“ให้ธรรมชาติเยียวยา” ทำไมมนุษย์ยังโหยหาพื้นที่สีเขียวในที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองกรุง?

ในขณะที่เรากำลังนั่งทำงาน Work from home อยู่กับบ้าน หรือใครที่เริ่มไปทำงานที่ออฟฟิศบ้างแล้ว ก็ต้องเจอกับแสงนีออนและแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นประจำ “พื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติ” ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถหลุดพ้นจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ได้ เรียกได้ว่ามนุษย์นั้นมักจะโหยหาสิ่งที่เรียกว่าสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ให้กับตัวเองอยู่เสมอจนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเมื่อเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการต้องล็อกดาวน์อยู่กับบ้านโดยที่ไม่ได้ออกไปไหนในช่วงปีที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้เราต่างก็โหยหาความต้องการพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติยิ่งกว่าที่คิด ซึ่งแม้การพยายามพาตัวเองออกเดินทางไปท่องเที่ยวจะช่วยได้บ้าง แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ใกล้ๆ ตัว แม้จะอยู่ท่ามกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความเจริญก็ตาม ประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติส่งผลดีกับคนอย่างเราในแง่มุมไหนบ้าง? ถ้าจะถามว่าธรรมชาติส่งผลยังไงกับคนเมืองอย่างเราๆ ในแง่ของการศึกษาวิจัยทางวิชาการแล้ว Edward Osborne Wilson นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้ให้คำนิยามของมนุษย์ว่า เราทุกคนต่างก็มีความเป็น “Biophilia” ซึ่งก็คือสัญชาติญาณความต้องการในการใฝ่หาชีวภาพให้กับชีวิต ซึ่งเจ้าสัญชาติญาณนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์อย่างเรามักจะรู้สึกสดชื่น เบิกบานใจราวกับได้ทุกปลดปล่อยทุกครั้งเมื่อได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ หากเราสลับมุมมองมาดูในแง่ทางวิทยาศาสตร์บ้าง ก็อย่างที่รู้กันว่า ประโยชน์ของต้นไม้ ธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียวนั้น ก็คือความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากต้นไม้จะคอยช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งจะได้ผลลัพธ์เป็นการปลดปล่อยก๊าซออกซิเจน (O2) ซึ่งจำเป็นต่อการหายใจของเราออกมา ยังไม่รวมถึงคุณสมบัติของต้นไม้ ที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่เมืองโดยรอบได้จากร่มเงา และการดูดซับเพื่อคายความชื้นออกมา และอีกประเด็นที่สำคัญก็คือ ถ้าเรามองในแง่ของจิตวิทยาแล้ว ประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวที่ส่งผลต่อคนเมืองอย่างเรานั้น ก็คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการรับรู้สี และสีเขียวของต้นไม้เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสบายตา ไม่ดูร้อนแรง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มประโยชน์ให้กับพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง พื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติ ส่งผลต่อชีวิตคนเมืองของเรายังไงบ้าง? สำหรับเมืองหลวงที่มีประชากรอยู่กันหนาแน่นนั้น นักวิชาการได้มีการกำหนดดัชนีชี้วัดความอยู่ดีมีสุขของประชากร (Well-being indicator) ขึ้นมา ซึ่งการที่ดัชนีนี้จะเพิ่มขึ้นได้นั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญก็คือ เมืองแห่งนั้นจะต้องมี “พื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติ” ที่มีคุณภาพ ในปริมาณที่เหมาะสม ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งที่อยู่อาศัย ทั้งยังต้องเดินทางสะดวกไปพร้อมกัน ข้อดีของพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติที่ส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยในสังคมเมือง พื้นที่สีเขียวส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัย ต้นไม้และพืชที่มีเพียงพอ จะช่วยลดอุณหภูมิของเมืองลงได้ ทั้งยังลดมลภาวะทางเสียงได้ หากมีพืชที่หนาแน่นเพียงพอ ช่วยลดมลพิษทางอากาศ อันเกิดจากการสะสมของฝุ่นควันในเมือง ช่วยสร้างระบบนิเวศที่ดี จากการเข้ามาอยู่อาศัยของนก ปลา แมลง และสัตว์อื่นๆ ต้นไม้ขนาดใหญ่จะช่วยป้องกันการกัดเซาะพังทลายของดินได้ สามารถช่วยปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียได้ในระดับหนึ่ง เป็นพื้นที่ ที่เป็นแหล่งเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน สามารถทำกิจกรรมร่วมกัน และสัมผัสกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องลำบาก เป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมาออกกำลัง ขยับร่างกายได้มากขึ้น เป็นการส่งเสริมการมีสุขภาพดีของคนเมืองในทางอ้อมได้ แต่ก็อย่างที่เรารู้กันว่า พื้นที่สีเขียวในเมืองนั้นเป็นของหายาก โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มูลค่าของที่ดินมีการเติบโตอยู่ในทุกๆ ปี ทำให้โอกาสที่คนทั่วไปจะได้สัมผัสกับพื้นที่สีเขียวที่ได้คุณภาพในเมืองนั้นจึงมีน้อยตามไปด้วยนั่นเอง พื้นที่สีเขียวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” มีที่ไหนบ้าง?  แต่อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และโหยหาพื้นที่สีเขียวนั้น ก็ไม่ถือว่าไร้โอกาสจนเกินไปนัก เนื่องจากทางรัฐบาลเองก็ได้เล็งเห็นความสำคัญ และส่งเสริม รวมถึงดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวขึ้นภายในเมืองอย่างต่อเนื่อง (แม้จะมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร) โดย จากข้อมูลการจัดอันดับของ Tripadvisor ได้ระบุว่า สวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่สีเขียวซึ่งเปรียบเสมือนกับปอดของคนกรุง ที่ได้รับความนิยมที่สุด มีดังนี้ สวนลุมพินี (สีลม)  ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตปทุมวัน จุดเด่นของสวนลุมพินีนั้น ก็คือความสะดวกสบายในการเดินทาง รวมถึงความร่มรื่นที่มาพร้อมสระน้ำขนาดใหญ่ สามารถเดินทางได้ง่ายๆ…

บริษัท PROPERTY MANAGEMENT บริหารจัดการคอนโดอย่างไร ให้คงความสวยงาม ปลอดภัย เพิ่มมูลค่า

การดูแลซ่อมแซมด้านกายภาพ และระบบของโครงการ เป็นหนึ่งในหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้บริหารอาคารนิติบุุคคลอาคารชุด หรือบริษัท Property Management ที่ต้องบำรุงรักษาสภาพโครงการ เสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มมูลค่าให้แก่โครงการที่พักอาศัย เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีให้แก่ลูกบ้าน การว่าจ้างบริษัทบริหารงานนิติบุคคล หรือ บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Property Management เพื่อเข้ามาดูแลโครงการที่พักอาศัย ควรต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายๆ ด้านทั้งทางด้านงานบริการ การบริหารจัดการพื้นที่ภายในโครงการ ระบบวิศวกรรมอาคาร ภูมิทัศน์ การบริหารงบประมาณ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ บริษัทบริหารอาคารที่มีประสบการณ์ มักจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยวางกลยุทธ์ จัดการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบศักยภาพโครงการให้อยู่เสมอ จะสามารถจัดการรายละเอียดการบริหารโครงการได้อย่างเป็นมืออาชีพ เปลี่ยนความกังวลให้เป็นความสบายใจด้วยทีมงานบริหารอาคารมืออาชีพ กับระบบงานที่ตรวจสอบได้จาก Plus Living Management พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Property Management อันดับต้นๆ ในประเทศไทย มาพร้อมทีมสนับสนุนส่วนกลางมืออาชีพในทุกด้านของการบริหารอาคารตั้งแต่ต้นจนจบ มีระบบงานที่ถูกออกแบบมาให้ควบคุมการทำงานเชิงรุก ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ทำให้ภาพลักษณ์โครงการสวยงาม ระบบต่างๆ พร้อมใช้งาน งานบริหารโครงการเป็นไปตามแผน สร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดี ด้วยทีมงานที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน ทำงานด้วยใจ พร้อมนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ในการบริหารอาคาร และการอยู่อาศัยในทุกรูปแบบ ด้วยบทพิสูจน์กว่า 300 โครงการที่โครงการชั้นนำมั่นใจ พร้อมเลือกใช้บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลคอนโด กับพลัส พร็อพเพอร์ตี้ คลิกที่นี่ เพื่อปรึกษางานบริหารอาคารที่ครอบคลุมทุกมิติการอยู่อาศัย มั่นใจยิ่งขึ้นกับทีมสนับสนุนส่วนกลางจาก Plus Living Management   ทีมสนับสนุนส่วนกลางจากพลัสฯ เป็นทีมที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินงานให้ฝ่ายจัดการโครงการครอบคลุมในทุกด้านของการบริหารอาคาร เพื่อให้งานบริหารโครงการเป็นไปตามแผน ตรวจสอบได้ และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีของทุกโครงการภายใต้การดูแลจากพลัส พร็อพเพอร์ตี้ Set Up Team หัวใจหลักของการรับมอบงาน คือ ถูกต้อง ครบถ้วน ไร้รอยต่อ พลัสฯ มีฝ่ายปฏิบัติการ Set up โดยเฉพาะ มีหน้าที่ช่วยให้การรับมอบงานครบถ้วน ฝ่ายจัดการฯ ประจำโครงการพร้อมปฏิบัติงานอย่างราบรื่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ทันที โดยไม่รู้สึกติดขัด Engineering & Maintenance Support Team ระบบวิศวกรรมในอาคาร และที่พักอาศัยต้อง ปลอดภัย และ พร้อมใช้งาน พลัสฯ มีฝ่ายวิศวกรรม และงานซ่อมบำรุง ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง ทุกแง่มุมด้านงานระบบวิศวกรรมอาคาร ทั้งตรวจสอบ วางแผน และดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้ระบบต่างๆ ภายในอาคารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ Organization and Quality Management Team ตรวจสอบ พัฒนา แก้ไข บริการ…

ไขข้อข้องใจ ซื้อคอนโดยุคนี้ ควรมีอะไรบ้าง? ถึงเรียกได้ว่าคุ้มค่า

ในวันที่อสังหาฯ เติบโตต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาที่อยู่อาศัยสักแห่ง แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคอนโดที่เราเลือกนั้นดีและเหมาะสมกับเราจริง โดยเฉพาะในเวลาที่สถานการณ์ไม่แน่นอน ทุกเม็ดเงินที่เสียไปจึงต้องทำให้เรามั่นใจได้ว่าคุ้มค่า วันนี้พลัสฯ จะพาไปไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กันว่า…มีอะไรที่เราต้องคำนึงบ้าง เมื่อเป็นเรื่องของการซื้อคอนโดในปี 2021 นี้ ทำเลยังเป็นทุกอย่างหรือไม่? ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม สิ่งแรกที่เรามักนึกถึง คือเรื่องของทำเล ที่มักเป็นตัวชี้วัดถึงมูลค่าเบื้องต้นของโครงการ และเป็นจุดขายอันดับต้นๆ ที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มักนำมาชู ด้วยการเติบโตของรถไฟฟ้าและการขยายของตัวเมือง ทำให้ทำเลเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของรถไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี ทำให้โครงการอยู่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า หรือใจกลางย่านสำคัญ (Prime Area) สามารถทำราคาได้สูง เพราะส่งผลให้ราคาในการปล่อยเช่า และเก็งกำไรขายต่อในอนาคตสูงตามราคาที่ดินไปด้วย Quattro by Sansiri | หนึ่งในโครงการใจกลางทองหล่อที่เคยสร้างปรากฎการณ์ Sold Out ในเวลาอันสั้น และมูลค่าถีบตัวขึ้นจากราคาเปิดตัว จากทำเลใจกลางทองหล่อ คุณภาพของการพัฒนาโครงการของแสนสิริ และการดูแลของ Plus Property อย่างไรก็ตาม การอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือทำเลที่ติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟฟ้าเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีข้อด้อยในด้านความวุ่นวาย และความเป็นส่วนตัว และในปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยมีความหลากหลายมากขึ้น และให้ความสำคัญในมุมอื่นๆ มากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากต้องแลกกับการอยู่อาศัยที่ทิ้งห่างออกไปจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้ามากขึ้น แต่ได้มาด้วยความเป็นส่วนตัว หรือบริเวณที่พักอาศัยที่สามารถตัดขาดจากความวุ่นวายได้ ก็ถือได้ว่ามีความคุ้มค่าสำหรับผู้อยู่อาศัยบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าชาวต่างชาติ ที่เทรนด์เริ่มมีการเปลี่ยนจากการเช่าอาศัยบริเวณสุขุมวิทตอนต้นหรือตอนกลางเส้นหลัก ไปอยู่ที่บริเวณสุขุมวิทตอนปลาย เพื่อที่นอกจากจะได้ในราคาถูกกว่า ยังลดความหนาแน่นของผู้คน หรือไปอยู่ในโครงการที่มีความเป็นชุมชนมากขึ้น  kawa HAUS | คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทที่กำลังมาแรงในหมู่ชาวไทยและต่างชาติ ด้วยจุดเด่นที่ให้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวที่พักตากอากาศ ทำเลที่ห่างไกลความวุ่นวายของเมือง และความสะดวกที่ครบครันของชุมชน T77 จุดนี้เองที่ทำให้หลายโครงการในปัจจุบัน ที่แม้ไม่ได้อยู่ในทำเลเส้นหลักที่ใกล้รถไฟฟ้า หรือย่านธุรกิจ แต่ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งในเรื่องของส่วนกลาง และจุดดึงดูดของย่านที่ตั้งของโครงการ ที่นับได้ว่าเป็นมูลค่าที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน มายาคติ อยู่คอนโดได้ไม่เหมือนอยู่บ้าน  ด้วยภาพจำในอดีตของการอยู่อาศัยในตึกแถวและมีพื้นที่จำกัด ทำให้หลายคนมักนึกถึงประสบการณ์การอยู่คอนโดว่าคับแคบ อึดอัด และขาดความเป็นชุมชน เพราะมองว่าการอาศัยอยู่ในเมืองนั้นไม่ปลอดภัย โดยอาจจะไม่ทันได้นึกไปว่า สำหรับโครงการคอนโดจากผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่น่าเชื่อถือนั้น ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ และเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้หลายคนหันมาอยู่คอนโดกันมากขึ้นในปัจจุบัน เสน่ห์ของการอยู่หมู่บ้าน คือสวนส่วนกลางและพื้นที่ แต่สำหรับคอนโดในโครงการ T77 มีพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่ให้บรรยากาศที่สงบเหมือนอยู่ในหมู่บ้าน จึงมีบรรยากาศที่ไม่ต่างจากอยู่บ้านตามไปด้วย บรรยากาศของการอยู่คอนโดที่เป็นชุมชนและมีความน่าอยู่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับหลายโครงการในยุคนี้ เพราะทีมบริหารโครงการในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดูแลความเรียบร้อยภายในอาคารเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยที่ดี ผ่านการดูแลที่ใส่ใจเหมือนคนในครอบครัว การจัดกิจกรรมต่างๆ จนถึงการปลูกผักเพื่อนำผลผลิตมาแบ่งปันสู่ลูกบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนประกอบสร้างให้การอยู่อาศัยในคอนโดไม่น่าเบื่อ และนับเป็นสิ่งที่ทีมงาน Plus Living Management ได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด จนเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้การอยู่อาศัยภายในการดูแลของ Plus Property มีความแตกต่างและน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยในทำเลแบบไหนก็ตาม Supply ที่ล้นตลาด ในเวลานี้ จะรู้ได้อย่างไรว่าคอนโดที่เราเลือก จะใช่เราจริงๆ? แม้ว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19…

9 วิธีเขียนสัญญาเช่าบ้านและคอนโดให้รัดกุม พร้อมตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี

เมื่อจะปล่อยเช่าคอนโด ปล่อยเช่าบ้าน สักห้องการมีสัญญาเช่าที่ดี ชัดเจนและรัดกุม เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามมา ดังนั้นเจ้าของควรเขียนสัญญาเช่าให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ติดตามได้ที่นี่ สัญญาเช่า หรือ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Lease agreement, Rental agreement เป็นสัญญาที่ผู้เป็นเจ้าของให้ผู้เช่าได้ใช้สินทรัพย์ของตน เช่น การเช่าที่ดิน การเช่าคอนโดอาคารชุด การเช่าบ้าน สัญญาเช่าเป็นสัญญาทางกฎหมายและบังคับใช้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายใต้เงื่อนไขกฎของสัญญา สัญญาเช่าแบบเฉพาะเจาะจง อาจจะมีคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงในเรื่องนั้นๆ ขึ้นอยู่กับชนิด และประเภทของสัญญาเช่าที่คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายได้กระทำขึ้น สำหรับผู้ที่ชอบการสร้างรายได้ในระยะยาว แน่นอนว่าการปล่อยเช่าคอนโด เช่าบ้าน เป็นรูปแบบการลงทุนที่ตอบโจทย์และยังมีรายรับจากค่าเช่านำไปช่วยผ่อนชำระ ลดภาระค่าใช้จ่าย และในระยะยาวที่หมดภาระเงินกู้ยืมแล้วก็ถือเป็น Passive Income ที่เป็นรายได้ต่อเนื่องอีกทางหนึ่งด้วย สมัยก่อนเราเรียกว่าการลงทุนแบบเก็บค่าเช่านี้เป็นการลงทุนแบบเสือนอนกิน แต่ปัจจุบันจะเป็นเสือนอนกินอย่างเดียวอาจไม่สำเร็จ เนื่องจากปัจจุบันผู้เช่าเองก็ศึกษาหาความรู้ มีการเปรียบเทียบข้อมูล ฉะนั้น นักลงทุนควรศึกษาตลาดและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแบบเจาะลึก เพื่อให้ได้กำไรและผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และยังต้องตั้งรับปัญหาและเหตุการณ์ต่างๆ ไว้อย่างรัดกุมหลังจากปล่อยเช่าไปแล้ว เพราะก็มีบางกรณีที่ผู้เช่าอาจไม่น่ารักทุกราย ดังนั้นการมีสัญญาเช่าที่ดี เป็นสัญญาเช่าที่รัดกุม และเป็นสัญญาเช่าที่รักษาผลประโยชน์ให้ทั้งฝั่งผู้เช่า และผู้ให้เช่า จะเป็นตัวช่วยสำคัญของการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นได้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะเป็น ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ (Brokerage Service) ซื้อ ขาย เช่า จากทีมงานมืออาชีพ ที่ช่วยดูแลทั้งผู้เช่า เจ้าของ ครบ จบ ทุกขั้นตอน ขอแบ่งปันฮาวทู 9 วิธีการเขียนสัญญาเช่าบ้าน และสัญญาเช่าคอนโดให้รัดกุมมาบอกกัน เตรียมจดและทำตามกันได้เลย 1. ระบุรายละเอียดการจัดทำสัญญาเช่า ต้องมีการระบุวันที่ และสถานที่ในการจัดทำสัญญาเช่า เพราะหากไม่มีการระบุวันที่เริ่มต้นสัญญาเช่าก็จะถือว่าไม่มีผลบังคับใช้ และถือเป็นโมฆะ 2. ระบุรายละเอียดของผู้เช่า และผู้ให้เช่า ต้องระบุข้อมูลของผู้เช่า และผู้ให้เช่า ให้ชัดเจน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชน และจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของคู่สัญญาในสัญญาเช่าฉบับนี้ด้วย 3. ระบุรายละเอียดของสินทรัพย์ที่ให้เช่า จำเป็นต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเป็นสินทรัพย์แบบใด เลขที่ตั้ง เลขที่บ้าน เนื้อที่ นอกจากนี้หากเป็นการให้เช่าพร้อมข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็จำเป็นจะต้องระบุในครบถ้วนเช่นกัน 4. รายละเอียดระยะเวลาการเช่า กำหนดระยะเวลาการเช่าให้ชัดเจนว่าสามารถเข้าอยู่อาศัยได้เป็นระยะเวลานานเท่าใด และจะมีการแจ้งต่อสัญญาล่วงหน้าเมื่อใด รวมทั้งการแจ้งยกเลิกการเช่าที่ต้องแจ้งล่วงหน้าให้กับผู้เช่าด้วย 5. ราคาค่าเช่า เงินประกัน เงื่อนไขการจ่ายค่าเช่า และวิธีการชำระค่าเช่า จำเป็นจะต้องแจ้งราคาค่าเช่าของสินทรัพย์ กำหนดวันชำระค่าเช่า และวิธีการชำระให้แน่ชัด หากมีการชำระเงินแบบมัดจำ หรือการชำระค่าเช่าล่วงหน้า ก็จะต้องระบุวันที่ในการชำระส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน รวมถึงระบุเงินประกันความเสียหายสำหรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น คีย์การ์ดหาย กุญแจหาย ห้องชำรุดเสียหาย บิลค่าใช้จ่ายต่างๆ 6. เงื่อนไขและรายละเอียดอื่นๆ ตามตกลง อาจมีการตกลงกันระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าที่ห้ามนำไปให้บุคคลอื่นเช่าต่อในระยะเวลาสัญญาเพื่อป้องกันการนำสินทรัพย์ไปเช่าช่วง…

วิธีดูแลสนามหญ้าหน้าบ้านให้เขียวขจี พร้อมตัวอย่างพันธุ์หญ้าแต่ละชนิด

การปลูกหญ้าในบริเวณบ้านนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับส่วนของบ้านแล้ว ยังทำให้บรรยากาศภายในบ้านสดชื่น สบายตา รู้สึกผ่อนคลายและทำให้ได้รู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ในบทความนี้จะยกตัวอย่างพันธุ์หญ้าที่นิยมนำมาปลูกภายในบ้าน และวิธีบำรุงรักษาหญ้าให้เขียวขจีเสมอ ติดตามได้ที่นี่ การปลูกหญ้าเป็นแผ่นๆ ในบ้านที่มีพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวมีหลากหลายวิธีทั้งการปูหญ้าจริง หรือการใช้หญ้าเทียมที่นำมาปูบนพื้นคอนกรีต โดนส่วนมากแล้วการใช้หญ้าจริงจะให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่การนำหญ้าจริงมาปลูกนั้นก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลรักษาด้วย เพราะหญ้าก็ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ต้องการการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ตัดแต่ง เพื่อให้คงความสวยงาม และช่วยสร้างบรรยากาศให้กับสวนสวยๆ ของคุณได้ รู้จักพันธุ์หญ้าแต่ละชนิดที่นิยมนำมาใช้ปลูก พร้อมวิธีดูแล หญ้านวลน้อย (Manila Grass) จัดเป็นหญ้าพื้นเมืองของไทยที่นิยมปลูกมากตามลานหน้าบ้าน แปลงจัดสวน สนามกีฬา สนามกอล์ฟ เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในการทำสนามหญ้าทั้งภายในบ้าน สวนสาธารณะ สนามกีฬา ทางเดิน และสนามหญ้าทั่วไป หญ้านวลน้อย เป็นหญ้าที่เติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิดทั้งดินเหนียว ดินทราย เหมาะกับการปลูกไว้ในบริเวณกลางแจ้งแสงแดดจ้าเท่านั้น หากเป็นพื้นที่ร่ม หญ้านวลน้อยจะไม่เติบโตและค่อย ๆ เหลืองตาย สามารถอยู่ในสภาพแห้งแล้งได้ดี และทนต่อสภาพน้ำขังได้บ้าง รวมถึงเติบโตเร็ว และสามารถขยายไหลเป็นแผ่นที่ครอบคลุมหน้าดินได้เร็ว คุณสมบัติหญ้านวลน้อย ลำต้น และใบยืดหยุ่นตัวได้ดี ทนต่อสภาพการเหยียบย่ำ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียบย่ำของคน รถยนต์ หรือวัสดุต่างๆ เวลาเดินเหยียบจะรู้สึกนุ่มเท้า ลำต้น และใบอ่อนนุ่ม ไม่หยาบกร้าน แม้นอนทับจะไม่ค่อยระคายผิวหรือทำให้เกิดอาการคัน ลำต้นไม่ขึ้นสูง และตัดตกแต่งได้ง่าย แลดูคล้ายพรมหลังการตัดแต่ง ลำต้นแตกกอคลุมหน้าดินได้รวดเร็ว ทนต่อสภาพอากาศร้อน และทนต่อสภาพแห้งแล้งได้เล็กน้อย ทนต่อสภาพน้ำขังได้บ้าง เติบโตได้ดีเกือบทุกสภาพดิน ทั้งดินเหนียว ดินทราย ทนต่อดินเปรี้ยวได้ดี ทนต่อดินเค็มได้ดี เพราะใบมีต่อม salt gland ที่สามารถกักเก็บ และขับโซเดียม และคลอรีนออกจากได้ ไม่มีโรค และแมลงกัดกิน ข้อควรระวังของหญ้านวลน้อย ในช่วงแล้งที่มีสภาพอากาศร้อน ไม่มีฝนตก หากหญ้านวลน้อยขาดน้ำนานมากกว่า 1 เดือน จะเหี่ยวแห้ง และตายง่าย ดังนั้น จำเป็นต้องรดน้ำไม่ต่ำกว่า 1 ครั้ง/อาทิตย์ เพื่อป้องกันต้นเหี่ยวตาย การดูแลรักษาหญ้านวลน้อย รดน้ำเป็นประจำ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ใส่ปุ๋ยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยใช้สูตร 18-12-6 หรือ 20-20-0 อัตรา 20-40 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ ให้ใส่ปุ๋ยตอนเย็น และตามด้วยการรดพรมน้ำ เพื่อไม่ให้เม็ดปุ๋ยค้างบนใบหญ้า ซึ่งอาจทำให้ใบลวกได้ หญ้าญี่ปุ่น (Japanese Lawn grass) เป็นหญ้าที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อน ปลูกในพื้นที่ชื้นแฉะจะไม่ดีนัก สามารถทนต่อพื้นที่ร่มได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่ดินเค็มก็พอจะปลูกได้แต่ไม่ดีนัก…

20 วิธี ป้องกันยุง กำจัดยุง ไล่ยุง ในบ้าน และคอนโด ก่อนเป็นไข้เลือดออก

ฤดูฝนแบบนี้สิ่งที่น่ากังวลคือการมาของยุงลาย พาหะนำเชื้อโรคต่างๆ มาสู่คน โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ที่เป็นอันตรายทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ มาดูอาการของไข้เลือดออก และวิธีป้องกัน และกำจัดยุงลาย ไล่ยุง ไล่แมลงต่างๆ ทั้งในบ้าน และคอนโดก่อนเป็นไข้เลือดออกได้ที่นี่ ไข้เลือดออก Dengue Hemorrhagic Fever เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในประเทศเขตร้อน และระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี อาการของโรคไข้เลือดออกมีตั้งแต่ไม่มีอาการผิดปกติไปจนถึงเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สาเหตุการเป็นโรคไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออกที่หลายๆ คนมักกังวลนี้ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย (Aedes aegyti) ตัวเมีย บินไปกัดผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไวรัสเดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน และจะแพร่ไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นในเด็ก รู้จักอาการของโลกไข้เลือดออก และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น อาการของผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกมักจะมีอาการที่พบบ่อยได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ปวดข้อหรือกระดูก มีผื่นขึ้นคล้ายผื่นของโรคหัด และอาจมีภาวะเลือดออกหรือไม่มีก็ได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคไข้เลือดออกที่เห็นได้ชัด คือ มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-7 วัน คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน ปวดท้องอย่างรุนแรง กดเจ็บชายโครงด้านขวา ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก หลังจากมีไข้มาแล้วหลายวันผู้ป่วยอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อก และเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า กลุ่มอาการไข้เลือดออกช็อก (Dengue Shock Syndrome) โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำ วัดชีพจรไม่ได้ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะช็อก หลังจากมีไข้สูง 2-7 วัน ไข้จะเริ่มลดลง ระบบไหลเวียนโลหิตเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ความดันโลหิตและชีพจรเริ่มคงที่ เมื่อผ่านไป 2-3 วันจึงเข้าสู่ระยะหายเป็นปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น ไข้ลดลง เริ่มรับประทานอาหารได้ อาการปวดท้องดีขึ้น ระยะนี้มักพบผื่นแดงและคันตามฝ่ามือและฝ่าเท้าซึ่ง จะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ การป้องกันโรคไข้เลือดออก และวิธีป้องกันกำจัดยุงลาย จบที่ต้นเหตุ เมื่อทราบถึงอาการของไข้เลือดออกที่น่ากลัวแล้ว เราควรต้องกำจัดที่ต้นตอของสาเหตุ นั่นก็คือ ยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกนี้ที่มักระบาดในช่วงฤดูฝน โดยยุงลายชอบออกหากินในเวลากลางวันตามบ้านเรือน และโรงเรียน และชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่อยู่นิ่งๆ ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กะลา กระป๋อง จานรองกระถางต้นไม้ ดังนั้นต้องกำจัดน้ำขังที่มีอยู่รอบบ้าน และภายในบ้านให้หมดสิ้น เรามาดู สรุป 20…

รู้จักอาชีพ Living Solution ชีวิตการทำงานในแบบ พลัส พร็อพเพอร์ตี้

สมัครงานกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท บริการอสังหาฯ ครบวงจร บริหารจัดการที่พักอาศัย คอนโด บ้านเดี่ยว อาคารสำนักงาน ธุรกิจตัวแทนอสังหาฯ ซื้อ ขาย เช่า รวมถึงให้คำปรึกษาแนวทางที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจพัฒนาโครงการ พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็น Living Solution ด้วยกัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ Plus Property คือ บริษัทบริการอสังหาฯ ครบวงจร ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญบริการอสังหาฯ ที่ตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ เรามีที่ปรึกษามือชีพช่วยค้นหาบ้านที่ใช่ ให้นักลงทุนอสังหาฯ ได้ลงทุนอย่างมั่นใจ พร้อมดูแลบริหารจัดการด้านการอยู่อาศัยให้ลูกบ้านสุขสบาย บริการของบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประกอบไปด้วย PLUS LIVING MANAGEMENT บริการดูแลที่พักและบริหารจัดการ คอนโด หมู่บ้าน PLUS FACILITY MANAGEMENT บริการจัดการอาคารเชิงพาณิชย์ อาคารสำนักงาน PLUS BROKERAGE SERVICE บริการตัวแทน ซื้อ ขาย เช่า อสังหาฯ ผ่านที่ปรึกษามืออาชีพ PLUS SOLE AGENT ที่ปรึกษางานขายโครงการ บริหารการขาย และการตลาด RENTAL FOR THE HOLIDAYS Online Booking รวมคอนโดน่าเช่าในกรุงเทพ หัวหิน ภูเก็ต TOUCH BUILDING INSPECTION บริการตรวจสอบระบบวิศวกรรมอาคาร LIV-24 ศูนย์สังเกตการณ์ระบบรักษาความปลอดภัย และบริหารจัดการระบบวิศกรรมโครงการตลอด 24 ชม. เพราะความแตกต่างของทุกชีวิต คือ ความใส่ใจที่เรายึดถือมากว่า 25 ปี สู่มาตรฐานใหม่ของการบริการที่เข้าใจผู้อยู่อาศัย ลูกค้า นักลงทุน เป็น LIVING SOLUTION อย่างแท้จริง หนึ่งใน Key สำคัญที่ทำให้ในทุกบริการของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำให้บริหารโครงการมากกว่า 450+ โครงการ 87,000 ยูนิต รวมพื้นที่กว่า 15,000,000 ตารางเมตร คือ พนักงาน ที่เป็น PROFESSIONAL TALENT ในแต่ละสาขาหน้าที่ของตัวเอง Plus Property เราใส่ใจในการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในสายงานตนเอง และเสริมทักษะข้ามสายงานรอบด้าน พร้อมจัดให้มีการอบรมเสริมสร้างความรู้ ติดตาม ตรวจสอบ ทำงานร่วมกับระบบเก็บข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาในสายงาน ให้ตอบโจทย์ทุกด้านบริการอสังหาฯ เราจัดตั้งสถาบัน…

วิธีรับมือกับแมลงและสัตว์รำคาญในบ้านและคอนโด

บ้าน หรือคอนโดที่เราพักอาศัยอยู่ ในบางครั้งก็มักจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยเสมอ ไม่ใช่ใครแต่เป็นสัตว์ที่มักก่อกวนและสร้างความรำคาญ ไม่ว่าจะเป็น มด หนู ยุง แมลงสาบ แมลงเม่า รวมไปถึงสัตว์มีพิษต่าง ๆ อาจอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้ง ตะขาบ งู มันไม่เพียงแต่ทำความรบกวนเท่านั้น แถมยังเป็นภัยร้ายที่สามารถบ่อนทำลายบ้านทั้งหลังได้โดยเราไม่รู้ตัว และใครบ้างจะอยากให้มีสัตว์เหล่านี้อยู่ในบ้าน คอนโด? วันนี้ Plus Property ได้รวบรวมวิธีรับมือในการกำจัดแมลงและสัตว์รำคาญด้วยเทคนิคภูมิปัญญาชาวบ้าน สิ่งของที่หาได้จากธรรมชาติ และใกล้ตัวเรา ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ง้อสารเคมีเพราะนอกจากช่วยไล่สัตว์ต่างๆได้แค่ระยะสั้นแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราด้วยครับ วิธีกำจัดแมลงและสัตว์รำคาญในบ้านและคอนโด แมลงเม่า  มักจะเข้าหาหลอดไฟ ควรนำกะละมังใส่น้ำประมาณครึ่งหนึ่ง แล้วนำไปวางใต้หลอดไฟตอนกลางคืน แมลงเม่าที่ตกลงไปในน้ำจะลอยอยู่บนผิวน้ำขึ้นมาไม่ได้และตายในที่สุด ทั้งนี้ควรกำจัดแมลงเม่าเสีย ก่อนที่จะสลัดปีกเป็นปลวกมาแทะทำลายบ้าน มด สัตว์จมูกไว หากมดเดินเป็นแถวยาว ให้ใช้แป้งฝุ่นโรยตามเส้นทางนั้น มดจะหนีไม่กลับมาเดินในเส้นทางเดิมอีก หรือจะโรยพริกป่น พริกไทยดำเป็นเส้นยาวเพื่อไม่ให้มดจำกลิ่นในเส้นทางเดิม หนู ใช้กิ่งยี่โถตากแห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง จากนั้นนำไปโรยตามซอก หรือเส้นทางที่หนูชอบไปซุกตัวอยู่ เพียงเท่านี้ มันก็จะทนกลิ่นของยี่โถไม่ไหวแล้วหนีไปเอง หากหาซื้อกิ่งยี่โถลำบาก สามารถใช้น้ำมันสาระแหน่ไปทาตามช่องทางที่พวกมันเดินผ่าน เมื่อพวกมันได้กลิ่นก็จะหนีไปเอง ยุง พิษสงของมันถือว่าร้ายกาจมากทีเดียว เพราะเป็นพาหะนำโรคร้ายหลายโรค ดังนั้นควรนำการบูรห่อผ้าแล้วเอาไปมัดไว้กับหลอดไฟฟ้า เมื่อการบูรโดนความร้อนที่แผ่จากหลอดไฟฟ้า กลิ่นของการบูรจะระเหยออกไปทำให้ยุงไม่มารบกวนเราอีก แมลงสาบ  ชอบอาศัยอยู่ตามมุมอับ วิธีง่ายๆ คือเอาห้วแตงกวาที่ฝานวางตามมุมอับที่แมลงสาบอยู่ หรือจะใช้พริกไทย กานพลูบรรจุในถุงผ้าแล้ววางตามซอกตู้ก็ไล่แมลงสาบได้เช่นเดียวกัน แมลงหวี่ขน หรือ แมลงท่อ  เทเกลือ ½ ถ้วยตวง ลงไปในท่อตามด้วยเบคกิ้งโซดาลงไปอีก ½ ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชูอีก 1 ถ้วยตวง ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นค่อยราดน้ำร้อนเพื่อทำความสะอาด ทำเป็นประจำประมาณอาทิตย์ละหนึ่งครั้งนอกจากจะทำให้ท่อระบายน้ำสะอาดแล้ว ยังป้องกันไม่ให้แมลงหวี่ขนกลับมาวางไข่อีก ตะขาบ  อาศัยอยู่ตามซอก และที่ชื้นแฉะ สิ่งที่กำจัดตะขาบที่ได้ผล คือ การใช้น้ำส้มควันไม้เทตามซอกมุมอับของบ้าน กลิ่นของน้ำส้มควันไม้จะคล้ายกลิ่นควันไฟ ซึ่งสัตว์มีพิษหลายๆ ชนิดไม่ชอบ พวกมันก็จะหนีไปเอง งู  วิธีป้องกัน คือการนำผงกำมะถันผสมน้ำแล้วเทรอบๆ บ้าน เพราะงูไม่ชอบกลิ่นกำมะถัน มันก็จะไม่ผ่านในเส้นทางเหล่านี้ แต่ต้องหมั่นโรยบ่อยๆ ประมาณ 1-2 อาทิตย์ต่อครั้ง เพราะกลิ่นกำมะถันจะเจือจางเร็วสามารถซื้อผงกำมะถันได้ตามร้านขายยาทั่วไป เป็นอย่างไรบ้าง กับวิธีกำจัดแมลงและสัตว์รำคาญง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำตามกันได้ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ทาง Plus Property มีฝ่ายจัดการ บริการฉีดยากำจัดปลวก มด หนู และแมลงสาบ ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางและในห้องชุดเป็นประจำทุกเดือน ลูกบ้านสามารถติดต่อฝ่ายจัดการ เพื่อแจ้งรับบริการและนัดได้ตามรอบของโครงการครับ หาคอนโดที่คุณต้องการได้ที่นี่:  ซื้อคอนโด เช่าคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า, นิติบุคคลคอนโด, นิติบุคคลอาคารชุด, คอนโดสุขุมวิท, คอนโดให้เช่า, คอนโดจตุจักร, ขายคอนโด, คอนโดทองหล่อ, ทรัพย์สินรอการขาย, bangkok condo…

7 ประโยชน์การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น ที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน

เคยเปิดดูตู้เย็นแล้วพบกับ อาหารที่แออัดกันจนไม่มีที่ว่าง และ กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ หรือเปล่า? วันนี้ พลัสฯ จะมาเผยประโยชน์ของการเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น ที่ทำให้ทุกท่านอยากลุกไปทำงานเก็บล้างในทันที “ตู้เย็น” ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้านที่ขาดไม่ได้ เสมือนเป็นคลังเก็บตุนรักษาอาหารหล่อเลี้ยงผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน และ คอนโด เราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะต้องเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นในสักวัน แต่เมื่อพูดถึง การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น จริงๆแล้วมีประโยชน์อยู่มากมายเลย เรียกได้ว่า ทั้งดีต่ออาหาร ดีต่อตัวเรา ดีต่อตัวตู้เย็นเอง และดีต่อค่าใช้จ่ายด้วย!!! วันนี้ พลัสฯ ชวนมาดูประโยชน์ของการเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นที่ทุกท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า 1. ยืดอายุการใช้งาน การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็น จะทำให้เราสามารถจัดสรรพื้นที่ภายในตู้เย็นให้ไม่อัดกันจนเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งจะทำให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น ลดความเสี่ยงที่ตู้เย็นจะมีอายุการใช้งานที่สั้น รวมถึงลดการเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการซื้อตู้เย็นใหม่ 2. ลดค่าไฟ ในเมื่อตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนัก ตู้เย็นจะกินไฟน้อยลง การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นจึงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดไฟทางอ้อมได้ เนื่องจากตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่กินไฟเป็นอันดับต้นๆ และส่งผลให้บิลค่าไฟของคุณถูกลงอย่างแน่นอน 3. ทำความสะอาดง่ายขึ้นในครั้งต่อไป ด้วยความที่เราจัดวางอาหารอย่างเป็นระเบียบไว้ตามโซนต่างๆเรียบร้อยอยู่แล้ว ในการเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นครั้งต่อไป เราก็จะสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 4. เช็คอาหารได้ง่ายขึ้น เราสามารถแปะป้ายบนภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารที่เขียนเกี่ยวกับประเภทของอาหารและวันหมดอายุเอาไว้ และเมื่อรู้ว่าอันไหนใกล้จะหมดอายุ คัดแยกมาจัดรวมกันเป็นกลุ่มๆ นำไปวางในตะตร้าตรงโซนที่หยิบไปใช้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น โดยอาจจะทำบันทึกรายกายและวันหมดอายุ ติดไว้ด้านนอกของตู้เย็นเพื่อตรวจเช็คในทุกๆวัน 5. ยืดระยะเวลาการถนอมอาหาร การจัดเก็บอาหารอย่างเหมาะสมในตู้เย็นที่มีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ จะลดการเกิดแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ทำให้อาหารไม่เน่าเสียง่าย และจัดเก็บอาหารได้นานยิ่งขึ้น 6. ลดกลิ่นอับ ลดการสะสมเชื้อโรค หากเราทำการจัดตู้เย็น และตรวจสอบรายการอาหารอยู่เป็นประจำ จะทำให้ตู้เย็นปราศจากอาหารเน่าเสียสะสม ลดการเกิดกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ และลดโอกาสการสะสมความชื้นและสิ่งสกปรกที่จะนำไปสู่การก่อเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อในตู้เย็น 7. ลดการเกิดขยะ การบริหารจัดการตู้เย็นทำให้เราได้ติดตามบริโภคอาหารก่อนหมดอายุ รวมถึงการจัดเก็บอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยลดจำนวนอาหารที่เน่าเสียในตู้เย็นลง ทั้งหมดนี้จะทำให้ปริมาณอาหารที่เราต้องทิ้งลดลง และช่วยลดปริมาณขยะภายในบ้านที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เมื่อได้อ่าน 7 ประโยชน์ของการเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นกันไปเรียบร้อยแล้ว หลายๆท่านคงอยากจะลุกขึ้นไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาด และ เริ่มต้นทำงานเก็บล้างกันแล้วใช่ไหม ซึ่ง งานเก็บล้าง ก็ไม่ได้มีแค่การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอย่างอื่นอีกมากมายหลายอย่าง เช่น งานเก็บล้างครัว งานขัดล้างห้องน้ำ งานจัดเก็บห้องนอน และ งานปัดกวาดเช็ดถูซอกมุมต่างๆภายในบ้าน ทั้งนี้ เราควรใส่ใจที่จะทำงานเก็บล้างให้สม่ำเสมอตามความเหมาะสมในแต่ละงาน เช่น กวาดพื้น เทขยะ เช็ดโต๊ะ เช็ดเคาน์เตอร์ ทุกวัน เปลี่ยนที่นอน ขัดห้องน้ำ ถูพื้น ปัดฝุ่น ทุกสัปดาห์ เช็ดไมโครเวฟ เก็บล้างตู้เย็น ทุกเดือน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้แก่ที่อยู่อาศัยของเรา และ ลดการเกิดฝุ่น ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ รวมถึงลดการสะสมสิ่งสกปรก ที่นำมาสู่อาการป่วย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…

4 ขั้นตอน เก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

พูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ถูกใช้งานหนักที่สุด คงจะหนีไม่พ้น “ตู้เย็น” ที่ทำงานตลอดเวลา โดยไม่มีเวลาพัก การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นให้สะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาตู้เย็นให้อยู่ได้นาน ช่วงเวลานี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังไม่คลี่คลายลง จนมีการประกาศใช้มาตราการล็อกดาวน์เกิดขึ้น คงทำให้ใครหลายๆคนต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็น Work From Home กักตัวภายในที่อยู่อาศัยแทนการเข้าออฟฟิศ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีโอกาสที่ต้องประกอบอาหารรับประทานเองมากยิ่งขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกักตุนวัตถุดิบในตู้เย็นมากขึ้น จนอาจทำให้ตู้เย็นไม่มีพื้นที่ว่าง และ ใส่ของไม่พอ หรือ อัดกันมากเกินไปจนส่งผลให้อาหารเน่าเสีย และ ของหมดอายุเร็วกว่าที่ควร แถมยังเปลืองค่าไฟเกินความจำเป็น พลัสฯ ขอนำเสนอหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถช่วยทุกท่านแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ นั่นคือ การเก็บล้างทำความสะอาดตู้เย็นให้เป็นระเบียบ ด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้ Tips: ก่อนเริ่มต้น อย่าลืมดึงปลั้กตู้เย็นออกก่อนเพื่อความปลอดภัย แล้วลงมือทำขั้นตอนทั้งหมดนี้อย่างรวดเร็ว โดยจัดการอาหารในช่องธรรมดาให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยจัดการอาหารช่องแช่แข็งต่อ เพื่อคงความสดของอาหารไว้ ขั้นตอนที่ 1 : คัดแยกอาหารที่นำออกมาจากตู้เย็น เตรียมถุงขยะไว้ให้พร้อม นำอาหารทั้งหมดออกจากตู้เย็นคัดแยกโดยนำอาหารที่ยังสามารถรับประทานได้เก็บไว้ ส่วนอาหารที่เน่าเสียหรือหมดอายุแล้วก็นำไปทิ้งให้เรียบร้อย ขั้นตอนที่ 2 : ล้างตู้เย็นให้สะอาดเอี่ยมอ่อง บริเวณภายในตู้เย็น ใช้กระดาษเปียกหรือผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น เช็ดคราบต่างๆ และ เก็บกวาดเศษอาหารที่หลงเหลืออยู่ ชั้นวางของในตู้เย็น นำออกมาทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง แล้วนำกลับเข้าไปใส่ในตู้เย็นดังเดิม ขอบยางประตูตู้เย็นด้านใน บริเวณที่เป็นเชื้อรา สามารถกำจัดได้โดยนำเบกกิ้งโซดาไปละลายกับน้ำเปล่า แล้วนำผ้าสะอาดชุบส่วนผสมดังกล่าว มาเช็ดถูเชื้อราที่เกาะติด และให้นำสำลีชุบน้ำส้มสายชูทาบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราเกิดขึ้นอีก บริเวณภายนอกตู้เย็น ใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาด หากพบเจอคราบที่เช็ดทำความสะอาดได้ยาก ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานขัดอย่างเบามือ ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมการถนอมอาหารที่เหมาะสม เนื้อสัตว์สด ให้แบ่งตามปริมาณการบริโภค ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหารให้มิดชิดใส่ถุงซิปล็อก อาหารทะเลสด ให้ล้างทำความสะอาด แล่และแกะเปลือก หั่นให้เรียบร้อย แบ่งตามปริมาณการบริโภคใส่ถุงซิปล็อก ทางที่ดีควรใส่กล่องพลาสติกที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันน้ำจากอาหารทะเลที่อาจไหลออกมาเลอะเทอะ ผลไม้ ล้างด้วยน้ำอุ่น เก็บในถุงซิปล็อกหรือกล่องพลาสติกที่มีรูระบายอากาศเพื่อไม่ให้ผลไม้ชื้น ไม่ควรเก็บผักและผลไม้เอาไว้ในถุงเดียวกัน เพราะผลไม้สุกจะปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมา ทำให้ผักที่วางอยู่ใกล้ๆเน่าเสียเร็วขึ้น ทางที่ดีควรวางผักและผลไม้แยกชั้นกัน ผักสดและเห็ด ไม่ต้องล้าง หั่นตัดแต่งให้เรียบร้อย ห่อทับอีกชั้นด้วยพลาสติกและจัดใส่ถุงซิปล็อก ในกรณีที่เป็นผักหัวให้เด็ดใบออกจากหัวเพื่อคงความหวานไว้ ส่วนผักที่มีขั้ว ให้นำไม้จิ้มฟันทิ่มลงไปที่ขั้วก่อนห่อผักทั้งสองชนิดด้วยหนังสือพิมพ์ เต้าหู้อ่อน ควรใส่ในกล่องที่เติมน้ำจนท่วมก้อนเต้าหู้และปิดฝาให้สนิท ไข่ไก่ ไม่ควรล้างไข่ไก่ และควรวางให้ด้านป้านชี้ขึ้นด้านบน เก็บลงในกล่องเก็บไข่ที่มีฝาปิดมิดชิด ไม่ควรนำไปไว้บนที่วางไข่ตรงชั้นวางด้านในประตูตู้เย็น เพราะจะทำให้ไข่ไก่เสียง่ายจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ ควรนำใส่กล่องพลาสติกที่มีฝาปิดสนิท ขั้นตอนที่ 4 : จัดระเบียบอาหารกลับเข้าตู้เย็นให้เรียบร้อย ช่องแช่แข็ง อุณหภูมิต่ำกว่า -18℃ เหมาะสำหรับเก็บ อาหารทะเล เนื้อสัตว์และอาหารแช่แข็ง ช่องเย็นที่สุด (ชั้นวางด้านล่าง) อุณหภูมิ 0℃ ถึง 5℃ ส่วนที่เย็นที่สุดรองมาจากช่องแช่แข็ง เหมาะสำหรับการแช่เนื้อสด ไข่ โยเกิร์ต ชีส และนมสด ช่องเย็นธรรมดา (ชั้นวางด้านบน) อุณหภูมิ 5℃ ถึง 7℃ ส่วนนี้มีความเย็นปานกลาง เหมาะสำหรับแช่อาหารพร้อมทาน…

casibom