จุดเริ่มต้น พระโขนง-อ่อนนุช สู่ยุคที่เป็นมากกว่าการอยู่อาศัย

ตอนที่ 1 : พระโขนง-อ่อนนุช ในวันวาน พระโขนง – อ่อนนุช เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนเช่นกัน กับราคาขายต่อของคอนโดในย่านนี้ที่ขยับสูงขึ้นไปมากกว่า 50% รวมถึงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่ได้รับอยู่ที่ประมาณ 5-7% กับอัตราการอยู่อาศัยที่สูงถึง 77% และการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งบันเทิงต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบครัน ทำให้พระโขนง-อ่อนนุชในวันนี้ มีอะไรที่เป็นมากกว่าทำเลสำหรับการอยู่อาศัยไปแล้ว พระโขนง-อ่อนนุช มักถูกมองว่าเป็นทำเลครึ่งๆ กลางๆ จะบอกว่าเมืองเลยก็ไม่ใช่ จะนอกเมืองเลยก็ไม่ถูกเพราะเดินทางเข้าออกสะดวก และยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมคงอยู่ อีกทั้งยังเคยเป็นชุมชนที่มีความเจริญมากในช่วงหนึ่ง แต่หลังจากเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ทำให้การพัฒนาในย่านนี้เกิดหยุดชะงักไป จนวันที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวทอดรางมาสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช พระโขนงและอ่อนนุชก็ถูกหมายตาจากเหล่านักพัฒนาอสังหาฯ อีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับการขยายตัว และความหนาแน่นจากใจกลางเมืองที่ขยายออกมายังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอ่อนนุช ทำให้เหมือนเป็นจุดบรรจบของความเป็นเมือง เมืองใหม่ที่กำลังพัฒนา กับพื้นที่ของชานเมือง จวบจนวันที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายไปสิ้นสุดที่แบริ่ง ก็ทำให้ความก้ำกึ่งของย่านอ่อนนุช – พระโขนง หายไปจนกลายเป็นเมืองใหม่ขนาดย่อมๆ ที่มีองค์ประกอบสำหรับการอยู่อาศัย การเข้ามาของคอนโดที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงการพัฒนาแบบก้าวกระโดดที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีรถไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง พระโขนง-อ่อนนุช ในวันวาน ช่วงก่อนมีรถไฟฟ้าช่วงนั้นย่านพระโขนงก็เริ่มมีความเจริญอยู่พอสมควร เพราะมีการสร้างหมู่บ้านจัดสรร ครั้งแรกๆ ของเมืองไทยในเครือเปรมฤทัย ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการพัฒนาในย่านนี้เป็นครั้งแรก ณ ตอนนั้นยังไม่มีถนนบางนา – ตราด หากใครจะไปบางแสน-พัทยา วิ่งเข้าสมุทรปราการ ต้องใช้ถนนสุขุมวิทเส้นเก่าอย่างเดียว ความเจริญจึงกระจุกตัวอยู่ที่เอกมัยเพราะมีท้องฟ้าจำลองมาเปิด และ บขส.สายตะวันออกเพื่อการเดินทาง ส่วนโรงเรียนก็มีโรงเรียนปทุมคงคามาตั้งใหม่ๆ แต่ขณะนั้นก็ยังมีโรงเรียนอีกหลายโรงเรียนในพื้นที่เช่น โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนพระโขนงวิทยา โรงเรียนศรีวิกรณ์ ให้ชุมชนเลือกเรียน แต่ความเจริญก็ยังอยู่เฉพาะแนวถนนใหญ่ ไม่ลึกเข้าไปด้านในๆ มากนัก อีกทั้งซอยอ่อนนุชเมื่อก่อนการจราจรในซอยมีแต่ 2 แถวเล็กเพราะถนนพอสวนกันได้ ตลอดทั้งซอยมีแต่หนองน้ำ บ้านแต่ละหลังมีลักษณะยกสูงหนีน้ำทุกหลัง แถวนั้นเมื่อก่อนติดเขตทุ่งบางกะปิ เมื่อหลุดจากตัวพระโขนงไปจนถึงใกล้ตัวเมืองสมุทรปราการจะมีซอยที่มีคนอยู่อาศัยมากๆ เช่น สุขุมวิท 101 หรือแบริ่งในปัจจุบัน ใครจะเดินทางไปยังพื้นที่นั้นต่างพากันส่ายหัวว่าทำไมเดินทางไปมาลำบากจริงๆ รถเมล์ก็มีแต่สาย 45 กับ สาย 2 บนถนนเส้นหลัก และรถ บขส. เท่านั้น ภาพประกอบจาก Facebook ย้อนอดีต…วันวาน หลังจากที่รถไฟฟ้าเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ใน 2 เส้นทาง หนึ่งในนั้นคือสายสุขุมวิท ระยะทาง 17 กม. ได้รับชื่อพระราชทานว่า “รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา สาย 1” ซึ่งสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช นับตั้งแต่รถไฟฟ้าเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2542 นอกจากความสะดวกสบายของการเดินทางจากเมืองรอบนอกเพื่อเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกว่า 15…
5 คำถามเช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง

เป็นที่รู้กันว่าข้อดีของการเลือกซื้อคอนโดมือสองก็คือ “รวดเร็วทันใจ” เราสามารถวางเงิน ทำสัญญาพร้อมโอน ตกแต่งและเข้าอยู่ได้เลย ไม่ต้องนำเงินไปวางไว้เพื่อรอคอนโดสร้างเสร็จถึง 2-3 ปี ซึ่งเวลาเราเลือกดูตามเว็บไซต์หรืองานอีเวนต์ต่างๆ ที่รวบรวมหลายๆ โครงการไว้ด้วยกัน ถูกใจห้องไหนก็สามารถไปดูของจริง สัมผัส วัสดุจริงได้ หลายครั้งที่เรามักจะลืมถามคำถามหรือข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในการตัดสินใจซื้อคอนโด ดังนั้นถ้าเรามีคำถามเช็คลิสต์เป็นของตัวเองเอาไว้ ก็จะช่วยให้เราไม่พลาดข้อมูลเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบหาตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา Checklist ที่ 1 ทำเลที่ตั้ง การเดินทางทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ สะดวกมากน้อยแค่ไหน เข้าออกได้กี่ทาง Checklist ที่ 2 โครงการเริ่มสร้างและสร้างเสร็จในปีไหน เพื่อทราบอายุของอาคาร Checklist ที่ 3 ปัจจุบันโครงการมีอัตราการอยู่อาศัยกี่เปอร์เซนต์ สัดส่วนคนไทยและคนต่างชาติเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ซื้อคอนโดเพื่อลงทุนปล่อยเช่า หากมีอัตราการอยู่อาศัยสูง ก็มีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้น หากชาวต่างชาติเยอะ ก็ปล่อยเช่าได้ราคาสูง Checklist ที่ 4 ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในโครงการและบริเวณรอบๆ โครงการมีอะไรบ้าง Checklist ที่ 5 อัตราค่าส่วนกลางต่อตารางเมตร และอัตราการคิดค่าน้ำ ค่าไฟ เท่าไหร่ และสุดท้ายต้องไม่ลืมสอบถามโปรโมชั่น ส่วนลดราคา หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ทางโครงการมอบให้ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ผู้ซื้อจะได้ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, Bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4, Property Management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อค้นหายูนิตฝากขายได้เลยครับ
5 เทคโนโลยีการอยู่อาศัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

รู้จักเทคโนโลยีที่พักอาศัยในยุคของ IoT (Internet of Things) ที่อะไรๆ ก็พัฒนาขึ้นเพื่อมาตอบสนองความต้องการ สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้คน พลัสฯ รวมเทคโนโลยีสำหรับคอนโด และเทคโนโลยีสำหรับบ้านมาไว้ให้แล้วที่นี่ IoT คือ สัญญาณเครือข่ายที่เชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยเซ็นเซอร์ โปรแกรม หรือเทคโนโลยีอื่นๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ระบบ ที่เชื่อมหากันติดต่อ แลกเปลี่ยน ถ่ายโอนข้อมูลกันได้ผ่านสัญญาณอินเทอร์เนต ในทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากแทรกซึมจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตไปแล้ว เมื่อทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เนต ข้อมูลต่างๆ อยู่บนออนไลน์ นำไปวิเคราะห์ให้ระบบได้เรียนรู้ จนสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งาน และนำมาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการได้สูงสุด เทคโนโลยีเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย คือ เทคโนโลยีที่จะมาช่วยให้การอยู่อาศัยในบ้าน คอนโด สะดวกสบายขึ้นโดยทำงานเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เนตภายในบ้าน หรือระบบไร้สาย เชื่อมต่อผ่าน Smart Phone เพื่อให้เราสามารถใช้งานได้อย่างอัตโนมัติ หรือช่วยเก็บสถิติการใช้งาน แจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆ จนกระทั่งเรียนรู้พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงใจ ปัจจุบันหลายๆ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็มีการนำเทคโนโลยีที่พักอาศัยเหล่านี้เข้ามาพัฒนาในคอนโด บ้าน ทาวน์โฮม เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบและการบริการให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนในยุคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้รวบรวมเทคโนโลยี และนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ได้ถูกคิดค้น พัฒนาและนำมาใช้กับโครงการต่างๆ ในคอนโด และบ้านเดี่ยว เรามาดูกันว่ามีเทคโนโลยีอะไรที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์ และทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นบ้าง 1. Home Automation เทคโนโลยี Home Automation นี้ คือ ระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั้งหมดภายในบ้าน คอนโด เช่น ควบคุมระบบไฟ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด กริ่งหน้าบ้าน เปิด-ปิดม่าน รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งทุกสิ่งเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต และควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของบ้าน หรือแม้จะไม่ได้อยู่ในบ้านก็ตาม 2. Smart Facility Smart Booking ระบบการจองพื้นที่ส่วนกลางผ่านสมาร์ทโฟนพร้อมระบบการเเจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาการจอง เทคโนโลยีนี้ได้นำมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม และหมู่บ้านจัดสรรที่มีพื้นที่ส่วนกลางกับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ เช่น ห้องประชุม ห้องเอนกประสงค์ อุปกรณ์ฟิตเนสเฉพาะอย่าง สระว่ายน้ำจากุซซี่ ฯลฯ ระบบนี้จะช่วยจัดการปริมาณการใช้งานได้โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หรือมีผู้ใช้จำนวนมาก และจำกัดเวลาการใช้งาน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมกัน Smart Locker ระบบนี้ในคอนโดมิเนียมหลายๆ แห่งก็ได้พัฒนาขึ้นเป็นล็อกเกอร์ของตัวเอง หรือใช้บริการจากผู้พัฒนารายอื่น โดย Smart Locker นี้ สามารถรับพัสดุ สิ่งของได้ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบแจ้งเตือน ควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน Smart Mail Box ระบบเเจ้งเตือนการรับจดหมาย หรือเอกสารต่างๆ เเละสามารถใช้ QR CODE เพื่อปลดล็อกตู้จดหมายโดยไม่ต้องใช้กุญเเจ Smart Access ระบบการเข้า-ออกพื้นที่ผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งทางเข้าโครงการ ล็อบบี้…
เจาะลึก สุขุมวิท 39 ศูนย์กลางที่อยู่อาศัยของผู้บริหารชั้นนำ

ท่ามกลางความเจริญใจกลางตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ทำเลที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตและถือเป็นเป้าหมายแรกในการเลือกที่อยู่อาศัยก็ต้องมีชื่อของ “สุขุมวิท 39” ติดโผอยู่อันดับต้นๆ ด้วยความที่ทำเลนี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางย่านธุรกิจ (Central Business District) ของประเทศ เพราะเป็นที่ตั้งของอาคารออฟฟิศจากบริษัทข้ามชาติมากมาย ยังไม่รวมถึงห้างสรรพสินค้าระดับบิ๊ก มีร้านค้าและร้านอาหารกระจุกตัวอยู่หนาแน่น ทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยที่มีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน และในครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ออกเดินทางลงไปสำรวจพื้นที่ย่าน “สุขุมวิท 39” กันอย่างละเอียดว่า ทำเลแถบนี้เหมาะกับใคร เข้ากับไลฟ์สไตล์แบบไหน รวมถึงจะคุ้มค่าหรือไม่หากจะเริ่มลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในโซนนี้ จากทุ่งนาสู่ศูนย์กลางย่านที่อยู่อาศัยถูกใจชาว Expat ระดับผู้บริหาร แรกเริ่มเดิมทีพื้นที่แถบพร้อมพงษ์หรือ “สุขุมวิท 39” นี้ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากพื้นที่รกร้างของทุ่งบางกะปิ มาจนปัจจุบันก็ได้กลายเป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยของนักธุรกิจชั้นนำและคนทำงานที่มีหัวคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของร้านขายของเก่า ร้านเฟอร์นิเจอร์ หรือคาเฟ่มากมายหลายรูปแบบที่ผสมผสานความเจริญและเสน่ห์ของย่านนี้ได้อย่างลงตัว ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ทำเลย่าน “สุขุมวิท 39” ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย (Expatriate หรือเรียกกันย่อๆ ว่า Expat) ที่มักจะเป็นระดับของผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการของบริษัทที่ถูกส่งมาทำงานหรือดูแลธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นผู้ที่มีระดับรายได้ค่อนข้างสูงรวมถึงได้รับสวัสดิการที่ดี แถมมักจะมีการเดินทางย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยกันทั้งครอบครัว ออกสำรวจไลฟ์สไตล์ ลงเดินเท้าเข้าไปใน “สุขุมวิท 39” สำหรับการเดินทางที่เรียกได้ว่าสะดวกรวดเร็วที่สุดก็คงไม่พ้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ที่เชื่อมต่อไปยังแลนด์มาร์คต่างๆ บนเส้นสุขุมวิทได้อย่างรวดเร็ว โดยจากทางเชื่อม Skywalk ของ BTS เราจะสามารถเดินเท้าไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ชื่อดังที่ตั้งอยู่ทั้งสองฝากถนนอย่าง The Emporium และ The Emquartier ได้อย่างสบายๆ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองสถานที่นี้ก็ถือเป็นแหล่งรวมของร้านค้าแบรนด์แนม โรงภาพยนตร์สุดหรู รวมถึงร้านอาหารชื่อดังมากมายให้เลือก เมื่อออกจาก BTS พร้อมพงษ์ เดินลงบันไดมาฝั่งเดียวกับ The Emquartier เราก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งสามารถเข้าได้จากปากซอยที่เป็นถนนหลัก หรือจะเดินเข้าไปในซอยสุขุมวิท 37 เพื่อทะลุเข้าไปก็สามารถทำได้เช่นกัน ในซอยสุขุมวิท 37 นี้จะมีร้านอาหารที่ขอแนะนำอยู่ร้านนึง นั่นก็คือร้านที่ชื่อว่า Unagi NAKAMURA ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่กี่ที่สไตล์ญี่ปุ่น แต่มีเมนูเด็ดก็คือข้าวหน้าปลาไหลย่างที่มีรสชาติชุ่มฉ่ำจากซอสสูตรลับของทางร้านพร้อมเครื่องเคียงมากมายให้ทานกันได้แบบไม่มีเบื่อ แม้ว่าราคาของชุดอาหารเซ็ตข้าวหน้าปลาไหลจะแพงไปซักหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่จะมาลองทานดู เดินเข้ามาในซอยสุขุมวิท 39 อีกซักนิด เราก็จะพบ กับร้านกาแฟสดเล็กๆ ที่ชื่อว่า PO Coffee ที่เปิดให้มานั่งจิบกาแฟหอมๆ ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า สำหรับใครที่ต้องการหามื้อเช้าเบาๆ ทานก่อนจะเดินไปขึ้น BTS เพื่อไปทำงาน โซนหน้าปากซอยสุขุมวิท 39 นั้นมีร้าน Lawson 108 ให้เลือกซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารเบาๆ อย่างโอเด้งแสนอร่อยทานกันได้ระหว่างทาง หรือใครที่อยากได้ทางเลือกเพิ่มเติม แถวหน้าปากซอยก็มีแผงรถเข็นขายอาหารและร้านเบอเกอรี่ให้เลือกอยู่มากพอสมควร จากปากซอยสุขุมวิท 39 เดินมาประมาณ 350 เมตร เราจะพบกับโครงการคอนโดมิเนียมที่มีเชื่อเรียกอันเป็นเอกลักษณ์ว่า THE XXXIX (อ่านว่า The…
ข้อควรรู้การมอบอำนาจโอนบ้าน คอนโดและที่ดิน พร้อมไฟล์หนังสือมอบอำนาจ ปี 2567

คนที่กำลังจะเตรียมซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เรามาเตรียมความพร้อมก่อนมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินให้เจ้าของรายใหม่ พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการโอนคอนโด บ้านและที่ดิน ได้ในบทความนี้ ด้วยชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง จึงทำให้ทุกอย่างต้องรวดเร็ว สะดวก กระชับฉับไวอยู่เสมอ แม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน-โอนคอนโดและการมอบอำนาจโอนบ้าน ที่ทุกคนต่างเกิดคำถามและมีความคิดไม่อยากไปจัดการด้วยตนเองที่กรมที่ดินเพราะอาจต้องเสียเวลาเป็นวัน ไหนจะต้องเตรียมเตรียมหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดิน และเอกสารอีกมากมาย หลายคนจึงให้ทางตัวแทนโครงการจัดการแทน พร้อมมอบอำนาจที่ดินให้ทางโครงการที่ซื้อเป็นผู้ดำเนินการแทน ซึ่งการให้โครงการทำการโอนบ้าน โอนคอนโด เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่เสียหายอะไรสามารถทำได้ สำหรับคนอยากมีอสังหาฯ มีข่าวดี! มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2567ลดค่าจดทะเบียนโอนและค่าจดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาฯ จาก 2% เหลือ 0.01% ลดค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาฯ จาก 1% เหลือ 0.01% เงื่อนไข : (เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน) เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ดังนี้ อาคารที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, บ้านแถว อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว หรือห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ที่จดทะเบียนอาคารชุด เฉพาะบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แม้อาจจะมีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้น้อยมาก แต่ก็ควรศึกษารายละเอียดขั้นตอนการโอนคอนโด และการมอบอำนาจโอนบ้านให้ผู้อื่นดำเนินการโอนแทนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลัสฯ ได้รวบรวมมาให้แล้วว่าต้องระวังอะไรบ้าง ข้อควรรู้การมอบอำนาจโอนบ้าน คอนโดและที่ดิน พร้อมไฟล์หนังสือมอบอำนาจ ปี 2567 1. การโอนบ้าน-คอนโด ไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเองจริงหรือ? ก่อนอื่นต้องตอบข้อสงสัยดังกล่าวที่ว่าการโอนบ้าน-โอนคอนโดไม่ต้องไปด้วยตนเองเป็นเรื่องจริง สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีหลายโครงการ เสนอให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหรือบ้าน เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์หรือต้องมอบอำนาจโอนบ้านไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองให้ยุ่งยาก ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากทางโครงการและธนาคารเป็นผู้เดินเรื่องการโอนบ้านให้ครบทุกขั้นตอน โดยผู้ซื้อหรือเจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตนเอง แต่ต้องทำหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินให้เป็นกิจจะลักษณะ พร้อมแจกแจงรายละเอียดว่าหนังสือฉบับดังกล่าวทำขึ้นเพื่ออะไร และมอบอำนาจโอนบ้านที่ดินนี้มอบหมายให้ผู้ใดเป็นคนดำเนินการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการมอบอำนาจให้ตัวแทนจากโครงการ หรือผู้อื่นเป็นผู้ดำเนินการโอนบ้าน-คอนโดแทน ทั้งนี้หากเกิดปัญหาหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น ใบมอบอำนาจนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้ ดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจได้ที่นี่ 2. เอกสารที่ต้องเตรียม เมื่อต้องมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการ โอนบ้าน-คอนโดแทน สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมในวันนัดโอนของโครงการ นอกจากจะมีใบหนังสือมอบอำนาจโอนบ้านและที่ดินเพิ่มเข้ามาแล้ว ยังมีเอกสารอื่นๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ โฉนดที่ดินฉบับจริง (ทางโครงการเป็นผู้นำไป) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ ในกรณีเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้แนบเอกสารหลักฐานการเปลี่ยนมาด้วย หากมีคู่สมรส ให้แนบสำเนาบัตรประชาชนคู่สมรส สำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส สำเนาใบจดทะเบียนสมรส และหนังสือยินยอมจากคู่สมรส ถ้าเป็นการมอบอำนาจ ให้แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาทะเบียนบ้านผู้รับมอบอำนาจ 3. ค่าธรรมเนียมในการโอนบ้าน-คอนโด ค่าธรรมเนียมการมอบอำนาจโอนบ้าน-คอนโด 2% จากราคาประเมิน ค่าอากร คิด0.5% ของราคาซื้อขายแต่ต้องไม่ต่ำกว่าราคาประเมินทุนทรัพย์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมาดา (หัก ณ ที่จ่าย) ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าคำขอ 20 บาท ค่าพยาน 20 บาท หากบ้านหรือที่ดิน…
ลูกบ้านไม่จ่ายค่าส่วนกลางหมู่บ้าน คอนโด ต้องเจออะไรบ้าง?

เมื่อตกลงใจซื้อคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีนิติบุคคลบริหารจัดการส่วนกลางแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องยอมรับกับค่าใช้จ่ายที่จะตามมานั่นก็คือ ‘ค่าส่วนกลาง’ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อหรือผู้ที่เป็นเจ้าของคอนโด หมู่บ้านทุกราย และในทุกๆ ปีจะต้องมีการจัดเก็บ ‘ค่าส่วนกลาง’ นี้เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้ดูใหม่และน่าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในปัจจุบันการเรียกเก็บการชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถเรียกเก็บได้ครบ 100% บ่อยครั้งที่ทางนิติบุคคลทั้งอาคารชุดฯ คอนโด และหมู่บ้าน มักได้รับข้ออ้างในการปฏิเสธ หรือผัดผ่อนในการชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง รวมถึงไม่ยอมชำระค่าเบี้ยปรับ (เงินเพิ่ม) ในกรณีชำระค่าส่วนกลางคอนโดและหมู่บ้านล่าช้า โดยอ้างถึงสาเหตุต่างๆ นานา เช่น เหตุผล 108 ของคนที่ไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลาง “ไม่ได้เข้ามาอยู่อาศัยเลยเพราะเป็นนักลงทุน ซื้อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ในมืออยู่หลายโครงการ” “ไม่เคยมาใช้บริการส่วนกลางใดๆ เลย แล้วทำไมต้องจ่ายค่าส่วนกลางด้วย” “ไม่รู้มาก่อนว่ามีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางภายในวัน/เวลาที่กำหนด เพราะไม่ได้รับใบแจ้งหนี้” “ไม่พอใจในการให้บริการของเจ้าหน้าที่ เช่น รปภ. แม่บ้าน ฯลฯ” เหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จึงเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้มีผู้อยู่อาศัยบางส่วนที่มีความคิดในลักษณะนี้ค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง แล้วอาจเกิดคำถามไปยังผู้ที่ชำระค่าส่วนกลางอยู่เป็นประจำมีความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจนอาจจะมีความคิดอยู่ในใจว่า แล้วถ้าเราไม่จ่ายบ้างล่ะ จะเป็นอะไรไหม? แน่นอนว่าคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านใดที่มีสัดส่วนผู้ที่ชำระค่าส่วนกลางน้อยย่อมส่งผลให้เกิดผลกระทบกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการแน่นอน เพราะโครงการที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีนั้นจะส่งผลเสียในระยะยาว ได้แก่ อาคารมีสภาพเก่า เครื่องจักร งานระบบต่างๆ ทรุดโทรม เพราะขาดการดูแลและการบำรุงรักษาให้อยู่ในมาตรฐาน มูลค่า ภาพลักษณ์ ของโครงการ ลดต่ำลง เพราะไม่ได้รับการดูแล ไม่เป็นที่ต้องการของผู้เช่า ผู้อยู่อาศัย เพราะไม่ประทับใจตั้งแต่แรกเห็นกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีความสวยงามแต่ขาดการดูแลและรักษาความสะอาดที่ดี ขาดความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจเพราะระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม สภาพแวดล้อมไม่น่าอยู่อาศัย ไม่มีความเป็นสังคมและการทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้การปฏิเสธการชำระค่าส่วนกลางนั้นยังมีบทลงโทษที่เป็นไปตามข้อบังคับนิติบุคคล และมีผลทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เพราะ เมื่อเกิดการซื้อหรือรับโอนห้องชุด/บ้าน เข้ามาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองแล้ว ก็ถือว่าบุคคลนั้นเป็นหนึ่งในเจ้าของร่วม ซึ่งมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่นิติบุคคลฯ ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายกับสำนักงานที่ดิน เป็นกฎกติกาเบื้องต้นที่เจ้าของร่วมต้องรับทราบ โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ โดยมีกฎเกณฑ์ ดังนี้ บทลงโทษการค้างชำระค่าส่วนกลางหมู่บ้านในกรณีหมู่บ้านจัดสรร เลยกำหนดชำระในวันที่กำหนด จะต้องเสียค่าเบี้ยปรับการชำระค่าส่วนกลางล่าช้าตั้งแต่ 10-15% ของยอดที่ต้องชำระพร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้เบี้ยปรับจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของนิติบุคคลในแต่ละโครงการ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลาง 3 เดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น การถอดสิทธิ์ใช้คีย์การ์ดเข้าออกหมู่บ้าน สิทธิในการไม่บริการเก็บขยะ สิทธิในการเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ห้องประชุม ฯลฯ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลาง 6 เดือน นิติบุคคลมีอํานาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายใดๆ ได้ ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหรือค้างชำระค่าส่วนกลางเกิน 6 เดือน มีสิทธิ์ถูกส่งยื่นฟ้องศาลได้ (ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ) บทลงโทษการค้างชำระไม่จ่ายค่าส่วนกลางในกรณีอาคารชุดคอนโดมิเนียม หากเลยกำหนดชำระที่กำหนด หากไม่จ่ายค่าส่วนกลางชำระภายในวันและเวลาที่แจ้งไปภายในระยะเวลา 6 เดือนจะต้องเสียค่าปรับในอัตราไม่เกิน 12% ทันที และหากมียอดค้างชำระเกิน 6 เดือนขึ้นไป จะต้องเสียค่าปรับในอัตราไม่เกิน 20% ของยอดที่ต้องชำระพร้อมดอกเบี้ย โดยการเรียกเก็บค่าส่วนกลางจะขึ้นอยู่กับรอบการชำระของแต่ละโครงการ ซึ่งจะมีรอบเก็บ 3 เดือน / 6 เดือน / 1 ปี…
5 วิธีคิดราคาปล่อยเช่าบ้าน คอนโด ให้ได้กำไรชัวร์

การลงทุนอสังหาฯ ในระยะยาว นอกจากจะเลือกลงทุนแบบได้กำไรจากการขายต่อ (Capital Gain)แล้ว การปล่อยบ้านให้เช่าหรือนำห้องไปปล่อยเช่าก็สามารถสร้างรายได้ให้เข้ามาในแต่ละเดือน ช่วยเราแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระธนาคาร หรือนำเงินค่าเช่ามาช่วยจ่ายค่าดอกเบี้ยได้อีกทางหนึ่งด้วย แต่ในการคิดราคาค่าเช่าบ้าน-อาคารให้เหมาะสมกับราคาตลาด ตรงใจทั้งผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่านั้น บางคนอาจจะกำลังสงสัยว่าเราควรจะตั้งราคาเท่าไหร่ดี ที่ไม่ให้สูงเกินไปจนไม่มีใครสนใจติดต่อขอเข้าชมห้อง หรือต่ำเกินไปจนเราขาดทุน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวม 5 วิธีคิดราคาปล่อยบ้านเช่าแบบให้ได้กำไรชัวร์ๆ ไว้ในบทความนี้แล้วครับ 1. ตั้งราคาแบบอิงจากมูลค่าโครงการ ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ง่าย ระดับความแม่นยำ: 2/5 การปล่อยบ้านให้เช่าควรคิดค่าเช่าบ้าน-อาคารโดยอิงจากมูลค่าโครงการที่เราซื้อมาเป็นวิธีคิดค่าเช่าดั้งเดิมที่ตั้งราคาได้ง่ายที่สุด หากในทำเลเดียวกันนั้นไม่มีโครงการอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาเทียบราคาได้ เราสามารถคิดราคาปล่อยเช่าได้ที่ 1% ของมูลค่าห้องที่ซื้อมา เช่น ซื้อคอนโดให้เช่าใกล้รถไฟฟ้า ย่านทองหล่อ เป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอน 32 ตร.ม. ในราคา 3.5 ล้านบาท จากการคำนวณราคาปล่อยเช่าควรอยู่ที่ 35,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเราสามารถปรับลด-เพิ่มได้ตามความเหมาะสมของสภาพห้องและโครงการ แต่อย่างไรก็ตามการคิดค่าเช่าบ้าน-อาคารด้วยวิธีนี้ต้องคำนึงถึงราคาต้นทุน ณ เวลาที่เราซื้อมาด้วย เช่น ในโครงการเดียวกัน ห้องชุด A ซื้อได้ในราคา 3.5 ล้านบาทเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ห้องชุด B ซื้อได้ในราคา 4 ล้านบาทในปีปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าเมื่อคิดค่าเช่าออกมาราคาจะไม่เท่ากันแม้อยู่ในโครงการเดียวกันก็ตาม 2. ตั้งราคาแบบเปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ง่าย ระดับความแม่นยำ: 2/5 สำหรับใครที่ต้องการปล่อยบ้านให้เช่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายเช่นกันสำหรับการคำนวณตั้งราคาปล่อยเช่า โดยใช้วิธีเปรียบเทียบกับโครงการที่อยู่บริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียงกับห้องที่เราปล่อยเช่า เริ่มแรกให้เราลองสำรวจราคาปล่อยเช่าจากในเว็บไซต์ต่างๆ ว่าในพื้นที่นั้นเริ่มต้นที่ราคาเท่าไหร่ เมื่อได้ข้อมูลบางส่วนแล้วหากมีเวลา ให้ลองสอบถามจากคนที่ปล่อยเช่าบ้านหรือคอนโดในโครงการเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีคิดค่าเช่าที่ง่ายและยังเป็นการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านได้อีกด้วย ทั้งนี้การปล่อยบ้านให้เช่าโดยคิดค่าเช่าบ้านในลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญด้วย เช่น ทำเลที่ตั้ง, ขนาดพื้นที่, ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ, อายุโครงการ, การออกแบบ, ระดับคุณภาพ, ห้องที่ตกแต่งพร้อมอยู่ (Fully Furnished), ห้องเปล่า (Unfurnished), คอนโดแบบ High rise/Low rise, ประเภทของห้อง สตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน ปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวแปรหลักที่เราต้องหาห้องที่มีลักษณะใกล้เคียงกับห้องของเรามากที่สุดเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและตั้งราคาที่เหมาะสม Example ตัวอย่างวิธีการคิดค่าเช่าบ้านแบบเปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง 3. ตั้งราคาแบบคิดค่าเช่าต่อตารางเมตร ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ปานกลาง ระดับความแม่นยำ: 3/5 วิธีการนี้เป็นวิธีที่นิยมนำมาใช้คำนวนราคาปล่อยเช่าห้องชุดเช่นกัน โดยอ้างอิงจากราคาห้องที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ เริ่มแรกเราต้องคำนวณหาราคาต่อตารางเมตรออกมาให้ได้ก่อนโดยการนำค่าเช่าหารด้วยจำนวนตารางเมตร จากนั้นเราจึงนำราคาที่ได้ไปคูณกับพื้นที่ขนาดของห้องเรา เพื่อให้ได้ราคาปล่อยเช่าต่อเดือน ทั้งนี้ราคาที่ได้จะเป็นการคำนวณจากห้องเปล่า เจ้าของห้องสามารถปรับราคาให้สูงขึ้นหรือต่ำลงได้ตามลักษณะห้อง การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ซึ่งมีหลายหลาย วิธีที่จะช่วยให้เราเพิ่มมูลค่าห้องได้ Example ตัวอย่างวิธีการคิดค่าเช่าบ้านแบบคิดค่าเช่าต่อตารางเมตร ห้องชุดที่ต้องการปล่อยเช่าเป็นรูปแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตารางเมตร ต้องตั้งราคาค่าเช่าเท่าไหร่ เมื่อห้องชุดที่เปรียบเทียบเป็นรูปแบบ 1…
5 เช็คลิสต์ จัดเฮ้าส์ปาร์ตี้ที่บ้าน ตอบโจทย์ New Normal

การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อ “New Normal” หรือรูปแบบวิธีชีวิตใหม่ เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น อันเนื่องมาจากการะบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ยิ่งเข้าใกล้ช่วงหยุดยาวคนไทยมีอุปนิสัยชอบสังสรรค์และให้ความสำคัญกับแต่ละเทศกาล รวมถึงวันสำคัญด้วยไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบ หรืองานปาร์ตี้พบปะในกลุ่มเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมนัดกันออกไปสังสรรค์นอกบ้าน เพราะคิดว่าสะดวกสบายกว่าไม่ต้องเตรียมอาหารเตรียมอุปกรณ์เอง แต่บางครั้งการเดินทางออกไปนอกบ้านก็ไม่ได้สะดวกเสมอไป เพราะคุณอาจพบกับปัญหาที่จะทำให้งานปาร์ตี้ของคุณกร่อยหรือล่มกันไปเลยก็เป็นได้ครับ เช่น รถติดทำให้ไปสาย ร้านเต็มไม่มีโต๊ะนั่งเพราะไม่ได้จองล่วงหน้า หาที่จอดรถลำบาก ค่าที่จอดรถแพง หรือบางคนก็อาจวิตกกับเรื่องเป็นห่วงคนที่บ้านและสัตว์เลี้ยงที่ต้องอยู่ลำพัง การเลือกจัดปาร์ตี้ที่บ้านแทนการออกไปข้างนอกจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเลี่ยงการพบกับปัญหาเหล่านั้นได้ ทั้งประหยัดเวลาเดินทาง ความปลอดภัยจากโรคโควิด-19 และอาจประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าด้วย ถึงแม้จะต้องเตรียมอุปกรณ์กันบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวหรือกับกลุ่มเพื่อน ดังนั้นหากคิดจะนัดกันไปข้างนอกลองเปลี่ยนเป็นนัดกันมางานปาร์ตี้ที่ห้องหรือบ้านกันดูดีกว่าครับ เหมือนท่อนหนึ่งในบทเพลงของ Sam Hunt กล่าวว่า “You ain’t gotta leave the house to have a good time I’m a bring the good time home to you คุณไม่ต้องออกจากบ้านเพื่อจะมีช่วงเวลาดีๆ ฉันเอาช่วงเวลาดีๆ มามอบให้คุณถึงบ้าน” ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดู Must Have 5 ข้อ ที่ต้องมี เตรียมตัวให้พร้อมก่อนจัด House Party Must Have ที่ 1 รูปแบบและธีมงานปาร์ตี้ ก่อนเริ่มจัดงานปาร์ตี้ควรคิดรูปแบบหรือประเภทก่อนว่าจะจัดงานอะไร จัดที่ไหน จัดให้ใคร จัดเมื่อไหร่ เพื่อจะได้ลิสต์รายการออกมาได้ชัดเจนว่าเราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เช่น จัดงานเลี้ยงพบปะเพื่อนๆ จัดงานเลี้ยงวันเกิดลูก เป็นต้น เพราะแต่ละงานจะมีรูปแบบ อุปกรณ์ ภายในงานที่แตกต่างกันไป ส่วนที่จะทำให้งานปาร์ตี้ออกมาน่าสนใจและดูเก๋ขึ้นมานั้น คือ การกำหนดธีมงาน เช่น ธีมการแต่งกาย ปัจจุบันอุปกรณ์ตกแต่งงานปาร์ตี้ต่างๆ ก็สามารถหาซื้อได้หลายช่องทาง เช่น ทางอินสตราแกรมหรือเว็บไซต์ต่างๆ การซื้อของผ่านทางออนไลน์ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากเราต้องรักษามาตรการ Social Distancing การมีระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่การซื้อของออนไลน์ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าและเผื่อเวลาที่ของจะส่งถึงเราด้วย รวมถึงบริการของนิติบุคคลบางแห่งก็มีบริการเสริมที่ได้เตรียมเมนูรายการจัดสั่งซื้ออุปกรณ์ตกแต่งเหล่านี้ไว้ให้ Must Have ที่ 2 งานที่ดีต้องเตรียมเครื่องดื่มให้พร้อม ถ้าพูดถึงงานปาร์ตี้แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เครื่องดื่ม หากอยากเน้นเพื่อให้งานดูมีกิมมิคหรือลูกเล่นอะไรเพิ่มขึ้นลองมาดูการตกแต่งและรูปแบบการจัดวางเครื่องดื่ม เช่น การเลือกแก้วทรงสวยๆ และตกแต่งให้สวยงามด้วยดอกไม้หรือผลไม้ปักไว้ที่ขอบแก้ว หรือรูปแบบการเสิร์ฟใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสีสันความสนุกให้กับงาน และที่สำคัญเราควรจะดื่มแก้วของตัวเอง ไม่ดื่มแก้วของผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 Must Have ที่ 3 จัดปาร์ตี้ทั้งทีอาหารต้องจัดเต็ม ในส่วนของอาหารควรเลือกอาหารที่เป็นกลางๆ ไว้ก่อนครับ ทานง่ายได้ทุกเพศทุกวัย มีอาหารให้เลือกหลากหลายแต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีมากจนอาหารเหลือ เลือกรูปแบบการจัดวางอาหารที่ใช้อุปกรณ์ไม่มากนักและที่สำคัญคือต้องหยิบทานง่ายสะดวกกับแขกทุกๆ คน เช่น การเลือกอาหารเป็นบุฟเฟต์จัดวางไว้เป็นจุดๆ หรือย่างบาร์บีคิวเป็นไม้หยิบทานง่าย รวมถึง…
คอนโด 70k-150k บาทต่อตารางเมตร ได้อะไรบ้าง

หลายคนน่าจะเคยได้ยินเวลาไปดูคอนโดโครงการต่างๆ จะมีราคาต่อตารางเมตร ให้ผู้สนใจได้เปรียบเทียบราคาพื้นที่ว่าต่างกับโครงการอื่น หรือในโครงการเดียวกันเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าในโครงการเดียวกันบางที แม้เป็นห้องแบบเดียวกันเช่น 1 ห้องนอน แต่อยู่ต่างชั้น ต่างมุมก็ทำให้ราคาไม่เท่ากันได้ สิ่งยึดที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องราคาต่อตารางเมตรนี่แหละ คอนโดในราคา 70,000-150,000 บาท/ตารางเมตรนั้น เรียกได้ว่าเป็นโครงการระดับกลาง และได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ว่าแต่โครงการแนวนี้เขามีอะไรมาให้บ้าง เราขอแจกแจงไปตามหัวข้อ พร้อมตัวอย่างด้านล่างนี้เลยครับ ภาพจากโครงการ: เดอะ ไลน์ วงศ์สว่าง เฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์เป็นหัวข้อหนึ่งที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดก็ว่าได้ เพราะในราคาที่เราซื้อนั้น หากได้เฟอร์นิเจอร์มาด้วย ก็เท่ากับเป็นการช่วยผู้ซื้อ ไม่ว่าจะซื้ออยู่เอง หรือซื้อปล่อยเช่า ถือเป็นการลดต้นทุนไปได้พอดู โดยคอนโดราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Fully Furnished พอๆ กับ Fully Fitted แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี Party Furnished เลย เพราะก็ยังพอมีความต้องการจากกลุ่มที่อยากแต่งคอนโดเองอยู่บ้าง คอนโดในแบบ Fully Furnished ในบางครั้งอาจฟังดูว่าราคาสูง แต่ลองคิดคำนวนกับมูลค่าเฟอร์นิเจอร์และของที่ได้แล้ว เรียกได้ว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ความเชื่อที่ว่าโดยทั่วไปโครงการต่างๆ ที่มีราคาเฉลี่ยนต่อตารางเมตรอยู่ที่ 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรอาจอยู่นอกเส้นรถไฟฟ้า หรือนอกเมืองนั้น ความจริงต้องบอกว่าทำเลอย่างที่กล่าวมาอาจจะมีเยอะหน่อย หากแต่โครงการที่ใกล้รถไฟฟ้า หรือใจกลางเมืองก็ยังพอมีอยู่บ้าง ซึ่งสามารถดูยูนิต และตัวอย่างตามทำเลได้ตามนี้ครับ • คอนโดใกล้ MRT สถานีวงศ์สว่าง แต่งครบ พร้อมอยู่ ราคาเฉลี่ย 95,000 บาท/ตารางเมตร • คอนโด ซีล บาย แสนสิริ ห้องมุม สำหรับขาย พร้อมเข้าอยู่ ราคาต่อตร.ม. 121,967 บาท • เรื่องจริง เงิน 5 ล้าน ซื้อคอนโดย่าน CBD ได้ พื้นห้อง พื้นห้องมักใช้วัสดุจำพวกลามิเนต และกระเบื้องไวนิลเป็นส่วนใหญ่ จะมีใช้หินอ่อน แกรนิโต้และวัสดุอื่นๆ อยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว คอนโดราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรใช้วัสดุคุณภาพที่ดีในการปูพื้น ซึ่งพื้นครัว และพื้นห้องน้ำจะแจกแจงรายละเอียต่อไป เครื่องปรับอากาศ เกือบทุกโครงการในราคา 70,000 – 150,000 บาท/ตารางเมตรจะมีเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ติดมาให้ ส่วนน้อยที่จะไม่ติดตั้งให้เลย ซึ่งมักเป็นแอร์แบบ Wall Type ติดผนังมากกว่าฝังฝ้าที่มีราคาสูง ภาพจากห้องตัวอย่าง CD186373 ห้องครัว หนึ่งในห้องสำคัญของคอนโดคือ ส่วนของครัว ที่วัสดุดีๆ มีคุณภาพ…
11 ไอเดียเตียงนอนติดพื้น Floor Bed แต่งบ้านแบบมินิมอล
หลายคนอาจเคยเห็นเตียงนอนติดพื้นกันมาบ้างแล้ว ต้องบอกก่อนว่าเทรนด์การเลือกใช้ Floor Bed หรือ ที่นอนแบบฟูก เริ่มเป็นที่นิยมของคนไทยกันมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศเองมีการใช้เตียงนอนติดพื้นแบบนี้กันมานานแล้ว เช่น ในญี่ปุ่นจะเรียกว่า ฟุตง (Futon) หรือเกาหลีจะเรียกว่า อนดล (Ondol) เพราะพื้นห้องนอนนั้นจะมีความอุ่นและการนอนกับพื้นด้วยฟูกจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น นอกจากนี้ในบ้านเราก็สามารถนำ Floor Bed มาใช้ตกแต่งห้องนอนได้หลากหลายสไตล์เช่นกัน ทั้งเรียบง่ายแบบ Minimal คือใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สีผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเป็นสีโมโนโทน ไม่เน้นลวดลาย หรือสไตล์ Cozy Loft ที่ไม่เน้นความเนี้ยบ แต่มีบรรยากาศแบบอบอุ่น การแต่งห้องในสไตล์นี้มักเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และทุกวันนี้ Floor Bed ราคาค่อนข้างถูกกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อเตียงนอนแบบธรรมดาเพราะ Floor Bed มีเพียงแค่ฐานสำหรับวางฟูกก็เพียงพอแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไอเดียเตียงแบบ Floor Bed นี้ไปใช้แต่งห้องให้ลูกๆ ได้นะคะ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วค่ะ ภาพประกอบจาก pinterest พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร รับบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลด้านบริหารโครงการเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อให้เราติดต่อกลับ หาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: ซื้อคอนโด เช่าคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า, นิติบุคคลคอนโด, นิติบุคคลอาคารชุด, คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4 บทความที่เกี่ยวข้อง: เพิ่มพื้นที่ด้วยไอเดีย เตียงนอนมัลติฟังก์ชั่น แต่งห้องนั่งเล่นแบบมีสไตล์เหนือใคร ด้วยโซฟาหนังแท้ คอลเลคชั่นดีไซน์โซฟาแบบเข้ามุม เลือกโทนสีตามวันเกิด แต่งห้องให้ถูกโฉลก