แนะนำ 10 คอนโดมือสอง ทำเลดี ราคาคุ้มค่า พร้อมเทคนิคเลือกซื้อ

การซื้อขายคอนโดมือสอง ที่กำลังผ่อนดาวน์อยู่นั้นต้องทำยังไงบ้าง? ซื้อคอนโดมือสองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าจะต้องมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ติดต่อกรมที่ดิน เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง? สัญญาซื้อขายคอนโดมือสอง ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย การนัดหมายเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินราคา และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วการซื้อคอนโดมือสองนั้นมันก็ไม่ได้วุ่นวายเกินความสามารถที่เราจะทำได้ แต่การศึกษาและเตรียมการล่วงหน้าก็จะทำให้เราประสานงานทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่นขึ้น วันนี้เรามี 10 คอนโดมือสอง ที่น่าสนใจจากแสนสิริมาฝากกัน พร้อมแนะนำขั้นตอนการซื้อคอนโดมือสอง ที่พลัสฯ ได้สรุปและเรียบเรียงมาสำหรับการซื้อขายคอนโดมือสองที่กำลังผ่อนอยู่ในฉบับเข้าใจง่ายกันก่อน แนะนำ 10 คอนโดมือสอง สภาพดี จากแสนสิริ 1. The Base Park West Sukhumvit 77 เดอะเบสพาร์คเวสต์ คอนโดมือสองที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ใกล้ฮาบิโตะ คอมมิวนิตี้มอลล์ใหม่ล่าสุดและทันสมัย เดินทางสะดวกใกล้ถนนสุขุมวิท 71 และถนนสุขุมวิท 77 โครงการนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย ห้องพักตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ รูปแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม. พร้อมวิวเมืองที่สวยงามจากชั้น 14 รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง: สุขุมวิทตอนปลาย (พระโขนง -อ่อนนุช) ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช ราคาขาย 3,000,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร 100,000 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 2. THE LINE PHAHON – PRADIPAT เดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์ เป็นคอนโดมือ 2 ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และทุกช่วงวัย ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่บนถนนประดิพัทธ์ ระหว่างซอยประดิพัทธ์ 19 – 21 การเดินทางสะดวกสบาย มีหลายเส้นทางให้เลือก สามารถเดินไปยังรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานควายได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร ที่สามารถพาคุณเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว และยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนที่สะดวก รายละเอียดยูนิตห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 34.07 ตารางเมตร ทำเลที่ตั้ง: ปทุมวัน-พญาไท-พหลโยธิน ใกล้สถานี BTS สะพานควาย ราคาขาย…

ซื้อ-ขาย-เช่า อย่างไรให้สบายใจ เมื่อคิดใช้บริการผ่านตัวแทนฯ

ปัจจุบันการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุนนั้น สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง หากใครที่มีความชื่นชอบและสนใจค้นหาข้อมูลด้วยตนเองในสมัยนี้ก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบรับความต้องการต่างๆ กดค้นหา หรือเลือกชมรีวิวผ่านทางเว็บไซต์ สมาร์ทโฟน ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลา ความรู้และประสบการณ์ของตัวเอง ซึ่งหากใช้บริการผ่านตัวแทนฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงให้ช่วยคัดสรรตามโจทย์ที่เราต้องการ ช่วยดำเนินการเอกสารต่างๆ วิเคราะห์ศักยภาพทำเล ฯลฯ ก็จะช่วยประหยัดเวลาให้เราไปได้มากเช่นกัน หรือหากต้องการขายหรือปล่อยเช่าบ้าน-คอนโดสักหลัง เราก็สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ทั้งการประกาศหาผู้เช่าเองทางฟรีเว็บไซต์ ในเฟสบุ๊กส่วนตัวและเพจคอนโดฯ ต่างๆ ถ่ายรูป รับโทรศัพท์ นัดหมายวัน/เวลา พาไปดูบ้าน-คอนโด ทำเอกสารสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ฯลฯ 🚨 ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเสียเวลาในการดำเนินการค่อนข้างมากและก็อาจจะหาผู้เช่าได้ยาก อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 1-3 เดือนหรือมากกว่านั้นจึงจะได้ผู้เช่า ซึ่งจะทำให้เสียโอกาสในการลงทุน 💡 หากตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนฯ ที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินการให้ อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าได้เร็วและใช้เวลาสั้นดีกว่า อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใช้ตัวแทนอสังหาฯ เข้ามาช่วยจัดการทรัพย์สินหรือจัดหาที่อยู่อาศัยให้เรานั้นคงต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบกันสักนิด เพราะถือว่าเราต้องให้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันในระดับหนึ่ง เพราะเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของเราในการดำเนินการเรื่องต่างๆ ทั้งหมด ดังนั้นเราควรจะทำความเข้าใจและรู้ถึงบทบาท หน้าที่ ขอบเขต และสิ่งที่แสดงให้ทราบว่า ตัวแทนอสังหาฯ ที่ดีนั้นควรประกอบไปด้วยสิ่งใดบ้าง บทบาทและหน้าที่ของตัวแทนอสังหาฯ  ตัวแทนอสังหาฯ ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เพราะคลุกคลีอยู่กับวงการอสังหาฯ มานาน ผ่านการอบรมเรียนรู้ทักษะต่างๆ มาอย่างดี จึงสามารถช่วยให้เรื่องที่ยากหรือลูกค้าส่วนใหญ่มักสับสนให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่างๆ ที่ต้องใช้ การเติบโตของทำเล ราคาที่ดิน รูปแบบการลงทุน ปัจจัยบวกที่ควรเลือกซื้อมาไว้ในพอร์ท ฯลฯ ถึงแม้ว่านักลงทุนมือใหม่อาจจะไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนของการซื้อ-ขาย หรือปล่อยเช่า นอกจากนี้ตัวแทนอสังหาฯ ยังช่วยให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องเทรนด์ เทคนิคการตกแต่งห้องที่ตรงใจหรือตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย การตั้งราคา การคำนวณค่าใช้จ่าย ฯลฯ ซึ่งอาจจะช่วยให้ห้องขายต่อ หรือ มีโอกาสปล่อยเช่าได้มากขึ้น อีกทั้งช่วยเคลียร์ปัญหาที่อาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนในการซื้อขายก็ตาม รวมไปถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยทั้งสำหรับเช่า และซื้อ ตัวแทนอสังหาฯ ก็จะจัดการให้คุณทั้งหมด ตัวแทนอสังหาฯ ที่ดีจะทำอะไรให้กับคุณบ้าง? สำหรับผู้ที่ต้องการขายหรือปล่อยเช่า 1. แนะนำเรื่องการตั้งราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป โดยพิจารณาจากฐานข้อมูลในตลาด 2. ดูแลเรื่องการตลาด ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สินทรัพย์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำมาซึ่งการปิดการขายได้ในที่สุด 3. จัดหาและคัดกรองผู้ซื้อที่สนใจและมีคุณภาพ ทั้งจากฐานข้อมูลของบริษัทและเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าต่างๆ 4. ดูแลเรื่องของการนัดพบขอเข้าชมอสังหาฯ และให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจในอสังหาริมทรัพย์ของคุณ 5. จัดการเอกสารสัญญาต่างๆ ทั้งสัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า ติดต่อกับหน่วยงานราชการ ฯลฯ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือต้องการเช่า 1. ให้คำแนะนำการเลือกซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามประเภทและงบประมาณที่ตั้งไว้ 2. จัดหา คัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ตามเกณฑ์ และข้อกำหนดที่คุณต้องการ และนำเสนอตัวเลือกที่ดีที่สุด 3. ดำเนินการนัดหมายขอเข้าชมและพาไปชมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมให้คำแนะนำเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ 4. เจรจาต่อรองราคา หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด…

5 จุดเด่นคอนโดโดนใจมนุษย์ออฟฟิศ

ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ความสะดวกสบายคือสิ่งที่หนุ่มสาวยุคใหม่ต่างมองหา คอนโดใจกลางเมืองแบบไหนกันที่จะถูกใจเหล่าหนุ่มสาวออฟฟิศ มาลองไปเช็กกันดู ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ต้องเอาตัวรอดในเมืองที่รถติดมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ต้องแข่งกับเข็มนาฬิกา และทุ่มเทให้กับงานทั้งตัวและหัวใจ ความสะดวกสบายคือสิ่งที่หนุ่มสาวยุคใหม่ต่างมองหา คอนโดใจกลางเมืองนี่ล่ะคือคำตอบที่ใช่ เพราะนั่นจะทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบัน คอนโดใหญ่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง หนุ่มสาวยุคใหม่ จึงมีตัวเลือกได้มากขึ้น แต่คอนโดแบบใดกันที่จะถูกอกถูกใจมนุษย์ออฟฟิศจนต้องรีบขนของเข้าอยู่โดยด่วน!   1. ทำเลดี ชีวิตก็ดี ทำเลคือปัจจัยแรกๆ ที่ทำให้เราเลือกตัดสินใจซื้อหรือเช่าคอนโดซักแห่ง คอนโดในอุดมคติต้องตั้งอยู่ในทำเลดี ในย่านที่มีทุกอย่างให้เรา ทั้งแหล่งช็อปและแหล่งกิน ยิ่งถ้าอยู่ในย่านที่มีร้านอาหารขนาบสองข้างทาง และมีร้านกาแฟให้เรานั่งชิลบ้าง ยิ่งเป็นกำไรให้กับชีวิต! สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ ต้องขอเพิ่มอีกนิดว่า ถ้ายิ่งใกล้ออฟฟิศ หรือเส้นทางหลักในการเดินทางไปออฟฟิศได้ยิ่งโดนใจ อย่างเช่นโครงการ ออนิกซ์ ที่ใกล้บีทีเอสสถานีสะพานความและร้านค้ามากมาย รวมถึง Big C ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งวันที่ไปทำงานและวันหยุดได้อย่างดี 2. เดินทางสะดวก เชื่อหรือไม่ว่า มนุษย์ออฟฟิศมักเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากกว่าการทำงาน บางคนต้องนั่งรถเมล์ ต่อเรือ ต่อรถไฟฟ้า จบด้วยต่อวินมอเตอร์ไซต์เพื่อมาให้ทันเวลาออฟฟิศ ด้วยเหตุนี้ การหาคอนโดทำเลดีเดินทางสะดวกคือการแก้ปัญหาระยะยาวที่ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันนี้คอนโดที่ใกล้เส้นทางคมนาคมไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถไฟ้ใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงค์ หรือแม้แต่ทางด่วนก็มีให้เลือกอยู่มากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน และงบของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น คอนโด เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานี ปุณณวิถี  ห่างจากตัวโครงการ 250เมตร ที่ทำให้เราเดินทางได้สะดวก ไม่ต้องหลายต่อ ย่นระยะทาง ลดระยะเวลา และลดค่าใช้จ่ายรายวันได้อีกด้วยนะครับ 3. ห้องสวย อบอุ่น อยู่สบาย ขนาดห้อง การดีไซน์ภายในห้อง การแบ่งสัดส่วนโซนต่างๆ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งประกอบการตัดสินในเลือกซื้อ/ เช่า คอนโด เพราะคอนโดคือบ้านที่ต้องสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่ เป็นพื้นที่แห่งความสุข มีมุมผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของแต่ละคน หากอยู่คนเดียวอาจไม่จำเป็นต้องขนาดใหญ่ หรือบางคนอยากได้ห้องที่มีวิวสวย ก็ต้องเลือกชั้น เลือกทิศกันให้ดี แต่ถ้าใครสนวิวสวนพลัสฯ ขอแนะนำ โครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต ที่ได้ทั้งวิวสีเขียวของโครงการ และได้วิวสวนขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ อย่างสวนรถไฟ ด้วย 4. พื้นที่ส่วนกลางครบ นอกจาก สภาพคอนโดสวยงาม ห้องขนาดกำลังพอดี ตกแต่งพร้อมอยู่และเดินทางได้สะดวกสบายแล้ว คนยุคใหม่ที่มี lifestyle ชัดเจนมักมองหากิจกรรมให้ทำยามว่าง บางคอนโดจึงนำเสนอ “พื้นที่ส่วนกลาง” เป็นจุดขายหนึ่ง ทั้งสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานในบรรยากาศสบายๆ พร้อมพื้นที่สีเขียวให้ชาวคอนโดพักผ่อน ฟิตเนสอุปกรณ์ครบฟรีๆ แบบที่ไม่ต้องเสียค่าสมัครฟิตเนสแพงๆ  หรือห้องสมุดและ co-working space ที่เหล่า freelancer ต้องการ ทั้งหมดนี้ คือพื้นที่ส่วนกลางที่สร้างบรรยากาศเป็นกันเองให้กับลูกบ้าน และทำให้คอนโดเป็นมากกว่า “ที่อยู่อาศัย” แต่เป็นชุมชนเล็กๆ น่าอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งโครงการ เอ็กซ์ที ห้วยขวาง ที่มีห้อง Photo Studio เป็นจุดเด่นและ ผู้อาศัยในโครงการ…

5 เรื่องสำคัญ ประชุมใหญ่ประจำปีที่ห้ามพลาด

ปัจจุบันรูปแบบการพักอาศัยของคนเมืองเริ่มหันไปลงทุนในการซื้อหาห้องชุดมากขึ้น จากเดิมที่ผู้คน เลือกเช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์กัน ก็เริ่มหันมาเลือกลงทุนในการซื้อห้องชุด ซึ่งมีขนาด ราคา และทำเลที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น สาเหตุที่ผู้คนเลือกลงทุนข้างต้น เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายรายเดือนใกล้เคียงกับต้นทุนในการผ่อนดอกเบี้ยกับธนาคารในการซื้อห้องชุด อีกทั้งคอนโดในปัจจุบันมีหลากหลายราคา ให้ได้เลือกตามความเหมาะสม และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น แต่การเป็นเจ้าของคอนโดหรือที่เรียกว่าเจ้าของร่วมห้องชุดนั้น ไม่เพียงแต่จะใส่ใจแต่เรื่องภายในห้องของตัวเอง แต่ควรจะทราบเรื่องสำคัญขั้นพื้นฐาน หลังจากได้รับโอนห้องชุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระเบียบข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดฯ ระเบียบการพักอาศัย และความเข้าใจในรูปแบบการบริหารงานของนิติบุคคลอาคารชุดฯ หนึ่งในเรื่องสำคัญเบื้องต้น หลังจากที่เราได้รับทราบถึงข้อบังคับระเบียบและการบริหารงานของนิติบุคคลฯ แล้ว เราอาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยหลายเรื่อง หรือข้อสงสัยในระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทั้งนี้ คำถามหรือข้อสงสัยเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับส่วนรวม หากเรานำมาสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมฯ ซึ่งตามกฎหมาย กำหนดให้นิติบุคคลอาคารชุดฯ จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมครั้งแรก ภายใน 180 วัน หลังจากทำการโอนเสร็จสิ้น การประชุมใหญ่สามัญเจ้าของร่วมครั้งแรก จะมีวาระสำคัญต่างๆ ในการพิจารณา และลงมติร่วมกันระหว่างท่านเจ้าของร่วม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับเจ้าของร่วมทุกคน ในการอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งในการประชุมจะให้เจ้าของร่วมทุกคนลงเสียงเพื่อรับรองวาระต่างๆ ดังนี้ 1. รายงานผลการดำเนินการฝ่ายจัดการฯ ในรอบปีที่ผ่านมา ฝ่ายจัดการได้มีการดำเนินการทางด้านต่างๆ ทั้งงานบริหารจัดการ งานช่าง งานดูแลความสะอาด รักษาความปลอดภัย การกำจัดแมลง และการปรับปรุงกายภาพต่างๆ ในบริเวณโดยรอบโครงการ โดยวาระนี้ได้รายงานให้ทราบถึงผลการดำเนินงานในช่วงรอบปีที่ผ่านม 2. การรับรอง/แต่งตั้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดฯ (ทุก 2 ปี) *สำหรับอาคารชุดเท่านั้น ซึ่งได้รับการจดทะเบียนขึ้นมาพร้อมกับนิติบุคคลฯ ซึ่งโดยทั่วไปผู้จัดการนิติบุคคลฯ รายแรก จะเป็นตัวแทนของทางเจ้าของโครงการ ท่านเจ้าของร่วมควรจะศึกษา การบริหารงานของผู้จัดการนิติบุคคลฯ (ซี่งอาจเป็นตัวแทนของโครงการ, บริษัทบริหาร, เจ้าของร่วม หรือบุคคลอื่นๆ) ว่ามีความโปร่งใส มีความใส่ใจในความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัยอย่างเต็มที่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารงาน, การบริหารค่าใช้จ่าย, การควบคุมงานของคู่สัญญาต่างๆ เป็นต้น   ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าผู้จัดการนิติบุคคลฯ จะต้องทำงานภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการฯ ซึ่งจะถูกแต่งตั้งขึ้นในที่ประชุมใหญ่นี้เช่นนี้ แต่หากเจ้าของร่วมพบว่าการบริหารงานของผู้จัดการนิติบุคคลฯที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือไม่โปร่งใส ก็อาจนำเสนอที่ประชุมใหญ่ฯพิจารณาร่วมกัน ในการถอดถอน และแต่งตั้งผู้จัดการนิติฯใหม่ ก็สามารถทำได้ โดยจะต้องใช้เสียงในการลงมติในการถอดถอน และแต่งตั้งผู้จัดการฯ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดของเจ้าของร่วม 3. รับรองรายงานสถานะการเงิน , งบประมาณประจำปี และการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีประจำปี การศึกษาสถานะการใช้จ่ายของนิติบุคคลฯ จะสามารถทำให้เราเข้าใจการบริหารงานของนิติบุคคลได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถแสดงความคิดเห็น/เสนอแนะแนวทางในการควบคุม หรือเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของคู่สัญญา เช่น จำนวนพนักงานรปภ/ อัตราค่าใช้จ่ายต่อหัว อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ , ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆ ของส่วนกลาง เช่น ค่าไฟฟ้า สามารถปรับลด หรือบริหารเวลาการเปิดปิดไฟส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ เป็นต้น…

3 ปัญหาหนักใจของลูกบ้านที่นิติฯ ช่วยคุณได้

คุณเคยอยู่คอนโด หรือ หมู่บ้าน แล้วมีปัญหา อยากหาใครสักคนมาช่วยแก้ไขไกล่เกลี่ยบ้างไหม? รู้หรือไม่ครับว่า การพักอาศัยที่มีผู้ดูแลนั้นช่วยให้เราอุ่นใจ และจัดการอะไรต่างๆ ได้ง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว เพราะข้อดีของการพักอาศัยในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านที่มีคนดูแลนั้น จะช่วยดูแลรักษาที่พักอาศัยของเราให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คงรักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้สูงขึ้นเสมอ ซึ่งบุคคลที่ทำหน้าที่ตรงนี้หลายๆ คนคงจะพอทราบกันดีว่าคือ นิติบุคคลคอนโด หรือ นิติบุคคลหมู่บ้าน นั่นเอง นอกจากหน้าที่หลักที่ช่วยจัดการที่อยู่อาศัยให้สะอาดสวยงามแล้ว นิติบุคคลยังช่วยจัดการกฎระเบียบการอยู่อาศัยของคนหมู่มากที่มาอยู่รวมกัน ให้อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย และช่วยสร้างความสงบสุขในการอยู่อาศัยร่วมกันอีกด้วย ที่สำคัญเมื่อเราเกิดปัญหาหรือต้องการดำเนินการใดๆ เราสามารถแจ้งให้นิติฯ รับทราบช่วยประสานงานหรือแก้ไขในเบื้องต้นได้ เพราะ ในบางเหตุการณ์หากตัดสินใจทำไปเองโดยไม่ปรึกษาใคร บางครั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา และต้องเสียค่าใช้ จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น โดย 3 เรื่องหลักๆ ที่นิติบุคคล สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ มีดังนี้ 1. การซ่อมแซมบ้าน ต่อเติมบ้าน การหาผู้รับเหมา สำหรับคนที่อยู่คอนโด หากมีปัญหาเกิดขึ้นภายในห้อง เช่น กดชักโครกไม่ลง ท่อน้ำอุดตัน ก๊อกน้ำรั่ว สามารถ ติดต่อช่างอาคาร ให้เข้ามาช่วยดูปัญหาที่เกิดขึ้นภายในห้องได้ เพราะในบางกรณีช่างอาคารสามารถช่วยเหลือแก้ไขให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือหากมีการว่าจ้างผู้รับเหมาให้เข้ามาซ่อมแซมหรือต่อเติมใดๆ ก็ตาม ควรติดต่อให้ช่างอาคารร่วมพูดคุยกับผู้รับเหมาด้วยกัน เพราะช่างอาคารมีความคุ้นเคยกับระบบและโครงสร้างต่างๆ ของอาคาร สามารถให้คำแนะนำและช่วยอำนวยความสะดวกได้มากกว่าที่ลูกบ้านไปคุยกับผู้รับเหมาเองโดยตรง เจาะรางผ้าม่าน ชั้นวางติดผนังที่คิดว่าง่ายๆ เราทำเองก็น่าจะได้นะ? การเจาะรางผ้าม่าน บางคนอาจคิดว่าเป็นงานง่ายๆ จึงซื้อสว่านและอุปกรณ์มาเจาะเอง ผลปรากฏว่าไปเจาะโดนไลน์ท่อแอร์ทำให้ต้องเสียเงินเรียกช่างมาทำการแก้ไข หากเราเรียกช่างอาคารให้มาช่วยดูตำแหน่งการเจาะก่อน ปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้น หรือการเจาะผนังเพื่อติดชั้นวางของในห้องน้ำ ควรจะต้องปรึกษาทางนิติบุคคล เพื่อให้ช่างอาคารขึ้นมาตรวจสอบโครงสร้างการวางท่อเสียก่อน เพราะถ้าเจาะเอง หรือให้ช่างข้างนอกเข้ามาเจาะเองอาจจะไปเจาะโดนท่อน้ำที่สำคัญ และเป็นเหตุให้น้ำไหลทะลักออกมาท่วมห้อง หากจัดการไม่ทันท่วงที อาจจะทำให้ลามไปถึงพื้นที่ส่วนกลาง ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ภาพประกอบจากห้องตัวอย่างโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 เปลี่ยนพื้น ซ่อมฝ้า Built in รื้อห้องใหม่ทั้งหมด อย่าทำกันเองเงียบๆ ไม่บอกใคร หากมีงานซ่อม งานต่อเติมที่เป็นงานใหญ่ เช่น การซ่อมพื้น ฝ้า ผนัง การตกแต่งคอนโดเพิ่มเติมที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก และส่วนกลาง เราสามารถให้นิติบุคคลแนะนำผู้รับเหมาให้เข้ามาดำเนินการได้ ข้อดีของการให้นิติบุคคลแนะนำผู้รับเหมาให้ คือ เราจะได้ผู้รับเหมาที่มีคุณภาพในราคาที่อาจจะดีกว่าจ้างเองจากภายนอก เพราะนิติบุคคลมีงานที่ต้องว่าจ้างกันเป็นประจำอยู่แล้ว และผู้รับเหมายังมีความคุ้นเคย รู้จักโครงสร้างภายในอาคาร มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับฝ่ายอาคาร ความไว้วางใจและฝีมือในการทำงานก็จะน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง โอกาสที่ผู้รับเหมาจะทิ้งงาน และทำงานเสียหายก็จะน้อยกว่าผู้รับเหมาทั่วไป อย่างไรก็ตามการเลือกผู้รับเหมาควรจะพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งสไตล์ความชอบ และการร่วมงานกัน ที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาจากที่ไหน ควรให้นิติบุคคลรับทราบการทำงานในทุกขั้นตอนด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ่นได้ 2. การรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน การเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเรื่องที่ไม่คาดฝัน เราควรจะประสานงานกับทางนิติบุคคล ให้มีส่วนรับรู้เป็นอย่างแรก เพราะนิติบุคคล จะมีแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ และมีการฝึกอบรมซ้อมรับมืออยู่เป็นประจำ โดยจะมีขั้นตอนการทำงาน ติดต่อประสาน ตามแผนที่เตรียมไว้เป็นลำดับก่อน-หลัง…

5 ปัญหายอดฮิต ผู้เช่าย้ายออกจากหอพัก ไม่แจ้งล่วงหน้า

ปัญหาหนักใจของเจ้าของห้องที่มี คอนโดให้เช่า บ้านพักให้เช่า หรือหอพัก อพาร์ตเมนท์ หลายคนที่มักเจอเวลาผู้เช่าขอย้ายออก ซึ่งหากเราไม่มีการวางแผน เตรียมความพร้อมให้ดี อาจนำมาซึ่งความเสียหาย จนรายได้ที่ได้มาจากการปล่อยเช่าคอนโด หอพัก อาจต้องหมดไปกับการซ่อมแซมกันขนานใหญ่ พลัสฯ ได้รวมเอาปัญหายอดฮิตที่ผู้เช่าส่วนใหญ่มักเจอมาแบ่งปันเพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับเจ้าของห้องที่กำลังเตรียมปล่อยเช่าให้ได้ตั้งรับกันไว้ก่อน 5 อันดับ ดังนี้ 1. ย้ายออกกระชั้นชิด ไม่แจ้งล่วงหน้า เป็นปัญหายอดฮิตตลอดกาลที่ผู้เช่ามักจะขอย้ายออกจากหอพัก คอนโด โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถึงแม้ว่าการเช่าห้องจะมีระยะเวลากำหนดชัดเจน เช่น 1 ปี 3 ปี แต่ก็มีบางรายย้ายออกกะทันหันโดยไม่สนใจเงินประกัน ซึ่งเป็นปัญหาของเจ้าของห้องที่อาจสูญเสียรายได้ในการหาผู้เช่ารายใหม่มาทดแทน กรณีออกก่อนหมดสัญญาเช่า ดังนั้นวิธีเตรียมรับมือกับปัญหานี้คือ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เช่า คอยอัพเดทผู้เช่าอยู่เรื่อยๆ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ ไม่หายไปจนผู้เช่ารู้สึกไม่ได้รับการดูแล หรือถ้ามีความจำเป็นจะย้ายออกจริงๆ จะมีการคิดถึงเรา และอาจบอกเราแต่เนิ่นๆ อีกหนึ่งกรณีศึกษาที่มีผู้เช่าบางรายนำสัญญาเช่าที่มีอยู่ ไปปล่อยห้องเช่าซ้อนเนื่องจากมีความจำเป็นต้องย้ายออกก่อนกำหนด เช่น กำหนดสัญญาเช่า 1 ปี แต่ต้องย้ายออกในเดือนที่ 7 และยังเหลือเวลาเช่าอีก 5 เดือน จึงนำไปปล่อยห้องต่อให้กับผู้เช่ารายใหม่โดยที่ไม่แจ้งให้เราทราบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นมีความผิด เราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากนิติบุคคล ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาคอยดูว่ามีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาหรือไม่ หรือผู้เช่าเดิมมีการย้ายข้าวของออกไปและไม่ได้แจ้งเจ้าของห้อง 2. ห้องสกปรก ไม่ทำความสะอาดก่อนคืนห้อง การรักษาความสะอาดของผู้เช่าแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการที่เราสกรีนรับผู้เช่ามาตั้งแต่แรก หรือได้มีการระบุในสัญญาไว้หรือไม่ บางรายเป็นคนที่ดูแลรักษาความสะอาดห้องดีอยู่แล้ว หรือบางรายตั้งใจจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ทีหลังแต่อาจเกิดเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถทำคืนได้ในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นข้อนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องกันค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เตรียมไว้แต่แรกด้วย หรือเพื่อป้องกันไม่ให้การทำความสะอาดไม่ได้มาตรฐาน เราสามารถขอหักค่าทำความสะอาดห้องจากเงินประกันก่อนทำการคืนเงินให้ก็ได้ 3. ลืมจ่ายบิล ลืมคืนกุญแจ Keycard และรหัสผ่านต่างๆ ปัญหาในส่วนนี้มักเกิดขึ้นกับผู้เช่าต่างชาติ ที่มีการย้ายกลับประเทศไปจึงขาดการติดต่อสื่อสารกับเจ้าของห้อง ทั้งกุญแจ Mailbox, กุญแจห้อง, Keycard ต่างๆ ก่อนผู้เช่าย้ายออก หรือกรณีติดต่อไม่ได้ ก็ให้ทำการหักค่าเงินประกันสำหรับการต้องทำคีย์การ์ดใหม่ หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ในบางรายอาจจะแอบเก็บเอาไว้หรือไปทำสำรองเพิ่มแล้วเอาไว้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เช่น มาใช้ส่วนกลางหลังจากย้ายออกไปแล้ว เป็นต้น ดังนั้นเราควรต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่าน หรือเปลี่ยนกุญแจใดๆ หรือแจ้งนิติให้ทำการคีย์ข้อมูลในคีย์การด์ใหม่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีบิลค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอินเทอร์เนตต่างๆ ที่ผู้เช่าติดตั้งเองภายหลัง ควรกำชับให้ผู้เช่าไปดำเนินการชำระให้เรียบร้อย ก่อนผู้เช่าย้ายออกจากหอพัก รวมถึงการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ในการส่งเอกสาร หรือสอบถามโดยตรงกับผู้ให้บริการรายนั้นๆ เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาเวลาที่ผู้เช่าคนใหม่ย้ายเข้าและไม่สามารถทำการติดตั้ง อินเทอร์เนตหรือโทรศัพท์ได้ เพราะผู้เช่าคนเก่ายังไม่ได้แจ้งย้ายออก 4. ห้องไม่อยู่ในสภาพเดิม ชำรุดเสียหาย เช่น ทาสีห้องใหม่ ติดวอลเปเปอร์ ระบบไฟ ท่อน้ำ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ หรือพื้นห้องอาจมีการแตกหัก หรือชำรุด ปัญหาในข้อนี้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในสัญญาและถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้น อาจหักออกจากเงินประกันตามสัญญาที่แจ้งไว้ในตอนแรก โดยผู้เช่าควรทำห้องให้กลับอยู่ในสภาพเดิมก่อนคืนห้องให้เรา แต่ก็จะมีบางกรณีที่เราคาดไม่ถึงจึงไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา เช่น ผู้เช่ารายหนึ่ง ก่อนย้ายออกจากห้องไปได้ถอดปลั๊กไฟตู้เย็นออกให้เพราะเกรงว่าไม่มีคนอยู่หลายวัน จนทำให้น้ำแข็งละลายล้นออกจากถังเก็บ ทำให้น้ำเจิ่งนองมาที่พื้นลามิเนตจนเกิดความเสียหาย ในส่วนนี้ผู้เช่าจะต้องเป็นคนชำระค่าเสียหายโดยหักจากเงินประกัน และเจ้าของห้องเองควรทำสัญญาให้รัดกุมและตรวจสอบความเรียบร้อยต่างๆ ภายในห้องให้ดีก่อนคืนเงินประกัน 5. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ของเจ้าของห้องไปด้วย…

คอนโดห้องสตูดิโอ VS คอนโด 1 ห้องนอน ห้องแบบไหนที่ใช่คุณ

ประเด็นสำคัญของบทความ ความแตกต่างระหว่าง สตูดิโอ และ 1 ห้องนอน เลือกคอนโดให้ตรงกับไลฟ์สไตล์   สำหรับใครหลายๆ คนที่กำลังมองหาคอนโดใหม่อยู่คนเดียวและไม่แน่ใจว่าจะเลือกคอนโดห้องสตูดิโอ หรือ คอนโด 1 ห้องนอน ดี ห้องทั้ง 2 ประเภทนั้นแตกต่างกันที่การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้งาน คอนโดห้องสตูดิโอ นั้นจะรวมห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องนอนไว้ในบริเวณเดียวกัน โดยมีห้องน้ำแยกอยู่ต่างหาก ในขณะที่คอนโด 1 ห้องนอน นั้น จะแยกห้องนอน ห้องทานข้าว และห้องนั่งเล่นออกจากกันอย่างชัดเจน และมีพื้นที่มากกว่าห้องสตูดิโอในโครงการเดียวกัน ดังนั้นการเลือกคอนโดห้องสตูดิโอ หรือ คอนโด 1 ห้องนอน ขึ้นอยู่กับว่าไลฟ์สไตล์เป็นแบบใด 1. แฟนก็มี เพื่อนก็มา หากคุณเป็นสายสังสรรค์ตัวยง ชอบชวนเพื่อนๆ หรือแฟนมาที่ห้อง คอนโด 1 ห้องนอน ตอบโจทย์ได้ดีกว่าห้องสตูดิโอ เพราะมีการแบ่งพื้นที่ชัดเจนและมีขนาดกว้าง รองรับคนได้มากกว่า คุณสามารถให้แขกของคุณมาสนุกกันในห้องนั่งเล่น ดูหนัง ดูบอล ทำกับข้าว ในขณะที่คุณยังรักษา “พื้นที่ส่วนตัว”นั่นก็คือ ห้องนอนของคุณไว้ให้ตัวคุณเอง  2. นักช็อปตัวยง คุณเป็นสายช็อปปิ้งหรือไม่ แล้วคุณเคยเจอปัญหาของล้นห้อง เสื้อผ้าล้นตู้ ของตกแต่งเยอะเกินไปจนไม่รู้จะเก็บไว้มุมไหนของห้องดีหรือไม่ หากคุณเป็นคนประเภทนี้ คอนโด 1 ห้องนอน น่าจะเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ เพราะมีพื้นที่กว้างกว่าคอนโดแบบห้องสตูดิโอ สามารถรองรับข้าวของจิปาถะของคุณได้ มีมุมให้คุณตกแต่งห้องได้หลากหลาย 3. สันโดษ รักความเป็นส่วนตัว ถ้าความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวคือส่วนสำคัญของชีวิต คุณอาจเหมาะกับ  คอนโด 1 ห้องนอน การแบ่งโซนที่ชัดเจน ทำให้คุณมีห้องนอนอันเงียบสงบ ไว้เฉพาะการนอนเท่านั้น ไม่มีโทรทัศน์หรืองานที่กองเป็นตั้งมากวนใจ อีกทั้ง คุณยังสามารถแบ่งโซนนั่งเล่นเป็นโซนห้องทำงาน เพื่อให้คุณโฟกัสกับงานได้อย่างเต็มที่ หรือหากคุณมีงานอดิเรก เช่น วาดรูป สร้างงานคราฟ ก็ต้องมีมุมสงบๆ เพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะเช่นกัน 4. Hang out Eat Out กิจกรรมแน่น! สำหรับคนที่ชอบสังสรรค์นอกบ้าน ต้องไป hang out หลังเลิกงาน ทานข้าวนอกบ้านเป็นประจำ หรือมีกิจกรรมให้ทำเกือบทุกวัน คอนโดจึงเป็นเพียงที่อยู่อาศัยสำหรับการชาร์จพลังให้คุณมีพลังทำกิจกรรมวุ่นๆ ในวันต่อไป คอนโดห้องสตูดิโอ อาจเหมาะกว่ากับ lifestyle เช่นนี้ เพราะคุณไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน และไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดกว้างหรือห้องอื่นๆ เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว มากนัก 5. อยู่ weekday กลับบ้าน weekend ถ้าคุณต้องกลับบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดทุกเสาร์-อาทิตย์…

รวมไอเดีย แต่งห้องนอนเสริมดวง ให้เป็นเศรษฐี

รวมวิธีจัดแต่งห้องนอนเสริมดวง โชคลาภ และสิ่งของตกแต่งในห้องนอนที่ควรมีตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน  ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา  สิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านแต่ละหลัง คอนโดทุกห้อง ก็คือ ห้องนอน ห้องที่เราใช้เวลามากที่สุดสำหรับการพักผ่อนหลังจากตรากตรำทำงานหนักมาทั้งวัน และแน่นอนว่าการตกแต่งห้องนอนของใครหลายคนนั้นก็มีความเชื่อทางด้านฮวงจุ้ยเพื่อเสริมพลังงานที่ดีด้านต่างๆ วันนี้พลัส พร๊อพเพอร์ตี้จึงอยากนำเรื่องแต่งห้องนอนเสริมดวงให้เป็นเศรษฐีมาบอกกันครับ 1. แต่งห้องนอน จัดตำแหน่งเตียงเสริมดวง จัดหัวเตียงติดผนังห้องนอน เพราะกำแพงจะช่วยเสริมดวงให้รับพลังงานที่ดี เสริมให้สุขภาพแข็งแรง จัดหัวเตียงให้เยื้องประตู ไม่หันไปทางห้องน้ำ หรือทางเดิน เพราะจะได้รับพลังงานที่ไม่ดี ส่งผลต่อสุขภาพ ขัดขวางการพักผ่อน ชนิดที่นอน ควรเลือกแบบที่นอนแล้วรู้สึกหลับสบาย เพราะจะได้นอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ 2. แต่งสีมงคลในห้องนอน สีชมพู เขียว และม่วง ล้วนเป็นสีมงคลเรื่องของการเยียวยา การเจริญเติบโต สีเหล่านี้หากนำมาใช้จัดแต่งห้องนอนจะเสริมดวงให้มีความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภ ร่ำรวยเงินทองและทำให้มั่นคงทางการเงิน 3. แต่งห้องนอนด้วยต้นไม้มงคลเรียกทรัพย์ ต้นไม้มงคลที่เสริมด้านเรียกทรัพย์มีหลายชนิด เช่น ไผ่กวนอิม นางกวัก กวักมรกต เศรษฐีมีทรัพย์ หรือจะเป็นต้นไม้ที่ช่วยดูดทรัพย์สารพิษ เช่น วาสนา ยาง ปาล์มไผ่ เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกไว้ในห้องนอนได้ จะเห็นได้ว่าต้นไม้มงคลส่วนมากจะมีสีเขียวที่ทำให้รู้สึกสดชื่น 4. แต่งห้องนอนด้วยเครื่องรางนำโชค เครื่องราง โมบาย หินนำโชค คริสตัล สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้วยังช่วยเพิ่มพลังหมุนเวียนภายในห้องนอน สามารถช่วยเรื่องโชคลาภให้เงินทองให้มาเทมา และเสริมให้ธุรกิจเจริญอีกด้วย 5. แต่งรูปประดับห้องนอนเสริมดวง จัดห้องนอนเสริมดวงด้วยรูปครอบครัวแสดงถึงความรักเป็นตัวเลือกที่ดี ช่วยเพิ่มพลังงาน ความสุข และความความอุดมสมบูรณ์ รูปภาพสิ่งของ สัตว์ เช่น เต่า ช้าง ปลา หรือรูปสิ่งที่เป็นมงคลอื่นๆ เช่น ภูเขา แม่น้ำ ทะเล ทะเลสาบ ที่มีการเคลื่อนไหวและสะอาดก็สามารถเพิ่มพลังการหมุนเวียนได้ดี 6. สิ่งที่ควรเลี่ยงแต่งห้องนอน ไม่ควรปล่อยให้ห้องนอนของคุณรก และสกปรก ทั้งนี้สิ่งสกปรกทั้งหลายถ้าหมักหมมไว้ก็จะทำให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ โดยตามหลักฮวงจุ้ยก็จะเกิดแหล่งพลังงานลบ ซึ่งเป็นเหตุให้เจ็บป่วยได้ง่าย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้อาศัยต้องเสียทรัพย์ ทั้งนี้เรื่องการแต่งห้องนอนเสริมดวงให้เป็นเศรษฐีเป็นเรื่องเสริมดวงการเงินเบื้องต้น แต่ถ้าหากจะลงลึกเพื่อให้ถูกตามหลัก หรือต้องการรายละเอียดมากกว่านี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้การใช้ชีวิตในห้องนอนอย่างเป็นสุขได้นั้นเราก็ควรเริ่มต้นจากการจัดห้อง และหมั่นดูแลทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะจะทำให้เรารู้สึกสบาย และมีความสุขตามมานะครับ บทความที่เกี่ยวข้อง คอนโดพร้อมอยู่ 2564-2021 ลิสต์เรื่องที่คุณอยากรู้ รวบรวมไว้ที่นี่ที่เดียว รวมทุกเรื่องที่ต้องการรู้ ซื้อ เช่า คอนโดพร้อมอยู่ 2564 คอนโดใหม่พร้อมอยู่ 2564 คอนโดพร้อมอยู่ 2564 ไม่เกิน 3 ล้าน คอนโดมือสอง คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดหรู คอนโดหรู คอนโดแสนสิริ คอนโดสุขุมวิท…

รวม 5 คอนโด ราคา 5 ล้าน ย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ น่าซื้อ

รวมคอนโดราคา 5 ล้าน ย่านธุรกิจ CBD ทำเลในกรุงเทพฯ สำหรับซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือลงทุน ก็คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการชีวิตประจำวันได้ครบ ย่านธุรกิจหรือ Central Business District (CBD) เป็นหนึ่งทำเลที่ใครหลายคนหมายปอง เพราะสำหรับคนที่จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ก็เดินทางไปทำงานได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่สำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตประจำวันได้ครบ สำหรับคนที่อยากซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนเพื่อเก็งกำไร ก็เรียกว่าเป็นทำเลที่ได้มูลค่า มีศักยภาพสูง หรือลงทุนเพื่อปล่อยเช่าก็มีความต้องการที่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ ทำให้โอกาสในการปล่อยเช่าเป็นไปได้ง่าย แน่นอนว่าทำเลคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ราคาคอนโดนั้นสูงหรือต่ำ แต่เรื่องนี้ก็อาจจะไม่ถูกเสมอไป ถ้ามองหาคอนโดมือสอง งบไม่เกิน 5 ล้านก็มีอยู่ไม่น้อย วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ขอนำเสนอคอนโดมือสองน่าซื้อ งบ 5 ล้าน ก็ได้ทำเลย่านธุรกิจ มาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง คอนโดโซนสีลม–สาทร ราคาไม่เกิน 5 ล้าน สีลม-สาทรขึ้นชื่อว่าเป็นโซนที่มีออฟฟิศ และบริษัทมากมายทั้งไทย และต่างประเทศ เป็นจุดศูนย์รวมแหล่งคนทำงานที่มากมายหลากหลาย ตั้งแต่เอเยนซี่ บริษัทนานาชาติ ไปจนถึงบริษัททางการเงิน การได้ซื้อคอนโดไม่เกิน 5 ล้าน ย่านสีลม-สาทรอยู่นั่น คงจะดีมากสำหรับคนทำงาน เพราะไม่ต้องใช้เวลาบนถนนนานจนเกินไป มีตัวเลือกด้านการเดินทางอยู่หลายทาง ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง รถตู้ ฯลฯ นอกจากจะทำงานแล้ว จะเดินทางเข้าเมือง หรือออกนอกเมืองไปทางฝั่งพระนครเก่า (ฝั่งธนบุรี) ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในอนาคตก็จะมีส่วนต่อขยายที่ช่วยให้การเดินทางไปนอกเมืองสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วย 1. ทีล สาทร-ตากสิน คอนโดมือสองราคาไม่เกิน 5 ล้าน ที่สร้างขึ้นภายใต้คอลเลคชัน Live with Attitude จากแสนสิริ ภายใต้แนวคิดสร้างสมดุลให้ชีวิต ด้วยชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ สร้างแล้วเสร็จในปี 2555 เป็นคอนโดมือสอง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ บนเนื้อที่โครงการ 2-2-15 ไร่ นอกจากเดินทางสะดวก มีร้านค้าและร้านอาหารตลอดเส้นทางถนนกรุงธนบุรีแล้ว ยังเป็นคอนโดมือสอง แถววงเวียนใหญ่ที่ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาทเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คอนโดโซนอโศก–รัชดา ราคราไม่เกิน 5 ล้าน คอนโด อโศก-รัชดา เป็นคอนโดที่เรียกว่าอยู่ในย่านที่มีคนให้ความสนใจตลอด เพราะเป็นทั้งย่าน CBD และแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ ก็มีออฟฟิศที่หนาแน่นรวมอยู่ด้วยกัน แหล่งร้านค้า สถานบันเทิงก็มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อระว่างใจกลางเมือง ไปยังโซน CBD ใหม่อย่าง รัชดา-พระราม9 ที่มีการขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้า MRT ทำให้การเดินทางไปมาสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งการซื้อคอนโดมือสองโซนอโศก-รัชดานี้จะเพื่ออยู่เองก็เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศ หรือจะลงทุนไว้ให้ลูกหลานหรือเปล่าเช่าก็นับว่าเป็นทำเลศักยภาพสูงเลยทีเดียว สำหรับคอนโดมือสอง ย่านอโศก-รัชดา ที่ราคาอยู่ในงบไม่เกิน 5…

5 วิธีอยู่คอนโดคนเดียวแบบสตรอง เปลี่ยนคอนโดให้น่าอยู่

ฮาวทูอยู่คอนโดคนเดียวอย่างไรให้รอด เคล็ดลับการเปลี่ยนคอนโดให้น่าอยู่ด้วย 5 วิธีรับมือ อยู่คอนโดคนเดียวให้สตรอง 40% ของคนวัยทำงาน หรือ ประมาณ 17 ล้านคนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคนโสด ถ้าคิดจะซื้อคอนโดหรือเช่าคอนโดอยู่คนเดียว ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เทคโนโลยีช่วยให้การใช้ชีวิตคนเดียวในคอนโดเป็นเรื่องง่าย   เคยมีสถิติเกี่ยวกับคนโสดออกมาว่า 40% ของคนวัยทำงาน หรือ ประมาณ 17 ล้านคนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคนโสด โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ต้องบอกเลยว่ามีค่าเฉลี่ยสูงถึง 60% และคนโสดส่วนใหญ่ก็มักเลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ชีวิตตัวคนเดียวได้มากที่สุดอย่าง “คอนโดมิเนียม” ที่อยู่อาศัยที่มอบความสะดวกสบายได้ครบทุกด้าน ทั้งการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนไลฟ์สไตล์ชีวิตในเมือง แต่จะอยู่อย่างไรให้สตรอง แม้จะเกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ หรือจัดการความเหงา คนโสดหรือคนที่อยู่คอนโดคนเดียวควรเตรียมตัวอย่างไรตามพลัสฯ มาดูวิธีรับมือกันเลยครับ 01 อยู่คอนโดคนเดียว เกิดเหตุฉุกเฉิน ป่วยหนัก ทำอย่างไรใครจะช่วย การป้องกันเหตุฉุกเฉินอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับคนที่อยู่คอนโดคนเดียว โดยสิ่งที่จะช่วยได้ดีที่สุดคือ การมีเบอร์โทรศัพท์นิติบุคคลติดโทรศัพท์ไว้ หากสามารถบันทึกไว้ให้เป็นเบอร์โทรฉุกเฉินหรือเซฟเป็น Favorite ได้ยิ่งดี เพราะจะสามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ หรือ หากใครที่มีเพื่อนสนิทอาศัยอยู่บนพื้นที่ใกล้เคียงกันก็ฝากฝังตัวเองไว้กับเพื่อนคนนั้นได้เลย แต่ที่แน่นอนคือนิติบุคคลคอนโดที่ดีจะไม่ทิ้งคุณอย่างแน่นอน และที่สำคัญอย่าปล่อยให้โทรศัพท์อยู่ไกลตัวหรือไปวางลืมไว้ที่ไหน ไม่อย่างนั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่านิติบุคคลหรือเพื่อนรักก็ช่วยคุณไม่ได้ 02 อยู่คอนโดคนเดียว ไฟดับ ท่อตัน ประตูบวม เปลี่ยนหลอดไฟ ให้ใครช่วยซ่อม บางครั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่ไฟดับ น้ำรั่ว ท่อตัน สิ่งแรกที่อยากให้พยายามก่อนเมื่อเกิดเหตุ คือ หาวิธีซ่อมแซมเบื้องต้นด้วยตนเองจากอินเทอร์เน็ต หรืออย่างน้อยเข้าไปศึกษาว่ามีวิธีแก้หรือไม่ แล้วลองแก้ดูถ้าไม่ยากจนเกินไป แต่วิธีนี้ค่อนข้างจะเสี่ยงเพราะถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมาอาจจะเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น หากไม่อยากลงมือเองให้แจ้งนิติบุคคลส่งช่างอาคารขึ้นมาดูเบื้องต้น ช่วยแนะนำช่างซ่อม และประเมินราคาให้ หรือใช้ Application ของโครงการซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เรียกได้ว่ามีแทบทุกโครงการแล้วให้ประสานงานและเรียกช่างภายนอกมาซ่อม เช่น Home Service Application จากโครงการของ แสนสิริ ที่เป็นเหมือนเลขาส่วนตัวคอยแจ้งข่าวสาร ติดต่อนิติฯ แจ้งเตือนพัสดุ แสดงยอดค้างชำระ และ Home Care ระบบแจ้งซ่อมและติดตามผลการซ่อม เป็นต้น 03 อยู่คอนโดคนเดียว อยู่อย่างไรให้ปลอดภัย ความปลอดภัยในการอยู่อาศัยถือเป็นเรื่องหลักสำหรับคนอยู่คอนโดคนเดียว แม้ว่าคุณจะโสดหรือไม่โสดก็ตามต้องระวังมากที่สุด ต่อให้คอนโดของคุณจะเป็นคอนโดน่าอยู่ซักเพียงไหน แต่ถ้าไม่มีความปลอดภัย ก็ไม่น่าเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของเราได้ ดังนั้นโครงการที่เลือกอยู่อาศัยจะต้องเน้นความปลอดภัยระดับหนึ่ง ให้เลือกโครงการที่อยู่ใกล้ชุมชน ตลาด สิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังหาของกินง่าย ตอนกลางคืนภายในโครงการควรมีแสงสว่างเพียงพอตั้งแต่ทางเข้าด้านนอกจนถึงภายในตัวอาคาร ในปัจจุบันคอนโดหลากหลายแห่งก็มี เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านความปลอดภัย ที่ทำให้การใช้ชีวิตในคอนโดปลอดภัยขึ้น เช่น ระบบเข้าออกต้องครอบคลุมทั้งภายนอกและภายใน ระบบ Key Card Access และลิฟท์ล็อคชั้น นอกเหนือจากความปลอดภัยที่จะต้องพึ่งพาโครงการเป็นหลักแล้วตัวผู้อยู่อาศัยเองก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ไว้ใช้ป้องกันตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น ยิ่งหากใครสามารถใช้วิชาศิลปะป้องกันตัวได้อย่างดีแล้วอยู่ที่ไหนก็อุ่นใจ 04 อยู่คอนโดคนเดียว…

casibom