด้วยปัจจัยของราคาที่ดินที่มีราคาสูงขึ้นทุกปี การออกแบบการใช้พื้นที่ในการอยู่อาศัยจึงต้องเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในการใช้งาน ฟังก์ชัน และความคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นจะเห็นถึงการที่คนซื้อบ้านมักจะมีการวางแผนการต่อเติมพื้นที่ในตัวบ้าน การต่อเติมบ้านก็เหมือนกับการขยับขยายพื้นที่แห่งความสุขออกไปให้กว้างขึ้นอีกหน่อย เพราะสิ่งที่เจ้าของบ้านจะได้จากการต่อเติมหน้าพื้นที่ในบ้านนอกจากพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้บ้านของคุณถูกแปลงโฉมใหม่ให้เหมาะสมกับ Lifestyle อีกด้วย โดยพื้นที่ในส่วนที่มักต่อเติมออกมามากที่สุด คือ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และโรงจอดรถ แต่การจะต่อเติมบ้านนั้นใช่ว่าคิดอยากทำแล้วจะทำได้ทันที ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องรู้ก่อนต่อเติม ดังนั้นวันนี้ทางพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้บริหารโครงการที่พักอาศัยและอาคารเพื่อการพาณิชย์ กว่า 350 โครงการ พื้นที่กว่า 18 ล้านตร.ม. มีข้อแนะนำในการต่อเติมบ้าน 5 สิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้ 1. ควรมีการตรวจสอบโครงสร้างเดิมของบ้านก่อนการต่อเติม ซึ่งปัญหาในการต่อเติมบ้าน ส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่มองข้ามในเรื่องของการตรวจเช็กโครงสร้างตัวบ้านเดิม และพื้นที่ดินโดยรอบตัวบ้าน โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร บางครั้งตัวบ้านถูกสร้างบนที่ดินที่อาจเคยเป็นแหล่งน้ำ เมื่ออาศัยอยู่ได้สักระยะ พื้นดินจะเกิดการทรุดตัว เพราะการถมที่ดินใช้ระยะเวลาสั้น เมื่อมีการต่อเติมบ้านภายหลัง อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวจากธรรมชาติได้ ดังนั้นเจ้าของบ้านควรปรึกษาเจ้าของโครงการเรื่องโครงสร้างของตัวบ้าน การวางเสาเข็มใหม่ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ต่อเติม เพื่อป้องกันการทรุดตัวเมื่อต่อเติมบ้าน 2. ควรแยกโครงสร้างใหม่ ออกจากโครงสร้างเดิม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำให้ทุกๆ บ้านทำเมื่อคิดต่อเติมบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแยกตัว (Cracks) ปัญหาผนังแตกร้าว รั่วซึม ระหว่างตัวโครงสร้างบ้านเดิมกับส่วนต่อเติม เนื่องจากการต่อเติมบ้าน มักใช้เสาเข็มที่มีขนาดเล็กกว่าตัวบ้าน ด้วยข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ ที่ไม่สามารถนำปั้นจั่นเข้าไปยังพื้นที่ด้านหลังได้ จึงส่งผลให้โครงสร้างเดิม และส่วนต่อเติมเกิดการทรุดตัวที่แตกต่างกันได้ เพราะขนาดของเสาเข็มแตกต่างกัน เป็นอีกจุดที่ต้องมีการคำนวณลักษณะโครงการหรือหาวิธีการแยกโครงสร้างที่ต่อเติมใหม่ นอกจากไม่กระทบกับตัวบ้านเดิม ยังทำให้การเดินระบบต่างๆ ง่ายต่อการก่อสร้างและลดปัญหาภายหลังจากการต่อเติมอีกด้วย 3. คำนวณการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านให้เหมาะสม เจ้าของบ้านต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้าน โดยเฉพาะคานที่มีอยู่เดิม บางครั้งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักสำหรับก่อกำแพงอิฐ และฉาบปูน เพื่อต่อเติมในส่วนที่ต้องการใช้งาน เช่น ครัวหลังบ้าน ห้องนั่งเล่นข้างบ้าน ควรเป็นคานที่สามารถรับน้ำหนักของพื้น รวมถึงไม่ควรเชื่อมคานยื่นออกไปจากคานเดิม แต่ควรสร้างคานใหม่เพื่อรองรับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างบ้านเดิมเกิดความเสียหาย เมื่อส่วนต่อเติมหลังบ้าน เกิดการทรุดตัว 4. การคำนึงถึงกำลังไฟที่ใช้งานในพื้นที่ต่อเติม อาจจะทำการคำนวณว่าในพื้นที่ใหม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรบ้าง เช่น หลอดไฟ แอร์ ตู้เย็น ปลั๊กไฟ เป็นต้น ควรทำการแยกติดตั้งตู้ไฟคอนซูมเมอร์ที่มีระบบการติดตั้งเบรกเกอร์แบบรางดินออกจากอาคารเดิม เพิ่มกำลังไฟ 10-20 แอมป์ ให้เพียงพอกับความต้องการใช้งาน ประเภท และขนาดของเบรกเกอร์ก็มีส่วนสำคัญควรเลือกใช้ให้เหมาะสม เพราะเบรกเกอร์(Breaker) นั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่ใช้ปิด-เปิดไฟเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตัดวงจรอัตโนมัติหากเกิดการใช้กระแสไฟฟ้าเกิน ที่เป็นสาเหตุทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจรอีกด้วย โดยเบรกเกอร์ที่ตัดวงจรไฟฟ้าเนื่องจากการลัดวงจรอย่างรวดเร็วภายใน 0.003 วินาทีนั้น เรียกว่าเป็นเบรกเกอร์แบบ Current Limiting 5. ต้องมีการศึกษาเรื่องกฎหมาย หรือ พรบ. ควบคุมอาคาร ข้อจำกัดในการต่อเติมบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ คือ การเว้นระยะห่างระหว่างอาคารที่ก่อสร้างกับแนวเขตพื้นที่ดินข้างเคียง เพื่อป้องกันความปลอดภัย ง่ายต่อการซ่อมแซม หากต่อเติมพื้นที่ของบ้าน เช่น ครัวหลังบ้าน ต้องทำโดยมีช่องเปิดหรือหน้าต่าง จำเป็นต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินข้างเคียง 2…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้จัดทำเนียบผลประกอบการ Q1 อสังหาฯ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินผลประกอบการ Q1 อสังหาฯ หลังรอดูการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ในไตรมาสแรกปี 2566 เริ่มเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน ด้วยมีการเปิดรับนักท่องเที่ยว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีทั้งโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นอย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมรับมือในอีกหลายประเด็น ทั้งทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย แนวโน้มราคาพลังงานและราคาค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันให้ต้นทุนและอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐหลังจากจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ดี สำรวจผู้ประกอบการพัฒนาตลาดที่อยู่อาศัย ในไตรมาสแรกถือว่าภาพรวมของอสังหาฯ มีทิศทางที่ทรงตัว สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯมีการเผยตัวเลขกำไรสุทธิในไตรมาสแรกพบว่า อันดับ 1 แสนสิริ กำไรสุทธิ 1,582 ล้านบาท ครองแชมป์อันดับ 1 โตสูงถึง 423% อันดับ 2 เอสซี แอสเสท กำไรสุทธิ 535 ล้านบาท โต 38% อันดับ 3 แอสเซทไวส์ กำไรสุทธิ 283 ล้านบาท โต 25% อันดับ 4 พฤกษา กำไรสุทธิ 652 ล้านบาท โต 18% อันดับ 5 ออริจิน กำไรสุทธิ 798 ล้านบาท โต 8% อันดับ 6 ควอลิตี้เฮ้าส์ กำไรสุทธิ 592 ล้านบาท โต 1% อันดับ 7 ศุภาลัย กำไรสุทธิ 1,080 ล้านบาท กำไรลดลง 8% อันดับ 8 เอพี ไทยแลนด์ กำไรสุทธิ 1,478 ล้านบาท กำไรลดลง 14% ทำให้ภาพรวมในไตรมาสแรกมีบางบริษัทที่โตเกินคาดและบางบริษัทติดลบเล็กน้อยจากปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลศูนย์อสังหาริมทรัพย์ที่พบว่า จำนวนโครงการเปิดตัวใหม่พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 98,132 หน่วย ลดลง 10.5% หรืออยู่ในช่วง -19.4% ถึง -1.5% มูลค่าประมาณ 505,235 ล้านบาท ลดลง 8.2% หรืออยู่ในช่วง -22.0% ถึง 0.9% เมื่อเทียบกับปี 2565 ยังเป็นบวก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยมีความชัดเจนและมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมากจากปีที่ผ่าน ยังคงเป็นอีกความคาดหวังว่าตลาดอสังหาฯยังจะมีปัจจัยหนุนกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากได้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาจะช่วยผลักดันนโยบายด้านอสังหาฯ…
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลิตอาจารย์ประจำของสถาบัน PLUS Eduplex เสริมแกร่งยกระดับศักยภาพ

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผลิตอาจารย์คุณภาพยกระดับมาตรฐานของสถาบัน Plus Eduplex สู่การเป็น Eduplex Creator รุ่นที่ 3 ด้วยหลักสูตร Train The Professional Trainer โดยมีนายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน การอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาอาจารย์ประจำของสถาบันให้มีความเชี่ยวชาญ ในการบริหารการสอนที่หลากหลายสาขาวิชาครอบคลุมทักษะทั้งSoft และFunctional ในด้านการคิดและแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร ด้านระบบวิศวกรรม ด้านบัญชี ด้านการบริหารการจัดการ ด้านบุคลิกภาพ ด้านกฎหมาย และด้านงาน Luxury Management เป็นต้น พร้อมเรียนรู้เทคนิคการสอนในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อ Up-Skills และ Re-Skills ให้ตอบโจทย์ในการถ่ายทอดความรู้ มุ่งเน้นความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของผู้สอนอย่างมืออาชีพ โดยการสอนของทางสถาบันมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ สร้างสภาวะการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner Centered) เน้นการเรียนรู้ด้วยกิจกรรม (Activity Based Learning) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและส่งผลต่อการเรียนรู้ทีมีประสิทธิภาพ (Show Time Delivery) เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง (Friendly Content and Willing-to-Do Application ) พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และเพิ่มทักษะในการดูแลลูกบ้านได้ครบทุกมิติของการอยู่อาศัย รวมถึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน โดยมี อาจารย์พากร อัตตนนท์ จากสถาบัน ATTA9 TRAINING ผู้เชี่ยวชาญงานวิทยากร พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาองค์กรมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ณ ห้อง Auditorium สิริ แคมปัส พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
การตรวจสอบอาคารสูงในกรุงเทพฯ เคล็ดลับสำคัญสำหรับความปลอดภัย

การดูแลและตรวจสอบอาคารสูงในกรุงเทพฯ พร้อมข้อเสนอแนะและแนวทางในการปรับปรุงอาคาร ปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีจำนวนอาคารที่มีความสูงมากกว่า 150 เมตร มากเป็นอันดับ 10 ของโลก (ข้อมูลจาก Council on Tall Building and Urban Habitat) การดูแลอาคารสูงด้วยความเชี่ยวชาญจึงมีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม หรือที่พักอาศัยก็ตาม โดยเราเห็นได้จากภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ อาทิ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ลิฟต์ตก ตึกถล่ม หรืออาคารทรุดตัวโดยเกิดจากการก่อสร้างไม่ได้คุณภาพ จากภัยพิบัติตามธรรมชาติ หรือการดูแลระบบอาคารไม่ได้คุณภาพทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญในการเรียนรู้ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่าโครงสร้างอาคารต่างๆ ต้องมีมาตรฐานในการก่อสร้างมีความแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม รวมถึงได้รับการตรวจสอบอาคารตามที่กฎหมายกำหนด และมีขั้นตอนในการรับมือจากภัยพิบัติดังกล่าวที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคตอย่างมืออาชีพ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการอาคารมามากกว่า 2 ทศวรรษ ดูแลพื้นที่กว่า 18 ล้านตารางเมตร ด้วยประสบการณ์ในการดูแลอาคารขนาดใหญ่จึงมีข้อแนะนำให้มีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำปีทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเจ้าของอาคารต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคารทำการตรวจสภาพอาคารตามระยะเวลาที่กำหนด โดยองค์ประกอบของการตรวจสอบและดูแลอาคารมี 3 ส่วนสำคัญ คือ 1. การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้อาคารและประชาชนโดยรอบอาคาร เพราะหากอาคารขาดความแข็งแรงปลอดภัย จะทำให้อาคารเกิดการโค่นหรือทรุดตัว และพังทลายลงมาในที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างของอาคารเกิดความเสียหายนั้นอาจเกิดได้จากการที่อาคารดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ ที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว หรือมีการต่อเติม ดัดแปลงอาคารที่มีอยู่เดิม และเกิดจากการขาดการบำรุงรักษาอาคารอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง พลัสฯ จึงมีการดูแลอย่างสม่ำเสมอตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกอาคารเป็นประจำ โดยทีมวิศวกรที่ผ่านการรับรองเพื่อตรวจสอบและระบุปัญหาต่างๆ เช่น รอยร้าว การรั่วไหล หรือความเสียหายของหลังคา ผนัง หรือฐานราก ช่วยให้สามารถตรวจจับปัญหาต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และจัดการปัญหาได้ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จะตามมาอีกด้วย 2. ความปลอดภัยของระบบและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร เช่น ระบบลิฟต์ ระบบบันไดเลื่อน ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา ระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย มีความสําคัญเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร พลัสฯ มีการดูแลบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) โดยมีการทดสอบสมรรถนะการทำงานของระบบหรืออุปกรณ์เพื่อให้มั่นใจว่าในเวลาที่มีความจำเป็น หรือเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินระบบต่างๆ ยังคงทำงานได้ปกติและสามารถทำการอพยพคนออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการดูแล/บำรุงรักษาระบบจำเป็นที่จะต้องใช้วิศวกร/ผู้ชำนาญการเป็นผู้เข้ามาดำเนินการ ตัวอย่าง เช่น การดูแล/บำรุงรักษาระบบปั๊มน้ำดับเพลิง นอกจากการดูแลตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วจะต้องมีการทดสอบเดินเครื่องอย่างน้อย 30 นาทีในทุกสัปดาห์ และยังต้องมีแผนการบำรุงรักษาประจำปีทำการทดสอบสมรรถภาพเครื่องด้วยการวัดค่าแรงดันการจ่ายน้ำและปริมาณน้ำที่จ่ายในพื้นที่ต่างๆ จนครบถึง 100% การตรวจสอบระบบ HVAC (Heating Ventilation and Air Conditioning) ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (อุณหภูมิ, ความชื้น, air flown และ ระบบการกรองของอากาศ) เพื่อให้อากาศในอาคารมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ รวมถึงสามารถช่วยประหยัดพลังงานและทำให้อาคารใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 3.…
ตัวอยู่ไกล ใจห่วงบ้าน มัดรวม Checklist เตรียมความปลอดภัยให้บ้านช่วงหยุดยาว

ในเดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึงนี้ มีเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นวันสำคัญขึ้นปีใหม่ไทยและวันครอบครัว หลายครอบครัวต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือมีแผนท่องเที่ยวกัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องจากบ้านกันไปหลายวัน อาจจะทำให้บางคนเกิดความกังวลใจในเรื่องของการดูแลบ้านในช่วงเวลาดังกล่าว วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ขอแนะนำ Checklist เตรียมความปลอดภัยตัวบ้านระหว่างหยุดยาว ดังนี้ ควรตรวจสอบดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ จุดใดมีสภาพชำรุด เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยควรเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ควรทำการถอดปลั๊กไฟให้หมดเมื่อจะไม่อยู่บ้านหลายวัน อาจจะยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น ตู้เย็น ปิดวาล์วน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงเบื้องต้นของการรั่วซึมของน้ำจากอุปกรณ์ ท่อน้ำภายในบ้าน / ห้องชุด ล็อกประตู – หน้าต่าง – บานกระทุ้ง ให้สนิท หากมีตัวเสริมป้องกันการงัดแงะจะยิ่งเพิ่มความปลอดภัย นำของมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย อาทิ ตู้เซฟธนาคาร หรือซ่อนในจุดที่ปลอดภัย ติดตั้งระบบไฟอัตโนมัติ ที่จะสามารถช่วยให้บ้านของเราเหมือนมีคนอยู่บ้าน เพิ่มสวิตช์เวลา เพื่อให้มีการทำงานเฉพาะช่วงกลางคืน และควรเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดที่ใช้บัลลาสต์ขดลวดให้เป็นหลอดแอลอีดีจะช่วยประหยัดไฟ วางรองเท้าไว้หน้าประตู พร้อมมีแง้มม่านบางจุดเล็กๆให้เสมือนมีคนอยู่ในบ้าน แจ้งนิติบุคคล ที่ดูแลโครงการให้ทราบว่าช่วงวันหยุดยาวนี้จะไม่อยู่บ้าน เพื่อที่จะได้ประสานให้พนักงานรักษาความปลอดภัยช่วยสอดส่องดูแลบ้านให้ในช่วงเวลาที่ไม่อยู่ รวมถึงประสานให้นิติช่วยรับกล่องพัสดุที่เดลิเวอรี่นำมาส่งให้ก่อน เพื่อไม่ให้มีวัสดุกองอยู่ที่หน้าบ้านให้เป็นที่สังเกต การเตรียมความปลอดภัยให้ตัวบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการดูแลความปลอดภัยแบบขั้นกว่าสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง โครงการ พลัสฯ ขอแนะนำเทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยอัจฉริยะ LIV-24 (ลีฟ ทเวนตี้โฟร์) ที่จะช่วยดูแลโครงการของคุณอย่างมั่นใจ ด้วย ระบบ Visitor Management ที่สามารถตรวจสอบและคัดกรองผู้มาติดต่อเข้า-ออกโครงการที่พักอาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลน่าสงสัยเข้าไปในพื้นที่ Digital Fence รั้วอัจฉริยะ เป็นแนวรั้วไฟฟ้าป้องกันทั่วบริเวณโครงการ รวมถึงมีระบบ AI CCTV – Video Analytics ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติ ด้วยการทำงานระบบ Detect Monitoring และตรวจดูเหตุการณ์ต่างๆ ภายในโครงการได้อย่างทั่วถึงแม้ในมุมมืด มุมอับ หากตรวจพบการบุกรุกจากทั้งบุคคลภายนอก และสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นอันตราย ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนมายังศูนย์ควบคุม Command Center เพื่อวิเคราะห์และประสานงานผู้ดูแลหรือนิติบุคคลให้เข้าแก้ไขและยับยั้งการเกิดเหตุอันตรายได้ในทันที นอกจากนี้ LIV-24 (ลีฟ ทเวนตี้โฟร์) ยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยด้วย Real-Time Guard Tour ที่คอยมอนิเตอร์รอบเดินตรวจโครงการได้แบบเรียลไทม์ หากมีการละเลยหน้าที่หรือการตรวจตราที่ไม่ทั่วถึง เจ้าหน้าที่ LIV-24 จะทราบและแจ้งตักเตือนได้ทันที สำหรับตัวอาคารเอง LIV-24 มีระบบ IOT Facility Management ที่ช่วยดูแลระบบวิศวกรรมในอาคาร อาทิ ระบบน้ำ ไฟ ลิฟท์ ระบบแอร์ ฯลฯ และทำการแจ้งเตือนทันทีที่เกิดเหตุผิดปกติ ทั้งหมดนี้เป็นการนำเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยมาใช้ เพื่อป้องกันและยับยั้งความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ก่อนจะสร้างความเสียหายขนาดใหญ่ ที่ไม่เพียงแค่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเท่านั้นแต่อาจรวมไปถึงชีวิตที่ไม่สามารถประเมินค่าได้อีกด้วย LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะนี้จึงตอบโจทย์การดูแลรักษาความปลอดภัยแบบรอบด้าน ผสานทั้งเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ยาวนาน ให้คุณอุ่นใจ หมดกังวลระหว่างเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะนี้จึงตอบโจทย์การดูแลรักษาความปลอดภัยแบบรอบด้าน ผสานทั้งเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ยาวนาน ให้คุณอุ่นใจ หมดกังวลระหว่างเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดยาว *เงื่อนไขการดูแลความปลอดภัยขึ้นอยู่กับ Features และ Package ที่โครงการเลือกใช้ 𝐋𝐈𝐕-𝟐𝟒 บริการเทคโนโลยี ระบบสังเกตการณ์อัจฉริยะ เป็นเทคโนโลยีหนึ่งเดียวในไทยที่มีศูนย์ควบคุมฯ…