รีไฟแนนซ์คอนโด คืออะไร ช่วยลดภาระได้จริงไหม ?

การกู้ซื้อคอนโดเป็นความรับผิดชอบทางการเงินในระยะยาว โดยต้องใช้เวลาในการผ่อนอย่างน้อย 5-10 ปี ส่งผลให้หลายคนเลือกรีไฟแนนซ์คอนโด เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน และได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของคอนโดไวขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์คอนโด พร้อมแนะนำขั้นตอน และเงื่อนไขต่างๆ ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์คอนโด คืออะไร? การรีไฟแนนซ์คอนโด คือ การย้ายสินเชื่อคอนโดจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะอนุญาตให้ผู้กู้รีไฟแนนซ์ได้หลัง 3 ปี ซึ่งมีการระบุรายละเอียดไว้ในสัญญากู้ซื้อคอนโด 💸 ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์คอนโด แม้จะเป็นการเปลี่ยนสินเชื่อจากธนาคารหนึ่งไปอีกธนาคารหนึ่ง แต่การรีไฟแนนซ์ช่วยให้ผู้กู้ได้รับผลประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่ 1. ลดอัตราดอกเบี้ย การรีไฟแนนซ์ช่วยให้ผู้กู้ทำสัญญากับธนาคารใหม่ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารปัจจุบันได้ ซึ่งช่วยลดภาระหนี้สินต่อเดือน ส่งผลให้โอกาสผิดนัดชำระน้อยลง 2. เปลี่ยนประเภทอัตราดอกเบี้ย ผู้กู้สามารถเลือกประเภทอัตราดอกเบี้ยได้ใหม่ในการรีไฟแนนซ์ เช่น เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวไปเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งสามารถพิจารณาความเหมาะสมได้จากสภาวะเศรษฐกิจ และสภาพคล่องทางการเงินของผู้กู้เอง 3. โอกาสในการถอนเงินจากมูลค่าส่วนต่าง (Cash-out Refinance) ธนาคารบางแห่งเปิดให้บริการ “รีไฟแนนซ์คอนโดเพิ่มวงเงิน (Cash-Out Refinance)” โดยผู้กู้สามารถยื่นขอวงเงินกับธนาคารได้เทียบเท่ากับมูลค่า ณ ปัจจุบันของคอนโด ซึ่งจะต้องมากกว่ายอดกู้เดิม เพื่อให้สามารถนำส่วนต่างออกมาเป็นเงินสดได้ 4. ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อน เนื่องจากการรีไฟแนนซ์เป็นการทำสัญญาใหม่กับธนาคารใหม่ ดังนั้นผู้กู้จึงสามารถเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนได้ เช่น สัญญาเดิมกำหนดระยะเวลาการผ่อนไว้ที่ 30 ปี ผู้กู้สามารถเปลี่ยนให้เหลือเพียง 20 ปี ได้ ซึ่งจะช่วยให้เป็นเจ้าของคอนโดได้ไวขึ้น โดยรายละเอียดการรีไฟแนนซ์อาจแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดสินเชื่อคอนโดของธนาคารแต่ละแห่ง เงื่อนไขและคุณสมบัติในการรีไฟแนนซ์คอนโด ธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้กำหนดเงื่อนไข และคุณสมบัติของผู้กู้รีไฟแนนซ์เอาไว้ ดังนี้ 1. ระยะเวลาที่ผ่อนมาแล้ว ในการกู้ซื้อคอนโด ธนาคารมักกำหนดระยะเวลารีไฟแนนซ์ไว้ที่ 3 ปี กล่าวคือ หากผู้กู้ผ่อนชำระกับธนาคารไม่ครบ 3 ปี หรือมากกว่า ผู้กู้จะไม่สามารถรีไฟแนนซ์กับธนาคารแห่งใหม่ได้ ยกเว้นกรณีที่ผู้กู้ตกลงเสียค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดและถูกระบุไว้ในสัญญา 2. ประวัติการผ่อนชำระ โดยทั่วไปของการรีไฟแนนซ์ ธนาคารใหม่จะพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อจากประวัติการผ่อนชำระกับธนาคารเดิมร่วมด้วย โดยผู้กู้จะต้องมีเครดิตสกอร์ (Credit Score) อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไปตามนโยบายของธนาคารนั้นๆ 3. มูลค่าปัจจุบันของคอนโด ธนาคารใหม่จะทำการประเมินมูลค่าปัจจุบันของคอนโดอีกครั้ง เพื่อการคำนวณวงเงินกู้สูงสุดในการรีไฟแนนซ์ และเปิดโอกาสให้ผู้กู้ได้รับผลประโยชน์จากส่วนต่างในกรณีที่มูลค่าคอนโดเพิ่มขึ้น 4. รายได้และความสามารถในการผ่อน อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ธนาคารใหม่ใช้พิจารณาการอนุมัติวงเงิน คือ รายได้ และความสามารถในการผ่อนของผู้กู้ มีอายุงานในบริษัทหรือองค์กรปัจจุบันอย่างน้อย 3 เดือน มีภาระหนี้รวมต่อเดือนไม่เกิน 30% ซึ่งรายละเอียดคุณสมบัติเหล่านี้อาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารแต่ละแห่ง โดยธนาคารใหม่ที่ทำการรีไฟแนนซ์มีแนวโน้มอนุมัติวงเงินให้กับผู้กู้มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีประวัติการผ่อนชำระที่ดีกับธนาคารเดิม ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์คอนโด ในกรณีที่ตัดสินใจรีไฟแนนซ์คอนโดแล้ว ผู้กู้มีขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1. การเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ ปัจจุบันธนาคารมากมายมีบริการรีไฟแนนซ์…
ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้ไหม? ไขข้อสงสัยคนทำอาชีพอิสระ

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมหันมาประกอบอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ (Freelance) กันมากขึ้น เพราะมีอิสระในการทำงาน ความยืดหยุ่นด้านเวลา และโอกาสในการสร้างรายได้ที่ไม่จำกัด อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีข้อกังวลว่า “ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้หรือไม่?” เนื่องจากการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารมักต้องใช้สลิปเงินเดือนที่ออกโดยบริษัท ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาไขข้อสงสัยว่า ไม่มีสลิปเงินเดือนซื้อบ้านได้ไหม? พร้อมแนะนำวิธีขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านฉลุย ฉบับผู้ที่อยากซื้อบ้านแต่ไม่มีสลิปเงินเดือน ฟรีแลนซ์ กู้ซื้อบ้านได้ไหม? หนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อบ้าน คือ สลิปเงินเดือน เนื่องจากเป็นหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจนและมั่นคง ส่งผลให้พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนสามารถกู้ซื้อบ้านได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอาชีพอิสระ ทั้งนี้ ฟรีแลนซ์สามารถกู้ซื้อบ้านได้ไม่ต่างจากพนักงานประจำ เพียงแค่ต้องอาศัยเอกสารอื่นๆ เพื่อยืนยันรายได้และความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย วิธีขอสินเชื่อให้อาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านผ่านฉลุย แน่นอนว่า การขอสินเชื่อบ้านของฟรีแลนซ์ย่อมมีความแตกต่างจากพนักงานประจำ โดยฟรีแลนซ์จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเอกสารสำคัญ ดังนี้ 1. รายการเดินบัญชีย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน โดยทั่วไปธนาคารจะขอดู Statement หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6-12 เดือน เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบความต่อเนื่อง และจำนวนรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือนของผู้กู้ ซึ่งสามารถติดต่อธนาคารที่ใช้บริการเพื่อขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังได้ ทั้งนี้ ผู้กู้ควรสร้างรายการเดินบัญชีย้อนหลังให้ดูดี ซึ่งช่วยสะท้อนรายได้ที่สม่ำเสมอและความมั่นคงทางการเงิน เช่น การรับงานจ้างผู้ว่าจ้างเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มีรายได้เข้ามาเป็นประจำ การชำระหนี้บัตรเครดิต หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้ตรงเวลา และไม่ปล่อยให้เงินคงเหลือในบัญชีติดลบ 2. หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เปรียบเสมือนใบเสร็จที่ได้จากการทำงาน ซึ่งควรได้รับจากผู้ว่าจ้างทุกครั้ง โดยปกติจะใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นภาษีประจำปีและการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคาร (ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน) เพื่อแสดงแหล่งที่มาของรายได้ ประเภทเงินได้ จำนวนรายได้ และจำนวนเงินที่ถูกหักเป็นภาษี ณ ที่จ่าย 3. บัตรประจำตัววิชาชีพ ทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ บัตรประจำตัววิชาชีพ ทะเบียนการค้า และทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารยืนยันการประกอบอาชีพ โดยพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์สามารถใช้การบันทึกภาพหน้าจอเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ที่ใช้ในการค้าขาย เพื่อยืนยันการประกอบอาชีพแทนได้ 4. หลักฐานการเสียภาษี ตามกฎหมาย บุคคลที่มีรายได้จะต้องทำการเสียภาษีประจำปีต่อกรมสรรพากร ซึ่งหลักฐานการเสียภาษี หรือ ภงด. 90 จะต้องนำมาประกอบการขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารด้วย เพื่อแสดงจำนวนรายได้และ ที่มาของรายได้ตลอดทั้งปี 5. ไม่ติดเครดิตบูโร โดยปกติธนาคารมักจะไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้กับผู้ที่ติดเครดิตบูโร อันเป็นประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีของบุคคล อาทิ ผิดนัดชำระหนี้ ถูกศาลสั่งให้ชำระหนี้ มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือมีหนี้สูญที่สถาบันทางการเงินไม่สามารถติดตามทวงถามได้ และอื่นๆ ซึ่งเครดิตบูโรรวบรวมและจัดเก็บโดยบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หากติดเครดิตบูโรอยู่ แนะนำให้ทำการชำระหนี้คืนกับสถาบันทางการเงินนั้นๆ…
รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด ให้ห้องดูกว้างเป็นระเบียบ

คอนโดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ เพราะอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ในหลายๆ ด้าน แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัดอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบได้ หากไม่ได้รับการจัดระเบียบ และตกแต่งอย่างเหมาะสม ในบทความนี้ พลัสฯ ขอมาเอาใจชาวคอนโดด้วย 10 ไอเดียแต่งคอนโด เพื่อช่วยให้ห้องดูกว้าง เป็นระเบียบ และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำ 5 คอนโดตกแต่งครบ พร้อมอยู่ รวม 10 ไอเดียแต่งคอนโด การแต่งคอนโดสวยๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงทำตาม 10 ไอเดีย ดังนี้ 1. เลือกใช้สีผนังห้องโทนกลาง-โทนสว่าง การเลือกใช้สีผนังโทนกลาง-สว่างจะช่วยให้ห้องดูโล่งโปร่ง สบายตา และอบอุ่นมากกว่าผนังสีโทนทึบ ยกตัวอย่างสีขาว สีเบจ สีเทาอ่อน และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น โดยสามารถเปลี่ยนสีผนังได้ 2 วิธี คือ ใช้สีทาภายใน และติดวอลล์เปเปอร์ผนัง ซึ่งการติดวอลล์เปเปอร์จะช่วยให้การเปลี่ยนสีผนังภายในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องรอสีแห้งและไม่ทิ้งกลิ่นสี 2. เลือกเฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เฟอร์นิเจอร์ Multi-Function เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เช่น เตียงนอนที่มีลิ้นชักเก็บของด้านใต้ ตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้มีช่องเก็บของด้านใน และอื่นๆ โดยการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้เก็บของได้อย่างมีระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการวางของกระจัดกระจายที่ทำให้ห้องดูรกและแคบ 3. เลือกใช้ผ้าม่าน 2 ชั้น (ผ้าม่านทึบ-ผ้าม่านโปร่ง) ข้อดีของผ้าม่าน 2 ชั้น คือ สามารถเลือกปิดผ้าม่านทึบได้ในเวลากลางวันที่แดดจัด และสามารถเลือกปิดผ้าม่านโปร่งได้ในช่วงเย็น-กลางคืน ซึ่งผ้าม่านทึบจะช่วยลดความร้อน และรังสียูวีที่เข้ามาในห้อง ในขณะที่ผ้าม่านโปร่งจะช่วยให้ห้องดูโล่ง สบายตา และทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากยิ่งขึ้น 4. ตกแต่งผนังด้วยกระจกเงา การตกแต่งผนังด้วยกระจกเงาจะช่วยพรางตาให้ห้องดูมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตกแต่งคอนโดขนาดเล็ก และอะพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด 5. กั้นห้องด้วยกระจกใส การกั้นห้องจะทำให้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยให้เลือกใช้บานเลื่อนที่เป็นกระจกใสแทนประตูไม้ หรือประตูพลาสติกที่มีความทึบ เพราะกระจกใสมีความโปร่งแสง ซึ่งจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด 6. เลือกใช้โต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนัง นอกจากโต๊ะ ตู้ และชั้นวางของติดผนังจะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ต่างๆ ได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่เปลืองพื้นที่บนพื้น ส่งผลห้องดูกว้างขึ้น 7. จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม การจัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ห้องได้มากกว่าการจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ตรงกลางห้อง ส่งผลให้ห้องดูเป็นระเบียบ กว้างขวาง และสามารถใช้งานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้อย่างสะดวก 8. ไม่ตกแต่งผนังเยอะจนเกินไป การตกแต่งผนังเยอะจนเกินไปอาจทำให้ห้องดูรกและคับแคบ อีกทั้งยังช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกต่อการเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งห้อง 9. เลือกใช้ไฟดาวน์ไลท์ แทนการใช้โคมระย้า หรือโคมไฟตั้งพื้น ไฟดาวน์ไลท์ คือ ไฟที่ออกแบบมาสำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดาน เพื่อให้แสงสว่างส่องลงมาบนพื้น ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ห้องได้มากกว่าโคมไฟแบบตั้งพื้น ในขณะที่โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์จะทำให้เพดานห้องดูต่ำและคับแคบ…
โฉนดคอนโด คืออะไร ? ได้ตอนไหน สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ มีอะไรบ้าง

แม้ “บ้าน” และ “คอนโด” จะเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเหมือนกัน แต่เอกสารที่ใช้ระบุความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 มีความแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างโฉนดที่ดินกับโฉนดคอนโด หรือโฉนดห้องชุด พร้อมแนะนำ 3 ขั้นตอน เตรียมตัวซื้อคอนโด โฉนดคอนโด คืออะไร? ชื่อเรียกที่ถูกต้องของโฉนดคอนโด คือ “หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด” แต่มักนิยมเรียกว่า โฉนดคอนโดหรือโฉนดห้องชุด เนื่องจากถูกจำสับสนกับโฉนดที่ดิน แต่หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และโฉนดที่ดินระบุกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต่างกันออกไป หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารราชการแสดงสิทธิของบุคคลในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเฉพาะส่วนหนึ่งของอาคารชุด และมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของในทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดนั้นร่วมกับเจ้าของห้องชุดอื่นๆ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งภายในห้องชุดได้ตามต้องการ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของโครงการ (แต่ละโครงการอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป) และจะไม่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือตกแต่งทรัพย์ส่วนกลางที่อยู่นอกห้องชุดได้ โฉนดที่ดิน เอกสารราชการแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินผืนนั้นๆ ได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่า ทำธุรกรรม ซื้อขาย จำนอง หรืออื่นๆ นอกจากนี้ ผู้ถือครองโฉนดที่ดินยังสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินของตนเองได้ด้วยเช่นกัน โดยโฉนดที่ดิน และหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งออกโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และจำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การจำนองกับธนาคาร การฝากขาย การทำพินัยกรรม และอื่นๆ โฉนดคอนโด ได้ตอนไหน? ระยะเวลาในการได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการซื้อขายคอนโด โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1. ซื้อจากโครงการโดยตรง การซื้อคอนโดจากโครงการโดยตรงแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีซื้อคอนโดที่กำลังก่อสร้าง หรือคอนโด Pre-sale ผู้ซื้อจะได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเมื่อคอนโดก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยโครงการจะทำเรื่องขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด และดำเนินการขอออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือปี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการก่อสร้างและการดำเนินงานของโครงการ กรณีซื้อคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอน โครงการจะดำเนินการส่งมอบหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากที่ผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากโครงการแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ 2. ซื้อคอนโดมือสอง เจ้าของเก่าจะทำการโอนหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ณ กรมที่ดิน ภายหลังจากผู้ซื้อรับโอนห้องชุดจากเจ้าของเก่าแล้วเสร็จ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ การได้รับหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดอาจเร็วกว่า 1-2 สัปดาห์ หรือล่าช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับภาระงานของกรมที่ดินด้วยเช่นกัน พลัสฯ แนะนำ คอนโดมือสองที่น่าสนใจ: Oka Haus คอนโด High rise พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม Wyne by Sansiri ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ใกล้ BTS สถานีพระโขนง เจ้าของหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้สิทธิ์อะไรบ้าง?…
คอนโด 2 ชั้น มีกี่แบบ? แนะนำ 5 คอนโด 2 ชั้นให้เช่า

แม้คอนโดจะได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่หลายคนยังมองหาพื้นที่การใช้ชีวิตที่กว้างขวาง และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ส่งผลให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาไปส่องประเภทของคอนโด 2 ชั้น พร้อมแนะนำ 5 พิกัด คอนโด 2 ชั้นให้เช่า ข้อดีของคอนโดสองชั้น คอนโด 2 ชั้น คือ ยูนิตอยู่อาศัยที่แบ่งออกเป็น 2 ระดับ และมีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างอยู่ภายในยูนิต ซึ่งมีข้อดีเหนือกว่าคอนโด 1 ชั้น (Simplex) อยู่หลายด้าน เช่น 1. ความสูงจากพื้นถึงเพดานมากกว่า ด้วยระดับความสูงจากพื้นถึงเพดานที่มากกว่า ส่งผลให้บรรยากาศพื้นที่ภายในดูโล่งโปร่ง และแสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้มากกว่า ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่า คอนโด 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวมที่มากกว่าคอนโด 1 ชั้น แม้จะมีจำนวนห้องนอน และห้องน้ำเท่ากัน ซึ่งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกแออัดจนเกินไป และสามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้มากขึ้น 3. จัดสรรพื้นที่ได้มากขึ้น โดยทั่วไปคอนโด 2 ชั้น จะมีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าคอนโด 1 ชั้น เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และอื่นๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นบ้านมากยิ่งขึ้น ข้อดีทั้งหมดนี้ทำให้คอนโด 2 ชั้น ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวขนาดเล็ก และคู่รัก ประเภทของคอนโด 2 ชั้น คอนโด 2 ชั้น มีหลากหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ โดยคอนโด 2 ชั้น ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ 1. Duplex คอนโด Duplex เป็นประเภทคอนโด 2 ชั้น ที่พบเห็นได้มากที่สุด โดยมีทางเข้าจากภายนอกยูนิตอยู่ที่ชั้น 1 และมีบันไดอยู่ภายในสำหรับเชื่อมชั้นบนกับชั้นล่าง ทั้งนี้ คอนโด Duplex มักออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องครัวหรือห้องนั่งเล่น 2. Maisonette คอนโด Maisonette มีความคล้ายคลึงกับคอนโด Duplex แต่มีทางเข้าจากภายนอกยูนิต 2 ทาง ทั้งจากชั้น 1 และชั้น 2…
ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ใน 6 ขั้นตอนปี 2567

ในปัจจุบันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่การติดต่อขอดำเนินการทางเอกสารบางอย่าง เช่น “การย้ายทะเบียนบ้าน” บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน แต่หายห่วง! เพราะตอนนี้สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องไปสำนักงาน ไม่ต้องนั่งรอคิวเป็นชั่วโมง ทำด้วยตัวเอง ที่ไหนก็ได้ สะดวกสุดๆ ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? หากมีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ต้องทำอย่างไร? การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์จะยุ่งยากหรือเปล่า? บทความนี้จะคลายทุกข้อสงสัย จะมีขั้นตอนอะไรบ้างสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ตามมาดูกัน ขั้นตอนการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ง่ายๆด้วย “แอปพลิเคชั่น ThaiD ” ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน (ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ต้องทำการลงทะเบียน ThaiD เพื่อกดยืนยันข้อมูลการแจ้งย้ายเข้าด้วยเช่นกัน) วิธีลงทะเบียนใช้งาน THAID ด้วยตนเอง เตรียมพร้อมย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ 1. เข้าแอปพลิเคชัน “THAID” (ไทยดี) กด “เริ่มต้นใช้งาน” 2. กด “เลือกลงทะเบียนด้วยตนเอง” หลังจากอ่านเงื่อนไขการใช้บริการต่างๆ เรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยอมรับ” และ “กดถัดไป” 3. “ถ่ายรูปหน้าบัตรประจำตัวประชาชนและหลังบัตรฯ” เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จแล้วให้ “กดปุ่มยืนยัน” 4. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้อง แก้ไขให้เรียบร้อย แล้วกดยืนยัน 5. ถ่ายรูปให้ตรงตามคำแนะนำที่ขึ้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว “กดปุ่มยืนยัน” 6. สร้างรหัสเพื่อความปลอดภัยด้วยเลข 8 หลัก และกดยืนยันอีกครั้ง ห้ามใช้ตัวเลขเรียงกันหรือใช้ซ้ำเกินได้ไม่เกิน 4 ตัว เช่น 1234, 1111, 2222 เป็นต้น จากนั้นยืนยันการสร้างสิ่งแทนดิจิทัล แล้วจึงกดรหัสความปลอดภัยที่เราพึ่งสร้าง เพื่อยืนยัน ลงทะเบียนใช้งาน แอป THAID เรียบร้อย! เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ วิธีย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ด้วย ThaiD 1. เข้าแอป ThaiID เลือก “การแจ้งการย้ายที่อยู่” 2. กรอก เลขบัตรประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไป 3. กดส่งคำร้องขอเจ้าบ้าน 4. จากนั้นจะมีข้อความ (SMS) ให้ทำการยืนยันตัวตนและให้ความยินยอมยืนยันส่งไปที่เจ้าบ้าน 5. เมื่อเจ้าบ้านกดยืนยันและยินยอมจากนั้นข้อมูลก็จะส่งไปยังนายทะเบียนของสำนักงานเขตหรืออำเภอที่อยู่ปลายทางที่ทำการแจ้งย้ายเอาไว้ 6. นายทะเบียนจะดำเนินการอนุมัติการแจ้งย้าย และแจ้งผลการอนุมัติให้กับผู้ขอย้ายและเจ้าของบ้านทราบ โดยการย้ายทะเบียนบ้านนั้นจะสำเร็จก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปกดยินยอม เพียง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว คลายข้อสงสัย Q: ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ทำได้ไหม? คำตอบคือ การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างบน เท่านี้ก็สามารถย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ได้แล้ว การย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์สามารถทำได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว…
คอนโดอยู่ได้กี่ปี? วิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า ควรดูอะไรบ้าง

อายุขัยของคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนเกิดความลังเลใจในการซื้อคอนโด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อคอนโดมือสอง ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาตอบข้อสงสัยที่ว่า คอนโดอยู่ได้กี่ปี พร้อมวิธีการเลือกซื้อคอนโดมือสองสภาพดี คอนโดอยู่ได้กี่ปี ? คอนโดมีอายุกี่ปี? แน่นอนว่า คอนโดมิเนียมมีอายุขัยเหมือนกับสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ โดยทั่วไปคอนโดจะมีอายุขัยประมาณ 50-100 ปีขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของโครงสร้างอาคาร และการบำรุงรักษาอาคารของนิติฯ คอนโด หากคอนโดถูกทุบ หรือพังทลายลง เจ้าของคอนโดจะเหลืออะไร? แม้นิติบุคคลจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินคอนโด แต่เจ้าของคอนโดทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินดังกล่าวด้วยเช่นกัน ในกรณีที่คอนโดถูกทุบหรือพังทลาย เจ้าของร่วมทุกคนจะมีสิทธิได้รับการชดเชย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก คือ 1.ความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆ โดยปกติโครงการคอนโดมิเนียมจะมีการทำประกันอาคารชุดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย อุทกภัย และอื่นๆ ซึ่งนิติบุคคลจะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน และเงินประกันส่วนนี้จะต้องแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ 2.อาคารชุดพังทลายเหลือแค่ที่ดิน หากอาคารชุดพังเสียหายเหลือแค่ที่ดิน เจ้าของโครงการจะต้องนำที่ดินและทรัพย์สินที่เหลือมาแบ่งให้กับเจ้าของร่วมทุกคนตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ระบุไว้ตามกฏหมายอาคารชุด อย่างไรก็ตาม การชดเชยความเสียหายอาคารอาจมีรูปแบบที่ต่างกันออกไปได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันระหว่างเจ้าของร่วม แนะนำวิธีเลือกซื้อคอนโดเก่า คอนโดมือสองเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีราคาขายถูกกว่าคอนโดมือหนึ่งในทำเลเดียวกัน ทั้งนี้ การเลือกซื้อคอนโดมือสองคุณภาพจำเป็นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยวิธีเลือกซื้อคอนโดมือสอง คือ 1.คอนโดผ่านมาตรฐาน EIA มาตรฐาน EIA หรือ Environmental Impact Assessment คือ มาตรฐานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโครงการคอนโดที่ไม่ผ่าน EIA จะไม่สามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งกรมที่ดินจะไม่สามารถออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้กับผู้ซื้อได้ และจะทำให้ผู้ซื้อมีปัญหาด้านกฏหมายตามมาในอนาคต ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนซื้อคอนโดว่า โครงการคอนโดนั้นๆ ผ่านมาตรฐาน EIA แล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Link) 2.วัสดุก่อสร้างที่ใช้ได้มาตรฐาน โดยปกติผู้ซื้อจะสามารถขอดูใบรายการวัสดุก่อสร้างอาคารชุดจากผู้พัฒนาได้ ซึ่งจะมีการระบุรายละเอียดของรุ่น และยี่ห้อวัสดุต่างๆ ที่ใช้ นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังสามารถขอดูใบรับรองการตรวจสอบอาคารได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเอกสารที่รับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง 3.สังเกตการณ์ดูความเข้มและจางของสีอาคาร สีของอาคารชุดทั้งภายนอกและภายในไม่ได้บ่งบอกเฉพาะความสวยงามเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการซึมผ่านของน้ำฝนได้ด้วย โดยความชื้นของอาคารที่เกิดจากการซึมผ่านของน้ำฝน คือ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สีอาคารหลุดร่อนและซีดจาง 4.สังเกตรอยร้าวอาคาร รอยร้าวของอาคารสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมสภาพของปูนซีเมนต์หรือเหล็กเสริม การรับน้ำหนักมากเกินพิกัด ไปจนถึงการทรุดตัวของดิน 5.ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยการันตีคุณภาพของคอนโด ทั้งความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ทีมก่อสร้างระดับมืออาชีพ วัสดุที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการออกแบบภายในที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย ปัจจัยทั้งหมดนี้ไม่เพียงบ่งบอกอายุขัยของคอนโด แต่ยังเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อตามกฏหมาย ดังนั้นจึงควรพิจารณาทุกปัจจัยอย่างถี่ถ้วนและรอบครอบ ทั้งนี้ การพิจารณาปัจจัยทั้งหมดด้วยตนเองอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากและซับซ้อน โดยควรเลือกซื้อคอนโดมือสองผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือและมีความเชี่ยวชาญ ยกตัวอย่างพลัสฯ ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยสำรวจโครงสร้างอาคาร และสภาพภายในของห้องคอนโดมือสอง เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อได้รับยูนิตห้องในสภาพที่ดีที่สุด อีกทั้งพลัสฯ ยังช่วยดำเนินเอกสารต่างๆ ในขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสองอย่างครบถ้วน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่คุณไว้ใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ใส่ใจทุกความต้องการ เชี่ยวชาญเรื่องการบริการแบบ 360°…
รู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด ซื้อคอนโดได้สิทธิอะไรบ้าง?

เป็นเจ้าของบ้านดีกว่าเป็นเจ้าของคอนโดจริงหรือ? พลัสฯ พามาทำความรู้จักกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด พร้อมทำความเข้าใจสิทธิที่ได้รับในการเป็นเจ้าของคอนโด แตกต่างจากการเป็นเจ้าของบ้านอย่างไร? หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด คืออะไร? เมื่อซื้อบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ กรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน (น.ส. 4) จะถูกโอนมาเป็นชื่อของผู้ซื้อตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขาย จำนอง หรือยกเป็นมรดกให้ลูกหลาน ในขณะที่การซื้อคอนโดมิเนียม ผู้ซื้อจะได้หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) แทน ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ถือว่า เป็นเจ้าของโครงการนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ แต่จะถูกเรียกว่า เจ้าของร่วม ภาพจากโครงการ เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ CD202924 กรรมสิทธิ์คอนโดหรือกรรมสิทธิ์ห้องชุด การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโด หรือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในฐานะเจ้าของร่วมมีรายละเอียดของสิทธิ ดังนี้ 1.สิทธิในส่วนแบ่งเงินประกัน โดยทั่วไปคอนโดมิเนียมมักมีการทำประกันภัยอาคารชุดเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันอุทกภัย และอื่นๆ เมื่อตัวอาคารได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติเหล่านี้ บริษัทประกันจะทำการจ่ายเงินชดเชยให้กับนิติบุคคลของโครงการคอนโดตามเงื่อนไข ซึ่งเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินประกันดังกล่าวตามสัดส่วนการครอบครอง 2.สิทธิจัดตั้ง และตรวจสอบการทำงานของนิติบุคคล เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิในการร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อดูแลรักษาและบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง จัดเก็บค่าส่วนกลาง ออกกฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมไฟฟ้า การประปา และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดสามารถบริหารงานต่างๆ ได้เอง หรือว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารชุดมืออาชีพเข้ามาทำหน้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการนิติบุคคลและเจ้าของร่วมท่านอื่นๆ นอกจากนี้ เจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิสอดส่อง และตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคลได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน รายงานการประชุม และอื่นๆ หากพบความไม่โปร่งใสในการทำงานของคณะกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การถอดถอน และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคลชุดใหม่ ภาพจากโครงการ ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 CD220913 3.สิทธิตกแต่งภายในห้องชุด เจ้าของร่วมมีสิทธิในการตกแต่งภายในห้องชุดของตนเอง เช่น การทาสี เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ และติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจต้องแจ้งกับนิติบุคคลเรื่องขออนุญาตผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาภายในโครงการ และจำเป็นต้องทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนการตกแต่งภายในที่กระทบต่อโครงสร้างอาคาร เช่น การทุบผนัง เปลี่ยนประตูหน้าต่าง และอื่นๆ จำเป็นต้องทำการขออนุญาตต่อนิติบุคคลก่อน ซึ่งบางโครงการอาจไม่อนุญาต เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และป้องกันความเสียหายจากการเจาะ หรือตัดสายผิดจุด ซึ่งอาจไปโดนท่อประปา สายไฟ และอื่นๆ รวมถึงการใช้ไฟเกินกำหนดที่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย 4.สิทธิเป็นกรรมการนิติบุคคล เจ้าของร่วมมีสิทธิได้รับลงสมัครเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายอาคารชุดกำหนด เช่น เป็นผู้มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีประวัติอาชญากรรม และอื่นๆ โดยกรรมการนิติบุคคลจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมนิติบุคคลอาคารชุด มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบในโครงการ ตลอดจนการพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและติดสินการดำเนินการต่างๆ ในโครงการ 5.สิทธิในการกำหนดระเบียบคอนโด เจ้าของร่วมมีสิทธิกำหนดกฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางของคอนโดที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อผู้อยู่อาศัย โดยจะต้องผ่านการเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างเจ้าของร่วมคนอื่นๆ…
แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ดูสวยแพงน่าอยู่

การแต่งบ้านสไตล์ Luxury ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยสามารถนำมาประยุกต์กับสไตล์อื่นๆ ได้ตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นล์คอนเทมโพรารี่ ลักซ์ชัวรี่ (Contemporary Luxury) โมเดิร์น ลักซ์ชัวรี่ (Modern Luxury) ไปจนถึงมินิมอล ลักซ์ชัวรี่ (Minimal Luxury) ในบทความนี้ พลัสฯ จะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury ให้บ้านดูสวยแพง บ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่น พร้อมแนะนำ 6 บ้านหรู ตกแต่งครบ พร้อมย้ายกระเป๋าเข้าอยู่ แชร์ 5 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ Luxury การแต่งบ้านหรูมี 5 เทคนิคหลัก ที่ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์ดูแพง ได้แก่ 1.การเลือกโทนสี โทนสีมีบทบาทสำคัญต่ออารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน ซึ่งโทนสีในที่นี้ครอบคลุมทั้งสีของตัวบ้าน และสีของเฟอร์นิเจอร์ โดยสีที่นิยมใช้สำหรับการแต่งบ้านให้ดูแพง คือ ขาว ดำ เทา ครีม ทอง เงิน และทองแดง ทั้งนี้ การเลือกโทนสีตกแต่งบ้านไม่จำเป็นต้องใช้เพียงสีเดียว เพราะจะทำให้บ้านดูไม่มีมิติ โดยสถาปนิกมักใช้วิธีจับคู่สีเข้าด้วยกัน เช่น การทาผนังสีครีมร่วมกับการใช้ผ้าม่านสีครีมที่มีปักเลื่อมทอง ซึ่งสีครีมจะทำให้บ้านดูโล่ง สบายตา และอบอุ่น ในขณะที่สีทองจะเสริมให้ดูหรูหราและมีมิติ 2.การเลือกชนิดวัสดุ หนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านหรู คือ ความพรีเมียมของวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและทนทาน นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังคำนึงถึงสี และผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อาทิ หินอ่อน ไม้สัก ทองเหลือง กระจกนิรภัย หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และอื่นๆ 3.การเลือกโคมไฟ โคมระย้า หรือแชนเดอเลียร์ คือ ประเภทโคมไฟที่นิยมใช้สำหรับการตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury เพราะช่วยเสริมให้บ้านดูอลังการ โดยสถาปนิกมักแนะนำให้ติดแชนเดอเลียร์ในห้องที่เป็นจุดเด่นของบ้านเพียง 1 ห้อง เช่น ห้องโถงและห้องรับประทานอาหาร เนื่องจากการติดแชนเดอเลียร์ทุกห้องในบ้านจะทำให้แต่ละห้องดูอึดอัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะห้องที่มีเพดานต่ำ อีกทั้งยังดูแลและทำความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้านสไตล์ Luxury ไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแชนเดอเลียร์เสมอไป โดยสามารถเลือกใช้ไฟดาวน์ไลต์ ไฟสปอตไลต์ หรือโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ แทนได้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบหรู 4.จัดตู้โชว์ของสะสม การจัดตู้โชว์ของสะสมเป็นเทคนิคที่ช่วยสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี โดยของสะสมไม่จำเป็นต้องมีมูลค่าสูงเสมอไป เพียงเลือกตู้โชว์ที่มีความเรียบหรู เช่น ตู้ไม้ หรือตู้โลหะ แล้วจัดวางของสะสมให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังสามารถเสริมความหรูหราได้ด้วยการปูผ้ากำมะหยี่ หรือติดไฟสปอตไลต์ขนาดเล็กไว้ภายในตู้ โดยควรทำความสะอาดภายใน และภายนอกตู้โชว์ของสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ 5.เครื่องหอมดีไซน์สวย เครื่องหอมมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องพ่นน้ำหอม…
แนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม พร้อมเจาะลึกองค์ประกอบสไตล์บ้านหรู

มากกว่าแค่ความหรูหรา! แต่บ้านหรูยังช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งในด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวก และความปลอดภัย ส่งผลให้บ้านหรูเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความต้องการสูงในประเทศไทย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาเจาะลึกเกี่ยวกับสไตล์บ้านหรู พร้อมแนะนำ 3 แบบบ้านหรูยอดนิยม แบบบ้านหรู มีลักษณะพิเศษอย่างไร? แบบบ้านหรูไม่ได้มีจุดเด่นแค่การตกแต่งด้วยสไตล์ที่หรูหรา แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ อีกที่ทำให้สไตล์บ้านหรูพิเศษกว่าแบบบ้านทั่วไป ได้แก่ 1.ความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุด โครงการบ้านหรูส่วนใหญ่มาพร้อมยูนิตบ้านค่อนข้างน้อย เช่น บูก้านที่เป็นโครงการบ้านแสนสิริ ซึ่งมีจำนวนยูนิตบ้านทั้งหมดเพียง 14 หลัง ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัวสูง 2.ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ แบบบ้านหรูมักมีงานดีไซน์ที่ละเอียดอ่อน ทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ตัวบ้านมีความแข็งแรง คงทน และประหยัดงบประมาณการซ่อมแซมในระยะยาว ส่วนการตกแต่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมที่ดีไซน์สวยงาม ทำจากวัสดุคุณภาพ และสะท้อนรสนิยมอันมีเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน 3.ส่วนกลางที่ครบครัน โครงการบ้านหรูมักมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ คลับเฮ้าส์ สวนพักผ่อน สนามเทนนิส ห้องสมุดส่วนกลาง และอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับจุดขายของแต่ละโครงการ 4.มาตรฐานความปลอดภัย โครงการบ้านหรูมีมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่น่าเชื่อถือ ทั้งกล้องวงจรปิด การจัดการคนเข้าออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อุปกรณ์สัญญาณกันขโมย และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยข้อดีขององค์ประกอบทั้งหมดนี้ ส่งผลให้บ้านหรูเป็นที่ต้องการของใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่กำลังมองหาการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย แนะนำ 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันสไตล์บ้านหรูมีหลากหลายแบบให้เลือก โดย 3 แบบบ้านหรู ที่ได้รับความนิยม คือ 1.แบบบ้านหรู สไตล์ Modern Luxury บ้านหรู สไตล์โมเดิร์น ลักชูรี่ คือ การผสานความเรียบง่ายของสไตล์โมเดิร์นเข้ากับความหรูหราของสไตล์ลักชูรี่ โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ และออกแบบบ้านด้วยรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งเป็นจุดเด่นของสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่าย เท่ และสบายตา แต่เลือกใช้วัสดุที่มีความพรีเมียม เพื่อสื่อถึงความหรูหรา เช่น หินแกรนิต หนังสัตว์ ผ้ากำมะหยี่ และโลหะสีทอง 2.แบบบ้านหรู สไตล์ Minimalist บ้านหรู สไตล์มินิมอล คือ บ้านที่ออกแบบให้ดูโล่งโปร่ง รายละเอียดเรียบง่าย และแสงธรรมชาติสามารถสาดส่องเข้ามาในตัวบ้านได้มาก โดยเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์สีพื้นที่มีความเรียบง่าย เช่น สีขาว สีครีม สีเทาอ่อน และสีดำ ซึ่งนิยมเลือกเป็นสีใดสีหนึ่ง เพื่อให้มีความกลมกลืน แต่แฝงไปด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง ทั้งในส่วนของตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ 3.แบบบ้านหรู สไตล์ Classic Luxury บ้านหรู สไตล์คลาสสิก ลักชูรี่ คือ บ้านที่ออกแบบให้มีความโอ่อ่า และมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ…