5 วิธีตั้งราคาปล่อยเช่า แบบได้กำไรชัวร์ๆ ตอน2

จากบทความที่แล้ว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ได้นำวิธีการคำนวณหาค่าเช่าด้วยวิธีคำนวณแบบง่ายเพื่อตั้งราคาได้รวดเร็วมาฝากกันนะคะ หากใครสนใจวิธีนี้สามารถย้อนกลับไปอ่านได้เลยค่ะ คลิกอ่าน 5 วิธีตั้งราคาปล่อยเช่า แบบได้กำไรชัวร์ๆ ตอนที่ 1 วิธีคำนวณแบบง่าย ตั้งราคาได้รวดเร็ว ซึ่งในบทความนี้ยังมีอีก 2 วิธีที่สามารถช่วยให้เราคำนวณค่าเช่าแบบแม่นยำมากขึ้น โดยมีการนำเอา Rental Yield เข้ามาประกอบการคำนวณ รวมทั้งคิดครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นหนึ่งในต้นทุนด้วย ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้จะมีวิธีการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนอยู่พอสมควร แต่ก็ไม่ยากจนเกินความสามารถ เพียงแต่อาจจะมีหลายขั้นตอนมากหน่อย ไปติดตามกันได้เลยค่ะ 4. ตั้งราคาแบบเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ซับซ้อน ระดับความแม่นยำ: 4/5 การคำนวณด้วยวิธีนี้อาจมีวิธีคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนแต่ได้ผลที่ค่อนข้างแม่นยำ เพราะเราต้องคำนวณหาผลเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ในพื้นที่นั้นก่อน เพราะแต่ละพื้นที่จะมีอัตราผลตอบแทนที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่จะคิดเป็นเปอร์เซนต์ เพื่อที่เราจะได้นำค่าเฉลี่ยนั้นมาคำนวณหาราคาปล่อยเช่าให้กับห้องของเราได้ ซึ่งเราสามารถคิด คำนวณหา Rental Yield ในพื้นที่นั้นๆ ได้ด้วยตนเอง หรือค้นหาข้อมูลผลตอบแทนการลงทุนจากโครงการได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เมื่อเราได้ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนมาแล้วให้นำมาคูณกับราคามูลค่าโครงการที่ซื้อมา และนำไปหารด้วย 12 เพียงเท่านี้เราก็จะได้ราคาปล่อยเช่าในแต่ละเดือน Example ตัวอย่างการตั้งราคาแบบเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทน (Rental Yield) ต้องการปล่อยเช่าคอนโดย่านพร้อมพงษ์ ห้องชุดที่ต้องการปล่อยเช่าอยู่ย่านอโศก ซื้อมาในราคา 5,500,000 บาท ขนาด 1 ห้องนอน อ่านจากหนังสือพิมพ์พบว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการปล่อยเช่าในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 6% ต้องตั้งราคาค่าเช่าเท่าไหร่จึงจะได้กำไร ขั้นตอนที่ 1 คำนวณหาอัตราผลตอบแทนต่อปี สูตร ราคาห้องชุด x อัตราผลตอบแทน(%) วิธีทำ 5,500,000 x 6% = 330,000 ตอบ ห้องชุดนี้มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 330,000 บาท/ปี ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหาผลตอบแทนต่อเดือน สูตร อัตราผลตอบแทนต่อปี ÷ 12 วิธีทำ 330,000 ÷ 12 = 27,500 คำตอบสุดท้าย ควรตั้งราคาค่าเช่าเริ่มต้นที่ 27,500 บาท/เดือน (สามารถคิดราคาบวก/ลบเพิ่มจากราคาตั้งต้นนี้ หากห้องที่ปล่อยเช่ามีการตกแต่งเพิ่มเติม) 5. ตั้งราคาแบบคำนวณจากต้นทุนทั้งหมด ระดับความยากง่ายในการคำนวณ: ซับซ้อน ระดับความแม่นยำ: 5/5 การเลือกวิธีคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่ซับซ้อนที่สุดจากที่กล่าวมา แต่รับรองได้ว่าหากใช้วิธีนี้คำนวณหาราคาปล่อยเช่าให้กับห้องของเราแล้วจะไม่ขาดทุนแน่นอน เพราะการคำนวณด้วยวิธีนี้เป็นการรวมเอาค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดมาคิดคำนวณ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1. Investment Cost (ต้นทุน) ได้แก่ ราคาซื้อขายจริง, เงินกองทุน…

6 โซนสุขุมวิทกับ 6 ไลฟ์สไตล์ที่ลงตัว

สุขุมวิทเป็นถนนเส้นยาว มีโครงการคอนโดมากมายให้เลือกสรร แต่โซนใดในสุขุมวิทจะตอบโจทย์กับ ไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด วันนี้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีตัวอย่างมาให้ทุกคนได้ลองพิจารณากันครับ พูดถึงคอนโดใจกลางเมือง ใครๆ ก็ต้องนึกถึงคอนโดติดถนนสุขุมวิทเป็นตัวเลือกแรกๆ ถนนสุขุมวิท จะเรียกว่าเส้นเลือดใหญ่ของชาวกรุงก็ว่าได้ เพราะสองข้างทางและในซอยเล็กซอยน้อยเต็มไปด้วยออฟฟิศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างร้าน สิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญมากมายที่มีส่วนในชีวิตประจำวันของผู้คนที่อาศัยในกรุงเทพฯ การคมนาคมก็สะดวกเพราะมีรถไฟฟ้า และชุมสายของรถประจำทาง และการคมนาคมอื่นๆ ให้เลือก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยให้หลายคนอยากมีคอนโดอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิท 1.    อ่อนนุช ชีวิตไม่มีสุดทาง คอนโดโซนอ่อนนุชคือโซนที่อยู่อาศัยยอดนิยมสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของใจกลางสุขุมวิท แต่ก็อยากเดินทางได้สะดวก แม้จะอยู่เกือบชานเมือง เพราะคอนโดย่านอ่อนนุชนี้ เป็นคอนโดที่อยู่แนวรถไฟฟ้า ทำให้เดินทางเข้าเมือง ไปยังย่านออฟฟิศที่อยู่กลางเมืองได้สะดวกมาก หรือถ้าเจอวันหยุดยาวและอยากขับรถไปเที่ยวสมุทรปราการ หรือพัทยา ก็เลี้ยวขึ้นทางด่วนต่อมอเตอร์เวย์ได้ทันที คอนโดย่านอ่อนนุชกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งราคาเช่า-ซื้อก็ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับคอนโดสุขุมวิทโซนอื่นๆ เดินทางสะดวก ประกอบกับคอมมูนิตี้มอล ร้านค้าก็มากขึ้นเรื่อยๆ และโครงการ เดอะ เบส สุขุมวิท 77 เองก็เดินจากสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชเพียง 15 นาที 2.    พระโขนง แหล่งใหม่ของเหล่า ฮิปสเตอร์ ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อย คือย่านพระโขนงที่รวบรวมความเก๋และความชิคไว้ไม่แพ้ใจกลางเมือง นับว่าคอนโดย่านพระโขนงนี้มีความสะดวกไม่แพ้กับใจกลางเมือง เพราะอยู่ติดเส้นรถไฟฟ้า มีถนนเชื่อมไปเส้นลาดพร้าว พระรามสี่ได้ จะเข้าเมืองหรือออกไปชานเมืองก็ไม่ได้ลำบากเช่นเดียวกับคอนโดย่านอ่อนนุช พร้อมมีห้างร้าน คอมมูนิตี้มอลล์รายล้อมครบครัน และร้านกาแฟฮิปๆ ที่ทยอยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ถูกใจสาย café hopping ที่สุด หากคุณคือคนที่รักความสะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง คอนโดย่านพระโขนงคืออีกตัวเลือกหนึ่ง เช่นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71 เพราะนอกจากจะเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสถานีพระโขนงแล้ว คุณยังสามารถเดินไปยังแหล่งรวมคาเฟ่ ร้านค้า ร้านอาหารและตลาดได้อย่างสะดวกอีกด้วย 3.    เอกมัยศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ ใครอยู่คอนโดย่านเอกมัย เรียกได้ว่าอยู่ในแหล่งรวมทุกสิ่งทุกอย่างของชาวสุขุมวิท ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ชิคๆ ร้านอาหารหรูๆ ผับ ห้าง ฟิตเนส โรงหนัง คอนโดย่านเอกมัยมีให้ครบตอบโจทย์ชีวิตตั้งแต่เช้ายันค่ำ ส่วนเรื่องการเดินทางของคนอยู่คอนโดย่านนี้ใกล้ทั้งรถไฟฟ้า หรือไม่อยากเดินก็มีวินมอเตอร์ไซต์พร้อมให้บริการ พาลัดเลาะเข้าทองหล่อและพร้อมพงษ์ก็ไปได้ง่าย รถตู้ รถทัวร์จอดพร้อมที่ขนส่งเอกมัย หรือจะขับรถเชื่อมไปเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราก็สะดวก คนที่ไลฟ์สไตล์ชีวิตไม่หยุดนิ่ง ขอแนะนำให้อยู่คอนโดย่านเอกมัยเลยครับ โดยเฉพาะคอนโดซีล บายแสนสิริ ที่ดีไซน์มาตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของการดำเนินชีวิต ตั้งอยู่ใจกลางย่านเอกมัย ให้คุณใช้ชีวิตในทุกด้านแบบเต็มที่ 4.    ทองหล่อ ชีวิตไม่หยุดนิ่ง ย่านที่ไม่เคยหลับ ทองหล่อ เป็นย่านในฝันของชาวเมือง เป็นทำเลในอุดมคติที่จัดสรร Work and Play ได้อย่างลงตัว เพราะมีทั้งออฟฟิศ ร้านค้าเก๋ๆ ร้านอาหารชื่อดัง ผับบาร์หรู ร้านกาแฟลับที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย Art Gallery ที่จัดกิจกรรมเวิร์คชอป หรือเลือกซื้อและชามงานคราฟก็มีให้เลือกแบบไม่มีวันเบื่อ คนที่อยู่คอนโดในย่านทองหล่อนี้คงพูดได้เต็มปากว่าอยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ สโลว์ไลฟ์ใจกลางกรุงเทพฯ มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ย่านทองหล่อเป็นย่านที่เหมาะมากกับคนที่เสพติดความโมเดิร์น และชอบเฟ้นหาความแปลกใหม่ ถ้าทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณมองหา คอนโด สิริ แอท…

5 ขั้นตอน ปล่อยเช่าคอนโดให้กับชาวต่างชาติ สร้าง Passive Income

เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนเพื่อให้สินทรัพย์ที่มีอยู่งอกเงยขึ้นมา สร้างเป็น Passive Income ให้กับตัวเองยามวัยเกษียณ การปล่อยคอนโดให้เช่าที่มีอยู่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมในหมู่นักลงทุน และหลายคนก็นิยมที่จะเลือกลงทุนปล่อยคอนโดให้เช่าในทำเลที่ Expat หรือชาวต่างชาตินิยมเช่า เพราะคิดว่าจะได้เรทของการปล่อยเช่าที่สูงกว่าเรทของคนไทยด้วยกันเอง  ภาพจากห้องตัวอย่างโครงการ TAKA HAUS แต่ก็ยังมีข้อกำหนดและสิ่งที่คุณต้องรู้ในกรณีที่คุณจะปล่อยคอนโดให้เช่ากับชาวต่างชาติ เพราะเจ้าของห้องจะต้องแจ้งข้อมูลชาวต่างชาติที่เช่าห้องพักให้กับที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานีตำรวจในท้องที่ ซึ่งบุคคลต่างด้าว หรือชาวต่างชาติที่เช่านั้นจะต้อง “ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว” ในช่วงเวลาที่ย้ายเข้าพักอาศัยในคอนโดด้วย รวมถึงเข้ามาประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจภายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า เจ้าของบ้าน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ “ภายใน 24 ชั่วโมง” นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย แต่ถ้าท้องที่นั้นๆ ไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจในท้องที่นั้นๆ สิ่งสำคัญที่ต้องทราบอีกอย่างคือ ชาวต่างชาตินั้นจะต้อง “ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว” ในช่วงเวลาที่ย้ายเข้าพักอาศัยด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีที่เราจะขอหลักฐานการได้รับการอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของทรัพย์สินของเจ้าของห้องเองด้วย ถ้าเจ้าของคอนโดรายใดไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายได้กำหนดให้มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณีธุรกิจโรงแรม ผู้จัดการโรงแรมจำเป็นต้องแจ้งที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน หากไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท สำหรับวิธีการแจ้ง ให้แจ้งตามแบบ ตม. 30 โดยสามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ สถานที่รับแจ้ง หากทรัพย์สินตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ในกรณีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ให้แจ้ง ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในเขตพื้นที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ส่วนวิธีการแจ้ง นอกจากจะแจ้งที่สถานที่ดังกล่าวแล้ว สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ หรือ แจ้งทางอินเทอร์เน็ตผ่าน เว็บไซต์สำนักงานตรวจเข้าเมือง โดยผู้ปล่อยเช่าต้องแจ้งข้อมูลและยื่นเอกสารเกี่ยวกับผู้เช่า (ชาวต่างชาติ) ให้เจ้าหน้าที่นิติบุคคลเก็บไว้เป็นหลักฐานเสมอ ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดที่ 002/2555 ว่าด้วยเรื่อง การใช้ประโยชน์ห้องชุดสำหรับบริการเช่าพักอาศัย ภาพจากห้องตัวอย่างโครงการ THE BASE Garden Rama 9 เอกสารประกอบการเช่าพักอาศัยกรณีปล่อยเช่าให้ชาวต่างชาติ มีดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง และสำเนาใบสำคัญแสดงถิ่นที่อยู่ ของผู้เช่าพักอาศัยและบริวารในห้องชุด 2. สำเนาใบรับการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ที่กองตรวจคนเข้าเมืองรับแจ้งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่นิติบุคคลสามารถตรวจสอบได้กรณีผู้เช่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย 3. กรณีผู้เช่าเป็นบุคคลต่างด้าว จะเข้าพักได้ไม่เกิน 3 คนต่อหนึ่งห้องชุด ทั้งนี้เจ้าของร่วมต้องส่งข้อมูลผู้เช่าที่เป็นปัจจุบันให้ฝ่ายจัดการฯ และเพื่อความสงบปลอดภัยฝ่ายจัดการฯ จะทำการตรวจสอบเป็นประจำทุก 6 เดือนทีนี้เรามาดูกันว่า 5 ขั้นตอนของการปล่อยเช่าให้กับชาวต่างชาติ นั้นมีอะไรกันบ้าง ทั้งตัวเจ้าของห้อง ผู้เช่า และนิติบุคคล มีบทบาทและหน้าที่อย่างไร เจ้าของบ้าน/ห้องชุด 1. ตกลงและสรุปรายละเอียดของสัญญาเช่า…

5 คำถามที่ต้องการคำตอบ ก่อนตกลงใจเช่าห้อง

การทำงานในเมืองใหญ่ ที่ต้องฝ่าฟันชั่วโมงเร่งด่วน ทั้งฝนตก รถติด เสียเวลาไปในแต่ละวันมากมายแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกของคนทำงานในเมือง คือ การเช่าห้องพักอยู่ในเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ การเลือกอพาร์ตเม้นท์ หรือคอนโดซักห้องเพื่อพักอาศัยในช่วงวันทำงานนั้น นอกจากการเลือกห้องที่ใช่ โลเคชั่นที่ใช่แล้ว คำถามต่อมาที่ควรต้องหาคำตอบจากเจ้าของห้อง หรือนายหน้าผู้ดูแลห้องนั้นๆ ก่อนตัดสินใจเช่าห้อง และทำการเซ็นสัญญานั้นมีอะไรบ้าง คำถามแรก คือ สิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่โดยรอบ เช่น ตลาด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารท้องถิ่น หรือสถานีรถไฟใกล้เคียง คำถามที่ 2 กฎระเบียบของการเข้าพักอาศัย เพราะแต่ละที่อาจจะมีกฎระเบียบไม่เหมือนกัน เช่น อนุญาติให้เลี้ยงสัตว์หรือไม่  การใช้ส่วนกลางมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือจำกัดจำนวนแขกของผู้เช่ากี่คน เป็นต้น เพื่อใช้ในการตัดสินใจให้เข้ากับ ไลฟสไตล์ของเรา คำถามที่ 3  รอบการชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และมีบิลค้างชำระจากผู้เช่าเก่าหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นการแบกภาระสำหรับตนเอง รวมถึงค่าส่วนกลางใครเป็นผู้ชำระ คำถามที่ 4 จำนวนที่จอดรถ และค่าที่จอดรถรวมอยู่ในค่าเช่าไหม และหากมีแขกมาเยี่ยม สามารถจอดได้นานแค่ไหน หากเราต้องใช้การเดินทางด้วยรถเป็นหลัก คำถามที่ 5 จำนวนเงินค่าเช่าที่ต้องจ่ายล่วงหน้า และเงินค้ำประกัน จำนวนกี่เดือน รวมไปถึงอัตราค่าปรับหากชำระค่าเช่าล่าช้า เพื่อการบริหารเงินที่ดี หลายคนอาจหลงลืมคำถามเหล่านี้ไป และมารู้คำตอบหลังย้ายเข้ามาพักอาศัยแล้ว ซึ่งอาจจะผิดหวังเพราะมีหลายสิ่งไม่ตรงกับที่เราต้องการ ดังนั้นควรรอบคอบและถามคำถามที่อยู่ในใจให้เคลียทุกข้อสงสัย เพื่อให้เราอยู่อาศัยได้อย่างสบายกาย และสบายใจ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่ 02 688 7555 หรือ คลิกที่นี่ เพื่อค้นหายูนิตฝากขายได้เลยครับ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, Bangkok condo for rent, คอนโดพระราม 4, Property Management บทความที่เกี่ยวข้อง : 3 สิ่งเตรียมพร้อม ก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน 5 นิสัยที่ควรมีถ้าอยากให้บ้านสะอาดอยู่เสมอ 10 วิธีทำความสะอาด ปรับบ้านให้มีแต่โชคดี เตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนขึ้นบ้านใหม่

เจาะลึกพฤติกรรมผู้เช่าชาวญี่ปุ่น

ผู้เช่า “ญี่ปุ่น” สำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดผู้เช่า “ชาวญี่ปุ่น” เป็นกลุ่มเป้าหมาย หลังจากที่ได้ศึกษาทำเลยอดนิยมที่ชาวญี่ปุ่นชอบอยู่อาศัย รวมถึงลักษณะพิเศษเฉพาะตัวหรือคาแรคเตอร์ที่แต่ละชาติมีความชอบและสนใจที่ต่างกันจากบทความ เลือกคอนโดปล่อยเช่ายังไงให้เพอร์เฟคโดนใจชาวต่างชาติ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะได้นำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดปล่อยเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นแนวทางในการตกแต่งห้องให้มีฟังก์ชันถูกใจ ตอบโจทย์ผู้เช่าและปิดดีลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งได้ค่าเช่าในราคาสูงอีกด้วย รูปแบบการอยู่อาศัยของลูกบ้านชาวญี่ปุ่นในโครงการที่พลัสฯ บริหาร มี 2 ประเภท คือ ครอบครัว มีจำนวนสมาชิก 3-4 คน และอาศัยอยู่คนเดียว โดยส่วนมากเป็นพนักงานจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นส่งมาประจำที่เมืองไทยเป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี เมื่อครบกำหนดจะย้ายไปประจำที่ประเทศอื่น (Relocation) ตัวอย่างบริษัท เช่น Toyota, Honda, Daikin และบริษัทในอมตะนคร ห้องพักที่ลูกบ้านญี่ปุ่นนิยมคือประเภท 2-3 ห้องนอนหากอยู่กันเป็นครอบครัว และ 1 ห้องนอนที่มีเฟอร์นิเจอร์ครบสำหรับผู้พักอาศัยคนเดียว โดยสิ่งสำคัญที่คนญี่ปุ่นแทบทุกห้องต้องมีคือ เครื่องทำน้ำร้อน, เครื่องกรองน้ำสำหรับอาบน้ำ และTV สามารถเชื่อมต่อสถานีโทรทัศน์ NHK ได้ สาเหตุที่ลูกบ้านญี่ปุ่นชอบอาศัยอยู่แถวทองหล่อ สุขุมวิท สำหรับคนที่มีงบประมาณ คือห้องมีขนาดใหญ่ เดินทางสะดวกเพราะส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่แถวชลบุรี ระยอง สามารถขึ้นทางด่วนเพื่อออกมอเตอร์เวย์ได้เลย และในย่านดังกล่าวยังถูกใจกลุ่มแม่บ้านชาวญี่ปุ่นด้วย เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นมากทั้งร้านค้าที่นำสินค้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่าย รวมไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบต่างๆ ใกล้ซุปเปอร์มาร์เกตญี่ปุ่น Fuji Supermarket, Tops ห้างสรรพสินค้า Emporium และร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงคอนโดในบริเวณนี้มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สามารถให้ลูกๆ เรียนว่ายน้ำได้ และ หากเจ็บป่วยไม่สบายก็มักจะใช้บริการที่โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท เพราะมีล่ามภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ และที่สำคัญสะดวกสบายในเรื่องระบบการคมนาคมโดยรถไฟฟ้า ระยะเวลาการอยู่อาศัยประเภทเช่าจะเป็นไปตามสัญญาการย้ายมาทำงานประจำ ถ้าระยะยาวคือ 4-5 ปี ระยะสั้น 1 ปี โดยช่วงการเข้าอยู่อาศัยมีทั้งช่วงกลางปี (มิ.ย. – ก.ค. – ส.ค.) และ ปลายปี ขึ้นอยู่กับสัญญา และ ชาวญี่ปุ่นมักจะรักษาความสะอาดห้องเป็นอย่างดี รวมถึงจ่ายค่าเช่าตรงเวลา และจากการสอบถามไปยังฝ่ายจัดการฯ นิติบุคคล โครงการ สิริแอทสุขุมวิท และ บ้านบรรณาวรรณ ที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อัตราการอยู่อาศัยสูงที่สุดในบรรดาผู้เช่าต่างชาติ ถึงความประทับใจที่มีต่อลูกบ้านญี่ปุ่น คือ ลูกบ้านที่มาพักอาศัยมีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี และปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับของการอยู่อาศัยเป็นอย่างดี และลูกบ้านก็ประทับใจการให้บริการและการช่วยเหลือในทุกเรื่องของฝ่ายจัดการฯ เช่นกัน เพราะให้บริการไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการอยู่อาศัย เช่น ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยดูแลลูกๆ ในขณะที่แม่ไปทำธุระ ฯลฯ หาข้อมูลคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่: คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, คอนโดพระราม 4, ระบบรักษาความปลอดภัย, บ้านหรู, คอนโดหรู, คอนโด 2 ห้องนอน, คอนโดอ่อนนุช, บ้านแสนสิริ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขายปล่อยเช่า พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ หากสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการคอนโดที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้จังหวะชีวิตคุณสุดได้ไม่สะดุด สามารถโทรติดต่อขอคำปรึกษาได้ที่

รวบตึงทุกคำถาม ค่าส่วนกลางคอนโด หมู่บ้าน คืออะไร จ่ายแล้วไปไหน

ค่าส่วนกลางคืออะไร เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้นหรือไม่? แล้วจำเป็นต้องจ่ายไหม? ถ้าไม่จ่ายจะเกิดอะไรขึ้น? พลัสฯ รวบตึงคำถามที่หลายคนสงสัยมาไว้ให้แล้ว ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม มีความสำคัญอย่างยิ่งกับผู้พักอาศัยทุกคน เนื่องจากเราเองต้องดำรงชีวิตอยู่กับสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ ไม่ว่าคุณจะซื้อมาในราคาเท่าไหร่ก็ย่อมอยากจะให้โครงการที่เราอยู่อาศัยมีการจัดการที่ดี สภาพแวดล้อมสวยงาม สะอาด ปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย ไปตลอด ดังนั้น เมื่อตัดสินใจ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด แล้ว ย่อมต้องมีค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาแน่นอน เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตได้ตามที่คิดไว้ ค่าส่วนกลางคอนโด ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน คืออะไร? ค่าส่วนกลาง หรือในต่างประเทศจะใช้คำภาษาอังกฤษว่า Maintenance Fee, Common Fee ตามกฎหมายพรบ. นิติบุคคลอาคารชุด คือ เงินค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการส่วนกลางของนิติบุคคลฯ เช่น การบริการ การดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการใช้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงค่าสาธารณูปโภค และการชำระภาษีต่างๆ การคำนวณค่าส่วนกลางคิดอย่างไร ค่าส่วนกลางจะถูกเรียกเก็บกับเจ้าของร่วมทุกคน ไม่ว่าจะเข้ามาอยู่อาศัยหรือใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกหรือไม่ก็ตาม โดยจะคำนวณค่าใช้จ่ายจากขนาดพื้นที่ที่เป็นเจ้าของ หากคุณเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดจะจัดเก็บเป็นอัตรา/ตารางเมตร และ บ้านจำคำนวณพื้นที่เป็นอัตรา/ตารางวา เช่น ค่าส่วนกลางคอนโดมิเนียมขนาดพื้นที่ 34 ตารางเมตร คิดอัตรา 50 บาท/ตารางเมตร ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,400 บาท/ปี ค่าส่วนกลางหมู่บ้านขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา คิดอัตรา 45 บาท/ตารางวา ชำระรายปี จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 24,000 บาท/ปี ในโครงการที่มีจำนวนยูนิตจำนวนมาก ค่าส่วนกลางมักจะราคาไม่สูงเนื่องจากมีจำนวนตัวหารเยอะ ทั้งนี้อัตราการคิดค่าส่วนกลางในแต่ละโครงการ จะขึ้นอยู่กับระดับ Segment ของโครงการนั้นๆ ขนาดพื้นที่ และความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บริษัทบริหารนิติบุคคล นำค่าส่วนกลางไปทำอะไรบ้าง จ่ายแล้วไปไหน? ค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วมในโครงการคอนโด หรือ โครงการหมู่บ้านจัดสรร นั้น นิติบุคคลฯ จะต้องนำมาบริหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าระบบหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้อยู่อาศัย ลดต้นทุนในการบำรุงรักษา ซึ่งนำมาสู่การสร้างมูลค่าให้แก่โครงการได้ สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้ ค่าใช้จ่ายตามสัญญา ในการว่าจ้างพนักงานฝ่ายบริหารอาคารฯ และช่างอาคาร, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ฝ่ายรักษาความสะอาด, งานดูแลสวนหย่อม, งานกำจัดแมลง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสาธารณูโภค ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา, ค่าโทรศัพท์, อินเตอร์เนท ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่นิติบุคคลอาคารชุดฯใช้ประกอบในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน, ซองจดหมาย, แบบฟอร์มใบแจ้งหนี้ใบเสร็จรับเงิน และ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา การจัดซื้อสารเคมีดูแลสภาพน้ำในสระว่ายน้ำ, การเติมน้ำมันระบบปั้มดับเพลิง, ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์/เครื่องจักร, ฯลฯ ทั้งนี้ยิ่งอาคารชุดมีอายุมากขึ้น การเสื่อมสภาพ และการชำรุดของเครื่องจักรต่างๆ…

มารยาทการอยู่ร่วมกันบนตึกสูง ว่าด้วยเรื่องของการใช้ลิฟต์

คนเมืองส่วนใหญ่ในแต่ละวันใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในอาคารสูง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในอาคารออฟฟิศหรือการพักอาศัยในคอนโดฯ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารร่วมกัน การที่จะทำให้คนจำนวนมากใช้งานอาคารได้อย่างดี มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพนั้น ส่วนหนึ่งนอกจากในเรื่องความทันสมัย เทคโนโลยีและความอัจฉริยะของระบบแล้ว ความมีระเบียบหลักเกณฑ์ และมีมารยาทในการใช้งานบริการสิ่งอำนวยความสะดวกก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในสังคมของการใช้ชีวิตร่วมกันในอาคารเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เชื้อ COVID-19 ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรการอยู่อาศัยของคนไปอย่างมาก จนกลายเป็นปรากฏการณ์ New Normal ที่ไม่ว่าใครต้องปรับตัวตาม Plus Property มีแนวทางการใช้ลิฟต์ให้ถูกวิธีเพื่อความสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย ที่มีวิธีปฏิบัติได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. การกดปุ่มเรียกลิฟต์ ควรใช้อุปกรณ์ช่วยกดปุ่มขึ้นหรือลงที่ปุ่มกดหน้าชั้นเพื่อลดการสัมผัส เพียงปุ่มเดียว และครั้งเดียว การกดปุ่มเรียกลิฟต์ซ้ำ หลายๆ ครั้ง ไม่ช่วยให้ลิฟต์มารับได้เร็วขึ้น แต่กลับจะทำ ให้ปุ่มกดเรียกลิฟต์มีอายุการใช้งานสั้นลง นอกจากนี้การกดปุ่มเรียกลิฟต์ทั้ง 2 ปุ่ม (ขึ้น-ลง) จะทำ ให้ลิฟต์ทำงานช้าลง หลังจากกดเรียกลิฟต์เรียบร้อยแล้ว ให้คอยดูหรือฟังสัญญาณเสียงแจ้งว่าลิฟต์วิ่งมารับแล้ว 2. การเข้าในลิฟต์โดยสาร ก่อนที่ผู้โดยสารจะเดินเข้าไปใช้บริการ ควรให้ผู้โดยสารที่อยู่ภายในลิฟต์เดินออกมาก่อนทุกครั้ง เมื่อเข้าไปแล้วควรเดินชิดใน และเข้าใช้บริการไม่เกินจำนวนที่ฝ่ายจัดการฯ กำหนด เพื่อลดความแออัด หากมีสัมภาระควรพิจารณาว่าสามารถเข้าใช้บริการลิฟต์ตัวดังกล่าวได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ให้รอในรอบถัดไป หรือใช้ลิฟต์ตัวอื่น ในกรณีเร่งด่วนสามารถขออนุญาตผู้ใช้บริการร่วมเพื่อขอใช้บริการก่อนได้ 3. การกดปุ่มชั้นจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะไป เมื่อเข้าไปในห้องโดยสารแล้ว กดปุ่มหมายเลขชั้นที่ต้องการจะไป แล้วถอยหลังมายืนด้านในของห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ สามารถเข้าออกจากลิฟต์ได้โดยสะดวก ถ้าต้องการให้ประตูเปิดนานกว่าปกติ ให้กดปุ่ม “Door Open” ค้างไว้ ผู้ที่อยู่ใกล้แผงปุ่มกดลิฟต์ ควรต้องเป็นผู้กดปุ่มให้ประตูเปิดจนกว่าผู้โดยสารท่านอื่นจะเข้า-ออกเรียบร้อย และสอบถามผู้โดยสารในลิฟต์ว่าจะไปชั้นใด เพราะบางครั้งอาจจะไม่สามารถมากดปุ่มเลือกชั้นได้ 4. การขวางประตูลิฟต์ ถ้าประตูลิฟต์เกือบปิดสนิทแล้วขณะที่กำลังจะเข้าลิฟต์ ให้ถอยออกมาแล้วกดปุ่มเรียกลิฟต์ เพื่อเรียกลิฟต์ตัวอื่น การใช้มือ เท้า หรือวัตถุอื่นๆ เช่น ร่ม เพื่อหยุดการปิดประตูของลิฟต์ อาจเป็นสาเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หรือทำให้อุปกรณ์บางอย่างชำรุดเสียหายได้ 5. การสังเกตระดับชั้นก่อนเข้าหรือออกจากห้องโดยสาร ถึงแม้ว่าลิฟต์ในปัจจุบันนี้ถูกออกแบบให้จอดระดับชั้นใกล้เคียงกับระดับพื้นของอาคารมาก แต่อย่างไรก็ตามอาจมีบางครั้งที่ระดับชั้นในการจอดชั้นเพี้ยนไป ดังนั้น อย่าก้าวหรือออกจากลิฟต์ โดยไม่สังเกตระดับพื้นห้องโดยสารก่อน และถ้าหากสังเกตุเห็นระดับชั้นในการจอดของลิฟต์ผิดเพี้ยนไป ควรแจ้งให้ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาเข้ามาทำการดูแลแก้ไขต่อไป 6. การออกจากลิฟต์อย่างถูกต้อง เมื่อลิฟต์จอดเสมอชั้นและประตูเปิดออกแล้ว ควรให้ผู้โดยสารที่ต้องการออกจากลิฟต์และอยู่ใกล้ประตูควรจะออกก่อน โดยไม่ต้องเกี่ยงกันว่าเพศใดหรือวัยใดควรออกก่อนหรือหลัง ถ้าลิฟต์จอดก่อนชั้นที่เราต้องการจะออก ให้เขยิบไปด้านข้าง เพื่อให้ผู้โดยสารท่านอื่นๆ เข้าหรือออกจากลิฟต์ได้รวดเร็วและปลอดภัย 7. การสำรวมกิริยามารยาท เมื่อต้องการใช้งานลิฟต์ ควรให้ผู้ที่ยืนรออยู่ก่อน เด็กและผู้สูงอายุใช้บริการก่อน ไม่ควรทานอาหาร หรือพูดคุยหยอกล้อเสียงดังในขณะใช้บริการลิฟต์ ไม่ทำให้ผู้โดยสารท่านอื่นๆ เสียเวลาโดยการขัดจังหวะการปิดประตูลิฟต์เพื่อพูดคุยกับผู้อยู่นอกลิฟต์ การสูบบุหรี่ที่จะเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ ดังนั้น ควรดับบุหรี่ก่อนเข้าไปในลิฟต์ทุกครั้ง การใช้ลิฟต์ร่วมกันในภาวะฉุกเฉิน  เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น กระแสไฟฟ้าดับ ไฟไหม้ หรืออื่นๆ ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ลิฟต์เป็นเส้นทางหนีไม่ว่ากรณีใดๆ…

7 วิธีจัดห้องเช่าให้ปัง มัดใจผู้เช่าให้ไว

สำหรับนักลงทุนคอนโดที่ ลงทุนซื้อคอนโด เพื่อทำกำไรในการปล่อยเช่าคอนโดนั้น การให้ความสำคัญกับการตกแต่งห้องเช่าให้ดูมีราคา และน่าอยู่อาศัย จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้เช่าอยากอยู่อาศัยและตัดสินใจเช่าได้ง่ายขึ้น เคล็ดลับสำคัญ ที่ทำได้ง่ายๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เช่า ไม่ให้สามารถปฎิเสธได้ ทำได้ด้วยวิธีดังนี้ 1. ทำความสะอาดห้องเพื่อให้ห้องดูใหม่อยู่เสมอ ความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญเมื่อผู้เช่ามาเยี่ยมชมห้องของเราเป็นครั้งแรก ห้องที่ดูสะอาดสะอ้านจะทำให้รู้สึกถึงความน่าอยู่อาศัย ดังนั้นเจ้าของห้องควรเตรียมทำความสะอาดห้องให้ปราศจากฝุ่นและคราบสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหน้าบานกระจกต่างๆ หน้าต่างห้อง รวมถึงกระจกในห้องน้ำ และตู้อาบน้ำ เพราะหากทิ้งคราบอันไม่น่าพึงประสงค์ไว้แล้ว จะทำให้ห้องดูเก่า และขาดการดูแล ไม่น่าอยู่อาศัย ทำความสะอาดให้ห้องดูใหม่อยู่เสมอ เพื่อการปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ง่ายขึ้น 2. จัดเก็บห้องให้เป็นระเบียบ หากการนัดเยี่ยมชม เป็นห้องที่ยังมีผู้พักอาศัยอยู่ หรือเรายังพักอาศัยอยู่ในห้องนั้น แต่ต้องการปล่อยเช่าคอนโดควรทำการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ เก็บสิ่งของไม่จำเป็นเข้าตู้ให้เรียบร้อย จัดเก็บที่นอน พับผ้าห่ม คลุมผ้าคลุมเตียงให้ดูน่านอน รวมถึงล้างจานชามที่อยู่ในครัว และนำขยะมีกลิ่นไปทิ้ง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้องดูน่าอยู่อาศัย 3. ซ่อมแซมห้องให้อยู่ในสภาพดี บ่อยครั้งจุดเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ภายในห้อง ก็สามารถทำให้ผู้เช่าตัดสินใจไม่เช่าห้องได้ เพราะกลัวเกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าพักอาศัย และทำให้ถูกปรับโดยการยึดเงินประกัน อีกหนึ่งความสำคัญที่ควรให้ความสำคัญในการปล่อยเช่าคอนโด คือควรทำการซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ชำรุดให้อยู่ในสภาพดี เช่น ซ่อมโซฟาที่ขาด ทำการเก็บสีบนผนังที่หลุดลอก เปลี่ยนหลอดไฟให้ใช้งานได้ ซ่อมท่อน้ำที่ตัน เพื่อให้ผู้เช่ามั่นใจได้ว่า จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อย้ายเข้ามาพักที่ห้องนี้ 4. กำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ กลิ่น เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสัมผัสแรกที่ดี อีกทั้งช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มมูลค่าให้กับคอนโดปล่อยเช่าได้ การใช้น้ำหอมปรับอากาศ หรือเปิดเครื่องทำอโรม่า โดยใช้กลิ่นธรรมชาติ อ่อนๆ เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นทุ่งหญ้า จะช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่อาศัยมากขึ้น แต่ควรระวังไม่ใช้กลิ่นที่มีความฉุนและกลิ่นแรง เพราะอาจจะทำให้เวียนหัวได้ 5. ถ่ายเทอากาศและอุณหภูมิในห้อง ระหว่างที่เปิดห้องให้ผู้เช่าเข้าชม การถ่ายเทอากาศและอุณหภูมิในห้องเป็นสิ่งสำคัญ หากเราไปในช่วงเวลาที่ลมพัดเย็นสบายๆ ควรเปิดหน้าต่างให้ลมเข้าเพื่อเพิ่มจุดแข็งให้กับห้อง หรือหากเป็นห้องอยู่ในทิศที่แดดส่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เข้าเยี่ยมชม ควรปิดหน้าต่าง ปิดม่าน และเปิดแอร์ให้รู้สึกเย็นสบายไม่รู้สึกอบอ้าว 6. เติมบรรยากาศให้เหมือนห้องตัวอย่าง ห้องที่มีแต่เฟอร์นิเจอร์ ไม่มีการตกแต่ง จะทำให้รู้สึกธรรมดา แต่หากอยากจะมัดใจผู้เช่าให้ได้ไวแล้ว การสร้างบรรยากาศเป็นสิ่งสำคัญ เติมบรรยากาศให้ห้องดูสดใสน่าอยู่ขึ้น ด้วยการจัดวางพร็อพต่างๆ เช่น วางดอกไม้ประดับและนิตยสารเก๋ๆ บนโต๊ะรับแขก วางจานชาม ช้อน ส้อม แก้วน้ำ บนโต๊ะอาหาร ให้เสมือนหนึ่งได้ดูห้องตัวอย่างสวยๆ จากโครงการ นอกจากเพิ่มมูลค่าให้ห้องแล้ว ยังปิดดิลได้เร็วอีกด้วย แต่อย่าลืมบอกคนเช่าว่าของชิ้นไหนสำหรับตกแต่งเท่านั้น เพื่อป้องการเข้าใจผิดในภายหลัง 7. จัดห้องให้เสมือนผู้เช่าได้อยู่จริง การเติมไอเดียให้ผู้เช่าได้จินตนาการว่าตัวเองได้มาอยู่อาศัยในห้องนี้แล้ว จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการตกแต่งห้องให้ดูเสมือนจริง จะช่วยเพิ่มความน่าอยู่มากขึ้น ด้วยการตกแต่งง่ายๆ เช่น ใส่ปลอกหมอน ปูผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ที่เป็นสีพื้น โทนสีเดียวกับห้อง แทนการปล่อยฟูกไว้โล่งๆ…

บริการหลังการขาย เรื่องสำคัญที่ผู้ซื้อคอนโดไม่ควรมองข้าม

บทความประจำคอลัมน์ PropNow โดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ propholic.com โดย คุณอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ   การจะซื้อคอนโดซักห้อง หลายคนมักให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลและความน่าสนใจของตัวโครงการ ทั้งเรื่องดีเวลล็อปเปอร์ผู้พัฒนาโครงการ ทำเลที่ตั้ง รูปแบบห้อง facility ส่วนกลาง หรือความเหมาะสมของราคา ซึ่งนี่ก็เป็นปัจจัยพื้นฐานเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกซื้อคอนโด  แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะมองข้ามไป นั่นก็คือเรื่อง “บริการหลังการขาย (After-Sales Service)” ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะการซื้อคอนโดไม่ใช่เพียงซื้อแล้วจบเลย แต่ยังมีเรื่องของการอยู่อาศัยเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ หรือการขายต่อ-ปล่อยเช่า อีกด้วย ดังนั้นบริการหลังการขายจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่จะซื้อคอนโด ที่ควรนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจด้วย เพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดีหลังการขายและไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ เพื่อการตัดสินใจซื้อที่เหมาะสม คุ้มค่า บริการหลังการขายในมุมผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ผู้ที่ซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง แน่นอนว่าเมื่อเราตัดสินใจซื้อห้องแล้วก็ย่อมอยากได้คอนโดที่อยู่แล้วพึงพอใจ ไม่มีปัญหา สภาพแวดล้อมในโครงการน่าอยู่ แต่คอนโดจัดเป็นที่อยู่อาศัยประเภทที่เป็นเจ้าของร่วมกัน นั่นหมายถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของคนจำนวนมากที่มีพื้นฐานชีวิตที่แตกต่างกัน การจะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขโดยเกิดปัญหาน้อยที่สุดจึงต้องมีการบริหารจัดการ หรือที่เรารู้จักกันในบทบาทของทีมนิติบุคคล ที่ต้องทำหน้าบริหารจัดการภาพรวมในโครงการ ทั้งเรื่องกฎระเบียบการอยู่อาศัยร่วมกัน เรื่องบริหารการเงินในโครงการ เรื่องการดูแลระบบวิศวกรรมอาคารและสภาพพื้นที่ส่วนกลาง รวมทั้งเรื่องกิจกรรมพิเศษต่างๆ ในโครงการหากเราได้คอนโดที่มีบริการบริหารจัดการโครงการที่เป็นมืออาชีพและเข้าใจลูกค้า ก็จะช่วยให้การอยู่อาศัยและใช้ชีวิตในคอนโดเป็นเรื่องง่าย ลดปัญหาเรื่องน่าปวดหัว และยังทำให้เรามีผู้ช่วยที่คอยดูแลรักษาโครงการให้มีสภาพดีและสวยงามน่าอยู่อีกด้วย บริการหลังการขายในมุมนักลงทุน ผู้ซื้อคอนโดเพื่อนำมาลงทุนขายต่อ ปล่อยเช่า ก็คงอยากให้ห้องที่ซื้อมาสามารถทำกำไรได้ มีผู้เช่าอย่างต่อเนื่องในราคาที่คาดหวัง หรือมีผู้ที่อยากซื้อห้องต่อที่ให้ราคาดี ดังนั้นนักลงทุนกลุ่มนี้เมื่อตัดสินใจซื้อคอนโดแล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องการหาลูกค้าหรือปล่อยห้องต่ออีกด้วย บริการตัวแทนด้านการซื้อ-ขาย-เช่า หรือที่เราเรียกกันว่า “เอเจ้นท์” จึงเป็นบริการหลังการขายที่เป็นตัวช่วยสำคัญของนักลงทุน เพราะหากเราได้เอเจ้นท์ที่เป็นมืออาชีพ มีฐานลูกค้าจำนวนมาก รู้จักและรู้ใจลูกค้า ก็ย่อมช่วยให้เราสามารถปล่อยคอนโดได้ง่ายขึ้น และเรายังได้ผู้ที่เป็นตัวแทนมาช่วยจัดการขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย อย่างที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ก็มีธุรกิจที่เป็นบริการหลังการขาย ทั้งด้านการอยู่อาศัยที่มีบริการ Living Management ที่เป็นมากกว่านิติบุคคล แต่ดูแลครบทุกมิติของการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้านการอยู่อาศัยร่วมกัน ด้านความปลอดภัยในโครงการ การดูแลโครงการให้อยู่ในสภาพดีไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ด้านการดูแลซ่อมบำรุงระบบวิศวกรรมอาคาร รวมถึงการจัดกิจกรรมสำหรับลูกบ้านที่ตอบโจทย์ทุกความหลากหลาย และยังมีธุรกิจที่ให้บริการด้านที่ปรึกษาตัวแทนอสังหาฯ เป็น Sales Mate ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า ที่ช่วยดูแลการลงทุนในคอนโด ให้คำแนะนำการลงทุนเชิงลึกและช่วยหาลูกค้าที่ตอบโจทย์ เพื่อให้การลงทุนในคอนโดเป็นเรื่องง่ายขึ้นเพราะการซื้อคอนโดเป็นการเลือกสินทรัพย์ก้อนใหญ่ที่จะมีข้อผูกมัดกับผู้ซื้อในระยะยาว บริการหลังการขาย จึงมิใช่เพียงเรื่องสำคัญที่มาหลังขั้นตอนการขายเท่านั้น แต่หากผู้ซื้อนำประเด็นนี้มาพิจารณาประกอบการเลือกซื้อคอนโดด้วยแต่ต้น ก็จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบด้านและได้ผลประโยชน์ครอบคลุมในระยะยาวมากยิ่งขึ้น   บทความที่เกี่ยวข้อง เศรษฐกิจซบแต่ทำไมตลาดเช่าที่อยู่อาศัยยังโต การเลือกซื้อคอนโดฯ ที่ใช่ กับ โครงการที่มีนิติฯ ดี แบบไหนหายากกว่ากัน วิกฤตโควิด-19 อย่ามองข้ามความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ครบวงจร ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ บริหารงานนิติบุคคลคอนโด หมู่บ้าน อาคารสถานที่ ที่ปรึกษางานขายโครงการ และตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง ด้วยทีมงานระดับคุณภาพกับประสบการณ์ที่มากกว่า 20 ปี เติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 688 7555 หรือ plus.co.th/contactus ค้นหาบริการเพิ่มเติม: บริหารงานนิติบุคคลคอนโด, บริหารอาคารสถานที่, ที่ปรึกษางานขายโครงการ, ตัวแทนซื้อ ขาย เช่า คอนโดมือสอง , LIV-24…

รีวิว T77 น่าอยู่จริงไหม

T77 น่าอยู่จริงไหม? – ฟังจากปากลูกบ้านตัวจริง (รีวิวแบบละเอียดยิบ) หลายคนอาจจะสงสัยว่า T77 มันน่าอยู่จริงไหม? อยู่จริงจะเป็นอย่างไร? วันนี้ผมจะขอพามารีวิวแบบละเอียดยิบในฐานะลูกบ้านคนนึงที่อยู่ใน T77 และความคิดเห็นจากเพื่อนบ้านอีก 2 ท่าน ให้ได้รู้ข้อเท็จจริง ข้อดี ข้อเสีย กันแบบตรงๆ ไม่มีหมกเม็ดหรือขายฝันครับ ทำเล แม้ว่าแสนสิริจะพยายามโปรโมตว่ามันคือ อ่อนนุช (เพราะทางเข้าด้านอ่อนนุชนั้นดูดีงามกว่า) แต่จริงๆ แล้ว T77 นั้นสามารถเข้าออกได้ 2 ทางครับ การเดินทาง จากประสบการณ์อยู่จริงแล้ว ผมและเพื่อนๆ อีก 2 ท่านดูเหมือนจะชอบฝั่งพระโขนงมากกว่าสำหรับการเดินทางด้วย BTS โดยหากออกไปทางอ่อนนุชนั้น โครงการที่ผมอยู่จะมีบริการรถกอล์ฟ ไปส่งถึงแค่ปากทางใกล้ๆ The Base Sukhumvit 77 เท่านั้น หากท่านใดขยันเดินต่อไปขึ้น BTS ก็สามารถเดินได้ประมาณ 700 เมตร แต่ปัจจุบันทางโครงการ T77 มีรถ Shuttle Bus ให้บริการแล้ว รับ-ส่ง จากโครงการไปยังสถานี BTS อ่อนนุช และ BTS พระโขนง ก็สะดวกดีครับ หรือหากจะใช้บริการพี่วิน ก็จะมีบริการอยู่หน้าคอนโด The Base Sukhumvit 77 ก็มีค่าบริการ 20 บาท สำหรับทางออกฝั่งพระโขนงนั้น วินอยู่หน้าทางออกโครงการเลย อีกทางเลือกคือ Grab Bike โดยจากประสบการณ์ส่วนตัวเป็นดังนี้ Grab Bike ราคาจากหน้าโครงการไป BTS อยู่ที่ 25 บาท แต่มีปริมาณรถให้บริการมากกว่ามากๆ และประทับใจกว่ามากครับ สำหรับขากลับนั้น หากท่านมาลงสถานีอ่อนนุชเพื่อใช้บริการพี่วินหน้า Tesco Lotus กลับเข้าโครงการ ราคา 35 บาท แต่ก็สามารถใช้บริการทางเลือกอย่าง Grab Bike ได้ตามที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ครับ หากท่านเลือกที่จะเดินก็สามารถเดิน ผ่านทางด้านหลัง Big C ซึ่งมีอาหารสำเร็จขายมากมาย แต่ข้อดีสถานีอ่อนนุชคือ มี supermarket ให้เลือกซื้อของได้ทั้ง Tesco Lotus และ Big C โดยใน Tesco Lotus นั้นก็มี Food court ขนาดใหญ่ไว้รองรับผู้คนในย่านนี้อีกด้วย…

casibom