รู้ข้อดี-ข้อเสียคอนโดวิวสวน พร้อมแนะนำ 5 คอนโดน่าสนใจ

ในยุคที่กรุงเทพฯ มีความเป็นเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่สีเขียวกลายเป็นสิ่งที่หายากมากขึ้น หลายคนจึงมองหาคอนโดใกล้สวนสาธารณะ เพราะนอกจากจะได้อยู่ใกล้ธรรมชาติแล้ว ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ในบทความนี้ พลัสฯ จะพาทุกท่านมารู้จักกับคอนโดวิวสวน ทางเลือกที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความสะดวกสบายของการอยู่ในเมืองเข้ากับความร่มรื่นของธรรมชาติ พร้อมแนะนำโครงการคอนโดวิวสวนที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณได้เลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ข้อดีของคอนโดวิวสวน 1. สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี คอนโดวิวสวนมักมีอากาศบริสุทธิ์กว่าคอนโดทั่วไป เพราะต้นไม้ในสวนช่วยกรองฝุ่นและมลพิษ อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ 2. โอกาสในการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง การอยู่ใกล้สวนสาธารณะเป็นแรงจูงใจให้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เดินเล่น หรือทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ 3. ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและจิตใจ วิวธรรมชาติช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะได้รับอากาศบริสุทธิ์ ข้อเสียของคอนโดวิวสวน 1. ความเป็นส่วนตัว คอนโดที่อยู่ติดสวนสาธารณะอาจมีผู้คนพลุกพล่านในช่วงเวลาที่มีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งอาจมีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากกิจกรรมในสวน 2. ราคาสูง คอนโดวิวสวนมักมีราคาสูงกว่าคอนโดทั่วไปในย่านเดียวกัน เพราะวิวและทำเลที่ตั้งที่ดี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด แนะนำสวนสาธารณะที่น่าสนใจในกรุงเทพ 1. สวนจตุจักร สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่นั่งพักผ่อน สวนดอกไม้ และบึงน้ำ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและทำกิจกรรมกลางแจ้ง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS และ MRT เดินทางสะดวก 2. สวนป่าเบญจกิติ สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่  มีทางวิ่ง ทางจักรยาน และพื้นที่พักผ่อนร่มรื่น รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ 3. สวนลุมพินี สวนสาธารณะที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ มีบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การออกกำลังกายและพักผ่อน ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ใกล้รถไฟฟ้า BTS และ MRT หลายคนจึงให้ความสนใจมองหาคอนโดวิวสวนลุมพินี แนะนำ 5 คอนโดวิวสวนน่าสนใจ 1. เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าจากแสนสิริ ที่ได้วิวสวนจตุจักรแบบพาโนรามา ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารสูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 841 ยูนิต มีห้องให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้อง 1 ห้องนอน ไปจนถึงห้องดูเพล็กซ์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง EV Charging Station และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวกใกล้ BTS สถานีหมอชิต และ MRT สถานีสวนจตุจักร ยูนิตแนะนำ: 2 ห้องนอน 2…

ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ ย่านไหนน่าอยู่ น่าลงทุน

การเลือกทำเลที่ตั้งคอนโดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการลงทุน เพราะทำเลที่ดีไม่เพียงช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกทำเลคอนโด ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ความปลอดภัย และศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ ในบทความนี้ พลัสฯ ชวนมาส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพที่น่าสนใจ พร้อมตอบคำถามที่ว่า ‘เช่าคอนโด แถวไหนดี’ ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ส่อง 5 ทำเลคอนโดในกรุงเทพ  1. สุขุมวิท-อโศก-ทองหล่อ ทำเลระดับพรีเมียมใจกลางเมืองที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สำนักงาน สถานบันเทิง โรงพยาบาล และสถานศึกษานานาชาติ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT เหมาะสำหรับคนทำงาน ครอบครัว และชาวต่างชาติ ทำเลนี้มีศักยภาพการเติบโตสูง ราคาคอนโดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้า: Terminal 21 และ The Em District สถานศึกษา: โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, Bangkok Prep International School และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น สุขภาพ: โรงพยาบาลสุขุมวิทและโรงพยาบาลคามิลเลียน สวนสาธารณะ: สวนเบญจกิตติและสวนเบญจสิริ การเดินทาง: BTS อโศก/ทองหล่อ/เอกมัย และ MRT สุขุมวิท คอนโดแนะนำ ดิ เอส สุขุมวิท 36 คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High Rise สูง 43 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 338 ยูนิต ภายใต้ คอนเซปต์ “ความแตกต่างที่พอดี” ผสมผสานระหว่างศิลปะดั้งเดิมและร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห่างจาก BTS สถานีทองหล่อเพียง 20 เมตร สามารถเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงชั้นนำย่านทองหล่อ-เอกมัย ยูนิตแนะนำ: 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 124.0 ตารางเมตร คลิก 2. พระราม 9 – รัชดา – ห้วยขวาง ย่านธุรกิจแห่งใหม่ที่กำลังเติบโต มีอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์มากมาย เดินทางสะดวกด้วย MRT และถนนใหญ่หลายสาย เหมาะกับวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทาง ราคาคอนโดยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวก…

รู้จักข้อดี-ข้อเสีย คอนโดหน้ากว้าง พร้อมแนะนำ 5 โครงการน่าสนใจ

ปัจจุบันคนเมืองให้ความสนใจการอยู่อาศัยในคอนโดมากขึ้น เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบาย และการเดินทางที่คล่องตัว โดยรูปแบบคอนโดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ คอนโดหน้ากว้าง ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปรู้จักว่าคอนโดหน้ากว้างคืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร พร้อมแนะนำ 5 คอนโดหน้ากว้างที่น่าสนใจ คอนโดหน้ากว้าง คืออะไร และเหมาะกับใคร คอนโดหน้ากว้าง หรือ คอนโดห้องหน้ากว้าง คือ คอนโดที่ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึก มักมีขนาดตั้งแต่ 30 ตร.ม. ขึ้นไป และมีการแยกพื้นที่ค่อนข้างชัดเจน โดยคอนโดรูปแบบนี้มักตั้งอยู่ในพื้นที่ธุรกิจ ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อาทิ ผู้ที่ชื่นชอบพื้นที่โล่งกว้าง ผู้ที่ชื่นชอบการรับแสงธรรมชาติ ครอบครัวขนาดใหญ่และเล็กที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการแต่งห้อง ข้อดีของคอนโดหน้ากว้าง คอนโดหน้ากว้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้ 1. พื้นที่กว้างขวาง การออกแบบให้ห้องมีความกว้างมากกว่าความลึกช่วยให้มองเห็นพื้นที่โดยรวมได้ชัดเจน มีพื้นที่สำหรับการใช้งานกว้าง ทำให้รู้สึกถึงความโปร่งโล่ง และสบายตา 2. แบ่งสัดส่วนเป็นระเบียบ คอนโดหน้ากว้างมักมีการออกแบบพื้นที่ที่เป็นสัดส่วน ทำให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์และแบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว เช่น โซนห้องนอน โซนนั่งเล่น และโซนห้องครัว สามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ทำกิจกรรมชัดเจน 3. ได้รับแสงธรรมชาติ สร้างสภาพแวดล้อมดี ห้องของคอนโดหน้ากว้างมักได้รับแสงธรรมชาติมากขึ้นจากหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ เพื่อตอบรับกับความกว้างของห้อง ทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง เห็นวิวชัดเจน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ข้อเสียของคอนโดหน้ากว้าง อย่างไรก็ตาม คอนโดหน้ากว้างมีข้อที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. ราคาเริ่มต้นสูง เนื่องจากการออกแบบห้องให้มีหน้ากว้างต้องใช้พื้นที่มากกว่าห้องแบบปกติ ทำให้ราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรสูงกว่าคอนโดทั่วไป 2. พื้นที่ห้องตื้น เพราะมีความลึกของห้องน้อยกว่าความกว้าง อาจทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์บางประเภทไม่ลงตัว หรือต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ แนะนำ 5 คอนโดห้องหน้ากว้าง 1. HQ Thonglor by Sansiri คอนโดติดรถไฟฟ้าแบบ High-rise ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพอย่างทองหล่อ ที่ตกแต่งด้วยคอนเซปต์ Jewel of Thonglor โครงการมีจำนวนทั้งหมด 197 ยูนิต ซึ่งประกอบไปด้วยห้อง 1 ห้องนอน ห้อง 2 ห้องนอน และ Penthouse มีขนาดพื้นที่เริ่มต้น 40.5-262.5 ตารางเมตร และออกแบบให้เพดานสูง 2.7 เมตร ช่วยให้ห้องดูโปร่ง โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด สวนหย่อมลอยฟ้า รวมถึงมี Shuttle Service จากรถไฟฟ้า BTS ซึ่งโครงการตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีทองหล่อ ราคาเช่าเริ่มต้น 33,000…

ส่องบ้านหรู 50 ล้าน ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต พร้อม 5 โครงการน่าสนใจ

บ้านหรู 50 ล้านเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม เนื่องจากเป็นบ้านที่มอบทั้งพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ความหรูหรา และความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว บทความนี้พลัสฯ จะชวนมาดูเหตุผลว่าทำไมบ้านหรู 50 ล้านบาทถึงน่าสนใจ พร้อมแนะนำ 5 โครงการบ้านหรู 50 ล้าน ทำไมต้องเลือกบ้านหรู 50 ล้าน? บ้านหรูระดับนี้มีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุน ดังนี้ 1. คุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้าง บ้านราคา 50 ล้าน มีการใช้วัสดุคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันจากสถาปนิกและมัณฑนากรมืออาชีพ ทำให้บ้านมีความแข็งแรง ทนทาน และสวยงาม นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนเป็นของพรีเมียม และมักมีเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ร่วมโดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย 2. ทำเลที่ตั้งสะดวก บ้านราคา 50 ล้าน มักอยู่ในย่านที่มีศักยภาพสูง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน ถนนสายหลัก รถไฟฟ้า และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ 3. สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม บ้านหรู 50 ล้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางคุณภาพสูงที่ครบครัน เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่พร้อมให้ลูกบ้านใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ 4. พื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง บ้าน 50 ล้าน มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ทั้งพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในบ้านที่สามารถต้อนรับแขกได้สะดวก และมีบริเวณพื้นที่รอบบ้าน เช่น สวนหรือลานหน้าบ้านสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว เช่น ปาร์ตี้ เล่นกีฬา หรือนั่งพักผ่อน บ้านหรู 50 ล้านเหมาะกับใคร บ้านหรู 50 ล้าน เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม อาทิ นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการต้อนรับแขก ครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราและความเป็นส่วนตัว ซื้อบ้านราคา 50 ล้าน  ต้องเตรียมความพร้อมด้านใดบ้าง 1. ความพร้อมทางการเงิน การเป็นเจ้าของบ้านระดับนี้ต้องมีความพร้อมทางการเงินสูง เริ่มจากเงินดาวน์ที่อาจสูงถึง 20-30% ของราคาบ้าน และความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน นอกจากนี้ควรมีประวัติทางการเงินที่ดี มีเครดิตน่าเชื่อถือ และมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าตกแต่งบ้าน และค่าส่วนกลาง 2. ความพร้อมสำหรับการยื่นกู้ ในกรณีที่ต้องการสินเชื่อจากธนาคาร ควรเตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน ทั้งหลักฐานรายได้ เอกสารการเงิน และเอกสารทางธุรกิจ หากเป็นเจ้าของกิจการ นอกจากนี้อาจพิจารณาหาผู้ร่วมกู้เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และควรศึกษาเงื่อนไขการกู้จากหลายธนาคารเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุด แนะนำ 5…

เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียคอนโดห้องมุม พร้อมแนะนำใครที่เหมาะจะซื้อ

คอนโดห้องมุมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบัน ด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ อาทิ ด้านพื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และการรับแสงธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดห้องมุมควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบด้าน เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง บทความนี้พลัสฯ ชวนมาเจาะข้อดีและข้อควรพิจารณาของคอนโดห้องมุม ตอบคำถามที่ใครหลายคนสงสัยว่า “คอนโดห้องมุม ดีไหม” ข้อดีของคอนโดห้องมุม 1. รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าห้องทั่วไป ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าจากการเปิดไฟในเวลากลางวัน อีกทั้งยังช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้ดี ลดกลิ่นอับและความชื้นสะสม อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกห้องมุมคอนโดแนะนำให้สำรวจห้องจริงและดูทิศที่ตั้งของห้องเพื่อพิจารณาเรื่องแสงธรรมชาติที่ได้รับระหว่างวัน เช่น หากเป็นคนที่ต้องตื่นเช้า แนะนำเลือกห้องที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเพื่อรับแสงอาทิตย์ในตอนเช้า 2. พื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องทั่วไป ด้วยการออกแบบที่มีพื้นที่มุมเพิ่มขึ้น ทำให้คอนโดห้องมุมมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องแบบปกติ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายรูปแบบ และมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด 3. ความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากมีเพื่อนบ้านติดกันเพียงด้านเดียวและอยู่ลึกกว่าห้องอื่นๆ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องทั่วไป ลดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น 4. วิวพาโนรามา คอนโดห้องมุมมักมีหน้าต่างหลายด้าน ทำให้ได้ชมวิวในมุมกว้าง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและรู้สึกโปร่งโล่ง โดยเฉพาะในคอนโดที่อยู่ชั้นสูง จะได้ชมวิวเมืองได้อย่างสวยงาม 5. มูลค่าการลงทุนที่ดี คอนโดห้องมุมมักมีราคาขายต่อและค่าเช่าที่สูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีความต้องการสูงในตลาด ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ข้อเสียของคอนโดห้องมุม 1. อุณหภูมิภายในห้องสูง การมีหน้าต่างหลายด้านทำให้ได้รับความร้อนจากแสงแดดมากกว่าห้องทั่วไป รวมถึงสามารถส่งผลให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศนานขึ้น จนทำให้เสียค่าไฟฟ้าสูงขึ้นได้ 2. ราคาสูงกว่าห้องทั่วไป คอนโดห้องมุมมักมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า และเป็นที่ต้องการสูงในตลาด 3. ระยะทางจากลิฟต์ ส่วนใหญ่คอนโดห้องมุมจะอยู่ไกลจากลิฟต์โดยสาร ทำให้ต้องเดินไกลขึ้น โดยเฉพาะเวลาขนของหรือซื้อของกลับมาจำนวนมาก 4. ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง คอนโดห้องมุมมักอยู่ติดกับบันไดหนีไฟ ลิฟต์ขนของ หรือห้องทิ้งขยะ ซึ่งอาจมีผลกระทบเรื่องกลิ่น แมลง หรือเสียงรบกวนต่างๆ ได้ แนะนำเลือกห้องจากโครงการที่มีผนังค่อนข้างหนา กันเสียงได้ดี 5. ความเสี่ยงน้ำรั่วซึม เนื่องจากมีผนังด้านนอกหลายด้าน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้มากกว่าห้องทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน คอนโดห้องมุม เหมาะกับใคร คอนโดห้องมุมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับหลายกลุ่ม อาทิ ครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลาย คนที่ทำงานที่บ้าน เพราะมีแสงธรรมชาติดี และมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการมีเพื่อนบ้านติดกันหลายด้าน นักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพราะมีมูลค่าการลงทุนที่ดี แนะนำ 5 คอนโดห้องมุม น่าสนใจ 1. ไฮฟ์ ตากสิน คอนโด High-rise จากแสนสิริ ออกแบบในสไตล์โมเดิร์น จำนวน 365 ยูนิต 28 ชั้น มีประเภทห้องให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ Studio,…

คู่มือตรวจรับคอนโด Checklist จุดสำคัญที่ห้ามพลาด

การตรวจรับคอนโดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะคอนโดใหม่หรือตรวจคอนโดมือสอง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าได้รับห้องที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและสามารถแจ้งแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้ ไม่สร้างปัญหาให้ภายหลัง ในบทความนี้ พลัสฯ จะชวนมาเจาะลึกการตรวจรับคอนโดว่า ตรวจอะไรบ้าง และต้องตรวจคอนโดตอนไหน ผู้ที่กำลังซื้อคอนโดใหม่และต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองห้ามพลาด ตรวจรับคอนโดตอนไหน การตรวจคอนโดควรทำก่อนการโอนกรรมสิทธิ์หรือรับมอบห้อง โดยทั่วไปโครงการจะนัดตรวจห้องล่วงหน้าสักระยะ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่พบระหว่างการตรวจรับ ดังนั้นตรวจคอนโดก่อนโอนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ได้ห้องที่สมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ที่สุด โดยจำนวนที่แก้ไขได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการ การตรวจห้องคอนโดทั่วไปจะแก้ไขได้ประมาณ 2-3 ครั้ง อุปกรณ์สำหรับการตรวจรับคอนโด สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสอบไว้ดังนี้ 1. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ สำหรับบันทึกภาพจุดต่างๆ ที่ต้องแก้ไข ถ่ายภาพให้ครบทุกมุม ทั้งภาพรวมและภาพระยะใกล้ของจุดที่พบปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อมแซม 2. กระดาษ Post-it และปากกา สำหรับทำเครื่องหมายและจดบันทึกจุดที่พบปัญหา ระบุรายละเอียดของปัญหาที่พบให้ครบถ้วน แปะในจุดที่ต้องการให้แก้ไข 3. ลูกแก้วหรือลูกบอล สำหรับทดสอบความลาดเอียงของพื้น โดยวางลูกแก้วหรือลูกบอลบนพื้นในจุดต่างๆ หากลูกบอลกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แสดงว่าพื้นเอียง 4. เหรียญ สำหรับเคาะตรวจสอบพื้นและกระเบื้อง เพื่อหาจุดที่อาจมีการเทปูนไม่เต็มกระเบื้อง โดยสังเกตจากเสียงเคาะที่แตกต่างไปจากบริเวณอื่น 5. สายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟ สำหรับทดสอบปลั๊กไฟและระบบไฟฟ้า ควรทดสอบทุกจุดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างปกติและปลอดภัย 6. น้ำ ขวดน้ำ หรือถังน้ำ สำหรับทดสอบการระบายน้ำในห้องน้ำและระเบียง ควรทดสอบการระบายน้ำในปริมาณมากพอสมควรเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้มีน้ำขังหรือรั่วซึม เช็คลิสต์ตรวจรับคอนโด มีอะไรบ้าง 1. ตรวจสอบพื้นห้อง สังเกตความเรียบของพื้นผิว ตรวจดูว่าไม่มีรอยแยก รอยแตกร้าว หรือความเสียหายใดๆ จากนั้นควรตรวจสอบการยึดเกาะของกระเบื้อง โดยใช้เหรียญเคาะเพื่อฟังเสียงและสังเกตว่าไม่มีการโป่งพองหรือหลุดล่อน นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความลาดเอียงของพื้นในห้องน้ำและระเบียง เพื่อให้แน่ใจว่ามีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำที่ดี 2. ตรวจสอบผนังและบัวเชิงผนัง สังเกตความเรียบของผนังโดยรอบห้อง ตรวจดูว่าไม่มีรอยร้าว รู การหลุดลอกของสี การฉีกขาดของวอลเปเปอร์ หรือคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออก ซึ่งบางอย่างอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างความชื้น หรือการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อยของช่างได้ นอกจากนี้ตรวจสอบการติดตั้งบัวเชิงผนังว่ามีความเรียบร้อย แนบกับผนังสนิทดี ไม่มีช่องว่างหรือการหลุดลอกออก 3. ตรวจสอบเพดานและฝ้า สำรวจความเรียบของฝ้าเพดานทั้งหมด ตรวจดูว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความผิดปกติใดๆ บนพื้นผิว และตรวจสอบการติดตั้งดวงไฟและช่องแอร์ว่ามีความแน่นหนา นอกจากนี้ ควรสังเกตว่าไม่มีคราบน้ำหรือร่องรอยความชื้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึมจากชั้นบนหรือระบบท่อน้ำที่มีปัญหา 4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ทดสอบการทำงานของสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ และหลอดไฟด้วยสายชาร์จหรือไขควงเช็กไฟทุกจุดว่าใช้งานได้ตามปกติ พร้อมสังเกตตำแหน่งการติดตั้งว่าเหมาะสมและปลอดภัยไหม ไม่อยู่ใกล้จุดที่อาจโดนน้ำ นอกจากนี้ควรตรวจสอบระบบไฟฉุกเฉินและสัญญาณเตือนภัยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ตรวจสอบระบบน้ำ ตรวจสอบระบบน้ำทุกจุด เช่น ก๊อกน้ำ สายฉีดชำระ ฝักบัว อ่างล้างมือ และซิงก์ล้างจาน โดยทดสอบแรงดันน้ำว่าแรงอย่างเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงตรวจการระบายน้ำในอ่างล้างหน้าและพื้นห้องน้ำว่าไหลได้สะดวก ไม่มีน้ำขัง ที่สำคัญต้องตรวจดูการรั่วซึมตามท่อและข้อต่อต่างๆ โดยสังเกตความชื้นหรือคราบน้ำที่ปรากฏ 6. ตรวจสอบประตูและหน้าต่าง ทดสอบการเปิด-ปิดประตู หน้าต่าง ลูกบิดและกลอนว่าทำได้อย่างราบรื่น…

How to ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ ให้ปลอดภัย อุ่นใจได้เมื่อใช้พลัสฯ

ความหมายของคำว่า ‘บ้าน’ ในอุดมคติของคุณคืออะไร? บ้าน ที่มีพื้นที่ส่วนตัวที่ให้คุณได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ บ้าน ที่มีสังคม สภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดี โดยไม่ต้องกังวลใจ เมื่อเรื่อง ‘บ้าน’ ไม่ใช่เป็นแค่ ‘เรื่องบ้านๆ’ การเลือกที่อยู่อาศัยที่ถูกใจจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความพึงพอใจ แต่ในอีกแง่หนึ่ง การเลือกซื้ออสังหาฯ ก็ยังเป็นการสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัย การเลือกให้ดี จึงต้องใช้เวลา และอาจต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ช่วยตัดสินใจ เสมือนการคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการเรื่องอื่นๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายทรัพย์สิน หรือได้ทรัพย์สินที่ดีในราคาที่เหมาะสมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด ในบทความนี้ จะพาคุณทำความรู้จัก ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ ผู้นำด้านบริการอสังหาริมทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า ‘เอเจนต์’ ตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ที่คุณไว้ใจได้ให้มากขึ้น ตัวแทนอสังหาฯ สำคัญยังไง ในการช่วยเหลือผู้ซื้อและผู้ขายให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การมีตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพเข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ พลัสฯ ตัวแทนการ ซื้อ-ขาย-เช่า ที่มากกว่าคำว่า ‘เชี่ยวชาญ’ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ซับซ้อน กอปรกับมูลค่ามหาศาลและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมากมายทำให้การตัดสินใจด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสูง หากคุณต้องการซื้อโครงการระดับ Luxury คุณมั่นใจในเอเจนต์อิสระได้มากแค่ไหน? โครงการ ณริณสิริ กรุงเทพกรีฑา การเลือกตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือเปรียบเสมือนการลดความเสี่ยงที่จะตามมาหลังจากตัดสินใจเช่า-ซื้ออสังหาฯ ตั้งแต่เริ่ม พลัสฯ ที่พร้อมจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเลือกทำเล ไปจนถึงวันที่คุณรับมอบ One Stop Service ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าทุกขั้นตอน สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มากประสบการณ์ พร้อมด้วยข้อมูลการตลาดเชิงลึกที่เข้าใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรืออยู่เอง ก็มีตัวเลือกที่หลากหลาย ผ่านฐานข้อมูลคุณภาพกว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทุกทำเล ทุกราคา มีการบริหารจัดการและระบบหมุนเวียน stock ที่ช่วยส่งมอบยูนิตหรือห้องที่มีคุณภาพ ตรงต่อความต้องการมากยิ่งขึ้น นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากที่สุด บริการตัวแทนขาย-ปล่อยเช่า เพื่อเจ้าของบ้าน และนักลงทุน อุ่นใจได้ในทุกขั้นตอน ด้วยทีมค้นคว้าและวิจัยตลาด ช่วยวิเคราห์วางแผนการลงทุน พร้อมช่วยให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย…

เจาะลึก การตรวจสอบอาคารคืออะไร ตรวจอะไรบ้าง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบอาคารเป็นการสร้างความมั่นใจว่าอาคารที่สร้างนั้นมีความแข็งแรง มั่นคง ตรวจว่ามีจุดชำรุดและเสียหายหรือไม่ เพื่อให้อาคารพร้อมใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นไปตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ในบทความนี้พลัสฯ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า อาคารประเภทใดที่ต้องมีการตรวจสอบ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ใครเป็นผู้ตรวจสอบ และโทษหากมีการฝ่าฝืนการตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร การตรวจสอบอาคาร คือ การตรวจสอบสภาพอาคารด้านความมั่นคงแข็งแรงและระบบอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ของอาคาร โดยผู้ตรวจสอบอาคาร ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ใช้ประโยชน์อาคาร การตรวจสอบอาคารเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างและระบบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร โดยครอบคลุมการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่: โครงสร้างอาคาร – ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง รอยร้าว และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างหลัก ระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ระบบป้องกันอัคคีภัย – ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ และระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ระบบระบายอากาศ – ประเมินคุณภาพอากาศและประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล – ตรวจสอบระบบน้ำดี น้ำเสีย และสุขาภิบาลทั่วไป ระบบลิฟต์และบันไดเลื่อน – ตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานและการบำรุงรักษา   กฎหมายไทยกำหนดให้อาคารประเภทควบคุมการใช้ โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง และอาคารสาธารณะ ต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ และต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบอาคาร 9 ประเภท อาคารที่ต้องผ่านการตรวจสอบมี 9 ประเภท ดังนี้ 1. อาคารสูง การตรวจสอบอาคารสูง คือ การตรวจสอบอาคารที่มีบุคคลเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยพื้นที่ ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นดินถึงชั้นดาดฟ้า 23 เมตรขึ้นไป หากเป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินไปจนถึงยอดของผนังชั้นบนสุด 2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นมากกว่า 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัย หรือใช้ประกอบกิจการไม่ว่าจะประเภทเดียวหรือหลายประเภทก็ตาม 3. อาคารชุมนุมคน อาคารหรือส่วนของอาคารที่ให้บุคคลเข้าไปใช้ในการชุมนุม โดยมีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือใช้ชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4. โรงมหรสพ อาคารที่ใช้ประโยชน์สำหรับงานรื่นเริง ฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรืออื่นๆ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม 5. โรงแรม อาคารที่มีห้องพักมากกว่า 80 ห้องขึ้นไป ซึ่งอ้างอิงตามกฎหมายอาคารประเภทโรงแรม 6. อาคารชุด อาคารหรือส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็นพื้นที่การอาศัยอยู่รวมกันสำหรับหลายครอบครัว โดยมีการแบ่งพื้นที่แยกสำหรับแต่ละครอบครัว ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป 7. อาคารโรงงาน อาคารหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารที่ใช้เป็นโรงงาน…

รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน เลือกอยู่อย่างไรให้เป็นสุข?

บ้านเป็นมากกว่าสถานที่พักอาศัย เพราะเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอบอุ่นของครอบครัว  การเลือกประเภทของบ้านที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยบ้านแต่ละประเภทมีข้อดีและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ในบทความนี้ พลัสฯ จะพามาดูว่าบ้านมีกี่ประเภท พร้อมแนะนำบ้านหรูจาก 5 โครงการที่น่าสนใจ รู้จัก 5 ประเภทของบ้าน 1. บ้านเดี่ยว บ้านเดี่ยวเป็นประเภทของบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด  ทั้งภายในบ้านและพื้นที่รอบบ้าน และได้รับความนิยมสูง โดยลักษณะตามกฎหมายของบ้านเดี่ยวต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา และต้องมีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงทุกด้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และไม่มีผนังส่วนใดติดกับบ้านหลังอื่น ประเภทของบ้านรูปแบบนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง และมีอิสระในการตกแต่งหรือต่อเติมบ้าน อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมักมีราคาสูงและต้องดูแลรักษามากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทอื่น 2. บ้านแฝด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว แต่มีผนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งติดกับบ้านอีกหลัง รวมถึงต้องตั้งอยู่บนที่ดินขนาดไม่ต่ำกว่า 35 ตารางวา ทำให้ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมาก แต่มีงบประมาณจำกัด 3. ทาวน์เฮ้าส์ ประเภทบ้านที่มีลักษณะเป็นอาคารติดกัน คล้ายอาคารพาณิชย์ โดยตั้งอยู่บนที่ดินไม่ต่ำกว่า 16 ตารางวา มักมีความสูง 2 ชั้น ซึ่งบางบ้านมีผนังร่วมกับบ้านด้านข้างทั้งสองด้าน ไม่มีรั้วแบ่งเขตชัดเจน มีเพียงกำแพงกั้นบ้านแต่ละหลังเท่านั้น โดยประเภทของบ้านรูปแบบนี้มักมีการออกแบบที่เหมือนกัน เหมาะสำหรับครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวขนาดเล็ก ด้วยราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่าบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นมีบ้านหลังแรก 4. ทาวน์โฮม ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์ทันสมัยกว่าทาวน์เฮ้าส์ มีรั้วแบ่งเขตที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังมีการใช้ผนังที่ติดกับบ้านด้านข้างอยู่ และมีพื้นที่ใช้สอยที่คล้ายบ้านเดี่ยว ความสูงมักอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชั้น ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ และมีการตกแต่งที่ครบครันกว่า สามารถตั้งอยู่ในโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างได้ เช่น สโมสร สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง สามารถปรับพื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศได้ 5. คอนโดมิเนียม คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยแนวสูงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและแหล่งอำนวยความสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ครบครัน ทำให้คอนโดมิเนียมเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนทำงานหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แนะนำ 5 บ้านหรู บนทำเลศักยภาพ 1. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียมบนถนนสุขุมวิท ที่ผสานความสง่างามของการออกแบบเข้ากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ตกแต่งด้วยสไตล์หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมจากดีไซเนอร์ระดับโลก เพดานสูงสร้างความรู้สึกที่โล่งโปร่งสบาย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากมาย เช่น พื้นที่อเนกประสงค์ สวนหย่อม ลานจอดรถ และระบบรักษาความปลอด 24 ชม. เดอะ บูเลอวาร์ด เอกมัย มี 2 รูปแบบบ้านให้เลือก ได้แก่ Type A ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ Type…

ที่จอดรถคอนโด มีกี่แบบ? ก่อนซื้อคอนโดต้องรู้!

นอกจากความสวยงาม โลเคชัน และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดที่หลายคนมักมองข้าม คือ ที่จอดรถคอนโด เพราะมีบทบาทต่อการจราจรรอบคอนโด ความสะดวก ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย กฎหมายที่จอดรถคอนโด ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 และพรบ. ควบคุมอาคาร 2544 ได้กำหนดจำนวนที่จอดรถคอนโดไว้ 2 กรณี ดังนี้ 1. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามพื้นที่ใช้สอย การกำหนดที่จอดรถตามขนาดพื้นที่ใช้สอยของยูนิตห้อง โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อห้อง คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ยูนิตห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 60 ตารางเมตร ขึ้นไปจะต้องมีที่จอดรถ 1 คันต่อ 2 ห้อง 2. กฎหมายที่จอดรถคอนโดตามขนาดอาคาร การกำหนดที่จอดรถตามขนาดของอาคาร โดยแบ่งเป็น 2 เขตพื้นที่ คือ คอนโดในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 120 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน คอนโดนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ: ทุกๆ พื้นที่ก่อสร้าง 240 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถคอนโด 1 คัน โดยปกติ หากคอนโดไม่มีจำนวนที่จอดรถตามกฎหมายจะไม่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ซื้อคอนโดจึงควรตรวจสอบเอกสารการอนุญาตก่อสร้าง และจำนวนที่จอดรถที่ได้รับอนุมัติอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่า คอนโดมีการซื้อขายอย่างถูกต้อง ประเภทที่จอดรถคอนโด ที่จอดรถคอนโดสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1. คอนโด Fix ที่จอดรถ คอนโด Fix ที่จอดรถ คือ คอนโดที่มีการกำหนดที่จอดรถแบบตายตัว หรือเฉพาะเจาะจงให้กับแต่ละยูนิตห้อง โดยมีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในหนังสือสัญญาซื้อขายห้องชุด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน ข้อดี: มีที่จอดรถอยู่เสมอ เป็นเจ้าของพื้นที่แต่เพียงผู้เดียว และไม่จำเป็นต้องแย่งจอดกับผู้อื่น ข้อเสีย: ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และอาจไม่ถูกใช้งานเลยในกรณีที่เจ้าของห้องไม่มีรถยนต์ส่วนตัว 2. คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถ คอนโดไม่ Fix ที่จอดรถหรือที่เรียกว่า ระบบที่จอดรถแบบ ‘มาก่อน ได้ก่อน’ โดยไม่มีหมายเลขที่จอดรถระบุไว้ในสัญญาซื้อขายห้องชุด และถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลาง ข้อดี: ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำ และผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานที่จอดรถได้อย่างคุ้มค่า ข้อเสีย: ไม่มีที่จอดรถรองรับเสมอไป และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย 3. คอนโด ที่จอดรถ 100% คอนโด ที่จอดรถ 100% คือ…

casibom